fbpx

ผู้เขียน: Warapong Pankaew

Warapong Pankaew7 พฤษภาคม 2021
00476f-e1587353615195.jpg

1min101

โนเบิล ผนึกพันธมิตร ฟัลครัม ลุยต่างประเทศ ประเดิมลงทุนอสังหาฯในสหราชอาณาจักร จ่อปิดดีลซื้อสินทรัพย์แห่งแรกในเมือง Manchester พร้อมตั้งงบลงทุน 2,500 ล้านบาทภายใน 3 ปี ตั้งเป้ากำไรจากการลงทุนต่างประเทศในสัดส่วน 25%

นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โนเบิล เวนเจอร์ อินเวสเมนท์ จํากัด ที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน เพื่อลงทุนและขยายกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ไปยังต่างประเทศ โดยร่วมกับพันธมิตรกลุ่มบริษัท ฟัลครัม-โกลบอล แคปิตอล อินเวสเมนท์ ในสัดส่วน 45:55 ตามลำดับ ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันเป็นอย่างดีกับกลุ่มฟัลครัมที่มีนายแฟรงค์ เหลียง ซึ่งถือหุ้นในโนเบิลสัดส่วนประมาณ 20% เป็นเจ้าของ

ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปีจากนี้ว่า จะมีกำไรจากการลงทุนในต่างประเทศในสัดส่วนที่ 25% ของกำไรสุทธิรวม โดยในปีแรกคาดจะใช้งบลงทุน 25 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท (โนเบิลจะลงทุนประมาณ 450 ล้านบาทตามสัดส่วน) และเพิ่มการลงทุนภายในปี 2567 เป็นจำนวน 60 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท

สำหรับประเทศแรกที่บริษัทจะเข้าไปลงทุนคือ สหราชอาณาจักร เป็นการเข้าไปลงทุนในโครงการที่ได้รับอนุญาตให้พัฒนาในเมืองใหญ่ๆ และมีผู้เช่าแล้ว เนื่องจากความพยายามในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของสหราชอาณาจักร จึงได้ออกนโยบายให้สามารถปรุงโครงการประเภทอาคารสำนักงาน หรืออาคารเชิงพาณิชย์ ให้เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจราเข้าซื้อโครงการแรกในเมืองแมนเชสเตอร์ คาดว่าจะมีความชัดเจนในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

ภาพโดย Tim Hill จาก Pixabay

“การต่อยอดด้านการลงทุนของโนเบิลในสหราชอาณาจักรเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงนโยบายกระจายความเสี่ยงด้วยการเพิ่มความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ และด้วยความเชี่ยวชาญของฟัลครัมในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในต่างแดน จะช่วยให้การขยายธุรกิจนอกประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่น และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

ซึ่งทางโนเบิลและฟัลครัมได้เห็นโอกาสในการลงทุน และได้เข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านการปรับปรุงและมีผู้เช่าอยู่แล้ว นำมาขายผ่านเครือข่ายกลุ่มลูกค้าที่แข็งแกร่งของบริษัทในแถบเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน ซึ่งเราเชื่อว่าความต้องการของนักลงทุนชาวจีนและฮ่องกงในการกระจายการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ออกนอกประเทศบ้านเกิดนั้นมีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าการลงทุนไม่สูงมาก และให้ผลตอบแทนสูง” นายธงชัยกล่าว

สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยรายได้จากการปล่อยเช่าและรายได้จากการทยอยขายสินทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งบริษัทมีนโยบายการถือครองสินทรัพย์ในแต่ละสินทรัพย์ประมาณ 2-3 ปี โดยคาดจะมีอัตราผลประโยชน์ที่มีต่อผู้ถือหุ้น (EIRR: Equity Internal Rate of Return) ได้ที่ประมาณ 18-20%


Warapong Pankaew6 พฤษภาคม 2021
shutterstock_1290773014-1-1280x720.jpg

1min84

กรมที่ดิน แนะใช้แอป e-QLands จองคิวทำธุรกรรมที่ดินผ่านออนไลน์ ลดความเสี่ยงจากโควิด-19

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้ประชาชนต่างงดเว้นการเดินทางออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หรือเลือกที่จะเดินทางให้น้อยที่สุดและออกจากบ้านไปทำธุระที่เร่งด่วนหรือจำเป็นจริงๆ เท่านั้น ซึ่งสำนักงานที่ดินทั้ง 461 แห่งทั่วประเทศ ในแต่ละปีมีประชาชนเข้าไปใช้บริการกว่า 13 ล้านคน ทำให้เป็นสถานที่ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการทำธุรกรรมที่ดินออกไป หากยังเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนเพื่อลดการแออัดและป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโควิด-19

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า หากประชาชนมีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินเพื่อทำธุรกรรม กรมที่ดินได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “e-QLands” ขึ้น เพื่อรองรับการให้บริการประชาชนด้วยการจองคิวล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง ทั้งการจองคิวจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หรือการจองคิวรังวัดที่ดิน ที่สามารถจองคิวสำนักงานที่ดินล่วงหน้าได้ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยที่ผู้ใช้บริการสามารถอัพโหลดเอกสารต่างๆ ลงในแอปเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องล่วงหน้า นัดหมายเวลาที่ตนเองสะดวก ทำให้การทำธุรกรรมต่างๆ สะดวกรวดเร็ว และใช้เวลาในสำนักงานที่ดินน้อยลงด้วย

จากข้อมูลวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา มีประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “e-QLands” แล้ว 20,605 ครั้ง ทำการจองคิวแล้ว 449 สาขา รวม 14,645 เรื่อง แบ่งเป็นจองคิวจดทะเบียน 11,936 เรื่อง และจองคิวรังวัดที่ดิน 2,709 เรื่อง

ทั้งนี้ กรมที่ดินได้กำหนดแนวทางการควบคุมและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้กับสำนักงานที่ดินทุกแห่งทั่วประเทศดำเนินการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้ามาในสำนักงานที่ดิน การจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าขณะอยู่ในสำนักงาน การเว้นระยะห่างในการติดต่อระหว่างบุคคล การนั่งรอรับบริการตามลำดับคิว และจัดให้มีที่พักนั่งรอเสริมที่เหมาะสม เช่น จัดเต็นท์ เก้าอี้นั่งรอนอกอาคาร เพื่อลดความหนาแน่นในพื้นที่ส่วนบริการประชาชน เป็นต้นกรมที่ดินอธิบดี กรมที่ดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพี่น้องประชาชนมีความจำเป็นต้องทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดิน ขอแนะนำให้จองคิวล่วงหน้าผ่าน “e-QLands” ช่วยเว้นระยะห่างทางสังคม ลดการไปแออัดในสำนักงานที่ดิน ป้องกันและลดความเสี่ยงจากโควิด-19 โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ : https://eqlands.dol.go.th (ดาวน์โหลดฟรี) ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ DOL Call Center : 0-2141-5555 (ตลอด 24 ชั่วโมง)กรมที่ดิน

อ่านเพิ่มเติม
-ซื้อบ้าน – คอนโด แบบไหนได้ลดค่าโอนจากกรมที่ดิน

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube

Property Mentor Line Official: https://lin.ee/nE9XYOo4


Warapong Pankaew5 พฤษภาคม 2021
prop-tech11-1280x727.jpg

1min218

การทำตลาดบนออนไลน์กลับมาคึกคักและร้อนแรงอีกคำรบ หลังการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสโควิด-19 ในรอบที่ 3 ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่จะชะลอตัวลง ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมสั่นคลอนความเชื่อมั่นในการจับจ่ายของผู้บริโภคอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียว ความรุนแรงของเชื้อไวรัสโควิดที่ระบาดรอบใหม่ทำให้ผู้บริโภควิตกกังวลถึงความปลอดภัยในการเดินทางในที่สาธารณะ ไม่มีใครอยากเสี่ยงออกไปไหนมาไหนโดยไม่จำเป็น

ประกอบกับ การจัดกิจกรรมการตลาดออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวโครงการ อีเวนต์ส่งเสริมการขายต่างๆ ทำได้อย่างลำบาก การทำตลาด และการสื่อสารถึงผู้บริโภคผ่านออนไลน์ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับสถานการณ์มากที่สุด ล่าสุด 2 ค่ายอสังหาฯ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ และอัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ ได้มีความเคลื่อนไหวในการทำตลาดออนไลน์รอบใหม่

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจทุกภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งต้องมีการปรับตัว ปรับแผนธุรกิจให้เท่าทันต่อสถานกาณ์ที่เกิดขึ้นรายวัน ถึงแม้ว่าจะเริ่มมีการฉีดวัคซีนบ้างแล้ว แต่ยังไม่แน่นอนว่าวิกฤตโควิดครั้งนี้จะจบลงเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่สังเกตและเห็นได้ชัดเจน คือ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ส่วนใหญ่หันมาทำงานที่บ้าน (Work From Home) รวมทั้งซื้อของ และสั่งอาหารผ่านออนไลน์มากขึ้น” ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าว

ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องมีการปรับแผนธุรกิจ ปรับกลยุทธ์และวิธีการขาย การทำตลาดต่างๆ ให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงการจัดแคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ ที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ และถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่มีความพร้อมและต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงนี้ นอกจากดีเวลลอปเปอร์แข่งขันกันลดราคาแล้ว ยังมีข้อเสนอพิเศษให้ผู้บริโภคได้เลือกอีกมากมาย

ล่าสุดเสนาได้จัดแคมเปญ “ลดยับ สับทุกโปร” บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยนำโครงการที่มีกว่า 40 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว-ทาวน์โฮม-คอนโดมิเนียม ราคาตั้งแต่ 7.9 แสนบาทไปจนถึง 9.9 ล้านบาท เปิดให้จองเพียง 1,900 บาท พร้อมรับเงิน! ขวัญถุงสูงสุด 1,322,000 บาท และข้อเสนอพิเศษรายโครงการอีกมากมาย สิทธิพิเศษนี้ให้เฉพาะลูกค้าที่จองผ่าน Online Bookling ตั้งแต่วันนี้-31 พ.ค.64 เท่านั้นด้านนาย หรรรุ่งโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ปรับเปลี่ยนสู่วิถีชีวิตรูปแบบใหม่ หรือ New Normal ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการผันเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัล ทำให้ผู้คนนิยมอยู่อาศัยในบ้านมากขึ้น และออกจากบ้านน้อยลง เพื่อลดความเสี่ยง

บริษัทเล็งเห็นจุดเปลี่ยนสำคัญนี้จึงเตรียมกลยุทธการขายวิถีใหม่รองรับ โดยเปิดตัว ‘Real Live 720 Degree’ หรือ นวัตกรรมเรียลไลฟ์ 720 องศา นวัตกรรมสำหรับการเยี่ยมชมโครงการเสมือนจริง 720 องศา ทั้งการชมบ้านตัวอย่าง ชมส่วนกลางเสมือนจริงได้รอบทิศทาง และสามารถทำ POP UP SPACE ออกแบบบ้านตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบด้วยตัวเองได้

“นวัตกรรมเรียลไลฟ์ 720 องศา ถูกคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์การขายที่ยากขึ้นในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันก็เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการซื้อ ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนรายละเอียดเพื่อผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีตัวเลือกค่อนข้างมากได้เป็นอย่างดี”

ทั้งนี้ บริษัทได้นำนวัตกรรมชมบ้านแบบเรียลไลฟ์ 720 องศา มาใช้กับโครงการนำร่อง ทาวน์โฮมพรีเมียมแบรนด์น้องใหม่ ‘อัลติจูด คราฟ บางนา มูลค่า 1,469 ล้านบาท ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปี 2563 มียอดขายไปกว่า 400 ล้านบาท และยัง SOLD OUT เฟสแรก ได้สำเร็จ และในปีนี้ บริษัทเตรียมนำนวัตกรรมดังกล่าวไปใช้กับทุกโครงการที่จะเปิดใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจในสินค้าและบริการ ช่วยลดระยะห่างทางสังคม ในขณะเดียวกันก็เพิ่มยอดขายให้บริษัทไปด้วย

ลูกค้าสามารถเข้าชมโครงการและสัมผัสประสบการณ์ชมห้องตัวอย่างเสมือนจริงเรียลไลฟ์ 720 องศาได้แล้ววันนี้ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษในเดือนพฤษภาคมนี้ เพียงจองซื้อโครงการผ่านเรียลไลฟ์ 720 องศา รับส่วนลดพิเศษกว่าใครทันที โดยสามารถเลือกช่วงเวลานัดกับเจ้าหน้าที่ขาย หรือ Living Advisor ผ่าน Line OA

ขณะเดียวกันผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ วัสดุ อุปกรณ์ฮาร์แวร์จากเยอรมนีอย่าง เฮเฟเล่ ก็ได้จัดงานแสดงสินค้าผ่านออนไลน์ด้วยเช่นกัน โดยนายโฟลเคอร์ เฮลสเติร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย)กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด เฮเฟเล่ได้ปรับตัวไปพร้อมๆ กับสร้างมุมมองใหม่ๆ เพื่อให้ท่ามกลางการเว้นระยะยังมี “ความใกล้ชิดกับลูกค้า” สอดแทรกอยู่

โดยการจัดงานแสดงสินค้าแบบผสมผสานที่เรียกว่า “Häfele Discoveries” ส่วนหนึ่งของดิจิทัลอีเวนต์ด้านนวัตกรรมระดับโลกอย่าง “interzum@home” ขึ้นมา เพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้ลูกค้าทั่วโลกกว่า 150 ประเทศ ได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ของเฮเฟเล่อย่างใกล้ชิด แม้ตัวจะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม ทั้งนี้ลูกค้าสามารถลงทะเบียนพร้อมรับชมได้แล้ววันนี้ ไม่เสียค่าใช้จ่ายผ่าน https://discoveries.hafele.com/ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 พ.ค. 64ที่ผ่านมา บริษัทอสังหาฯได้นำระบบออนไลน์ บุ๊กกิ้ง และเทคโนโลยี่เสมือนจริงต่างๆ มาใช้ในการขายมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 แม้บางช่วงจะผ่อนๆ ลงไปบ้าง เมื่อสถานการณ์การระบาดเริ่มคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม หลายๆ ค่าย โดยเฉพาะรายใหญ่ก็ยังเลือกเทงบในการสื่อสารผ่านออนไลน์อย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็น แสนสิริ พฤกษา เอพี ไทยแลนด์ ที่ระดมยิงโฆษณาโครงการผ่านสื่อออนไลน์หลักๆ ทั้ง facebook instagram google ads youtube line เป็นต้น

เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง และอาจจะไม่จบลงง่ายๆ ตาม timeline ที่รัฐตั้งเป้าไว้ การทำตลาดโดยใช้สื่อออนไลน์จะยิ่งรุนแรงและหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น


Warapong Pankaew5 พฤษภาคม 2021
-1280x853.jpg

1min116

ลงทุนอสังหาฯ ในภูเก็ตรอจังหวะฟื้นตัว ซีบีอาร์อี ชี้ความต้องการวิลล่าระดับหรูในภูเก็ตยังมีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ซัพพลายมีอยู่จำกัด คาดว่า หากรัฐคุมการระบาดของโควิดรอบ 3 ได้ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศตาม timeline ที่กำหนด ตลาดจะฟื้นตัวในช่วงปลายปี 64 

แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงซบเซาเนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 แต่ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ พบว่ามีตลาดที่ยังมีความเคลื่อนไหวของการซื้อขายอยู่โดยกลุ่มลูกค้าระดับบนสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับวิลล่าหรูเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2563 เป็นต้นมา โดยมาจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้เนื่องจากซัพพลายของวิลล่าระดับบนยังคงมีจำนวนจำกัดจากการชะลอเปิดโครงการใหม่ของผู้ประกอบการและที่ดินที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาวิลล่าหรูเหลืออยู่ไม่มาก นอกจากนี้ มาตรการล่าสุดของรัฐบาลสำหรับโครงการนำร่อง ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ซึ่งจะเริ่มเดือนกรกฎาคมนี้ อาจจะมีบทบาทสำคัญในการทำให้ภูเก็ตฟื้นตัวได้ภายในสิ้นปี 2564

นางสาวประกายเพชร มีชูสาร หัวหน้าแผนกซื้อขายบ้านพักตากอากาศ ซีบีอาร์อี ภูเก็ต กล่าวว่า ความต้องการวิลล่าระดับหรูที่เพิ่มขึ้นมานั้นมาจาก 2 ส่วนหลัก กลุ่มแรกคือผู้ซื้อในต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญ่ ที่กำลังมองหาบ้านหลังที่สอง หรือบ้านพักในวัยเกษียณ ในพื้นที่เขตร้อนหลังการแพร่ระบาดจบลง โดยลูกค้ากลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีความคุ้นเคยกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและตลาดภูเก็ตอยู่แล้ว

ส่วนกลุ่มที่สอง คือ ผู้ซื้อในประเทศที่เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่กำลังมองหาบ้านพักตากอากาศหรูทั้งเพื่อการเข้าพักอาศัยเองและเพื่อการลงทุน จากการที่ตลาดภูเก็ตเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงเวลาของการเป็นตลาดของผู้ซื้ออย่างไม่ได้คาดคิดได้กระตุ้นให้กลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (High Net Worth Individuals – HNWIs) มองหาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวที่มีความคุ้มค่า ซึ่งภูเก็ตเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติมาตลอดหลายสิบปีลงทุนอสังหาฯ

แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี รายงานว่า จากการประกาศเคอร์ฟิวและข้อกำหนดอื่นๆ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ทำให้โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างบางส่วนได้รับผลกระทบ โดยมีวิลล่าเพียง 5 หลังเท่านั้นที่แล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ทำให้วิลล่าในตลาดภูเก็ตมีจำนวนรวมทั้งสิ้นเกือบ 4,300 หลัง

สำหรับตลาดวิลล่าหรูซึ่งมีราคามากกว่า 90 ล้านบาทต่อหลังนั้น แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี พบว่า ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2563 มีวิลล่าหรูทั้งหมด 320 หลัง โดยในปี 2564 จะมีเพียง 7 หลังที่จะแล้วเสร็จ และไม่มีซัพลลายใหม่ในปี 2565 ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ซัพพลายของวิลล่าหรูในภูเก็ตจะมีจำนวนจำกัดอย่างมากในช่วงอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ และที่ดินในภูเก็ตที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาเป็นวิลล่าหรูระดับบนสุดของตลาดกำลังกลายเป็นสิ่งที่หาได้ยากลงทุนอสังหาฯ

“ภูเก็ตยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของไทยทั้งสำหรับการท่องเที่ยวและสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านพักตากอากาศ เนื่องจากตลาดวิลล่าในไทยสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกคนได้ โดยขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการเรื่องทำเลที่ตั้งของแต่ละคน ซีบีอาร์อีเชื่อว่าหากนักท่องเที่ยวเดินทางกลับเข้ามาจากมาตรการความช่วยเหลือของภาครัฐ ที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเดินทางมายังภูเก็ตได้โดยไม่ต้องกักตัว

ควบคู่ไปกับการกระจายวัคซีนที่มีผลสำเร็จ และการทำงานหนักอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การระบาดระลอกที่สามอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ตลาดวิลล่าหรูในภูเก็ตก็จะเริ่มฟื้นตัวได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งในด้านหนึ่งก็ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ซื้อที่กำลังมองหาบ้านหลังที่สองหรือต้องการ ลงทุนอสังหาฯ ที่สร้างรายได้ เพราะในปัจจุบันในตลาดวิลล่าภูเก็ตยังมีซัพพลายที่ดี มีราคาที่ยืดหยุ่น และมีตัวเลือกที่หลากหลาย ซึ่งอาจหาไม่ได้เมื่อสถานการณ์ตลาดกลับสู่สภาวะปกติ” นางสาวประกายเพชรกล่าวสรุป

อ่านเพิ่มเติม
-ธุรกิจโรงแรมวอนรัฐเร่งฉีดวัคซีน ฟื้นศก.-ท่องเที่ยว
-วีไอพี กรุ๊ป มั่นใจเปิดรับนักท่องเที่ยว อสังหาฯภูเก็ตคึกแน่

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube

Property Mentor Line Official: https://lin.ee/nE9XYOo4


Warapong Pankaew3 พฤษภาคม 2021
N9-1280x698.jpg

1min58

บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เตรียม Grand Opening โครงการนันทวัน พระราม 9-ศรีนครินทร์ ในวันที่ 8-9 พฤษภาคมนี้ พร้อมเปิดเฟสที่ดีที่สุดของโครงการ ภายใต้แนวคิด ‘ที่สุดของการใช้ชีวิต’

โครงการนันทวัน พระราม 9-ศรีนครินทร์ มีเนื้อที่ 45 ไร่ 65.8 ตารางวา จำนวนแปลงขาย 88 แปลง ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ติดถนนใหญ่ เดินทางสะดวก เชื่อมต่อทุกจุดหมายได้โดยง่าย ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัชฯ ด่านพระราม 9 ประมาณ 5 กม. ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑา ประมาณ 3.5 กม. รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ใกล้ทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โรงเรียน และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ

พร้อมเปิดให้ชมบ้านหรูใหม่ 3 ชั้นของนันทวัน “A-Level Series” ใหม่ทั้งการออกแบบและฟังก์ชัน เพิ่มมิติใหม่ของการอยู่อาศัยมากขึ้นด้วยชั้นเชิงการออกแบบ มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 378 ตารางเมตร ที่ดินขนาดใหญ่ 100 ตารางวาขึ้นไป จอดรถได้ 4 คัน เฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่ครัวไทย Pantry และ Walk-in Closet ในห้องนอนใหญ่ เตรียมระบบไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV charger) รองรับรถยนต์แห่งอนาคต พร้อมระบบไฟฟ้า และ Fiber Optic ใต้ดินทั้งโครงการ ให้ความโปร่งโล่ง สวยงามทุกมุมมอง

สวนส่วนกลางและสโมสรมีพื้นที่รวมมากกว่า 6 ไร่ คลับเฮ้าส์หรู 2 ชั้น ริม Lake Infinity Edge ที่สะท้อนมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิต เติมเต็มทุกความหรูด้วยพื้นที่ไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว พร้อมความปลอดภัย ซึ่งเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชม. ตั้งแต่หน้าโครงการจนถึงตัวบ้าน โครงการนันทวัน พระราม 9-ศรีนครินทร์ ราคา 40-60 ล้านบาท

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษเพื่อเลือกแปลงสวยก่อนใครในราคาพิเศษได้ที่ https://bit.ly/2QawxXO สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1198


Warapong Pankaew3 พฤษภาคม 2021
-เบลล่า-เวสต์เกต_1-1280x846.jpg

1min60

ศุภาลัย ผุดโครงการแนวราบต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมเปิดโครงการใหม่ “ศุภาลัย เบลล่า เวสต์เกต” กับบ้านแบบใหม่ทั้งทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว บนทำเลพระราม 5 ในราคาพิเศษเริ่ม 3 ล้านกว่าบาท เตรียมเปิดพรีเซลส์ 22-23 พฤษภาคมนี้

นางสาวธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการลงทุนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการขยายระบบโครงข่ายคมนาคมของภาครัฐ เพื่อรองรับแผนการพัฒนาจังหวัดนนทบุรีเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยคุณภาพ จึงทำให้ทำเลย่านกาญจนาภิเษก-พระราม 5 กลายเป็นศูนย์กลางความเจริญฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และส่งผลให้เป็นทำเลยอดนิยมของการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค

ในปีนี้บริษัทได้เข้ามาพัฒนาโครงการแนวราบอย่างต่อเนื่องภายใต้แบรนด์ “เบลล่า” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีจุดเด่นที่เหมาะกับทุกขนาดครอบครัวด้วยความหลากหลายของแบบบ้าน โดยล่าสุดบริษัทเตรียมที่จะเปิดโครงการศุภาลัย เบลล่า เวสต์เกต ทำเลพระราม 5 บนพื้นที่โครงการกว่า 33 ไร่ จำนวน 250 แปลง มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกครอบครัว ภายใต้แนวคิด “บ้านที่แตกต่าง…กับส่วนผสมที่ลงตัว” ในราคาเริ่มต้น 3 ล้านกว่าบาท

ทั้งนี้บริษัทได้เปิดตัวบ้านแบบใหม่ในโซนพระราม 5 หลากสไตล์ให้เลือกถึง 5 แบบ ทั้งทาวน์โฮม 2 ชั้นนวัตกรรมใหม่ หน้ากว้าง 5.5-6.25 เมตร สร้างสรรค์พื้นที่หลังบ้านกว้างขวางขึ้น สำหรับเป็นมุมจัดสวนหรือกิจกรรมสำหรับครอบครัว พร้อมห้องนั่งเล่นที่รับแสงจากหลังบ้าน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 126 – 141 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

บ้านแฝด ที่มีฟังก์ชันการใช้งานเทียบเท่าบ้านเดี่ยว ขนาดพื้นที่ใช้สอย 149 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ และบ้านเดี่ยว ที่ใช้วัสดุประหยัดพลังงาน บ้านโล่ง โปร่ง สบาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของสมาชิกในครอบครัว โดยทุกแบบบ้านได้รับการออกแบบและเลือกสรรวัสดุที่มีคุณภาพและประหยัดพลังงาน ตามมาตรฐานระดับสากล ISO 9001 : 2015

รวมทั้งระบบบ้านอัจฉริยะ Home Automation / Home Security ที่ทำให้การอยู่อาศัยเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ผ่อนคลายด้วยสวนพักผ่อนพื้นที่สีเขียว พร้อมสระว่ายน้ำกลางสวน มั่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV ภายในและหน้าโครงการ และระบบเข้า-ออกอัตโนมัติ Easy Pass

นอกจากนี้ โครงการยังตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางได้สะดวกและรวดเร็ว บนทำเลศักยภาพติดถนนกาญจนาภิเษก เข้า-ออก ได้หลายเส้นทาง ทั้งทางถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนกาญจนาภิเษก ถนนราชพฤกษ์ และถนนบางกรวย-ไทรน้อย ใกล้ทางด่วนพิเศษศรีรัช และรถไฟฟ้า MRT สถานี 3 แยกบางใหญ่ รองรับการเดินทางในอนาคตกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (มอเตอร์เวย์) (คาดจะเปิดใช้ปลายปี 2566)

โครงการจะเปิดพรีเซลส์ในวันที่ 22-23 พฤษภาคมนี้ ที่ Sales Gallery สามารถลงทะเบียนออนไลน์ https://bit.ly/3v5AGvj เพื่อรับราคาพิเศษสุดก่อนใคร และเมื่อจองรับฟรี!! ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 ชิ้น มูลค่ารวม 27,000 บาท และสามารถติดตามอัพเดทข้อมูลข่าวสารโครงการใหม่ โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษมากมาย เพียงดาวน์โหลด SUPALAI SABAI Application ทั้งในระบบ iOS และ Android ได้ที่ www.supalai.com/applications/ หรือสอบถามข้อมูลโทร. 1720

ศุภาลัย เบลล่า เวสต์เกต_11
ศุภาลัย เบลล่า เวสต์เกต_10
ศุภาลัย เบลล่า เวสต์เกต_8
ศุภาลัย เบลล่า เวสต์เกต_7
ศุภาลัย เบลล่า เวสต์เกต_12

Warapong Pankaew3 พฤษภาคม 2021
TH-5.0-1280x720.jpg

1min69

มารวย เรียลเอสเตท รุกตลาดทาวน์โฮมเมืองแปดริ้ว ประเดิมส่งโครงการทรอฟี บ้านโพธิ์ ชิงแชร์ตลาด ราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัวโครงการ 1.99 ล้าน

ดร.สืบวงษ์ สุขะมงคล ประธานกรรมการบริหาร แพทโก้ กรุ๊ป และบริษัท มารวย เรียลเอสเตท จำกัด บริษัทในเครือ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัท มารวย เรียลเอสเตท จะเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบประเภทบ้านเดี่ยวระดับราคา 3-5 ล้านบาทเป็นหลัก แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดทาวน์โฮมในพื้นที่ฉะเชิงเทรามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทเห็นโอกาสในการทำตลาดจึงนำแลนด์แบงก์มาพัฒนาโครงการ “ทรอฟี บ้านโพธิ์” ทาวน์โฮม สไตล์อังกฤษ เป็นโครงการแรกโดยมูลค่าโครงการประมาณ 600 ล้านบาท

โครงการทรอฟี บ้านโพธิ์พัฒนาบนพื้นที่ 25-3-57 ไร่ จำนวน 195 หลัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “OWN YOUR SUCCESS – รางวัลแห่งความสำเร็จ” ครบครันด้วยคลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ระบบรักษาความปลอดภัย, และกล้องวงจรติด CCTV 24 ชั่วโมง ชูจุดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์อังกฤษ เติมเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวจากร่มไม้นานาพันธุ์ เพื่อให้ครอบครัวได้ผ่อนคลายจากการทำกิจกรรมร่วมกันภายในโครงการอย่างสุนทรีย์ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าความสุขและความสบายใจจากภายในบ้านจะนำมาซึ่งความสำเร็จอีกมากมายของผู้อยู่อาศัยในอนาคต

ทาวน์โฮมในโครงการ แบ่งเป็น 3 รูปแบบ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย ประกอบด้วย

  • HONOR 5 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ขนาด 145 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ
  • HONOR 5.7 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ขนาด 165 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ

  • PRIDE บ้านแฝด 2 ชั้น “ไพร์ด” สไตล์อังกฤษ ขนาด 142.5 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

นอกจากนี้ โครงการทรอฟี บ้านโพธิ์ ยังมีการออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ด้วยการเน้นฟังก์ชั่นและพื้นที่ใช้สอยเพื่อตอบสนองการอยู่อาศัย เน้นตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างครอบครัว ,กลุ่มคนที่กำลังขยายครอบครัว, กลุ่มคู่รัก, LGBT, กลุ่มเริ่มต้นครอบครัวที่สามารถใช้พื้นที่ได้เต็มที่

ครบครับด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และสบายทุกการเดินทาง ใกล้ห้างสรรพสินค้าโรบินสันฉะเชิงเทรา,โรงพยาบาลพุทธโสธร,โรงเรียนอินเตอร์ทอทส์ ไตรลิงกวล, นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี, วัดโสธรวราราม วรวิหาร, และสนามบินสุวรรณภูมิ ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวโครงการเริ่มต้นที่ 1.99 ล้านบาทจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้


Warapong Pankaew1 พฤษภาคม 2021
-แอสเสท.jpg

1min56

“แกรนด์ แอสเสท” เผยธุรกิจถุงมือยางไปได้สวยมีออเดอร์ต่างประเทศเข้ามาต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจโรงแรมยังน่ากังวล หลังผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มทะลุหลักพันต่อเนื่อง กระทบต่อการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจทั้งระบบ ความเสียหายหลายแสนล้านบาท วอนให้รัฐบาลเร่งรัดจัดหาวัคซีนประสิทธิภาพสูงราคาไม่แพงให้เพียงพอ และบริหารจัดการฉีดวัคซีนโดยเร่งด่วน

นายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงถึงความคืบหน้าของธุรกิจผลิตและส่งออกถุงมือยางที่บริษัทได้เข้าร่วมทุนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานผลิตหลังแรกซึ่งคืบหน้าไปอย่างมาก กำหนดจะแล้วเสร็จเดือนพฤษภาคมนี้ โดยบริษัทยังมีออเดอร์จากต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก นับเป็นการปรับตัวทางธุรกิจเพื่อรับกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัท

ขณะที่ธุรกิจโรงแรมของบริษัทซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จากที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลังนั้น ล่าสุดมีความกังวลหลังตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นทะลุหลักพันรายต่อวันต่อเนื่องเป็นเวลาเกินครึ่งเดือนแล้ว

“สถานการณ์ของภาคธุรกิจในขณะนี้ ฝากความหวังไว้กับความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งการฉีดวัคซีนที่เพียงพอและรวดเร็วเท่านั้นที่จะลดจำนวนและควบคุมการแพร่ระบาดได้ นอกจากนี้ ยังมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วย โดยบริษัทมีการร่วมทุนกับต่างประเทศทั้งญี่ปุ่นและสิงคโปร์ซึ่งต้องการที่จะขยายการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย ต่างก็มองถึงความพร้อมในการฉีดวัคซีนได้ในสัดส่วนที่เหมาะสมของประเทศไทยเป็นสำคัญ

ในขณะที่เรายังมีความล่าช้าและยังมีจำนวนไม่เพียงพอ โดยขณะนี้ไทยมีการจัดหาวัคซีนครอบคลุมเพียง 45% ของจำนวนประชากร มองว่าหากภาครัฐมีการฉีดวัคซีนล่าช้าจะส่งผลอย่างมากต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายแสนล้านบาท รัฐบาลจึงควรมีการบริหารจัดการให้ดีขึ้น เร่งรัดการจัดซื้อและอนุญาตนำเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงราคาไม่แพงให้เพียงพอ รวมทั้งเร่งรัดระยะเวลาในการฉีดวัคซีนให้เร็วขึ้นด้วย”

นายวิทวัสเปิดเผยอีกว่า ภาคการท่องเที่ยวและบริการเกี่ยวเนื่องกับการจ้างงานสูงถึงกว่าสี่ล้านคน โดยการว่างงานจะเป็นปัญหาระยะยาวต่อเศรษฐกิจของประเทศ การฉีดวัคซีนได้มากและเร็ว จะช่วยให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ดูตัวอย่างจากอิสราเอล ที่ควบคุมการแพร่ระบาดดีขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือน เพราะประชากรได้รับวัคซีนแล้วเกือบ 100% ทำให้ผู้ป่วยใหม่ลดลงรวดเร็ว สามารถยกเลิกสวมหน้ากากอนามัยได้

นอกจากนี้อสเตรเลียและนิวซีแลนด์คือตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมโรค สามารถเดินทางระหว่างกันแบบไม่ต้องกักตัวในรูปแบบ ทราเวล บับเบิลได้แล้ว และพบว่ามีการจองเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมถึงฮ่องกงและสิงคโปร์ ที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างกันในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งประเทศไทยควรเร่งดำเนินการในเรื่องวัคซีนเพื่อสร้างความมั่นใจ และทำให้สามารถเปิดเดินทางระหว่างประเทศได้เช่นกัน


Warapong Pankaew30 เมษายน 2021
FB-cover-93.png

1min319

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ ราคาบ้าน – คอนโด เริ่มมีความเคลื่อนไหว ทั้งราคาที่ดินก่อนการพัฒนาที่ส่งสัญญาณชะลอตัวลง ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้างอย่างเหล็กเริ่มพุ่งทะยาน จะมีผลกับราคาแค่ไหนไปติดตามกัน

เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของราคาที่ดินก่อนการพัฒนากันบ้างแล้ว ซึ่งจากการรายงานดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2564 ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พบว่า มีค่าดัชนีเท่ากับ 326.2 จุด หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) ยังคงเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 แต่เริ่มเห็นสัญญาณที่ราคาที่ดินที่เริ่มลดลง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอัตราเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินเปล่าย้อนหลังไป 5 ปี (ปี 2559-2563) ที่อยู่ประมาณร้อยละ 17.7 ต่อไตรมาส

นอกจากนี้ การที่ดัชนีราคาที่ดินลดลงร้อยละ -2.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ถือเป็นการลดลงครั้งแรกตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำดัชนีราคาที่ดินเปล่าของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ มาตั้งแต่ปี 2555 เรื่องนี้ ดร. วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ภาวะการชะลอตัวและการปรับลดลงของราคาที่ดินเป็นไตรมาสแรกเมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 เป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีการแพร่ระบาดต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯทั้งนี้ ภาวะการลดลงของดัชนีที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนายังถูกสะท้อนด้วยจำนวนความต้องการซื้อขายที่ดินเปล่าในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงถึงร้อยละ -13.3 เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้มีการปรับตัว โดยอาจมีการซื้อที่ดินสะสมไว้น้อยลง และมีการซื้อที่ดินใหม่เพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์มากกว่าที่จะซื้อมาเก็บไว้รอการพัฒนาในอนาคต

สำหรับทำเลที่มีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาเพิ่มขึ้นมากในไตรมาส 1 ปี 2564 ส่วนใหญ่ยังคงเป็นที่ดินตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า โดยแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑล สาย 4) ที่มีแผนจะก่อสร้างในอนาคต ซึ่งเป็นที่ดินโซนตะวันตกของกรุงเทพมหานครมีการปรับดัชนีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด โดยเส้นทางสายนี้เป็นแนวรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค) ที่เปิดให้บริการแล้ว

ส่วนที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีทอง (ธนบุรี-ประชาธิปก) ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อเดือนธันวาคม 2563 และสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค) และ สายสีส้ม (ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม) ที่มีแผนจะก่อสร้างในอนาคต มีการปรับเพิ่มขึ้นมากเป็นอันดับ 2 ในไตรมาสนี้ สำหรับที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ซึ่งเป็นโครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่มีความคืบหน้าการก่อสร้างโดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 79.44 (ณ มีนาคม 2564) มีอัตราขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.7

ดัชนีราคานี้ทำให้เห็นว่าราคาที่ดินโซนตะวันตก และโซนตะวันออกของกรุงเทพมหานครมีราคาเพิ่มขึ้นมากในไตรมาสนี้

สำหรับทำเลที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่าน 5 อันดับแรกที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุด

อันดับ 1 ได้แก่ สายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑล สาย 4) ซึ่งเป็นโครงการที่มีแผนจะก่อสร้างในอนาคต มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

อันดับ 2 ส่วนใหญ่เป็นโครงการรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว ได้แก่ สายสีทอง (ธนบุรี-ประชาธิปก) ซึ่งเป็นโครงการที่เพิ่งเปิดให้บริการแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา และสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค) ส่วน สายสีส้ม (ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม) เป็นโครงการที่มีแผนจะก่อสร้างในอนาคต โดยทั้ง 3 โครงการมีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

อันดับ 3 สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ซึ่งเป็นเป็นโครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ที่มีความคืบหน้าการก่อสร้างโดยรวม ณ มีนาคม 2564 อยู่ที่ร้อยละ 79.44 มีอัตราขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

อันดับ 4 ได้แก่ MRT ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว ส่วน สายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-หัวลำโพง) เป็นโครงการที่มีแผนจะก่อสร้างในอนาคต โดยทั้ง 2 โครงการ มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

อันดับ 5 BTS สายสุขุมวิท ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.0 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

นั่นคือตัวเลขที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์รายงานในไตรมาสล่าสุด ซึ่งแม้ว่าจะมีสัญญาณการชะลอตัวลงของราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ว่าราคาจะชะลอตัวต่อไปอีก เพราะการแข่งขันในตลาดบ้านแนวราบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการรายใหญ่จึงอาจจะทำให้ความต้องการที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนามีสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายก็ยังบ่นว่า ราคาที่ดินไม่ได้ลงตามภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจและผลกระทบจากโควิด-19 เลยแม้แต่น้อย ก็ต้องคอดดูว่าในไตรมาสต่อๆ ไป ราคาที่ดินจะไปในทิศทางได้

แต่สิ่งที่น่ากังวลในช่วงนี้ คงจะเป็นเรื่องของวัสดุหลักในการก่อสร้างอย่างเหล็กที่ราคาพุ่งทะยานแบบน่าตกใจ และยังมีแนวโน้มที่จะขยับราคาขึ้นไปอีก ซึ่งอาจจะมีผลต่อต้นทุนบ้านในอนาคตอันใกล้นี้

เรื่องนี้นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้ความเห็นว่า ราคาเหล็กได้ขยับจาก 2 หมื่นบาทต่อตันบวก-ลบ มาเป็น 2.8 หมื่นบาทต่อตัน หรือราคาขึ้นไปถึง 40% ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้างโดยเฉพาะอาคารสูงที่ต้องใช้ปริมาณเหล็กมากกว่าที่อยู่อาศัยแนวราบ แต่ปัจจุบันโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงก็ยังอยู่ในภาวะที่ชะลอการเปิดโครงการใหม่อยู่แล้ว

แต่ถ้ามองย้อนไปในอดีตราคาเหล็กเคยพุ่งขึ้นไปเตะ 4 หมื่นบาทต่อตัน ดังนั้นการที่ราคาเหล็กยังคงวิ่งอยู่ในระดับ 2-3 หมื่นบาทต่อตันจึงยังเป็นอะไรที่พอรับไหว แม้ว่าจะกระทบต่อต้นทุนอยู่บ้าง แต่เชื่อว่า ผู้ประกอบการคงต้องยอมเฉือนกำไร เพื่อให้ราคาบ้านอยู่ในระดับราคาที่สอดรับกับดีมานด์และสามารถแข่งขันในตลาดได้ “ขายของได้แต่กำไรลดลงย่อมดีกว่าไม่ได้ขาย” เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้

สรุปก็คือ แม้ว่าเวลานี้จะมีความผันผวนของต้นทุนอยู่ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ดิน หรือราคาวัสดุก่อสร้าง แต่ก็ยังไม่สามารถกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงของราคาที่อยู่อาศัยได้ เพราะสภาวะการแข่งขัน และความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ใครขืนปรับราคาสุ่มสี่สุ่มห้า ความเสี่ยงย่อมสูงขึ้นแน่นอน


Warapong Pankaew29 เมษายน 2021
--1280x856.jpg

1min199

การเคหะฯ อัดโปรโมชั่นสู้โควิดระลอก 3 กระตุ้นลูกค้าใหม่ซื้อ บ้านการเคหะ ลด 5-20% เช่าต่ำสุด 599 บาท/เดือน พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าซื้อทั้งลดดอกเบี้ย ขยายสัญญาเช่าซื้อ

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะฯได้ออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยเหลือลูกค้าเช่าซื้อปัจจุบันและลูกค้าใหม่ที่ต้องการซื้อ บ้านการเคหะ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสควิด-19 ในปัจจุบัน สำหรับมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเช่าซื้อปัจจุบันมี 3 มาตรการ ได้แก่

-มาตรการที่ 1 ลดอัตราดอกเบี้ยลูกค้าเช่าซื้อและขยายระยะเวลาผ่อนชำระ มีหลักเกณฑ์เงื่อนไข ดังนี้

1. ลูกค้าสัญญาเช่าซื้อที่ไม่มีหนี้ค้างชำระ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อคงเหลือร้อยละ 6.50 ทุกประเภทสัญญา (สัญญาเช่าซื้อ ประนอมหนี้ ที่ดินส่วนเกินฯ) กรณีสัญญาแนบที่มีอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 6.50 ใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม

2. ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าซื้อรวมที่ผ่อนมาแล้วเป็นไม่เกิน 30 ปี เมื่อรวมกับอายุผู้เช่าซื้อไม่เกิน 70 ปี กรณีอายุเกิน 70 ปี ให้ใช้ระยะเวลาตามสัญญาเดิม ลูกค้าสามารถเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระสั้นกว่าเกณฑ์ที่กำหนดได้

-มาตรการที่ 2 ปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าเช่าซื้อที่มีหนี้ค้างชำระทุกอัตราดอกเบี้ย มีหลักเกณฑ์เงื่อนไข ดังนี้

1. ลูกค้าที่มีหนี้ค้างชำระที่การเคหะฯได้บอกเลิกสัญญาแล้วหรือยังไม่บอกเลิกสัญญา

2. ปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อคงเหลือร้อยละ 6.50 ทุกประเภทสัญญา (สัญญาเช่าซื้อ ประนอมหนี้ ที่ดินส่วนเกินฯ) กรณีสัญญามีอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 6.50 ใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม

3. ขยายระยะเวลาสัญญารวมที่ผ่อนมาแล้วเป็นไม่เกิน 30 ปี เมื่อรวมกับอายุผู้เช่าซื้อไม่เกิน 70 ปี กรณีอายุเกิน 70 ปี ให้ใช้ระยะเวลาตามสัญญาเดิม ลูกค้าสามารถเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระสั้นกว่าเกณฑ์ที่กำหนดได้

-มาตรการที่ 3 ให้ส่วนลดค่างวดเช่าซื้อ จำนวน 1,000 บาท โดยมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขดังนี้ ให้ส่วนลดลูกค้าเช่าซื้อที่มีอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 6.50 และเป็นลูกค้าเช่าซื้อที่ทำสัญญาเช่าซื้อก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 และต้องชำระค่าเช่าซื้อให้เป็นปัจจุบันโดยไม่มีหนี้ค้างชำระ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 โดยจะได้รับส่วนลดค่าเช่าซื้อจำนวน 1,000 บาท เพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติจะให้ส่วนลดโดยอัตโนมัติในเดือนกรกฎาคม 2564 กรณีค่างวดเช่าซื้อต่ำกว่า 1,000 บาท ให้ส่วนลดเท่ากับค่างวดเดือนกรกฎาคม 2564นายทวีพงษ์ กล่าวถึงวิธีการขอรับสิทธิตามมาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้าเช่าซื้อปัจจุบันว่า เพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐบาลและศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) การเคหะฯจึงจัดให้มีการลงทะเบียนนัดหมาย วันทำสัญญาเช่าซื้อผ่านเว็บไซต์ www.nha.co.th ของการเคหะฯ  หรือลงทะเบียนผ่าน Application บน Smart Phone ทั้งนี้ลูกค้าที่ไม่มี Smart Phone สามารถติดต่อ Call Center 1615 หรือสำนักงานเคหะนครหลวง หรือสำนักงานเคหะจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ทำการลงทะเบียนนัดหมายแทน

สำหรับระยะเวลาลงทะเบียนเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 พฤศจิกายน 2564 โดยการเคหะแห่งชาติจะส่งข้อความ (SMS) แจ้งผลให้ลูกค้าทราบผลการลงทะเบียนนัดหมาย และจะเรียกมาทำสัญญาเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 30 ธันวาคม 2564 วันจันทร์ – วันเสาร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยจะนัดหมายทำสัญญา รอบเช้าตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. จำนวน 10 ราย และรอบบ่าย เวลา 13.00 – 16.00 น. จำนวน 10 ราย ต่อสำนักงานเคหะนครหลวง สำนักงานเคหะจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

บ้านการเคหะ

ส่วนมาตรการให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการซื้อ บ้านการเคหะ นายทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะฯได้กําหนดโปรโมชั่น 3 รูปแบบ โดยมีระยะเวลาตั้งแต่ 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2564 ได้แก่

1.โปรโมชั่นดอกเบี้ยเช่าซื้อ 0 % ในปีที่ 1 สําหรับลูกค้าที่สถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อ วางเงินจองเริ่มต้น 99 บาท เฉพาะโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จหรือใกล้แล้วเสร็จ พร้อมส่งมอบภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564

2.โปรโมชั่นลดราคา (Shock Price) เฉพาะโครงการบ้านเอื้ออาทร 56 โครงการ ให้ส่วนลดพิเศษประมาณร้อยละ 5-20 ของราคาขายเงินสดเดิม ราคาเริ่มต้นที่ 250,000-520,000 บาท จองเพียง 99 บาท

3. โปรโมชั่นบ้านเช่าราคาพิเศษสำหรับโครงการบ้านเอื้ออาทรและเคหะชุมชน จำนวน 84 โครงการ โดยมีอัตราค่าเช่าในปีแรก ดังนี้

  • บ้านพร้อมที่ดินอัตราค่าเช่า 1,200 บาท/เดือน
  • ห้องชุดขนาด 30-40 ตารางเมตร ชั้น 1-2 อัตราค่าเช่า 1,200 บาท/เดือน
  • ห้องชุดขนาด 30-40 ตารางเมตร ชั้น 3 – 5 อัตราค่าเช่า 999 บาท/เดือน
  • ห้องชุดขนาด 24 ตารางเมตร อัตราค่าเช่า 599 บาท/เดือน

โดยการเคหะแห่งชาติเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งมิเตอร์ น้ำ-ไฟ และค่าส่วนกลางในปีแรก

บ้านการเคหะ

ทั้งลูกค้าเช่าซื้อปัจจุบันและลูกค้าใหม่สามารถสอบถามรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวได้ที่ Call Center 1615 หรือสำนักงานเคหะนครหลวง สำนักงานเคหะจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

อ่านเพิ่มเติม
-บ้านเคหะสุขประชา เตรียมเปิดจองอีก 21 โครงการทั่วไทย

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube

Property Mentor Line Official: https://lin.ee/nE9XYOo4



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME