fbpx
© thaipropertymentor.com - 2021. All rights reserved.

ถือเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีธุรกิจโรมแรมอยู่ในมือมากถึง 7 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับบริษัท พร็อเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) โดยในปีนี้คาดวาจะมีรายได้เติบโตถึง 44% จากธุรกิจท่องเที่ยวที่ยังคงเป็นดาวเด่นของประเทศไทย ชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้  เพอร์เฟค กล่าวว่า แนวโน้มในปีนี้คาดว่าธุรกิจโรงแรมของบริษัทจะมีผลประกอบการเติบโตอย่างโดดเด่น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่ยังคงเติบโต มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพและโอกาสทางการท่องเที่ยว ทั้งความหลากหลายของทรัพยากรท่องเที่ยว และด้านที่ตั้งซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับธุรกิจโรงแรมของกลุ่มบริษัทในปีนี้ คาดจะมีรายได้ 4,200 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44% จากปีที่ผ่านมา โดยจะเป็นรายได้จากโรงแรมในประเทศ ภายใต้บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)  จำนวน 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,739

ส่องแนวคิดบ้านหรู 200 ล้าน แมกโนเลีย ส่งแบรนด์หรู มัลเบอร์รี่ โกรฟ เจาะตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ ปูพรม 3 โครงการ 19,900 ล้านบาท มัลเบอร์รี่ โกรฟ ซูเปอร์ลักชัวรี่ เรสซิเดนซ์ แบรนด์ใหม่ล่าสุดของบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ตั้งราคาขายบ้านสุดหรูเอาไว้ในระดับ 100-200 ล้านบาท หรือถ้าเป็นคอนโดมิเนียมที่วางแผนเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ที่ย่านเอกมัยก็ตั้งราคาไว้สูงลิ่ว 2-3 แสนบาทต่อตารางเมตร สำหรับห้องไซส์เล็กสุดขนาด 50 ตารางเมตร ราคาก็ต้องวิ่งอยู่ที่ 10-15 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ เมื่อเป็นแบรนด์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ วิธีคิดก็ต้องไม่ธรรมดา เพราะมัลเบอร์รี่ โกรฟ เป็นปลายทางของงานวิจัยแนวโน้มการอยู่อาศัยระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นแนวคิด Nurturing Intergenneration Happiness คือ การสานความสุขให้กับทุกเจเนอเรชั่น

นับตั้งแต่เริ่มต้นไตรมาสที่ 2 จนเหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะปิดไตรมาส ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในภาวะสงบนิ่งจนน่าใจหาย หลายคนฟันธงว่า เป็นผลมาจากมาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยคือตัวการหลักที่ฉุดตลาดให้หดตัวไปไม่น้อยกว่า 20% แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ เป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกที่อึมครึมจากสงครามการค้าสหรัฐ-กับจีน และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในภาวะสุญญากาศ จากการที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่เข้ามาขับเคลื่อนนโยบายบริหารประเทศ วันนี้ กำลังซื้ออ่อนตัวลงไปมาก หากไม่ทำอะไรสักอย่าง เห็นทีคงได้ปิดไตรมาส 2 แบบมือเปล่าเป็นแน่แท้ แต่ละค่ายจึงต้องจัดหนัก กระตุ้นตลาดด้วยแคมเปญพิเศษ ที่สามารถช่วยปลุกกำลังซื้อให้ตื่นขึ้นมาให้ได้ โดยเฉพาะการปลอดล็อคภาระต่างๆ ที่มีอยู่ ให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายที่สุด เร็วที่สุด สารพัดโปร เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีบ้านได้ง่ายๆ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ จึงถูกนำมามาใช้แบบไม่มีต้องยั้งมือ เพื่อช่วยผู้ซื้อ แฃะช่วยตัวเองในการระบายสต๊อกบ้านพร้อมอยู่ให้ได้มากที่สุด ล่าสุด บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลอปเม้นท์ เปิดแคมเปญใหม่ ซึ่งถือเป็นภาค 2 ต่อจากแคมเปญชายเติม ที่เพิ่งปิดจ๊อบไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา โอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด

ตลาดคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงเตาปูน-ท่าพระ กลับมาคึกคักอีกระลอก โดยเฉพาะช่วงหัวลำโพง-บางแคที่มีคิวเริ่มเปิดทดลองวิ่งวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ส่วนช่วงเตาปูน-ท่าพระ ก็ไม่ต้องให้รอนาน เพราะมีคิวเปิดบริการประมาณเดือนมีนาคมปีหน้า กิจกรรมการตลาดคอนโดแนวรถไฟฟ้าทั้ง 2 ช่วงจึงร้อนฉ่าขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเชื่อว่า เมื่อรถไฟฟ้าเริ่มวิ่งจริงๆ จังๆ ดีมานด์ที่เคย wait and see อยู่จะกลับเข้าสู่ตลาดให้ได้แย่งชิงกันอีกยก และน่าจะเป็นโอกาสที่ดีของผู้ซื้อที่จะมี offer ใหม่ๆ จากคอนโดที่มีอยู่ในตลาด และคอนโดตัวใหม่ๆ ให้ได้เป็นตัวเลือกกันมากขึ้น แต่ก่อนอื่นเรามาตรวจตราดูสถานการณ์ของคอนโดริมทางรถไฟฟ้าสายสีนำเงินกันก่อน เพื่อให้ได้มองเห็นภาพตลาดทั้งหมด สายสีน้ำเงินคอนโดเพื่อคนชั้นกลาง นางสาวอัญชนา วัลลิภากร ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาเกี่ยวกับ Big Data ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในรูปแบบ Comprehensive Marketplace และ Data Platform

ผศ.ดร. นพนันท์ ตาปนานนท์ ผู้ประสานงานโครงการ พระราม 4 สมาร์ท ซิตี้ เปิดเผยว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจในบนถนนพระราม 4 มีแนวคิดจะพัฒนาย่านพระราม 4 ให้เป็น สมาร์ท ซิตี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างโครงการเสนอต่อ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa เพื่อขอส่งเสริมการลงทุน ทั้งนี้จุฬาฯจะระดมบุคลากรที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันสร้างนวัตกรรมสำหรับการเป็นสมาร์ท ซิตี้ ทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ 1. Smart Mobility การสัญจรอัจฉริยะ 2. Smart Community ชุมชนอัจฉริยะ 3. Smart Economy เศรษฐกิจอัจฉริยะ 4. Smart Environment สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ 5. Smart Governance

อสังหาฯไทยเริ่มไร้แรงดึงดูด โบรกเกอร์เผย ความสนใจของลูกค้าจีนลดฮวบ 50% ยอดทิ้งดาวน์เพิ่มเป็น 8% เหตุราคาเริ่มแพง ผู้ประกอบการไทยขายตัดราคา และไม่สามารถปล่อยเช่ารายวันได้ เบนเป้าทำตลาดญี่ปุ่นแทน นายไซม่อน ลี ประธานกรรมการ บริษัท แองเจิล เรียลเอสเตท  คอนซัลแทนซี่ จำกัด  บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและขาย ในภูมิภาคเอเชีย  เปิดเผยว่า  จากปัจจัยด้านสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน มาตรการของรัฐบาลจีนที่ควบคุมเงินทุนไหลออกนอกประเทศ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เริ่มเปิดโครงการจนอาจจะล้นตลาด ทำให้ราคาสูงเกินความเป็นจริง ส่งผลให้ส่วนต่างรจากราคาในตลาดผู้ขายต่อไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เพราะราคาปรับสูงขึ้นมามากแล้ว ประกอบกับ ไม่สามารถปล่อยเช่าระยะสั้นได้ เนื่องจากขัดกับพ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 ทำให้นักลงทุน โดยเฉพาะชาวจีนไม่ค่อยอยากลงทุน เพราะไม่คุ้มค่าการลงทุน และอีกประการสำคัญคือเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมามีลูกค้าชาวจีนพบว่า บางโครงการที่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว แต่ปรากฏว่าในภายหลังผู้ประกอบการไทยได้นำยูนิตที่เหลือมาขายในราคาที่ถูกกว่าช่วงพรีเซล จากปัจจัยข้างต้นได้ส่งผลให้นักลงทุนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนลดความสนใจการซื้ออสังหาฯในประเทศไทยไปถึง 50% ทำให้อัตราการไม่รับโอนกกรมสิทธิ์ห้องชุดของลูกค้า​ชาวจีนเพิ่มเป็น 8% จากปกติเพียง

เป็นเวลากว่า 3 ปี ที่บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์  จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับพันธมิตรจากญี่ปุ่น  ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป พัฒนาคอนโดมิเนียมในไทย ในนามบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด มีโครงการที่พัฒนาร่วมกันรวม 13 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต มูลค่ารวม 37,000 ล้านบาท ถือเป็นการเปิดเกมรุกในการลงทุนที่ค่อนข้างหนักหน่วง และทำให้ เสนา เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากยอดขายปี 2560 อยู่ที่ 6,200 ล้านบาท ขยับขึ้นหลัก 10,000 ล้านบาทในปี 2561 และในปี 2562 ตั้งเป้าไว้ถึง 19,600 ล้านบาท ขณะที่เป้ารายได้อยู่ที่

เคยบ้างไหม? เวลาที่เราหาซื้อบ้าน แต่เลือกยังไงก็ยังไม่โดนใจซักที ทำเลก็ยังไม่ใช่ แบบบ้านก็ยังไม่โดนใจ ฟังก์ชั่นก็ยังไม่ตอบโจทย์ รูปร่างหน้าตาก็เหมือนๆ กันไปหมด เพราะทุกวันนี้ โครงการบ้านจัดสรร คือตลาดหลักของคนที่ต้องการหาซื้อบ้าน จึงมีคำถามตามมาว่ายังมี solution อื่นๆ สำหรับคนที่มีความต้องการที่ต่างกันออกไปบ้างไหม ธุรกิจรับสร้างบ้านจึงเข้าตอบโจทย์ของคนกลุ่มนี้ ซึ่งมีทั้งการว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วๆ ไป มาออกแบบสร้างให้บนที่ดินที่มีอยู่ แต่ผลที่ได้คือ งบบานปลาย งานที่ได้ไร้คุณภาพ ไม่ตรงตามเวลา บางทีก็ทิ้งงานกันไปเฉยๆ จึงเป็นที่มาของบริษัทที่ให้บริการรับสร้างบ้านขึ้นโดยเฉพาะ ให้บริการแบบมืออาชีพ มีทั้งทีมสถาปนิก วิศวกร ทีมการตลาดให้บริการลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงหลังการอยู่อาศัย ธุรกิจนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามความเชื่อมั่นและการยอมรับของผู้บริโภค ขยายตัวจากมูลค่าตลาดหลักพันล้านเป็นระดับหมื่นล้านบาท เกิดการแข่งขันทั้งในเรื่องของรูปแบบบ้าน ราคา บริการ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคให้ได้ดีที่สุด แต่ละช่วงเวลา จนกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง บ้านที่ตอบโจทย์ ตรงใจได้มากกว่า บ้านจัดสรร ที่มีอยู่ในท้องตลาด ในราคาตั้งแต่ 2 ล้านบาทไปจนถึงหลัก 10 หลัก

ช่วงที่ผ่านมา ทีซีซี กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าสัวรายใหญ่ของเมืองไทยมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในความครอบครองที่มีอยู่มากมายมหาศาล แม้แต่เจ้าตัวยังจำได้ไม่หมด นั่นก็คือ การจัดพอร์ตที่ดินที่มีอยู่กันใหม่ ทางหนึ่งเพื่อส่งไม้ต่อให้กับทายาทในระดับลูกและมองยาวไปถึงระดับหลาน เหลนในอนาคต ทางหนึ่งเป็นการเปลี่ยนถ่ายกำลังพลจากเก่าสู่ใหม่ และอีกทางหนึ่งก็เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจและผลประโยชน์ทางด้านภาษี ซึ่งจะมีภาระมากขึ้นหลังการประกาศใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป เจริญ สิริวัฒนภักดี กงสีแสนล้านสู่บริษัทมหาชน ล่าสุดคือ การนำบริษัท  แอสเสท เวิรด์ คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail and Commercial Building) เข้ายื่นยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสํานักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยให้ นางวัลลภา ไตรโสรัส ลูกสาวคนที่ 2 เป็นแกนนำ ในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ "คุณพ่อ (นายเจริญ สิริวัฒนภักดี)