fbpx
© thaipropertymentor.com - 2021. All rights reserved.
Home2022มกราคม (Page 2)

มกราคม 2022

กรมที่ดินแจกแจงเงื่อนไขการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง บ้าน-คอนโด เหลือ 0.01% ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2565 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยระบุว่า จากการที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 2565 มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 กระทรวงมหาดไทย ได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด กรณีห้องชุด ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด รวม 2 ฉบับ โดยมีหลักเกณฑ์การลดหย่อน ดังนี้ ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือห้องชุด ราคาซื้อขายและราคาประเมินไม่เกิน 3 ล้านบาท จะได้รับลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนซื้อขายทั้งมือหนึ่งและมือสองจากร้อยละ 2

กระทรวงมหาดไทยประกาศแล้ว ลดค่าโอนและค่าจดจำนอง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และอาคาครชุด เหลือร้อยละ 0.01 ได้หมดทั้งบ้าน-คอนโดมือหนึ่งและมือสองในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีผลตั้งวันที่ 18 มกราคม 2565 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทยลงในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 17 ธันวาคม 2565 เรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินกรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ และอาคารชุด โดยระบุว่า เป็นการสมควรให้มีการสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สาธารณะและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 (7) (ฎ) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497

บิ๊กอสังหาฯ แห่ขายหุ้นกู้ เร่งระดมทุน ตุนสภาพคล่อง พร้อมเดินหน้าผุดโครงการใหม่ปี 65 เต็มสูบ นายอรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อขออนุญาตและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขณะนี้บริษัทได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นกู้จากก.ล.ต. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (มูลค่าที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขาย 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน 1,500 ล้านบาท และหุ้นกู้สำรองเพื่อเสนอขายเพิ่มเติมมูลค่าไม่เกิน 300 ล้านบาท) โดยเป็นการออกและเสนอขายหุ้นกู้หุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และผู้ลงทุนสถาบันอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.60% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน จองซื้อขั้นต่ำ 100,000

หากพูดถึงการดำเนินชีวิตของคนเราในปัจจุบันล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงทั้งสิ้น เพราะการดำเนินชีวิตของเราในแต่ละวันเราต้องพบเจอสิ่งต่าง ๆ มากมายรอบตัว หรือแม้ว่าเราจะมีการวางแผนชีวิตและการเงินอย่างรอบคอบและระมัดระวังตัวเองดีแล้วจากสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เกิดขึ้น แต่ใครจะไปรู้ว่าอาการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุจะเกิดขึ้นตอนไหน และถึงแม้หลายคนจะมีการแบ่งเงินเก็บไว้สำหรับยามฉุกเฉินเรื่องการเจ็บป่วย หรือ เกิดอุบัติเหตุ แต่มั่นใจได้แค่ไหนว่า เงินที่เก็บไว้จะเพียงพอต่อการใช้จ่ายหรือการรักษา เมื่อพูดถึงเด็กรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่จบใหม่ วัยเริ่มทำงานแล้ว หลายคนอาจมองว่าการ "ทำประกัน" ไม่ใช่เรื่องจำเป็นต่อชีวิตเพราะในวัยที่อายุน้อย สุขภาพยังแข็งแรงดี ความเสี่ยงต่ำ หรือมีเงินไม่มากพอที่จะทำประกันในแต่ละเดือน แต่เมื่อมีโรคระบาดอย่าง "โควิด-19" ทำให้มุมมองเหล่านี้อาจเปลี่ยนไป หลายคนเริ่มกังวลเรื่องสุขภาพของตัวเองมากขึ้น และตระหนักว่า "โรคไม่เลือกอายุ" ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด โรคร้าย หรือแม้แต่อาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงอุบัติเหตุที่ไม่ได้คาดเดาไว้แต่แรก ก็อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและเงินในกระเป๋าของคนเราได้เสมอ ดังนั้น การเลือกทำประกันจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกับเด็กจบใหม่ ที่เพิ่งเริ่มทำงาน อยู่ในช่วงของการเก็บเงินเพื่อสร้างฐานะ ต้องมีการวางแผนทางการเงินให้ดีและคิดหาวิธีเตรียมความพร้อมรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิด หันมาให้ความสนใจกับตัวช่วยที่สำคัญนั่นคือ “ประกัน” เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเมื่อเทียบค่าเบี้ยประกันกับจำนวนเงิน และวงเงินรักษานั้นเราจะเห็นได้ว่า เงินทุนประกันที่ทางประกันจ่าย ดูแลในเรื่องค่ารักษาต่างๆ คุ้มค่ากว่าเงินค่าเบี้ยประกันที่เราจ่ายไปอย่างมาก และทำให้เราอุ่นใจยามเจ็บป่วย

โครงการเฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วไทย ซึ่งมูลนิธิเอสซีจีได้จัดทำขึ้นเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีในการมารับบริการในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ให้เป็นมากกว่าพื้นที่รักษาทางกาย แต่เป็นพื้นที่ที่จะช่วยฟื้นฟูจิตใจของผู้ป่วยและครอบครัว โครงการนี้ริเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2562 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมูลนิธิเอสซีจี ได้ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กลุ่มวิจัยสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาคีเครือข่ายสถาปนิก และธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ตั้งใจที่จะสร้างความสุขให้ผู้ที่เข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลมีความสะดวกสบาย สะอาด ปลอดภัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี พื้นที่แห่งความสุขภายในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชที่มีอยู่ 21 แห่งทั่วประเทศ โดยแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป การออกแบบจะเอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดีของคนทุกกลุ่ม ผ่านกระบวนการออกแบบแบบมีส่วนร่วม Participatory Design เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนในแต่ละบริบท ครอบคลุมความต้องการของทั้งโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย ญาติ สถาปนิก นักออกแบบ และประชาชนที่ใช้งานพื้นที่จริง โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้มีรายได้น้อย ผู้พิการ และผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง ในการก่อสร้างได้นำเทคโนโลยี Building Information Modeling

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดตัวบ้านไฮเอนด์ "เบลล่า เดล มอนเต้ เขาใหญ่" เฟส 2 ตอบรับบ้านตากอากาศดีมานด์แรง ชูจุดเด่นแนวคิด “Creek Valley” คฤหาสน์หรูริมธารน้ำ บนเนินต่างระดับ นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาโครงการ “เบลล่า เดล มอนเต้ เขาใหญ่” ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 530 ล้านบาท เนื่องจากโครงการมีจุดเด่นที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีทิวเขาสวยงามเป็นลำดับต้นๆ ของโครงการบ้านในทำเลเขาใหญ่ ประกอบกับมีสินค้าที่เป็นบ้านริมน้ำเป็นที่ต้องการของลูกค้าเป็นอย่างมาก ส่งผลให้บ้านริมทะเลสาบภายในโครงการขายหมดได้อย่างรวดเร็ว บริษัทเล็งเห็นโอกาสในการเปิดตัวเฟสใหม่เพื่อรองรับความต้องการของตลาดกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง จึงเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงการเบลล่า เดล มอนเต้” เฟส 2 ขนาดพื้นที่ 55 ไร่ และมีมูลค่าโครงการกว่า

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 เห็นชอบให้คงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. …. ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 สำหรับการจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งพระราชกฤษฎีกาได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 และมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2564 การคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในที่นี้ก็คือ คงอัตราการจัดเก็บที่ได้กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ที่ได้กำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเอาไว้ใน 2 ปีแรก คือปี 2563-2564 เพื่อให้ผู้ที่ต้องเสียภาษีได้ตั้งหลักกับระบบภาษีใหม่ และเมื่อครบกำหนดจึงจำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกันใหม่ ซึ่งกระทรวงการคลังเลือกที่จะใช้อัตราเดิมตามบทเฉพาะกาล แม้ว่าในพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มาตรา 37 จะกำหนดเพดานของอัตราภาษีของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของที่ดินในแต่ละประเภทเอาไว้สูงกว่าอัตราการจัดเก็บที่กำหนดเอาไว้ในบทเฉพาะกาลก็ตามกล่าวคือ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ 0.15 ของฐานภาษี (มูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ 0.3 ของฐานภาษี ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากประกอบเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัยให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ 1.2 ของฐานภาษี ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2564 ภาพรวมมีการปรับลดลงแต่เริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว โดยดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย มีค่าดัชนีเท่ากับ 126.8 ลดลงร้อยละ -0.8 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สี่ และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พบว่า ดัชนีราคาบ้านจัดสรรลดลงร้อยละ -0.3 ส่วนดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายมีค่าดัชนีเท่ากับ 151.2 จุด ลดลงร้อยละ -0.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีค่าดัชนีลดลงต่อเนื่องกันเป็นไตรมาสที่ 5 แล้ว ส่วนการเปลี่ยนแปลงของดัชนีเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พบว่า ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ลดลงร้อยละ -0.3 ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สามแล้ว ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ผลการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ที่ลดลง แสดงให้เห็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยให้มีการฟื้นตัวช้าลงกว่าเดิม ทำให้ผู้ประกอบการมีการปรับตัวต่อสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้พบว่า ผู้ประกอบการยังคงใช้กลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการลดราคาเพื่อกระตุ้นการขายบ้านจัดสรร รวมถึงโปรโมชั่นการให้เข้าอยู่ฟรีนานขึ้นเป็น 1-3 ปีแรก

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ขยับลงทุนเพิ่ม ในปี 65 เตรียมผุดโครงการใหม่อีก 15 โครงการ เพิ่มขึ้น 50% จากปี 64 มูลค่ารวมกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท ยังโฟกัสที่ตลาดบ้านแนวราบเป็นหลัก ตั้งเป้าโกยยอดขาย 3.1 หมื่นล้าน และรายได้ 3.3 หมื่นล้าน เผยบ้านเดี่ยวเป็นตัวสร้างรายได้หลักในปี 64 สัดส่วนสูงถึง 83% นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ – ประธานคณะกรรมการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทมีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่รวม 15 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวม 29,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น

สมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมแสดงความยินดีและมอบรางวัล“ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2564” เพื่อเชิดชูเกียรติตัวแทนประกันชีวิตที่มีคุณภาพดีเด่น สามารถผลิตผลงานได้ตามเกณฑ์จำนวน 2,085 ราย นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ อุปนายกฝ่ายการตลาด สมาคมประกันชีวิตไทย ประธานการจัดงานพิธีมอบรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2564 เปิดเผยว่า สมาคมประกันชีวิตไทยขอแสดงความยินดีกับตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ทั้ง 2,085 ราย พร้อมทั้งขอขอบคุณที่ได้สร้างผลงานคุณภาพตามเกณฑ์ ทั้งเบี้ยประกันภัยรับและการบริหารที่เป็นเลิศ สามารถรักษาอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตไว้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ตลอดจนมีความภักดีต่อองค์กรต้นสังกัด หากแต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องทุกวัน ทำให้การจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มบุคคลจำนวนมากเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง อย่างไรก็ตาม สมาคมประกันชีวิตไทยยังคงให้ความสำคัญต่อการเชิดชูเกียรติของบุคลากรฝ่ายขาย ดังนั้นในปีนี้ สมาคมจึงได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเชิดชูเกียรติคุณให้กับตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ (THAILAND NATIONAL QUALITY AWARDS) มาเป็นการจัดงานแบบโลกเสมือนจริง (Virtual Event) ซึ่งได้มีการจัดทำวิดีทัศน์เชิดชูเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจให้กับตัวแทนประกันชีวิตที่ผ่านเกณฑ์การผลิตผลงานที่มีคุณภาพและมีการบริการที่เป็นเลิศ และมีความภักดีต่อบริษัทที่เป็นต้นสังกัด