Bosses controlling every employee, human resource management, manipulation of mannequins, authority and power, giants standing behind the scenes dictating the actions of a group of businessmen

ครม.ไฟเขียว บูรณาการหน่วยงานไล่เช็คบิลนอมินีอสังหาฯ ทวงคืน รื้อกม. เพิ่มโทษ

ปัญหาคนต่างด้าวจำนวนมากเข้ามาถือครองหรือครอบครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ผ่าน “ตัวแทนอำพราง” หรือ “นอมินี” เช่น แต่งงานกับคนไทยแล้วให้คนไทยถือแทน หรือจัดตั้งบริษัทที่คนไทยถือหุ้นแทน แล้วโอนหุ้นให้คนต่างด้าวในภายหลัง การกระทำดังกล่าวขัดกับกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และกำลังได้รับการแก้ปัญหาอย่างจริงจังจากหลายภาคส่วน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 คณะรัฐมนตรีมีมติให้รับทราบผลการวินิจฉัย และข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผผ.) กรณีปัญหาการถือครองหรือครอบครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยตัวแทนอำพรางของคนต่างด้าว (นอมินี)]ตามเสนอ และให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ได้ข้อยุติ โดยให้กระทรวงพาณิชย์สรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ/ความเห็นในภาพรวมแล้วส่งให้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ภายใน 30 วัน เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

อสังหาฯ ตึก ภาพปก

ผู้คำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

1.ในระยะเร่งด่วนให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นเจ้าภาพหลักในการป้องกัน ปราบปราม และตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีคนต่างด้าวถือหุ้น เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม

2.ให้กรมที่ดินกำชับและแจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติตามคู่มือ แนวทางปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ตามหนังสือกรมที่ดินที่ มท 0515.2/ว 6346 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2566 โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ให้เข้าใจและตระหนักรู้ ไม่เป็นผู้ถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือหากพบเห็นการกระทำผิดจะต้องแจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

3.ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพัฒนาระบบ AI มาช่วยในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายเป็นนอมินี และส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เมื่อแล้วเสร็จให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพิจารณากำหนดแนวทางที่ชัดเจนเพื่อให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดรับไปดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

4.ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กรมที่ดิน ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร สำนักงาน ปปง. กนอ. ธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยนอมินีของคนต่างด้าวทั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาและรูปแบบนิติบุคคลโดยในช่วงที่ยังไม่มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งกลไกที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องตัวแทนอำพรางเป็นการเฉพาะ โดยให้คณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าวกำหนดแนวทางการกำกับดูแล ป้องกันและปราบปราม และสืบสวนสอบสวนหรือตรวจสอบพฤติกรรมของบุคคลและนิติบุคคลที่อาจมีพฤติกรรมเป็นนอมินีเพื่อเป็นกลไกประสานงานไปพลางก่อน

5.ให้ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษเฝ้าระวัง ติดตาม และบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวดและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ปก นอมินี อสังหาฯ

6.ให้กรมป่าไม้กำหนดมาตรการหรือหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบนอมินีสำหรับผู้ยื่น ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 16 และมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และให้ความร่วมมือในการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป

7.ให้ มท. พิจารณาสั่งการให้ทุกจังหวัดใช้มาตรการเชิงบริหารเชิงรุกและตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ทั้งในรูปแบบนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในพื้นที่ชุมชนเมือง พื้นที่แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การเกษตรให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งติดตามประเมินผลและรายงานความก้าวหน้าทุกระยะต่อไปและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยนอมินี โดยแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด/รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีกรรมการจากตัวแทนหน่วยงานต่าง ๆ ตัวแทนภาคประชาชน สังคม และสมาคม เป็นกลไก

8.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการ ดังนี้

-ส่งเสริมขีดความสามารถของคนไทยในการทำธุรกิจเพื่อให้สามารถแข่งขันกับชาวต่างชาติและสามารถส่งออกผลผลิตไปยังต่างประเทศได้


-สั่งการให้เกษตรจังหวัดทุกจังหวัดที่มีการทำการเกษตรทั้งนาข้าวและสวนผลไม้ ใช้มาตรการเชิงบริหารเชิงรุก ป้องกันและปราบปราม มาตรการเฝ้าระวังเขตที่ดิน เพื่อติดตามกลุ่มทุนที่เข้าข่ายใช้คนไทยที่เป็นเกษตรกรเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจ ด้านการเกษตรและที่เกี่ยวเนื่อง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และติดตามประเมินผลและรายงานความก้าวหน้าในทุกระยะต่อไป

9.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามปฏิบัติการพิทักษ์สมุย ดังนี้

Bosses controlling every employee, human resource management, manipulation of mannequins, authority and power, giants standing behind the scenes dictating the actions of a group of businessmen

-ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน. ภาค 4) ปราบปรามผู้กระทำความผิดขั้นเด็ดขาดตามปฏิบัติการพิทักษ์สมุย เพื่อทวงคืน ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติกลับมาเป็นของรัฐและขยายผลการปฏิบัติไปยังจังหวัดต่าง ๆ และให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สนับสนุนการทำงานของ กอ.รมน. ภาค 4 ทั้งในด้านวิชาการ บุคลากร งบประมาณ และอื่น ๆ ที่จำเป็นและเกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

-ให้กรมป่าไม้ กรมที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตร. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สนับสนุนปฏิบัติการพิทักษ์สมุยในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการดำเนินคดีการสืบสวนทางลับ และการรายงานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ ให้ กอ.รมน. สั่งการให้ กอ.รมน. ภาค 1-3 ขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ตามแนวทางของ กอ.รมน. ภาค 4 ตามหน้าที่และอำนาจตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

-ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนพิจารณาให้ข้อมูลคำแนะนำการลงทุนแก่นักลงทุน และให้ความรู้ความเข้าใจในการประกอบธุรกิจ ที่ไม่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบัญชีที่หนึ่ง (4) การค้าที่ดินและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

-ให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีกำชับเทศบาลนครเกาะสมุย ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารด้วยความรอบคอบและเป็นไปตามกฎหมายและกฎกระทรวง รวมทั้งตรวจสอบและปราบปรามการประกอบกิจการสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามประกาศและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง

-ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาที่ดินต่อคณะทำงานของ กอ.รมน. ภาค 4 ทราบโดยเร็ว

10.ให้สภาทนายความกำหนดจริยธรรมสำหรับทนายความ โดยไม่ให้ร่วมมือกับคนไทย คนต่างด้าว หรือนิติบุคคลต่างด้าว หากมีการให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการกระทำที่เป็นลักษณะของนอมินี ให้สภาทนายความพิจารณาเป็นความผิดร้ายแรงต่อไป

นอมินี อสังหาฯ ปก

11.ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และดำเนินการในด้านอื่นๆ เช่น มาตรา 4 ควรแก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้

-แก้ไขนิยามของคำว่า “คนต่างด้าว” ดังนี้

-ให้ครอบคลุมถึงกรณีที่คนต่างด้าวมีอำนาจบริหารหรือครอบงำกิจการของนิติบุคคลที่คนต่างด้าวตั้งขึ้นมาโดยใช้คนไทยเป็นผู้อำพรางการทำธุรกรรม

-ให้มีความชัดเจนและรัดกุมมากขึ้น ทั้งการถือหุ้นทางตรงที่ให้คนต่างด้าวถือหุ้นได้ร้อยละ 49 หรือการถือหุ้นทางอ้อมที่คนต่างด้าวสามารถถือหุ้น ผ่านตัวแทน และกฎหมายควรมีความชัดเจนว่าต้องการให้คนต่างด้าวถือหุ้นหรือไม่ หากไม่ต้องการให้ถือหุ้นทางอ้อม ควรเพิ่มเติมคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นอีกร้อยละ 51 ที่เหลือให้ชัดเจน

-แก้ไขนิยามของคำว่า “ตัวแทนอำพราง” และ “ธุรกรรมอำพราง” เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับบุคคลและกิจกรรมที่เกี่ยวกับการทำนิติกรรมสัญญาหรือการดำเนินการใดๆ กับผู้อื่น ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินใดๆ หรือสิทธิในทรัพย์สินนั้นแทนคนต่างด้าว โดยปกปิดชื่อเจ้าของที่แท้จริงซึ่งเป็นคนต่างด้าวหรือกระทำการภายใต้การบริหารงาน การควบคุมหรือครอบงำของคนต่างด้าว ให้ถือว่าเป็นการทำธุรกรรม (1.3)

-แก้ไขคำนิยาม กำหนดการกระทำที่เข้าข่ายลักษณะการกระทำความผิดฐานตัวแทนอำพราง เช่น การซื้อขาย เช่า ให้เช่า โอน รับโอน หรือครอบครองทรัพย์สินโดยเจตนาเป็นตัวแทนอำพราง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางสิทธิที่แท้จริงจากการได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิใด ๆ แทนคนต่างด้าว รวมทั้งการสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือคนต่างด้าวโดยเป็นตัวแทนอำพราง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น

-กำหนดให้หุ้นบุริมสิทธิที่ให้สิทธิหุ้นคนต่างด้าวมากกว่าผู้ถือหุ้นสามัญ ทำให้คนต่างด้าวเป็นผู้มีอำนาจบริหารจัดการหรือครอบงำนิติบุคคล ให้ถือว่าเป็นนิติบุคคลต่างด้าว

-แก้ไขนิยามของคำว่า “ทุนจดทะเบียนของบริษัทจำกัด” ให้มีความชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันกฎหมายที่เกี่ยวกับทุนเรือนหุ้นและการแสดงทุนจดทะเบียนของบริษัทจำกัด ไม่ได้มีการบัญญัติให้ผู้ขอจดทะเบียนต้องแสดงหลักฐานว่าได้มีการเรียกและชำระเงินค่าหุ้นของบริษัทจำกัดนั้นจริงตามที่ได้แสดงไว้ในคำขอจดทะเบียน โดยมีหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากของธนาคารที่รับฝากเงินค่าหุ้นของบริษัทจำกัดนั้นๆ แต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่า บริษัทมีเงินทุนที่แท้จริงเท่ากับเงินทุนที่ได้จดไว้ต่อนายทะเบียน ได้กำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือหุ้นเท่านั้น เช่น ใบสำคัญรับชำระเงินค่าหุ้น

ดังนั้น กฎหมายในปัจจุบันจึงยังมีข้อบกพร่องหรือช่องโหว่ที่ไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเหมาะสม รัดกุม และชัดเจน จึงควรมีการแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด

-แก้ไขมาตรา 36 และ 37 โดยเพิ่มอัตราโทษจำคุกและโทษปรับให้สูงขึ้น

-กำหนดความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เป็นความผิดมูลฐานและเป็นความผิดฐานฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์ และให้เพิ่มมาตรการ ยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดไว้ชั่วคราวเพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน ที่ได้จากการประกอบธุรกิจโดยการตั้งตัวแทนอำพรางหรือการหลบหนีการบังคับคดีของศาล

-ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นหน่วยงานหลักในการปราบปรามการตั้งตัวแทนอำพราง และเพิ่มอำนาจให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีอำนาจตรวจสอบและจับกุม เมื่อพบการกระทำความผิดในการตั้งตัวแทนอำพราง

-ให้เพิ่มมาตรการกรณีผิดเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการกระทำผิดฐานนอมินี เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้เด็ดขาดตามหลักความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

Corruption in business

12.ให้กรมที่ดินพิจารณาปรับปรุงประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนี้

-เพิ่มโทษจำคุกและโทษปรับแก่คนต่างด้าวที่กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน

-กรณีคนต่างด้าวที่ถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมควรจะได้รับเงินคืนจากการจำหน่ายที่ดินตามมาตรา 94 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินและควรที่จะยึดที่ดินดังกล่าวให้ตกเป็นของแผ่นดิน

13.เห็นควรให้นายกรัฐมนตรีอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการทำธุรกรรมอำพรางแทนคนต่างด้าว เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการติดตามตรวจสอบ ศึกษา และประมวลผลการกระทำที่เข้าข่ายธุรกรรมอำพราง โดยควรมีสาระสำคัญครอบคลุมในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

-แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการทำธุรกรรมลักษณะตัวแทนอำพราง (คณะกรรมการฯ) ระดับชาติและระดับจังหวัด เพื่อให้มีบทบาทและหน้าที่เสนอมาตรการป้องกันการทำธุรกรรมที่มีลักษณะตัวแทนอำพราง และกำหนดองค์ความรู้และประสานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ โดยกำหนดให้นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ และให้มีคณะกรรมการระดับจังหวัดในทุกจังหวัดรวมทั้ง กทม. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน

-กำหนดให้มีหน่วยงานหลักเพื่อบูรณาการข้อมูลและประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานและสนับสนุนงานธุรการของคณะกรรมการฯ โดยจัดสรรเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอในการติดตาม ตรวจสอบ ศึกษาวิจัย และประมวลผลการกระทำในรูปแบบต่าง ๆ ที่เข้าข่ายการทำธุรกรรมอำพราง และมอบหน้าที่และอำนาจให้แก่หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบนิติกรรมสัญญาหรือการดำเนินการใด ๆ ที่มีลักษณะเป็นตัวแทนอำพรางหรือธุรกรรม อำพราง และยกเลิกเพิกถอนนิติกรรมสัญญาที่ได้กระทำก่อนที่จะมีกฎหมายบังคับใช้ได้

-กำหนดนิยามของคำว่า “ตัวแทนอำพราง” และ “ธุรกรรมอำพราง” เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับบุคคลและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำนิติกรรมสัญญาหรือการดำเนินการใด ๆ กับผู้อื่น ทั้งทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินใด ๆ หรือสิทธิในทรัพย์สินนั้นแทนคน ต่างด้าว โดยปกปิดชื่อเจ้าของที่แท้จริงซึ่งเป็นคนต่างด้าวหรือกระทำการภายใต้การบริหารงาน การควบคุมหรือครอบงำของคนต่างด้าว ให้ถือว่าเป็นการทำธุรกรรมอำพราง

-กำหนดการกระทำที่เข้าข่ายลักษณะการกระทำความผิดฐานตัวแทนอำพราง เช่น การซื้อขาย เช่า ให้เช่า โอน รับโอน หรือครอบครองทรัพย์สินโดยเจตนาเป็นตัวแทนอำพราง หรือกระทำการใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางสิทธิที่แท้จริงจากการได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิใด ๆ แทนคนต่างด้าว ซึ่งรวมถึงการให้การสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือคนต่างด้าวโดยเป็นตัวแทนอำพราง

14.เห็นควรให้คณะรัฐมนตรีจัดทำกฎหมายเฉพาะในระดับพระราชบัญญัติเพื่อใช้บังคับในการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยนอมินี โดยควรมีสาระสำคัญครอบคลุมในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

-กำหนดหลักการให้มีกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิด ลักษณะตัวแทนอำพรางเพื่อใช้เป็นกฎหมายเฉพาะในความผิดฐานตัวแทนอำพราง

-บัญญัตินิยามของคำว่า “ตัวแทนอำพราง” และ “ธุรกรรมอำพราง” เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับบุคคลและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำนิติกรรมสัญญาหรือการดำเนินการใด ๆ กับผู้อื่น ทั้งทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินใด ๆ หรือสิทธิในทรัพย์สินนั้นแทนคนต่างด้าว โดยปกปิดชื่อเจ้าของที่แท้จริงซึ่งเป็นคนต่างด้าวหรือกระทำการภายใต้การบริหารงาน การควบคุมหรือครอบงำของคนต่างด้าว ให้ถือว่าเป็นการทำธุรกรรมอำพราง

-บัญญัติการกระทำที่เข้าข่ายลักษณะการกระทำความผิด ฐานตัวแทนอำพราง เช่น การซื้อขาย เช่า ให้เช่า โอน รับโอน หรือครอบครองทรัพย์สินโดยเจตนาเป็นตัวแทนอำพราง หรือกระทำการใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางสิทธิที่แท้จริงจากการได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิใด ๆ แทนคนต่างด้าว ซึ่งรวมถึงการให้การสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือคนต่างด้าวโดยเป็นตัวแทนอำพราง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น