fbpx
© thaipropertymentor.com - 2021. All rights reserved.
Homeอสังหาฯประเด็นร้อน

อสังหาฯประเด็นร้อน

เน็กซัส เปิดเผยข้อมูล 20 ปี ตลาดคอนโด ค้าปลีก ออฟฟิศ ฝ่ากระแสการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคการเติบโตที่ยั่งยืน หลังโควิด-19 สร้างผลกระทบต่อธุรกิจ ชี้ Real Demand กำหนดเกมตลาดคอนโด ขณะที่ค้าปลีก-ออฟฟิศต้องปรับตัวทั้งรูปแบบและความหลากหลายในการให้บริการ นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เผยว่า ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ที่เน็กซัสได้เปิดบริการด้านการเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาด การขาย ให้กับอสังหาริมทรัพย์ในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นอสังหาฯเพื่ออยู่อาศัย อสังหาฯเพื่อการพาณิชยกรรม รวมถึงงานวิจัยและประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ ทำให้มีข้อมูลสะสมอย่างมากมายทั้งตลาดและได้เห็นการเติบโตของตลาดตามลักษณะของสินค้า โดยการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เห็นได้ชัดที่สุด คือปี 2563 เป็นต้นมา หรือช่วงที่โควิด-19 ได้เข้ามาทำความรู้จักกับคนทั่วโลก โดยในครั้งนี้ จึงได้นำข้อมูลทั้ง 20 ปีมาเผยแพร่ให้ได้รับทราบเพื่อเห็นการเติบโต และเพื่อคาดการณ์แนวโน้มอนาคตกันได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น” Real

การเคหะฯ พร้อมปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อดอกเบี้ย 1.5% รองรับลูกค้ากู้แบงก์ไม่ผ่านจากสถานการณ์โควิด-19 นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยและปานกลางทั่วประเทศ ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระลอกใหม่จากสายพันธุ์โอไมครอน ทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมากในปัจจุบัน ซึ่งอาจสร้างผลกระทบครั้งใหม่ต่อรายได้และการประกอบอาชีพของประชาชน และส่งผลต่อผู้ที่ต้องการซื้อบ้านเป็นของตนเอง ขณะที่การเคหะแห่งชาติ มี “โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย” เป็น “เครื่องมือทางการเงิน” ที่สำคัญในการช่วยลูกค้าที่ซื้อบ้านของการเคหะฯ แต่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน สามารถขอสินเชื่อผ่านโครงการดังกล่าว โดยจะมีคณะกรรมการบริหารสินเชื่อที่อยู่อาศัย (คบส.)ของการเคหะฯเป็นผู้พิจารณาให้สินเชื่อกับลูกค้า เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางเป็นไปอย่างทั่วถึงและครอบคลุมยิ่งขึ้น ล่าสุดจากการประชุมคณะกรรมการบริหารการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย (คบส.) เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ได้พิจารณาเห็นชอบอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปีงบประมาณ 2565 (เดือนมกราคม-กันยายน 2565) ประกอบด้วย กลุ่มลูกค้าทั่วไป ปีที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ย 1.5% ปีที่ 5-7 อัตราดอกเบี้ย 2.5% ปีที่ 8-40

โนเบิล เปิดเกมรุกอสังหาฯปี 65 เตรียมส่ง 18 โครงการใหม่ทั้งแนวราบ แนวสูง มูลค่ารวมกว่า 4.7 หมื่นล้าน ลุยตลาด ประเดิมปูพรม 5 คอนโด มูลค่า 1.5 หมื่นล้าน เจาะทำเลใกล้ห้าง พร้อมขยายลงทุนอพาร์ตเมน์ในสหราชอาณาจักรอีกกว่า 4,500 ล้าน ตั้งเป้ากวาดยอดขาย 2.8 หมื่นล้าน รับรู้รายได้ 1.1 หมื่นล้าน พร้อมขึ้นสู่ top 5 ในอนาคต นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 จะฟื้นตัวขึ้นจากปี 2564 แม้จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

กรมที่ดินแจกแจงเงื่อนไขการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง บ้าน-คอนโด เหลือ 0.01% ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2565 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยระบุว่า จากการที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 2565 มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 กระทรวงมหาดไทย ได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด กรณีห้องชุด ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด รวม 2 ฉบับ โดยมีหลักเกณฑ์การลดหย่อน ดังนี้ ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือห้องชุด ราคาซื้อขายและราคาประเมินไม่เกิน 3 ล้านบาท จะได้รับลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนซื้อขายทั้งมือหนึ่งและมือสองจากร้อยละ 2

กระทรวงมหาดไทยประกาศแล้ว ลดค่าโอนและค่าจดจำนอง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และอาคาครชุด เหลือร้อยละ 0.01 ได้หมดทั้งบ้าน-คอนโดมือหนึ่งและมือสองในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีผลตั้งวันที่ 18 มกราคม 2565 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทยลงในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 17 ธันวาคม 2565 เรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินกรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ และอาคารชุด โดยระบุว่า เป็นการสมควรให้มีการสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สาธารณะและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 (7) (ฎ) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497

บิ๊กอสังหาฯ แห่ขายหุ้นกู้ เร่งระดมทุน ตุนสภาพคล่อง พร้อมเดินหน้าผุดโครงการใหม่ปี 65 เต็มสูบ นายอรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อขออนุญาตและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขณะนี้บริษัทได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นกู้จากก.ล.ต. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (มูลค่าที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขาย 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน 1,500 ล้านบาท และหุ้นกู้สำรองเพื่อเสนอขายเพิ่มเติมมูลค่าไม่เกิน 300 ล้านบาท) โดยเป็นการออกและเสนอขายหุ้นกู้หุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และผู้ลงทุนสถาบันอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.60% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน จองซื้อขั้นต่ำ 100,000

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 เห็นชอบให้คงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. …. ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 สำหรับการจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งพระราชกฤษฎีกาได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 และมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2564 การคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในที่นี้ก็คือ คงอัตราการจัดเก็บที่ได้กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ที่ได้กำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเอาไว้ใน 2 ปีแรก คือปี 2563-2564 เพื่อให้ผู้ที่ต้องเสียภาษีได้ตั้งหลักกับระบบภาษีใหม่ และเมื่อครบกำหนดจึงจำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกันใหม่ ซึ่งกระทรวงการคลังเลือกที่จะใช้อัตราเดิมตามบทเฉพาะกาล แม้ว่าในพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มาตรา 37 จะกำหนดเพดานของอัตราภาษีของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของที่ดินในแต่ละประเภทเอาไว้สูงกว่าอัตราการจัดเก็บที่กำหนดเอาไว้ในบทเฉพาะกาลก็ตามกล่าวคือ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ 0.15 ของฐานภาษี (มูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ 0.3 ของฐานภาษี ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากประกอบเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัยให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ 1.2 ของฐานภาษี ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2564 ภาพรวมมีการปรับลดลงแต่เริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว โดยดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย มีค่าดัชนีเท่ากับ 126.8 ลดลงร้อยละ -0.8 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สี่ และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พบว่า ดัชนีราคาบ้านจัดสรรลดลงร้อยละ -0.3 ส่วนดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายมีค่าดัชนีเท่ากับ 151.2 จุด ลดลงร้อยละ -0.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีค่าดัชนีลดลงต่อเนื่องกันเป็นไตรมาสที่ 5 แล้ว ส่วนการเปลี่ยนแปลงของดัชนีเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พบว่า ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ลดลงร้อยละ -0.3 ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สามแล้ว ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ผลการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ที่ลดลง แสดงให้เห็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยให้มีการฟื้นตัวช้าลงกว่าเดิม ทำให้ผู้ประกอบการมีการปรับตัวต่อสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้พบว่า ผู้ประกอบการยังคงใช้กลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการลดราคาเพื่อกระตุ้นการขายบ้านจัดสรร รวมถึงโปรโมชั่นการให้เข้าอยู่ฟรีนานขึ้นเป็น 1-3 ปีแรก

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ขยับลงทุนเพิ่ม ในปี 65 เตรียมผุดโครงการใหม่อีก 15 โครงการ เพิ่มขึ้น 50% จากปี 64 มูลค่ารวมกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท ยังโฟกัสที่ตลาดบ้านแนวราบเป็นหลัก ตั้งเป้าโกยยอดขาย 3.1 หมื่นล้าน และรายได้ 3.3 หมื่นล้าน เผยบ้านเดี่ยวเป็นตัวสร้างรายได้หลักในปี 64 สัดส่วนสูงถึง 83% นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ – ประธานคณะกรรมการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทมีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่รวม 15 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวม 29,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2564 มีค่าดัชนีเท่ากับ 52.0 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมีค่าดัชนีสูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นเป็นไตรมาสแรกหลังจากที่มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นต่ำกว่าค่ากลางต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลาถึง 10 ไตรมาส ขณะที่ความเชื่อมั่นในอีก 6 เดือนข้างหน้า มีค่าเท่ากับ 62.0 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 57.2 และมีการเพิ่มขึ้นเกือบทุกปัจจัย เป็นผลมาจากการต่อมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ และการจดจำนอง ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาส 4 ปี 2564 ที่เพิ่มสูงขึ้นมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการที่ธนาคารแห่งประเทศได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราว รวมถึงการที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการเปิดประเทศในต้นเดือนธันวาคม 2564 ได้ส่งผลเชิงบวกต่อการกลับมาของกำลังซื้อที่อยู่อาศัยของคนต่างชาตินับเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในทิศทางที่เป็นบวกเพิ่มขึ้น เมื่อจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการตามประเภทบริษัท พบว่า ความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันของผู้ประกอบการกลุ่ม Listed Companies มีค่าดัชนีเท่ากับ