fbpx

Top 5 บริษัทอสังหาฯ กวาดรายได้ฝ่าวิกฤติโควิด-19

Warapong Pankaew17 มีนาคม 20212min1586

Top 5 ของบริษัทอสังหาฯ ที่ทำรายได้สูงสุดภายใต้ภาวะวิกฤติจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปี 2563 

ปี 2563 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ต้องฟันฝ่าวิกฤติจากมหันตภัยไวรัสโควิด-19 ชนิดที่เรียกว่า แต่ละบริษัทต้องปรับกลยุทธ์กันทุกกระบวนท่า เพื่อรับมือกับวิกฤติที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน บางรายก็ประคองตัวฝ่ามรสุมออกมาได้ บางรายทำได้ดีกว่าที่คาดคิด ขณะที่อีกหลายรายบาดเจ็บเล็กน้อยไปจนถึงเจ็บหนักต้องพักรักษาตัวรอจังหวะฟื้นกลับมาอีกครั้ง

ศึกครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนจากวิกฤติอีกครั้งที่ต้องบันทึกเอาไว้ และนี่คือผลงานในปี 2563 ของบริษัทอสังหาฯในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกว่า 30 บริษัท ใครบ้างคือผู้ชนะไปติดตามกันครับ

กำไรบริษัทอสังหาฯวูบ 41%
Property Mentor ได้รวบรวมตัวเลขผลการดำเนินการของ 33 บริษัทอสังหาฯที่มี core business เป็นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย โดยพบว่า ในปี 2563 ทั้ง 33 บริษัทมีรายได้รวมกันอยู่ที่ 306,717 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่มีรายได้รวม 342,868 ล้านบาท อยู่ที่ -11% ซึ่งก็ถือว่า ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก

ยิ่งเมื่อดูเฉพาะตัวเลขรายได้จากการขายบ้าน-คอนโดเพียวๆ ตัวเลขลดลง -6% เป็นอะไรที่ยอมรับได้ เมื่อเทียบกับขนาดของวิกฤติที่ใหญ่โตไปทั่วทั้งโลก โดยในปี 2563 ทั้ง 33 บริษัทมีรายได้จากการขายบ้านและคอนโดรวมกัน 271,383 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2562 ทำรายได้จากการขายได้ 289,156 ล้านบาท (-6%)

แต่ที่น่าตกใจ แต่ก็ไม่ได้เกินความคาดหมายก็คือส่วนของกำไรสุทธิที่ทำกันได้รวม 28,945 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิรวมที่ 49,236 ล้านบาท กำไรโดยรวมลดลงไปถึง 41% ทีเดียว นั่นเป็นเพราะแต่ละบริษัทเล่นเกมหนีตายขายลดราคากันแบบจัดหนัก แบบทั่วๆ ไปต้องมีส่วนลด 20-30% หรือบางรายจัดกันไปถึง 40-50% ตามสภาวะความจำเป็นของแต่ละบริษัท

ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิโดยเฉลี่ยของบริษัทอสังหาฯร่วงลงมาอยู่ที่ 9% กว่าๆ จากปีที่แล้วอยู่ที่ 14% ขณะที่ในยุครุ่งๆ อัตรากำไรสุทธิในธุรกิจอสังหาฯต้องพูดกันที่หลัก 20% อัพอัพ

สะท้อนภาพรวมของตลาดในช่วงเวลานี้ได้เป็นอย่างดีว่าธุรกิจอสังหาฯอยู่ในภาวะชะลอตัว พร้อมกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรง เพื่อระบายสต๊อกที่แบกเอาไว้ โดยเฉพาะในตลาดคอนโดที่ยังคงต้องล้างสต๊อกกันไปอีกทั้งปีนี้และปีหน้า การที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้ วิกฤติจากไวรัสโควิด-19 ต้องเริ่มคลี่คลายจนมีการเปิดประเทศให้มีการเดินทางเข้าออก ซึ่งรัฐบาลตั้งธงเอาไว้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 หลังจากนายกฯฉีดวัคซีนเข็มแรกเป็นการปลุกขวัญและกำลังใจไปแล้วเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าเศรษฐกิจจะค่อยๆ ฟื้นตามมา ภาคอสังหาฯถึงจะได้ขยับ ซึ่งในปีหน้าถึงจะเริ่มเห็นภาพชัดว่าปลายอุโมงค์อยู่ตรงไหน

แสนสิริ แชมป์รายได้สูงสุด
มาต่อกันที่ Top 5 ในตลาดของปี 2563 บริษัทที่มียุทธวิธีที่โดดเด่นที่สุด ก็คือ แสนสิริ การชิงลงมือก่อน คิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว ด้วยกลยุทธ์ speed to market และอยู่ฟรี 24 เดือน ทำให้แสนสิริมีรายได้รวมเป็นอันดับ 1 ที่ 34,707 ล้านบาท ล้มแชมป์เก่าในปี 2562 อย่างพฤกษา โฮลดิ้ง ไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก อ่านเพิ่มเติม…Speed to Market กลยุทธ์ รับ-รุก-เร็ว สไตล์ แสนสิริ

ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ มียอดขายรวม 31,058 ล้านบาท รักษาความเป็น No.2 เอาไว้ได้ แบบนิ่งๆ เนียนๆ ด้วยพอร์ตบ้านแนวราบในมือที่สอดรับกับพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับสินค้าที่รองรับกลุ่มกลาง-บนเป็นฐานหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรียลดีมานด์ที่มีสถานะทางการเงินที่มั่นคงทำให้แลนด์ยังคงครองตำแหน่งอันดับ 2 เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา อ่านเพิ่มเติม…แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เปิดสูตรลงทุนอสังหาฯปี 64

อันดับที่ 3 คือ เอพี (ไทยแลนด์) มีรายได้รวม 29,959 ล้านบาท โดยเอาชนะอันดับ 4 อย่างพฤกษา โฮลดิ้งได้อย่างเฉียดฉิว ทั้งนี้เอพีโดดเด่นในแง่ของการบริหารจัดการภายในองค์กรควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพอร์ตสินค้าให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคภายใต้เป้าหมาย EMPOWER LIVING ซึ่งจะว่าไปแล้ว หากรวมรายได้จากโครงการร่วมทุนในปีที่ผ่านมา เอพี จะมีรายได้รวมถึง 46,130 ล้านบาท เป็นเบอร์ 1 ของตลาดในแง่ของรายได้รวม อ่านเพิ่มเติม…อนุพงษ์ อัศวโภคิน ไขความลับสู่ความสำเร็จ เอพี ไทยแลนด์

พฤกษา โฮลดิ้ง ตกบัลลังก์
อันดับ 4 เป็นของแชมป์เก่า พฤกษา โฮลดิ้ง มีรายได้รวมในปี 2563 อยู่ที่ 29,513 ล้านบาท ตกลงจากที่เคยทำได้ในปี 2562 ที่ 40,152 ล้านบาท ถือเป็นปีที่ต้องตั้งหลักกันใหม่สำหรับพฤกษา ทั้งแง่ของการปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง การปรับทิศทางการดำเนินงานใหม่ในหลายๆ เรื่องให้รับกับสภาพการแข่งขันที่ต้องเบียดบี้กันทุกตลาด ทุกเซ็กเมนต์ ซึ่งคงต้องรอจังหวะกลับมาทวงบัลลังก์ในปีต่อๆ ไป อ่านเพิ่มเติม…ปิยะ ประยงค์ แม่ทัพคนใหม่ ‘พฤกษา’ กับภารกิจนำองค์กรตีฝ่าวิกฤติโควิด-19

อันดับ 5 ได้แก่ ศุภาลัย มีรายได้รวม 20,969 ล้านบาท เอาชนะอันดับ 6 เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) ที่ตามมาอย่างกระชั้นชิด แถมยังต้องลุ้นกันเหนื่อยในโค้งสุดท้ายที่ต้องเร่งโอนคอนโดบิ๊กล๊อต เพื่อไล่ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 24,000 ล้านบาท สุดท้ายมาจบที่ 20,969 ล้านบาท แม้จะพลาดจากเป้า แต่ก็สามารถยึดพื้นที่ Top 5 ในอันดับสุดท้ายเอาไว้ได้ อ่านเพิ่มเติม…ศุภาลัย มั่นใจปี 64 ทำ new high

ส่วนอันดับ 6-10 ได้แก่ 6.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) มีรายได้รวม 20,017 ล้านบาท 7.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น 18,977 ล้านบาท 8.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค 12,344 ล้านบาท 9.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ 11,114 ล้านบาท และ 10.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ 10,895 ล้านบาท

Top 5 บริษัทอสังหาฯ ขายเก่ง

กลับมาที่ Top 5 ของรายได้จากการขายบ้าน-และคอนโด ในปี 2563 เพื่อที่จะบอกว่า ใครคือตัวจริงเสียงจริงในตลาดที่อยู่อาศัยเพียวๆ โดยไม่มีรายได้อื่นๆ มาเจือปน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ปีนี้เป็นปีของแสนสิริที่เป็นเบอร์ 1 ของรายได้จากการขายด้วยเช่นกัน โดยสามารถทำรายได้จากการขายไปได้ 30,559 ล้านบาท

ส่วนอันดับ 2 เป็นของ แชมป์เก่า พฤกษา โฮลดิ้ง ที่สามารถทำรายได้จากการขายไปได้ 29,244 ล้านบาท ชนิดที่เรียกว่าหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว และไล่จี้มาติดๆ ด้วยอันดับ 3 เอพี (ไทยแลนด์) ที่มีรายได้จากการขายรวม 28,949 ล้านบาท อันดับ 4 เป็น แลนด์แอนด์เฮ้าส์ มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 27,481 ล้านบาท และอันดับ 5 ได้แก่ ศุภาลัย มีรายได้จากการขายตามมาห่างๆ ที่ 20,336 ล้านบาท

ขณะที่อันดับ 6-10 ได้แก่ 6. เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น มีรายได้จากการขาย 18,120 ล้านบาท 7.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) 14,112 ล้านบาท 8.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ 10,464 ล้านบาท 9.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค 10,206 ล้านบาท และ 10.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ 9,870 ล้านบาท

Top 5

แลนด์ฯแชมป์โกยกำไรกระเป๋าตุง
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด มาดูกันที่กำไรสุทธิที่ทำได้กันในปี 2563 บริษัทที่สามารถเก็บสตางค์ใส่กระเป๋ากลับบ้านได้มากที่สุด อันดับ 1 ได้แก่ แชมป์เก่า แลนด์แอนด์เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิในปี 2563 อยู่ที่ 7,122 ล้านบาท ขณะที่อันดับ 2 ก็เป็นของรองแชมป์เก่า ศุภาลัย ทำกำไรไปได้ 4,327 ล้านบาท เฉือนอันดับ 3 เอพี (ไทยแลนด์) ที่มีกำไรสุทธิ 4,225 ล้านบาท ส่วนอันดับ 4 ได้แก่ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) มีกำไร 2,978 ล้านบาท โดยมีอันดับ 5 พฤกษา โฮลดิ้ง ไล่บี้มาติดๆ ที่ 2,827 ล้านบาท

ส่วนอันดับ 6-10 ได้แก่ 6.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มีกำไรสุทธิ 2,764 ล้านบาท 7.ควอลิตี้เฮ้าส์ 2,123 ล้านบาท 8.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น 1,888 ล้านบาท 9.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ 1,878 ล้านบาท และ10.แสนสิริ 1,458 ล้านบาท

ขอปิดท้ายด้วยบริษัทที่มีความสามารถในการทำกำไรได้สูงสุด โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (net profit margin) ในปี 2563 เป็นตัวชี้วัด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ มีอัตรากำไรสิทธิอยู่ที่ 24.64% 2.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ 22.72% 3.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ 22.52% 4.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ 21.02% 5.ศุภาลัย 20.27% 6.ควอลิตี้เฮ้าส์ 19.47% 7.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ 17.1% 8.ไซมิส แอสเสท 14.9% 9.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) 13.62% และ 10.เอพี (ไทยแลนด์) 13.25%

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube

Property Mentor Line Official: https://lin.ee/nE9XYOo4

เพิ่มเพื่อน

Warapong Pankaew

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME