fbpx
© thaipropertymentor.com - 2021. All rights reserved.

เมื่อการก่อสร้างระบบขนส่งทางราง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ เริ่มเป็นรูปธรรม จะเกิดการเคลื่อนย้ายของคนเข้าสู่เมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางของประเทศและภูมิภาคอาเซียน แรงงานจะเคลื่อนย้ายเข้าเมือง และอยู่อาศัยในพื้นที่นอกเมืองที่ห่างไกลออกไปโดยอาศัยขนส่งระบบรางในการเดินทางเข้าออกเมือง หลายคนอาจจะเคยฝันว่า มีที่พักอยู่ที่เขาใหญ่หรือพัทยา และใช้ไฮสปีดเทรนเดินทาง 1 ชั่วโมง เข้ามาติดต่องานในกรุงเทพฯ  เชื่อว่า จะเกิดขึ้นได้แน่ในอนาคตอันใกล้นี้ [embed]https://www.youtube.com/watch?v=KVbPehaRVSo[/embed]     กรุงเทพฯ จะขยายตัวมากขึ้น เมื่อแรงงานหนุ่มสาวย้ายเข้าสู่เมืองตามวิถีของ mass urbanization การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้า และจุดตัดในลักษณะของ Transit-Oriented Development  :TOD จะตามมา เมื่อเมืองขยายตัวมากขึ้นก็ต้องมีเมืองที่สามารถรองรับการเติบโดของกรุงเทพฯ  ซึ่งการพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี  เป็นโครงการนำร่องที่จะสร้างแหล่งงานและความเจริญในภูมิภาค 3 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ได้ถูกกำหนดบทบาทไว้แตกต่างกันออกไป ขณะนี้ ผังเมืองอีอีซีได้ยกร่างเสร็จแล้ว คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยมีพื้นที่ในผังทั้ง 3 จังหวัดรวมกัน 8.29 ล้านไร่ หรือ 13,266

โครงข่ายคมนาคมไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า รถไฟ้ทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ทางด่วน มอเตอร์เวย์ ได้เชื่อมเมืองเข้าด้วยกันในทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ในภูมิภาค นับเป็นการพลิกโฉมเมืองครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน อะไรจะเกิดขึ้นบ้างเมื่อโครงการต่างๆ เริ่มเป็นรูxเป็นร่าง  ติดตามได้จากรายงาน โครงข่ายคมนาคม พลิกโฉมเมือง   [embed]https://www.youtube.com/watch?v=gbsI24HJrm0[/embed] "โครงข่ายรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์จะเริ่มในปีหน้า" รถไฟฟ้า 10 สายตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล หรือที่เรียกว่า M-MAP ที่กำลังเร่งดำเนินการกันอยู่ในขณะนี้จะเปลี่ยนภูมิทัศน์ใหม่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปอย่างสิ้นเชิง ความเจริญจะกระจายจากเขตเมืองชั้นในออกสู่นอกเมือง จุดตัดรถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆ ที่เป็นสถานีเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง หรือ interchange จะกลายเป็นจุดศูนย์กลางความเจริญของชุมชน เช่นสถานีกลางบางซื่อ มักกะสัน วงเวียนใหญ่ จะเกิดจุดศูนย์รวม หรือแหล่งชุมนุมคน (Node) ขึ้น หรือในพื้นที่ปลายทางของรถไฟฟ้าออกไปชานเมือง ก็จะกลายเป็น Node ของชานเมือง เช่น ลำลูกกา หรือ รังสิต มีนบุรี เป็นต้น ในเมื่อรถไฟฟ้ามีผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของเมืองในอนาคต ทำให้ผังเมืองของกรุงเทพฯ

จังหวัดนนทบุรี ถือเป็นพื้นที่สำหรับการอยู่อาศัยรองรับคนจังหวัดนนทบุรีเองและคนกรุงเทพฯ ซึ่งน่าจะมีสัดส่วนที่มากกว่าคนพื้นที่เสียอีก โดยที่ผ่านมานนทบุรีมีโครงการบ้านจัดสรรในทุกระดับราคาเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งคอนโดมิเนียมที่เริ่มขยายเข้ามาพร้อมๆ กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน แต่ในอีกไม่ช้าไม่นานนี้ การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในจังหวัดนนทบุรีกำลังจะเปลี่ยนไป โดยจะพัฒนาได้ยากขึ้นด้วยเงื่อนไขของผังเมืองรวมนนทบุรี ที่เตรียมจะประกาศใช้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะมีผลกระทบกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และผู้ที่จะหาซื้อที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นคอนโด ทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว ในอนาคตอย่างแน่นอน “ขณะนี้ร่างผังเมืองรวมนนทบุรี อยู่ระหว่างการพิจารณาในขั้นตอนการออกกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีก 4-5 เดือน ผังเมืองรวมนนทบุรีจะประกาศใช้ได้ในปีนี้อย่างแน่นอน” พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ในฐานะหน่วยงานที่ยกร่างผังเมืองรวมนนทบุรี กล่าวถึงความคืบหน้า แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินร่างผังเมืองรวมนนทบุรี ตัวร่างผังเมืองรวมนนทบุรีได้ผ่านการพิจารณามาแล้วหลายขั้นตอนตั้งแต่ยกร่างเสร็จ เช่น ผ่านการพิจารณาให้ความเห็นของคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัด การรับเรื่องร้องเรียนและความเห็นของคนในพื้นที่ และการพิจารณาของคณะกรรมการผังเมือง ก่อนที่จะส่งเข้ากระทรวงมหาดไทยออกเป็นกฎกระทรวง “ประเด็นหลักๆ คงไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องถนนที่ตั้งโครงการที่อยู่อาศัยจะต้องมีขนาดที่กว้างขึ้น เนื่องจากผู้อยู่อาศัยที่อยู่มาก่อนเดือดร้อน และร้องเรียนเข้ามามากเรื่องของปัญหาการจราจรในซอยต่างๆ ซึ่งมีขนาดเล็กแต่มีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นมาจำนวนมาก” พ.ต.อ.ธงชัยกล่าว นอกจากนี้ ปัญหาการจราจรจะยิ่งสาหัสขึ้นเมื่อโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรีเปิดใช้ เพราะจะมีปริมาณรถที่ใช้มอเตอร์เวย์หนาแน่นขึ้น แต่ไม่มีทางคู่ขนานเพื่อช่วยระบายการจราจร ถนนรัตนาธิเบศร์จะรถติดมากขึ้นในอนาคต สำหรับร่างผังเมืองรวมนนทบุรี ฉบับนี้ถือเป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เริ่มเข้าสู่กระบวนการปิดประกาศ 90 วันให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุง