fbpx
© thaipropertymentor.com - 2021. All rights reserved.
HomeReal- Sustainable

Real- Sustainable

สภาองค์กรของผู้บริโภคย้ำข้อเสนอ แก้วิกฤตราคาน้ำมัน-LPG แพง รัฐบาลต้องหยุดล้วงเงินกองทุนน้ำมัน ด้วยการหยุดต้นทุนราคาเทียม และลดภาษีน้ำมันโดยเร็ว จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาน้ำมันและราคา LPG หรือก๊าซหุงต้มปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรัฐบาลพยายามตรึงราคาด้วยการใช้เงินกองทุนน้ำมันไปชดเชย ทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันติดลบเกิน 8,700 ล้านบาท จนรัฐบาลต้องกู้เงินมากถึง 2-3 หมื่นล้านบาทมาจัดการหนี้สินที่เกิดขึ้นนั้น สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) จึงได้จัดเวที ‘ราคาน้ำมันพุ่ง ก๊าซหุงต้มแพง วิกฤตมหากาพย์ผู้บริโภค’ เพื่อพูดคุยและสะท้อนปัญหาการจัดการราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (LPG) โดยมีข้อเสนอสำคัญตอกย้ำไปยังรัฐบาล 2 ข้อ ดังนี้ 1. ยกเลิกการกำหนดโครงสร้างราคาน้ำมัน และ LPG ที่ผลิตในประเทศแต่ไปอิงราคาตลาดโลกซ้ำยังบวกค่าใช้จ่ายในการนำเข้าซึ่งเป็นต้นทุนเทียม เสมือนว่ามีการนำเข้าจากต่างประเทศไปเสียทั้งหมด 2.ปรับลดภาษีน้ำมันให้เป็นธรรมกับภาวะค่าครองชีพของประชาชนและราคาเชื้อเพลิงตลาดโลกที่สูงขึ้น อิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า ด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจึงเป็นปัจจัยหนุนทำให้สินค้าและบริการต่างๆ มีราคาแพงขึ้น ปัจจุบันราคาน้ำมันในประเทศอยู่ที่ลิตรละประมาณ 30-40 บาท ในส่วนดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงของภาคขนส่ง แม้รัฐบาลจะมีนโยบายตรึงราคาให้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร แต่ราคาก็ยังสูงกว่าราคาในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา อินโดนีเซีย

โครงการเฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วไทย ซึ่งมูลนิธิเอสซีจีได้จัดทำขึ้นเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีในการมารับบริการในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ให้เป็นมากกว่าพื้นที่รักษาทางกาย แต่เป็นพื้นที่ที่จะช่วยฟื้นฟูจิตใจของผู้ป่วยและครอบครัว โครงการนี้ริเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2562 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมูลนิธิเอสซีจี ได้ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กลุ่มวิจัยสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาคีเครือข่ายสถาปนิก และธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ตั้งใจที่จะสร้างความสุขให้ผู้ที่เข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลมีความสะดวกสบาย สะอาด ปลอดภัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี พื้นที่แห่งความสุขภายในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชที่มีอยู่ 21 แห่งทั่วประเทศ โดยแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป การออกแบบจะเอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดีของคนทุกกลุ่ม ผ่านกระบวนการออกแบบแบบมีส่วนร่วม Participatory Design เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนในแต่ละบริบท ครอบคลุมความต้องการของทั้งโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย ญาติ สถาปนิก นักออกแบบ และประชาชนที่ใช้งานพื้นที่จริง โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้มีรายได้น้อย ผู้พิการ และผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง ในการก่อสร้างได้นำเทคโนโลยี Building Information Modeling

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน และเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร โดยมุ่งมั่นเดินหน้าในพันธกิจสีเขียว วางเป้าหมายเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่วางเป้าหมายสู่ Net-zero โดยจะเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ สำหรับพันธกิจในปี 2565 โครงการแสนสิริต้องใช้พลังงานสะอาด ด้วยการติดตั้ง Solar Roof ในส่วนกลางของโครงการใหม่ 100% รวมทั้ง ติดตั้ง Solar Roof ในบ้านทุกหลังของโครงการใหม่ในระดับบน 100% ภายในปี 2565 พร้อมไฟในสวนต้องเป็นไฟพลังงานแสงอาทิตย์ 100% ทุกโครงการในปีนี้เช่นกัน ส่วนไฟถนนจะเป็นไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะเริ่มในปีนี้เช่นเดียวกัน และผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็น 100% ในปี 2573 รวมถึงส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยส่วนกลางของทุกโครงการใหม่ของแสนสิริต้องมี EV Charger 100% เริ่มต้นในปีนี้ และต้องทำให้ได้

ภายใต้แนวคิด “Thanasiri Well being” ของบริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายใต้ชื่อ THANA นำทีมโดย นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ ยึดนโยบาย 3 เรื่องหลัก ได้แก่ Enhance Quality of Family Life , Environment Care & Energy Saving และ Embrace Community & Social Sharing เพื่อให้เกิดความความยั่งยืนและพอเพียง ทั้งทางด้านคุณภาพชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และร่วมกันส่งเสริมโอกาสให้ชุมชนและสังคม ล่าสุด บริษัทได้จับมือกับสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.นนทบุรี

“ยูนิเวนเจอร์” เดินหน้าส่งต่อพลังความห่วงใย ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 ด้วยแนวคิด “Invest in tomorrow” มุ่งเน้นการพัฒนาความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่ลงทุน พร้อมส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ยั่งยืน ชูโครงการพิเศษ “40 ปี 40 ดวงใจใหม่” โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่ขาดโอกาส พร้อมลงมือสานต่อโครงการเพื่อสังคมอื่นๆ ต่อไป นายกำพล ปุญโสณี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา นอกจากการทำธุรกิจอย่างมีบรรษัทภิบาล บริษัทยังมุ่งเน้นการสร้างสมดุลของรายได้ และพัฒนาความเชี่ยวชาญของธุรกิจที่ลงทุนเพื่อก่อให้เกิดรายได้ และผลตอบแทนที่มั่นคงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Invest in tomorrow” ควบคู่กับการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม

นางมาริวิค เฮลสเติร์น ผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ พร้อมด้วย นางสาวจีรวรรณ อำไพวรรณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งมอบห้องน้ำและปรับปรุงอาคารเรียน ผ่านโครงการ “เฮเฟเล่ แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้สังคม ปีที่ 10 ครั้งที่ 14 สานต่อวิสัยทัศน์และแนวนโยบายด้านซีเอชอาร์ของบริษัท ในการส่งเสริมการสร้างสุขอนามัยที่ดีและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชน โดยยกทัพทีมพนักงานเฮเฟเล่ร่วมปรับปรุงห้องน้ำ, อ่างล้างมือ และทาสีอาคารเรียน พร้อมมอบทุนการศึกษา เพื่อให้น้องๆ นำไปใช้ ต่อยอดทางการศึกษาต่อไป โดยมี นางภควรรณ จิตรโคตร ผู้อำนวยการโรงเรียน บ้านโสกรัง และนายสุพจน์ ขันโนนเขวา ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564