ศึกเลือกตั้ง 2569 แต่ละพรรคการเมืองได้นำเสนอนโยบายในด้านต่างๆ ชักจูงประชาชนให้ตัดสินใจเลือกทั้งคนและพรรคเข้าไปบริหารประเทศ สำหรับนโยบายที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองก็มีหลายพรรคที่ได้นำเสนอนโยบายด้านนี้เอาไว้บ้าง มาดูกันว่าพรรคไหนจะมีนโยบายโดนใจคนที่ต้องการที่อยู่อาศัย และคนในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กันบ้าง
เริ่มกันที่พรรคประชาชนที่ดูเหมือนว่าจะมีนโยบายด้านที่อยู่อาศัยและการพัฒนาสาธารณูปโภค การพัฒนาเมือง ที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้ (อาจจะมีพรรคที่ยังไม่ประกาศนโยบายออกมา) ซึ่งอาจจะเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายของพรรคเป็นคนรุ่นใหม่วัยสร้างเนื้อสร้างตัว นโยบายด้านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ก็น่าจะเป็นที่ต้องการของคนวัยนี้

พรรคประชาชน มีนโยบายสร้างสวัสดิการที่อยู่อาศัย 1 ล้านยูนิตใน 4 ปี ผ่านการอุดหนุนค่าเช่า สินเชื่อบ้านหลังแรก และเปลี่ยนผู้เช่าการเคหะฯ เป็นเจ้าของ เพื่อความมั่นคงของประชาชน ผ่านโครงการหลักๆ ดังนี้
1.อุดหนุนค่าเช่าที่อยู่อาศัย
เป้าหมาย: ช่วยเหลือ 500,000 ครัวเรือนที่มีค่าเช่าไม่เกิน 6,000 บาทต่อเดือน โดยอุดหนุนค่าเช่า 50% (ไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน) เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน เพื่อลดภาระค่าครองชีพทันที งบประมาณ: ประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี
2.เปลี่ยนเช่าเป็นเช่าซื้อ
เป้าหมาย: เปลี่ยนเงื่อนไขให้ผู้เช่าห้องของการเคหะแห่งชาติจำนวน 65,000 ห้อง สามารถเป็นเจ้าของได้ทันทีด้วยค่าเช่าเท่าเดิม เมื่อชำระค่าเช่าเกินเกณฑ์ที่กำหนด
3.โครงการเช่าออมบ้าน
เป้าหมาย: จูงใจเอกชนเสนอที่อยู่อาศัย 50,000 ยูนิต ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยให้ประชาชนจ่ายค่าเช่าและใช้ประวัติการจ่ายไปยื่นกู้สินเชื่อบ้านได้ ส่วนผู้ประกอบการจะได้รับวงเงินสินเชื่อพิเศษเพื่อสภาพคล่อง งบประมาณ: ประมาณ 1,250 ล้านบาทต่อปี
4.โครงการสินเชื่อบ้านหลังแรก
เป้าหมาย: อุดหนุนดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ที่ไม่เคยเป็นเจ้าของบ้าน เพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 350,000 ยูนิตงบประมาณ: ประมาณ 19,250 ล้านบาทต่อปี
5.สินเชื่อรีโนเวท / ซื้อบ้านบังคับคดี
เป้าหมาย: ให้สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษสำหรับการปรับปรุงอาคาร หรือซื้อบ้านจากกรมบังคับคดี จำนวน 100,000 ยูนิต (ยูนิตละ 100,000 บาท) เพื่อเพิ่มที่อยู่อาศัยทางเลือกในเขตเมืองงบประมาณ: ประมาณ 5,500 ล้านบาทต่อปี
6.โครงการบ้านมั่นคง
เป้าหมาย: พัฒนาที่อยู่อาศัยบนที่ดินรัฐร่วมกับท้องถิ่น 35,000 ยูนิต เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่บุกรุก พร้อมสนับสนุนสินเชื่อให้ท้องถิ่นนำไปพัฒนาโครงการงบประมาณ: ประมาณ 420 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย สร้างหัวเมืองใหม่ 15 เมือง ด้วยการเปลี่ยนวิธีจัดงบลงทุน ยกเลิกโครงการซ้ำซ้อน กระจายงบลงทุนสร้าง สร้างหัวเมืองใหม่ 15 เมืองทั่วประเทศและเชื่อมโยงไปยังเมืองรองโดยรอบ เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเสมือนกรุงเทพฯ อีก 15 แห่ง ได้แก่ เชียงราย, เชียงใหม่, พิษณุโลก, นครสวรรค์, พระนครศรีอยุธยา, พัทยา, ระยอง/มาบตาพุด, นครราชสีมา, อุดรธานี, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, หัวหิน, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต และหาดใหญ่

มาที่พรรคเพื่อไทยเป็นอีกพรรคที่มีนโยบายส่งเสริมด้านที่อยู่อาศัยนั่นก็คือ “บ้านเพื่อคนไทย” ซึ่งได้ทำเอาไว้ในสมัยที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยการเปิดให้ลงทะเบียนใน 4 โครงการ มีคนให้ความสนใจกว่า 2.5 แสนราย แต่โครงการต้องหยุดชะงักไปหลังจากนายกฯอุ๊งอิ๊งถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจึงได้ปัดฝุ่นโครงการบ้านเพื่อคนไทยขึ้นมาใช้หาเสียงอีกครั้ง หวังเอาใจกลุ่มคนในวัยเริ่มทำงานหรือ หรือ First Jobber ที่ทุกวันนี้เข้าถึงที่อยู่ศัยได้ยากเย็น เพราะบ้านราคาแพงขึ้นทุกวันทำให้ไม่สามารถซื้อและผ่อนบ้านได้
พรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนให้คนไทยมีบ้านที่ดี คุณภาพสูง ในราคาที่เข้าถึงได้ (Affordable Housing) สำหรับผู้มีรายได้ปานกลางไม่เกิน 50,000 บาท และไม่เคยถือครองกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย ให้ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท/เดือน โดยไม่ต้องดาวน์ มีโครงการให้เลือกหลากหลาย จากคอนโดมิเนียม 30 ตรม.ไปจนถึงบ้านเดี่ยวที่พัฒนาบนที่ดินของรัฐด้วยการให้เช่าระยะยาว ทุกยูนิตแต่งครบ พร้อมเข้าอยู่ พร้อมสุขภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า รถไฟ ระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตามระบบราง (TODs) โดยมีโครงการนำร่องที่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และปทุมธานี
นอกจากนี้ยังมี นโยบายเกี่ยวกับ Smart City เมืองปลอดอาชญากรรม โดยจัดตั้งระบบกลางเชื่อมโยงข้อมูลจากกล้อง CCTV ทุกหน่วยงาน (ตำรวจ ท้องถิ่น ขนส่งเอกชน ห้าง โรงเรียน ฯลฯ) ใช้เทคโนโลยี่ ดิจิทัล และ AI ในการวิเคราะห์ภาพแบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ ใบหน้า หมายเลขทะเบียน และเหตุการณ์ฉุกเฉิน พัฒนา “National Crime Analytics Platform” รวมข้อมูลคดี เหตุอาชญากรรม และการแจ้งเหตุจากหลายแหล่ง เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและจุดเสี่ยงล่วงหน้า
นโยบายสนับสนุนเมืองเท่าเทียม Universal Design โดยได้ยกร่าง พ.ร.บ.การออกแบบที่เป็นการสากล (Universal Design) ไว้เรียบร้อยแล้ว จะปรับปรุงให้มีการออกแบบที่เป็นสากลตามแผน คือ 1. อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ – เช่น โรงมหรสพ หอประชุม โรงแรม สถานศึกษา โรงพยาบาล อาคารราชการ ห้างสรรพสินค้า และอาคารขนาดใหญ่อื่นๆ 2. ระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน – เช่น ศูนย์การขนส่ง สถานี จุดจอด ยานพาหนะขนส่งสาธารณะ และสถานีบริการโครงสร้างพื้นฐาน 3. ระบบสารสนเทศและการสื่อสาร – เช่น แพลตฟอร์มดิจิทัล ระบบข้อมูลสาธารณะ บริการออนไลน์ การสื่อสารฉุกเฉิน สื่อการศึกษา การประกาศสาธารณะ และเอกสาร ซึ่งจะทำให้ชีวิตของทุกคนสะดวกสบายและมีชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น

ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีนโยบายที่แตะๆ เรื่องที่อยู่อาศัยอยู่บ้าง แต่เน้นไปที่ผู้สูงอายุ ได้แก่ บ้านผู้สูงวัยปลอดภัย โดยการจัดงบประมาณซ่อมและปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 70 ปี บ้านละ 50,000 บาท เช่นการทำราวจับ การลดขั้นบันได การปรับปรุงห้องน้ำ เพื่อลดอุบัติเหตุ สะดวก ปลอดภัย ลดงบประมาณค่ารักษาพยาบาลระยะยาว และยังมีนโยบายแปลงบ้านของผู้สูงวัยเป็นเงินใช้เลี้ยงชีพ อยู่ฟรีตลอดชีวิต โดยรัฐจ่ายเงินซื้อบ้านผู้สูงอายุด้วยการจ่ายล่วงหน้า แต่ยังให้อยู่อาศัยได้จนเสียชีวิต ราคาบ้านที่ซื้อคิดส่วนลดจากราคาประเมิน โดยรัฐจ่ายค่าบ้าน 4 งวด งวดละ 1 ปี และให้โอกาสทายาท ซื้อคืนด้วยราคาเดิม ไม่คิดค่าโอน
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคม ได้แก่ โครงการ มอร์เตอร์เวย์สี่ทิศ รถไฟความเร็วสูง เชื่อมไทยเชื่อมโลก โดยในส่วนของถนนมอร์เตอร์เวย์ สี่ทิศทั่วประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ-เชียงราย กรุงเทพฯ-สะเดา กรุงเทพฯ-ตราด กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี กรุงเทพฯ-หนองคาย และกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี รวมทั้งการขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูง นครราชสีมา-หนองคาย เชื่อมต่อกับประเทศลาวสู่ประเทศจีน โดยจะมีสะพานรถไฟไทย–ลาวใหม่ และระบบรองรับการข้ามแดน ศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง

ที่น่าเสียดายคือ พรรคภูมิใจไทยหนึ่งในพรรคตัวเต็งที่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล แต่กลับไม่มีนโยบายด้านที่อยู่อาศัยในการเลือกตั้งครั้งนี้เลย ส่วนนโนบายด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ก็ยังคงเป็นเรื่องของ Landbridge อ่าวไทย-อันดามัน ยกระดับการคมนาคมสู่การเป็นศูนย์กลางคมนาคมอาเซียน พัฒนาเศรษฐกิจทุกมิติ อย่างไรก็ตาม ทีมงานของพรรค ได้พบปะกับผู้ประกอบการภาคอสังหาฯ เพื่อรับฟังขอคิดเห็นจากภาคเอกชนในการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ซึ่งเชื่อว่า หากภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นแกนในการตั้งรัฐบาลอีกครั้ง น่าจะมีมาตรการสำหรับกระตุ้นภาคอสังหาฯออกมา ไม่ว่าจะเป็นการ ต่ออายุการลดค่าโอน ค่าจดจำนอง การต่ออายุมาตรการผ่อนคลายสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV การผลักดันมาตรการประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage Insurance) การลดดอกเบี้ย เป็นต้น

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังมีโครงการสานต่อบ้านมั่นคง บ้านราคาถูกให้ผู้มีรายได้น้อย และยังนโยบายรื้อระบบสินเชื่อบัตร(เครดิต) บ้าน รถ ซึ่งมีวิธีคิดดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม และนโยบายลบประวัติเครดิตบูโร สำหรับผู้ที่จ่ายหนี้จบสามารถกู้ใหม่ได้ทันที ไม่ต้องค้างอยู่ในเครดิตบูโรอีก 3 ปี ส่วนพรรคอื่นๆ เท่าที่ตรวจสอบดูจากเว็บไซต์ของพรรคก็ยังไม่มีนโยบายด้านที่อยู่อาศัยและการพัฒนาสาธารณูปโภคให้ต้องพูดถึง
คงต้องอัพเดตกันอีกทีในช่วงโค้งสุดท้ายที่หลายๆ พรรคอาจจะปล่อยหมัดเด็ดกันอีกระลอก ใครรักใคร เชียร์ใคร ก็ขอให้ไปใช้สิทธิ์ที่คูหาเลือกตั้งกันนะครับ






