fbpx
© thaipropertymentor.com - 2021. All rights reserved.

ในร่าง ผังเมืองกทม. ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 จะมี 25 พื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้ถูกปรับสีการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เข้มข้นขึ้น เพื่อรองรับกับระบบขนส่งมวลชนทางรางเส้นทางปัจจุบันและในอนาคต โดยเฉพาะการขยายตัวของพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางกว่า 60,000 ไร่ กระจายอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกและฝั่งเหนือของกทม. สำหรับในตอนแรกได้กล่าวถึงบริเวณที่มีการ Upgrade ไปแล้ว 10 บริเวณ ติดตามอ่านได้ที่ Upgrade 25 ทำเลทั่วกรุงรองรับโครงข่ายรถไฟฟ้า(ตอนที่ 1) ส่วนอีก 15 บริเวณที่จะปรับการใช้ประโยชน์ตามร่าง ผังเมืองกทม. ฉบับใหม่ มีดังนี้ บริเวณที่ 11 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.4) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.7) บริเวณถนนศรีนครินทร์ เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) บริเวณที่ 12 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.7) เป็นพาณิชยกรรม (พ.5) บริเวณถนนศรีนครินทร์และถนนบางนา-ตราด เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) บริเวณที่ 13 ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.5)

ในร่าง ผังเมืองกทม. ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 จะมี 25 พื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้ถูกปรับสีการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เข้มข้นขึ้น เพื่อรองรับกับระบบขนส่งมวลชนทางรางเส้นทางปัจจุบันและในอนาคต โดยเฉพาะการขยายตัวของพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางกว่า 60,000 ไร่ กระจายอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกและฝั่งเหนือของกทม. สำหรับร่างผังเมืองกทม.ได้มีการปรับเพิ่ม-ลด พื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินตามประเภทดังนี้ ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เนื้อที่ตามผังเมืองกทม.ฉบับปัจจุบันมีจำนวน 273,957.82 ไร่ หรือคิดเป็น 27.97% ในร่างผังเมืองกทม.ฉบับใหม่ ปรับลดลงเหลือ 246,116.80 ไร่ คิดเป็น 25.13% หรือลดลง 27,841.02 ไร่ โดยไปเพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาปานกลางแทน ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ในผังเมืองกทม.ฉบับปัจจุบัน มีเนื้อที่ 155,050.51 ไร่ คิดเป็น 15.83% ร่างผังเมืองกทม.ฉบับใหม่ จะปรับเพิ่มเป็น 216,033.61 ไร่ คิดเป็น 22.06% หรือเพิ่มขึ้น 60,983.10

ทำเลพระราม 2 กำลังจะถูกพลิกโฉมอีกครั้ง ด้วยทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ที่เริ่มตอกเข็มก่อสร้างทางด่วนลอยฟ้าคร่อมถนนพระราม 2 จากบริเวณกม.ที่ 13 ไปตามแนวทางด่วนไปสิ้นสุดโครงการที่บริเวณถนนพระราม 3 ใกล้กับทางแยกต่างระดับบางโคล่ ในช่วงเวลา 3-4 ปี สำหรับการก่อสร้าง การจราจรบนถนนพระราม 2 ซึ่งปกติมีปัญหาติดขัดอย่างหนักอยู่แล้วจะยิ่งหนักขึ้นไปอีก แม้ว่า รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงคมนาคมจะกำชับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และผู้รับเหมา พยายามลดผลกระทบกับผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจรบนถนนดังกล่าวก็ตาม แต่ก็เชื่อว่า คงจะแก้ปัญหาอะไรได้ไม่มากนัก  โดยคาดว่าทางด่วนเส้นทางนี้จะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2567 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า [embed]https://youtu.be/KjEgCCht4DQ[/embed] คลิปวิดีโอโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หากโครงการเสร็จสมบูรณ์จะอัพ ทำเลพระราม 2 ขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เนื่องจากทำเลพระราม 2 ปัจจุบันเป็นทำเลที่อยู่อาศัยแนวราบที่ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อหาที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน เพราะเป็นทำเลที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่ย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองได้สะดวกรวดเร็ว เมื่อเทียบกับทำเลชานเมืองทางโซนอื่นๆ ของกทม. เมื่อมีทางด่วนขยายออกไปนอกเขตวงแหวนรอบนอกและจะไปเชื่อมต่อกับกับโครงการทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 หรือมอเตอร์เวย์สายธนบุรี-ปากท่อของกรมทางหลวง ที่ได้เริ่มก่อสร้างไปแล้วก่อนหน้า การเดินทางเข้าออกเมืองจะยิ่งสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และจะขยายพื้นที่การพัฒนาที่อยู่อาศัยเชื่อมต่อจากกรุงเทพฯไปจนถึงสมุทรสาครเลยทีเดียว โดยเฉพาะบริเวณโดยรอบของทางขึ้น-ลงทั้งขาเข้าขาออกของทางด่วนพระราม 3

การเปลี่ยนแปลงของการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ ตาม "ร่าง" ผังเมืองใหม่กรุงเทพมหานครครั้งที่ 4 บทความโดย ธนาคารเกียรตินาคิน ตามที่ทราบโดยทั่วกันว่าผังเมืองรวมเมืองกทม.จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยเบื้องต้นกำหนดการเดิมจะมีการปิดประกาศ 90 วัน ภายในพฤษภาคม 2563 นี้ และจะมีการบังคับใช้ภายในสิ้นปี 2563 ในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนา อสังหาริมทรัย์ และการพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานครให้เติบโตขึ้นตามสภาพการณ์ และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ผังระดับประเทศและระดับภาค หรือการพัฒนาในกรุงเทพฯที่เห็นได้ชัดอย่างระบบคมนาคม ระบบขนส่งสาธารณะ ที่มีโครงข่ายครอบคลุมทุกพื้นที่มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากร แนวการขยายตัวทางกายภาพที่เกิดขึ้นจริงของชุมชนการอยู่อาศัยที่สอดคล้องไปกับการพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และสาธารณูปการต่างๆ จึงมีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ทำให้ร่างผังเมืองฯ ในครั้งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนในหลายมิติ แต่เราจะยกแค่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาคการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นำมาวิเคราะห์ในเห็นภาพว่ามีเปลี่ยนแปลงในทิศทางใดที่ดูน่าสนใจ เมื่อต้องการให้เมืองขยายตัว ชุมชนการอยู่อาศัยก็ต้องขยายตัว [caption id="attachment_8394" align="aligncenter" width="628"] เปรียบเทียบของผังเมืองเดิม และผังเมืองใหม่[/caption] จากเดิมจะเห็นว่ามีการกระจุกตัวของความหนาแน่นอยู่แค่พื้นที่ใจกลางเมืองบริเวณรอบวงแหวนชั้นใน ที่เป็นพื้นที่สีแดงและพื้นที่สีน้ำตาล เมื่อระบบเศรษฐกิจและแหล่งงานในเมืองเติบโตขึ้น จึงวางแผนการขยายตัวของชุมชนการอยู่อาศัยบริเวณรอบๆ ออกไปในกรอบโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าให้มีความหนาแน่นมากยิ่งขึ้น โดยการขยายพื้นที่สีส้มที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

กรมที่ดิน ปรับโฉมแอพพลิเคชั่น “LandsMaps” เชื่อมโยงผังเมือง ให้เจ้าของที่ดินตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า จากการที่กรมที่ดินเริ่มให้บริการแอพพลิเคชั่น “LandsMaps” มาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อให้ประชาชนสามารถค้นหาตำแหน่งแปลงที่ดินจากเลขที่โฉนด รูปแปลงที่ดิน ราคาประเมินที่ดิน สิ่งแวดล้อมรอบๆ แปลงที่ดิน ตรวจสอบเส้นทางเพื่อเดินทางไปยังแปลงที่ดิน รวมทั้งตรวจสอบสถานที่ตั้งของสำนักงานที่ดินที่เกี่ยวข้องได้ โดยใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งจากประชาชน เอกชน และหน่วยงานภาครัฐ โดยในรอบปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้เข้าใช้งานในระบบสูงขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 52 ล้านครั้ง ดังนั้นเพื่อให้แอพพลิเคชั่น LandsMaps มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กรมที่ดินจึงได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครและกรมโยธาธิการและผังเมือง ในการนำข้อมูลผังแนวเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (Zoning) มาซ้อนทับบน Layer ของรูปแปลงที่ดิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบได้ว่าที่ดินของตนเองหรือบริเวณที่สนใจสามารถทำประโยชน์ประเภทใดได้บ้าง เช่น เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่อยู่อาศัยหรือพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม โดยจะสามารถตรวจสอบแนวเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (Zoning) ร่วมกับรูปแปลงที่ดินได้จากคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทางไปตรวจสอบยังสำนักงานที่ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ทำให้สะดวกในการทำธุรกิจ หรือ ease of doing

จังหวัดนครราชสีมา หรือ “เมืองโคราช” เป็นอีกหนึ่งเมืองหลักที่เป็นประตู่สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศักยภาพพื้นที่จัดเป็นเมืองที่จะได้รับการยกระดับให้เป็นฮับการเดินทางสู่ภาคอีสาน เนื่องจากมีทั้งรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ก่อนจะขยายไปถึงจังหวัดหนองคายในอนาคต และมอเตอร์เวย์ เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา ตลอดจนรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระที่จะเปิดให้บริการในเร็วๆนี้ ในขณะที่เมืองโคราชกำลังเดินหน้าพัฒนาในมิติต่างๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง โดยปัจจุบันบริษัท โคราชพัฒนาเมือง จำกัด อยู่ระหว่างการเร่งผลักดันโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของเมืองด้วยการพัฒนาแอพพิเคชั่น App 4Rester เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยให้คนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้ในการสืบค้นข้อมูลต้นไม้ผ่านการปักหมุด GPS ในเบื้องต้นได้มีการสำรวจต้นไม้ในพื้นที่เขตเมืองเก่าและรอบเมืองพบว่ามีจำนวนประมาณ 2,000 ต้น ที่จะต้องร่วมมือกันอนุรักษ์ให้เป็นพื้นที่สีเขียวไว้กรองมลพิษ PM 2.5 ที่สร้างผลกระทบไปทั่วประเทศในขณะนี้ ดร.ศิริวัฒน์ สาระเขตต์ หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า ได้พบเห็นบ่อยครั้งกรณีต้นไม้ในเมืองถูกตัดโค่นเนื่องมาจากขาดการดูแลที่ดี ทั้งๆ ที่น่าจะมีแนวทางดูแลที่ดีกว่านี้หากมีฐานข้อมูลที่ดีว่ามีต้นไม้อะไร ปลูกอยู่ตรงพื้นที่ใดบ้าง โดยใช้นวัตกรรมเข้าไปบริหารจัดการ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการของมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุลที่รวบรวมข้อมูลต้นไม้เพื่อนำเสนอรายงานต่อโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับแอพพิเคชั่น App 4Rester นั้นมีความหมายถึงผู้พิทักษ์ป่า ป่าในเมือง ป่าในมือ ที่ต่อจากนี้ไปประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลต้นไม้ได้จากแอพในมือถือได้สะดวกรวดเร็วขึ้น

เปิดประชุมคณะกรรมการนโยบายผังเมืองแห่งชาติ ตามพ.ร.บ.ผังเมืองฉบับใหม่นัดแรก ประวิตร นั่งหัวโต๊ะ ถกหลักเกณฑ์ตั้งกรรมการ เร่งจัดทำธรรมนูญผังเมือง ขับเคลื่อนการจัดทำผังเมืองในทุกระดับ นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมาได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ซึ่งในวาระเริ่มแรกนี้เป็นการประชุมเฉพาะกรรมการโดยตำแหน่ง (ตามมาตรา 106) เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนภารกิจด้านการผังเมืองตามเจตนารมณ์ที่พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 กำหนดไว้ ในวาระแรกคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ ได้พิจารณาหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งกรรมการผังเมือง ตามมาตรา 80 (4) และ (5) จากนั้นคณะกรรมการผังเมืองจึงจะสามารถประชุมเพื่อแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดตามลำดับต่อไปได้ อีกทั้ง ในมาตรา 75 (8) กำหนดให้คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติมีหน้าที่จัดทำธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง เพื่อใช้เป็นหลักการพื้นฐานที่ผู้เกี่ยวข้องกับการผังเมืองพึงปฏิบัติและเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ดังนั้นเพื่อให้ภารกิจด้านการผังเมืองในช่วงของการเปลี่ยนผ่านกฎหมายนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องประชุมคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติเฉพาะกรรมการโดยตำแหน่ง เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในภารกิจด้านการผังเมืองให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานต่อไป สำหรับพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ได้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่

“ขอนแก่นพัฒนาเมือง” ร่วมกับกลุ่มน้ำตาลมิตรผล และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC เร่งฟื้นฟูย่านศรีจันทร์ ให้เป็นศูนย์กลางเมืองสร้างสรรค์รองรับคนรุ่นใหม่ วัยสตาร์ทอัพ ดึง 3 เจนเนอเรชั่นร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ก่อนที่จะส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ต่อยอดร่วมขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้ร่วมกับศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC ขอนแก่น ภายใต้สังกัดสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เครือข่ายเทศบาลนครขอนแก่น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชมรม กลุ่มนักสร้างสรรค์ ในนามชมรม Srichan Club พัฒนาย่านสร้างสรรค์ศรีจันทร์ สู่พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้นแบบแห่งอีสาน จัดกิจกรรมเล่าเรื่องเก่าย่านขอนแก่น โดยเชิญระดับผู้ใหญ่ใน 3 เจนเนอเรชั่นที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่นเมื่อ 40 ปี 50 ปี และ 70 ปี มาเล่าเรื่องความเป็นมาของขอนแก่นให้กลุ่มผู้สนใจรับฟัง ส่วนในช่วงที่ 2

ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ยกทำเล "เจริญนคร" เป็นทำเลฮอตปี 2563 ชี้รถไฟฟ้าสายสีทอง-ห้างไอคอนสยาม เพิ่มศักยภาพการพัฒนาในพื้นที่ ขณะที่ราคาคอนโดถูกกว่าย่านซีบีดีกว่าครึ่ง นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการพัฒนาที่พักอาศัยในปี 2563 จะถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการที่แท้จริง โดยพื้นที่ที่เคยถูกมองข้ามจะกลายเป็นทำเลยอดนิยม อย่างเช่น ถนนเจริญนคร ฝั่งธนบุรี ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจอย่างสูงจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในปัจจัยสำคัญ คือ การมีสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เมื่อมีการเปิดตัวของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ระดับห้าดาวอย่างไอคอนสยาม ทำให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงทั้งฝั่งกรุงเทพฯ และฝั่งธนบุรีโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าเมือง อีกทั้งหากพิจารณาจากทำเลที่ตั้งของย่านเจริญนครแล้วก็พบว่าอยู่ใกล้ย่านใจกลางธุรกิจหรือซีบีดีอย่างสาทรและสีลมเป็นอย่างมาก มีเพียงแม่น้ำเจ้าพระยาคั่นไว้ นอกจากนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง (สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี-สำนักงานเขตคลองสาน-สะพานพุทธ) ซึ่งเชื่อมต่อฝั่งกรุงเทพฯ และฝั่งธนบุรี ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งจะมีการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสะพานตากสินให้เป็นสถานีที่มี 2 ชานชาลาและเป็นรางคู่ จึงทำให้การเติบโตของย่านเจริญนครอาจเทียบได้ใกล้เคียงกับย่านอื่นในฝั่งกรุงเทพฯ โดยจุดดึงดูดที่สำคัญของย่านเจริญนครคือ ราคาที่พักอาศัยแนวสูงที่ถูกกว่าย่านซีบีดีมากกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นระดับไฮเอนด์ มีราคาขายโดยเฉลี่ยไม่เกิน 100,000 -

ในช่วงปีที่ผ่านมาบางนาและพื้นที่ใกล้เคียงมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างร้อนแรง จากการเปลี่ยนผ่านเขตอุตสาหกรรมมาสู่การเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาที่พักอาศัยอย่างเห็นได้ชัดเจน และเป็นพื้นที่ที่กลุ่มนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง จนพื้นที่โซนบางนาติดอันดับ "ทำเลทองที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ในระดับพรีเมี่ยม" สำหระบพื้นที่เป้าหมายของกลุ่มผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้ขยายตัวอย่างกว้างขวาง รวดเร็ว ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ถนนลาดกระบัง, อ่อนนุช-ลาดกระบัง ที่มุ่งสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา, เปร็ง-สยามโปโล เลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ-นิคมอุตสาหกรรมบางปู, บางบ่อ, บางพลี, กิ่งแก้ว, สุวินทวงศ์มุ่งสู่จังหวัดปราจีนบุรี ตลาด 100 ปี, ถนนศรีวารีน้อย เชื่อมต่อวงแหวนกาญจนาภิเษก, มอเตอร์เวย์ อัมฤทธิ์ทานชู รอย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท กรีนฟิลด์ แอดไวซอรี่ จำกัด กลุ่มทุนสิงคโปร์ ที่เข้ามาร่วมทุนจัดตั้งบริษัท ฟัลครัม เวนเจอร์ส จำกัด พัฒนาและเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัยระดับพรีเมี่ยมในชื่อ"พานารา เทพารักษ์"ได้วิเคราะห์ภาพทำเลดาวรุ่งเศรษฐกิจโซน“บางนา” ไว้อย่างน่าสนใจ โอกาสทองของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ “จากรายงานการศึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ต่างเห็นพ้องตรงกันว่า โซนบางนาเป็นทำเลศักยภาพที่เติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลุ่มทุนที่มีแลนด์แบงก์แปลงใหญ่ต่างเตรียมพัฒนาโครงการในพื้นที่โซนนี้ โดยรวบรวมความหลากหลาย อาทิ การค้าปลีก ศูนย์การค้า ต่อเนื่องไปถึงโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยม ที่มีระดับราคาที่จับต้องได้ ไม่สูงมากนัก”