fbpx

หมวดหมู่: อะไรๆ ก็…รีวิว

Warapong Pankaew9 เมษายน 2021
Screenshot-2021-04-09-150918.png

1min65

หลังจากเป็นพันธมิตรธุรกิจกันมานาน 5 ปี มีโครงการที่ลงทุนร่วมกันมาแล้ว 14 โครงการ มูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านบาท ล่าสุด เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จากฝ่ายไทย และฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ จากญี่ปุ่น ก็แตกไลน์โครงการร่วมทุนมาเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ( ทาวน์โฮม ) เป็นโครงการแรก หลังจากที่ตลาดคอนโดมิเนียมคงจะต้องใช้เวลาฟื้นตัวกันอีกระยะ

โครงการเสนา เวล่า เทพารักษ์-บางบ่อ ทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท จึงเป็นทาวน์เฮ้าส์ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นของค่านเสนาฯ ที่ได้นำเอาแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยสไตล์ญี่ปุ่นของฮันคิว ฮันชิน มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสไตล์คนไทย

สำหรับเสนา เวล่า ถือเป็นแบรนด์ ทาวน์โฮม ระดับ Economy ของเสนาฯ มีราคาขายอยู่ระหว่าง 1.5-3 ล้านบาท สำหรับ เสนา เวล่า เทพารักษ์-บางบ่อ ถือเป็นทาวน์โฮมตัวท็อปของแบรนด์นี้ เพราะมีราคาเริ่มต้นที่ 2.99 ล้านบาท

ทาวน์โฮม

แม้ว่าจะมีชื่อเป็นทาวน์โฮม แต่เสนาฯและฮันคิว ก็ตั้งใจที่จะทำให้เป็นทาวน์โฮมที่พิเศษกว่าของที่มีอยู่ทั่วๆ ไป ด้วยดีไซน์พิเศษ แต่ละยูนิตแยกตัวออกจากกัน ไม่มีผนังด้านใดด้านหนึ่งที่ติดกันเหมือนทาวน์เฮ้าส์ปกติ ซึ่ง นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ให้คำจำกัดความว่า เป็นทาวน์โฮมที่หน้าตาเป็นมินิบ้านแฝดและให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยว ซึ่งแน่นอนว่า ต้นทุนย่อมจะสูงกว่าทาวน์โฮมธรรมดาๆ ราคาจึงต้องเริ่มต้นที่ 2.99 ล้านบาท

นายประสิทธิ์ วัฒนานุกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานสนับสนุนงานก่อสร้าง บริษัท เสนาดีเวล ลอปเม้นท์ กล่าวถึงรายละเอียดโครงการ เสนา เวล่า เทพารักษ์-บางบ่อ ว่า เป็นโครงกาทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ สูง 2 ชั้น บนเนื้อที่โครงการ 39 ไร่เศษ จำนวน 298 หลัง

แบบบ้านมีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบบ้าน THEE หน้ากว้าง 5.7 เมตร และแบบบ้าน THEE Plus หน้ากว้าง 7.7 เมตร ขนาดที่ดินเริ่ม 20-41 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเริ่ม 127-140 ตารางเมตร ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องเอนกประสงค์ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน

โครงการตั้งอยู่บนถนนเทพารักษ์อยู่ไม่ไกลจากแยกเคหะเมืองใหม่บางพลี มีสาธารณูปโภคภายในโครงการอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนส่วนกลาง Co working Space และ Outdoor terrace เป็นต้น ที่สำคัญคือเสนาฯ ยังติดตั้งโซลาร์ขนาด 2 กิโลวัตต์ให้บ้านทุกหลัง สามารถใช้ไฟฟ้าฟรีตลอด 25 ปี (จะเป็นการใช้ไฟฟรีเฉพาะช่วงกลางวัน หากจะใช้ฟรีในช่วงกลางคืน หรือต้องการจะขายไฟคืนให้รัฐในอัตราหน่วยละ 2.20 บาท ก็ต้องซื้อแบตเตอรี่มาเก็บไฟต่างหาก)

ทาวน์โฮม

มาถึงไฮไลท์ของโครงการคือการนำเอา Expertise ของญี่ปุ่นมาใช้กับฟังก์ชั่นในทาวน์เฮ้าส์แนวคิดใหม่ ซึ่งแนวคิดของ ฮันคิว ฮันชิน เรียกว่า Geo fit+ ประกอบด้วย 4 เรื่องหลัก คือ

  • Geo fit+ Day เน้นเรื่องการพัฒนาโปรดักต์ให้เข้ากับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
  • Geo fit+ Eco การแสวงหาแนวทางประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น พลังงานไฟฟ้า เชื้อเพลิง หรือน้ำ
  • Geo fit+ Stage การออกแบบบนแนวคิดเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย
  • Geo fit+ Sonae ใส่ใจทุกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความปลอดภัย

ยกตัวอย่างเช่น ไฟหน้าบ้านเปิด-ปิดอัตโนมัติ พื้นที่นั่งเล่นออกแบบให้ขนาดเท่าพื้นที่ของบ้านเดี่ยว มุมพักผ่อนข้างบ้าน ห้องน้ำชั้น 1 มีพื้นที่อาบน้ำที่ใช้งานได้จริง ห้องอเนกประสงค์ชั่นล่างรองรับผู้สูงวัย หรือปรับเป็นห้องทำงาน work from home สวนผักข้างบ้านหรือหลังบ้าน เป็นต้น

ทาวน์โฮม

โครงการเสนา เวล่า เทพารักษ์-บางบ่อ จะเริ่มเปิดขายอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้ และเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการภายในปี 2567 ซึ่งต้องรอดูว่า แนวคิดใหม่ในการพัฒนาทาวน์โฮมของเสนาฯกับราคาเริ่มต้นที่ 2.99 ล้านบาทจะได้ผลตอบรับดีแค่ไหนในทำเลที่มีการแข่งขันเดือดที่สุดทำเลหนึ่งเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม
-เสนาฯ ผนึกพันธมิตรญี่ปุ่น ฮันคิว ฮันชิน รุกหนักคอนโดต่ำล้าน

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube

Property Mentor Line Official: https://lin.ee/nE9XYOo4


Warapong Pankaew24 มีนาคม 2021
LPN_SKV_SNKR_RE-SIZE_018-1280x720.jpg

4min852

Property Mentor Project Review ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท-ศรีนครินทร์

ถ้าพูดถึงทำเลสำหรับการอยู่อาศัยของคนในกรุงเทพฯและปริมณฑลแล้ว โซนที่เป็นที่นิยมในการหาซื้อที่อยู่อาศัยคงหนีไม่พ้น โซนเหนือ ได้แก่ สะพานใหม่ รังสิต ลำลูกกา โซนตะวันตก เช่น บางใหญ่ บางบัวทอง โซนตะวันออก บางนา ศรีนครินทร์ เป็นต้น ซึ่งวันนี้เรากำลังพูดถึงหนึ่งในโซนที่กำลังมาแรงกับโครงการที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในพื้นที่แนวราบที่อยู่ใกล้ๆ เมือง

นั่นก็คือ โครงการลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท-ศรีนครินทร์ (สุขุมวิท 113) ของบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

โครงการลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท-ศรีนครินทร์ เป็นโครงการบ้านพักอาศัยในโซนตะวันออก เป็นโซนที่อยู่อาศัยยอดนิยมติดอันดับทำเลที่โครงการบ้านจัดสรรขายดีในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากเป็นทำเลที่มีศักยภาพเหมาะแก่การอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งงาน สถานศึกษา สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน

ที่สำคัญระบบการคมนาคมขนส่งที่ทำให้เราเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกสบาย โดยมีรถไฟฟ้าให้บริการในพื้นที่ถึง 2 สาย คือสายสีเขียวที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว และสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง) ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงต้นๆ ของปี 2565

นอกจากนี้ พื้นที่โซนตะวันออก ซึ่งมีบางนาเป็น Hub ของความเจริญในพื้นที่ จะถูกผลักดันโดยผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครให้เป็นศูนย์ชุมชนชานเมือง ส่งเสริมให้เกิดพื้นที่พาณิชยกรรม และยังมีบทบาทเป็นประตูเชื่อมเมืองหรือที่เรียกว่า Gateway ระหว่างกรุงเทพมหานครกับ 3 จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

โดยมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และรถไฟฟ้าบางนา-สุวรรณภูมิ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นตัวเร่งกระจายความเจริญจากพื้นที่เมืองด้านในสู่ภายนอกตามแนวถนนบางนา-ตราด และถนนสุขุมวิท

ด้วยศักยภาพของพื้นที่โซนตะวันออกจึงไม่แปลกที่จะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่เกิดขึ้น เพื่อรองรับความเจริญที่จะเกิดขึ้นอย่างมากมายหลายโครงการ

สำหรับที่ตั้งโครงการ ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท-ศรีนครินทร์ อยู่ในซอยสุขุมวิท 113 (ซอยวัดด่านสำโรง) ปากซอยอยู่ห่างจากแยกบางนาประมาณ 3 กม.สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง ทั้งฝั่งถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ ตัวโครงการอยู่ห่างจากปากซอยฝั่งถนนสุขุมวิท 2.3 กม. และห่างจากปากซอยฝั่งถนนศรีนครินทร์ 1.7 กม.

โครงการอยู่ใกล้ห้างอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ตลาดใหม่สำโรง โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ หรือจะออกมาที่แยกบางนาซึ่งในอนาคตจะมีห้างขนาดใหญ่บางกอก มอลล์ เปิดบริการ ระยะทางจากโครงการประมาณ 7 กม. หรือจะไปไบเทค ระยะทาง 6.5 กม. เดินทางได้ทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า โดยโครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสำโรงเพียง 2.8 กม.

ขณะที่ปากซอยฝั่งถนนศรีนครินทร์ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสถานีศรีด่านระยะทางจากโครงการถึงสถานี 2.5 กม. นอกจากนี้ยังมี ห้างแจ๊ซ เออร์เบิน ศรีนครินทร์ ฟู้ด แลนด์ ศรีนครินทร์ และลาซาล อเวนิว อยู่ไม่ไกลจากโครงการ

ส่วนสถานศึกษาก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น รร.มัธยมวัดเด่น รร.เซ็นต์โยเซฟ บางนา ร.ร.นานาชาติบางกอกพัฒนา รร.นานาชาติไทย-สิงคโปร์ รร.เทพศิรินทร์ สมุทรปราการ เป็นต้น ขณะที่สถานพยาบาลนอกจากรพ.สำโรงการแพทย์ แล้วก็ยังมี รพ.ไทยนครินทร์ รพ.สินแพทย์ รพ.ศิครินทร์ รพ.บางนา 1 เป็นต้น เรียกได้ว่าทั้งโรงพยาบาล สถานศึกษา และห้างสรรพสินค้า มีรองรับการใช้ชีวิตประจำวันในพื้นที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

การเดินทางก็ไปมาสะดวก นอกจากรถไฟฟ้าทั้งสายสีเขียวทั้งฝั่งสุขุมวิท และสายสีเหลือทางฝั่งศรีนครินทร์แล้ว ยังมีโครงข่ายถนนสายหลักไม่ว่าจะเป็นถนนสุขุมวิท ถนนศรีนครินทร์ ถนนเทพารักษ์ ถนนบางนา-ตราด ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวน) ทางด่วนบางนา ทางด่วนบูรพาวิถี เชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถยนต์ได้อย่างสะดวกทั้งเข้าและออกนอกเมือง

กลับเข้าที่โครงการกันครับ โครงการ ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท-ศรีนครินทร์ มีเนื้อที่โครงการรวม 15 ไร่เศษ มีบ้านให้เลือก 2 แบบ คือบ้านแฝด 2 ชั้น และทาวน์โฮม 3 ชั้น จำนวนรวม 133 หลัง โดยในส่วนของบ้านแฝด แบ่งเป็น บ้านแฝด Type A และบ้านแฝด Type Bบ้านลุมพินี

มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นอาคารนิติบุคคล สโมสร ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 6×14 เมตร สวนส่วนกลางเนื้อที่ประมาณ 180 ตารางวา สนามเด็กเล่น และเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งบ้านลุมพินี ลุมพินี ทาวน์เพลสสำหรับบ้านแฝด Type A มีจำนวน 20 หลัง ขนาดที่ดินเริ่มต้น 37.7 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 183 ตารางเมตร หน้ากว้างของตัวบ้าน 10.9 เมตร ลึก 6.3 เมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ สามารถจอดรถได้ 3 คันลุมพินี ทาวน์เพลสชั้น 1 จัดฟังก์ชั่นของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ประกอบด้วย ห้องอเนกประสงค์หรือจะปรับเป็นห้องนอนก็ได้ พร้อมพื้นที่เฉลียงสำหรับพักผ่อน พื้นที่นั่งเล่น-รับแขกเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร และยังมีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร ห้องน้ำ ลานซักล้างหรือพื้นที่เตรียมสำหรับครัวไทย และห้องเก็บของลุมพินี ทาวน์เพลสชั้น 2 แบ่งสัดส่วนเป็นห้องนอนใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัว ห้องนอนที่ 2 และห้องนอนที่ 3 พร้อมห้องน้ำรองรับการใช้งานบนชั้น 2 และยังมีโถงสำหรับพักผ่อนพร้อมระเบียงเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับครอบครัว หรือจะปรับเป็นพื้นที่ทำงานเล็กๆ ก็สามารถทำได้ลุมพินี ทาวน์เพลสบ้านแฝด Type B มีจำนวน 18 หลัง ขนาดที่ดินเริ่มต้นที่ 36.4 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 158 ตารางเมตร ออกแบบให้มีหน้ากว้างของบ้าน 8.4 เมตร ลึก 8.8 เมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ พร้อมที่จอดรถ 2 คันลุมพินี ทาวน์เพลสชั้น 1 ออกแบบพื้นที่ให้เป็น Open Space เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่นั่งเล่น-รับแขกกับพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่เตรียมอาหาร ทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง มีห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ หรือห้องทำงานได้ พร้อมห้องน้ำ ลานซักล้างหรือพื้นที่เตรียมสำหรับครัวไทย ห้องเก็บของ และเฉลียงหลังบ้าน
ลุมพินี ทาวน์เพลสชั้น 2 จัดแบ่งห้องนอนใหญ่พร้อมระเบียงและห้องน้ำ ห้องนอนที่ 2 และห้องนอนที่ 3 พร้อมห้องน้ำที่รองรับการใช้งานที่ชั้น 2 และพื้นที่พักผ่อนสำหรับครอบครัว หรือจะปรับเป็นพื้นที่นั่งทำงานก็ได้เช่นกันลุมพินี ทาวน์เพลสทาวน์โฮม 3 ชั้น จำนวน 95 หลัง ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 161 ตารางเมตร หน้ากว้างของตัวบ้าน 5.5 เมตร ลึก 7.9 เมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ จอดรถได้ 2 คัน

ลุมพินี ทาวน์เพลสชั้น 1 ออกแบบพื้นที่ให้เป็น Open Space เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่นั่งเล่น-รับแขกกับพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่เตรียมอาหาร มีเฉลียงด้านหน้าบ้าน ห้องน้ำ และลานซักล้างหรือพื้นที่เตรียมสำหรับครัวไทย สำหรับทาวน์โฮมจะไม่มีห้องนอนหรือห้องอเนกประสงค์ที่ชั้นล่างลุมพินี ทาวน์เพลส ลุมพินี ทาวน์เพลสชั้น 2 แบ่งพื้นที่เป็นห้องนอนใหญ่พร้อมระเบียง และห้องน้ำในตัว ที่น่าสนใจคือ การจัดพื้นที่ของห้องอเนกประสงค์ที่ชั้น 2 ได้อย่างกว้างขวาง ส่วนชั้น 3 ประกอบไปด้วย ห้องนอนที่ 2 และห้องนอนที่ 3 พร้อมกับห้องน้ำรองรับการใช้งานที่ชั้น 3ลุมพินี ทาวน์เพลสมาถึงบทสรุปสำหรับโครงการ ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท-ศรีนครินทร์ สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงเลยก็คือ โครงการตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมีศักยภาพ ขนาบด้วยรถไฟฟ้า 2 เส้น ทั้งสายสีเขียวและสายสีเหลือง ในระยะทางที่เข้าถึงสถานีได้สะดวก มีถนนสายหลัก-ทางด่วนสำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ให้เลือกใช้หลายเส้นทาง

ในอนาคตพื้นที่บริเวณนี้จะเป็นศูนย์กลางความเจริญทางฝั่งตะวันออกโดยมีบางนาเป็นศูนย์กลาง แต่เนื่องด้วยซอยวัดด่านสำโรงเป็นชุมชนเก่าจึงอาจจะมีความพลุกพล่านกันอยู่พอสมควรโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน แต่สำหรับคนที่อยู่ในย่านนี้คงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ก็มีครบไม่ขาดตกบกพร่อง

โครงการ ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท-ศรีนครินทร์ เป็นโครงการขนาดเล็กๆ มีบ้านพักอาศัย 133 หลัง เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่เศษ ด้วยจำนวนยูนิตที่มีไม่มากโครงการจึงมีความเป็นส่วนตัว พื้นที่ส่วนกลางไม่ว่าจะเป็นสวน สโมสร สระว่ายน้ำ พอเหมาะกับขนาดโครงการ ถนนหนทางกว้างขวาง และบอกไว้อย่างโครงการนี้มีกฎห้ามนำรถมาจอดบนถนนหน้าบ้าน โดยจะมีที่จอดส่วนกลางสำหรับแขกต่างหาก

ลุมพินี ทาวน์เพลส

บ้านทั้ง 3 แบบ ประกอบด้วย บ้านแฝด Type A ราคาเริ่มต้น 8.39 ล้านบาท และ Type B ราคาเริ่มต้น 7.50 ล้านบาท (ราคา ณ เดือนเม.ย. 64) แตกต่างกันตรงที่ความกว้างความลึก และขนาดพื้นที่ใช้สอย โดย Type A จะมีหน้ากว้างที่มากกว่า แต่ความลึกของบ้านจะน้อยกว่า พื้นที่ใช้สอยบ้านแฝด Type A อยู่ที่ 183 ตารางวา ส่วน Type B อยู่ที่ 158 ตารางเมตร โดยส่วนตัวชอบบ้าน Type B ที่มีความลึกมากกว่าเพราะสามารถจัดพื้นที่การใช้งานได้ง่ายและดูโล่งกว่าสำหรับทาวน์โฮม 3 ชั้น  ขอยกให้เป็นไฮไลท์สำหรับโครงการนี้ ด้วยราคาเริ่มต้น 4.66 ล้านบาท กับพื้นที่ใช้สอยประมาณ 161 ตารางเมตร ถือว่าคุ้มค่า

ลุมพินี ทาวน์เพลส

โครงการ ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท-ศรีนครินทร์ เหมาะกับคนทำงานในโซนตะวันออกไปจนถึงคนที่ทำงานใน 3 จังหวัด EEC ที่มีรายได้หักภาระผ่อนต่างๆ แล้ว ยังมีเงินเหลือต่อเดือน 4 หมื่นบาทอัพ หรือคนทำงานในเมืองที่ต้องการมีบ้านใกล้ๆ เมือง สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกโครงการนี้ถือว่าตอบโจทย์

ยิ่งเมื่อเทียบกับคอนโดในเมืองราคา 2 แสนบาท/ตารางเมตร กับห้องขนาด 30 ตารางเมตร ขณะที่ โครงการ ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท-ศรีนครินทร์ มีราคาตั้งแต่ 103,200-143,800 บาทต่อตารางวา กับพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 158-180 ตารางเมตร เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายเดียวกัน ถนนเส้นเดียวกัน เพียงแต่เพิ่มระยะการเดินทางอีกสักหน่อย แต่ได้บ้านที่มีพื้นที่ในราคาที่ถูกกว่าคอนโด ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าพิจารณาครับ

อ่านเพิ่มเติม
-คอนโดทำเลดีราคาโดน ‘ลุมพินี เพลส เตาปูนอินเตอร์เชนจ์’

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube

Property Mentor Line Official: https://lin.ee/nE9XYOo4


Warapong Pankaew26 กุมภาพันธ์ 2021
FB-cover-2021-02-21T223902.444.png

6min591

Property Mentor Project Review พาไปชมบ้านเพื่อการอยู่อาศัยในยุค New Normal – ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ ตอบโจทย์ New Lifestyle ด้วย 4 Concept และ 8 Function รองรับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ด้วย Extra Rooms สำหรับ work from home หรืออีกหลากหลายกิจกรรมของทุก Gen


 

ถ้าจะพูดถึงเทรนด์การอยู่อาศัยที่เกิดขึ้นหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้พฤติกรรมการอยู่อาศัยได้เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็น New Normal ในหลายๆ สิ่ง อย่างเช่น

  • ความต้องการพื้นที่ในการอยู่อาศัยที่มากขึ้นเพื่อระยะห่างของสมาชิกในครอบครัว
  • ความต้องการพื้นที่สำหรับการ work from home หรือ learn from home
  • ความต้องการพื้นที่ครัวที่ใช้งานได้จริงจัง เมื่อสมาชิกทุกคนต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น
  • รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่สาธารณะในโครงการที่ต้องตอบโจทย์กับพฤติกรรมการอยู่อาศัยในแบบ New Normal

แน่นอนครับว่าเทรนด์การอยู่อาศัยในแบบ New Normal นี้ ที่อยู่อาศัยแนวราบไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮ้าส์ สามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่าการอยู่คอนโดมิเนียม ทำให้ในปี 2563 ที่ผ่านมา ตลาดบ้านแนวราบเป็นอะไรที่มาแรงหรือเกิน และยังคงแรงต่อเนื่องมาถึงปี 2564

วันนี้ Property Mentor จะขอพาไปชมหนึ่งในโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในยุค New Normal บนทำเลที่ถือได้ว่าเป็นทำเล Top 5 ของการซื้อหาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบกันเลยทีเดียว นั่นก็คือ โครงการ ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ ของบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด มาครับตามมากันเลย

ไอลีฟ

โครงการไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ อยู่บนถนนบางบ่อ-คลองด่าน ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนเทพรัตนหรือบางนา-ตราด บริเวณกม. 27 ฝั่งขาเข้า ระยะทางจากถนนบางนา-ตราด ตรงดิ่งตามถนนบางบ่อ-คลองด่านเข้าไปประมาณ 5.8 กิโลเมตรก็ถึงตัวโครงการ

บางบ่อ ทำเลบ้านขายดี
อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นเรื่องว่า บางบ่อ ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่ติดอยู่ใน Top 5 ของทำเลบ้านจัดสรรที่ขายดีในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ข้อมูลนี้มาจากการเก็บตัวเลขของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งพบว่า

ในโซนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และปริมณฑลมี 3 ทำเลที่ติดอยู่ใน Top 5 บ้านจัดสรรที่ขายได้สูงสุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 ซึ่งได้แก่ ทำเลบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง ทำเลเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ ทำเลคลองสามวา-มีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง และทำเลที่ยืนหนึ่งในแง่ของการขายก็คือ ทำเลบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธงนั่นเอง

ทำไมโซนฝั่งตะวันออกถึงติด Top 5 ถึง 3 อันดับ หลายคนอาจจะสงสัยแบบนั้น ซึ่งจริงๆ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลยครับ ก็เพราะโซนตะวันออกถือเป็นหนึ่งในทำเลที่มีศักยภาพเหมาะแก่การอยู่อาศัยด้วยปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งงานขนาดใหญ่ทั้งนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ สนามบินสุวรรณภูมิ และยังมีสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาอยู่ด้วยกันหลายแห่ง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งช็อปปิ้งที่มีหลากหลายทั้งห้างสรรสินค้า และเอาต์เลต ที่กำลังมาแรง และยังมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกหลายโครงการ

รถไฟความเร็วสูงบูมโซนตอ.
ที่สำคัญที่สุดพื้นที่โซนตะวันออกคือประตูเชื่อมเมืองหรือที่เรียกว่า Gateway ระหว่างกรุงเทพมหานครกับ 3 จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นตัวเร่งกระจายความเจริญจากพื้นที่เมืองด้านในสู่ภายนอกตามแนวถนนบางนา-ตราด และบริเวณสถานีหลักของรถไฟความเร็วสูง

จะเห็นได้ชัดเจนว่า พื้นที่บริเวณแยกบางนาไปจนจุดตัดถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบแยกบางนาตามแนวถนนบางนา-ตราดตอนต้นจะมีการลงทุนขนาดใหญ่เกิดขึ้นมากมาย และในไม่ช้าไม่นานเราคงจะได้เห็นพื้นที่จากแยกบางนาไปจนถึงสนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นเนื้อเมืองเดียวกัน

ซึ่งนอกจากจะมีรถไฟความเร็วสูงเป็นตัวเร่งแล้ว ยังมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่กำลังก่อสร้าง และรถไฟฟ้าบางนา-สุวรรณภูมิ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาโครงการช่วยให้ความเจริญตามแนวถนนบาง-ตราดกระจายตัวอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ตามถนนบางนา-ตราด

ให้บังเอิญว่า พื้นที่บริเวณบางบ่อที่เราพูดถึงอยู่นี้ คือจุดกึ่งกลางระหว่างเมืองชั้นในของกทม. (บริเวณทองหล่อ) กับจังหวัดหลักของ EEC อย่าง ชลบุรี (อ.เมือง)

นั่นคือศักยภาพของทำเลที่ทำให้บางบ่อมีความโดดเด่นสำหรับการอยู่อาศัยในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ทั้งด้านการเดินทางที่สะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นเข้าหรือออกเมืองด้วยถนนสายหลัก สายรอง ทางด่วน ระบบขนส่งมวลชน และรถไฟความเร็วสูง(สถานีสุวรรณภูมิ) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น ตลาด ร้านค้า แหล่งจับจ่ายใช้สอย โรงพยาบาล สถานศึกษา ก็มีพร้อมรองรับการใช้ชีวิตประจำวันในพื้นที่ได้แบบไม่ตกหล่น

กลับมาที่ตัวโครงการไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ โครงการนี้พัฒนาโดยบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นโครงการใหม่ในทำเลใหม่ที่บริษัทมองเห็นถึงศักยภาพของทำเลจึงตัดสินใจเข้ามาเปิดโครงการรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยของคนในโซนตะวันออก

ถ้าพูดถึงบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ คนในย่านพระราม 2 จะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นทำเลแจ้งเกิดของบริษัทอสังหาฯระดับกลางที่สามารถยืนหยัดในตลาดมายาวนานถึง 30 ปี และเริ่มขยายออกสู่ทำเลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นประชาอุทิศ ราชพฤกษ์ รังสิต สมุทรสาคร ชลบุรี ภูเก็ต เป็นต้น

4 แบบบ้านตอบโจทย์ New Lifestyle
สำหรับโครงการไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ ออกแบบในสไตล์แคลิฟอร์เนีย สร้างบรรยากาศภายในโครงการให้รู้สึกอบอุ่น สบายๆ ด้วยแบบบ้านสไตล์แคลิฟอร์เนียที่เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย และที่สำคัญบ้านทุกแบบจะมี 4 ห้องนอน ซึ่งเป็นมาตรฐานของกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ในทุกโครงการ เพื่อรองรับการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด 3 Generation ซึ่งเป็น 1 ใน 4 แนวคิดหลักในการพัฒนาโครงการของกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ที่จะเล่าให้ฟังในลำดับถัดไป

โครงการจะแบ่งออกเป็น 2 โครงการย่อย ได้แก่

  • โครงการไอลีฟ ทาวน์ เป็นทาวน์โฮม บนเนื้อที่ 43 ไร่
  • โครงการไอลีฟ พาร์ค เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด บนเนื้อที่ 22 ไร่

พร้อมกับสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ขอเริ่มกันที่โครงการไอลีฟ ทาวน์ กันก่อนดีกว่า โครงการนี้เป็นทาวน์โฮมล้วนๆ จำนวน 469 ยูนิต มีแบบให้เลือก 1 แบบ ได้แก่

  • Cattleya พื้นที่ใช้สอย 126 ตารางเมตร บนเนื้อที่ 20.4 ตร.ว. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท

ไอลีฟ

ชั้นล่างจัดวางฟังก์ชั่นของแต่ละพื้นที่ให้เชื่อมโยงกันโดยออกแบบให้เปิดโล่ง (Open Space) ตั้งแต่ Living Area ที่อยู่ด้านหน้าสุด Dining Area ไปจนถึงส่วนของครัวและที่เตรียมอาหาร หรือ Pantry ทำให้พื้นที่ชั้นล่างดูโล่ง โปร่ง และกว้างขวาง

ที่สำคัญคือ การเปิดพื้นที่ให้เชื่อมถึงกันยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวให้ใกล้ชิดกันได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในพื้นที่ชั้นล่างยังมีห้องนอนสำหรับผู้สูงวัย ซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้าน หรืออาจจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนสำหรับรับรองญาติ พี่ น้อง แขกเหรื่อที่แวะมาเยี่ยมเยียน นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องทำงาน สำหรับการ Work from Home หรือ ห้องเรียน สำหรับการ Learn from Home ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

เรียกได้ว่า เป็นพื้นที่ที่เป็น Multi Function สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจต้องการเลยทีเดียว

ที่ชั้นล่างยังมีห้องน้ำรองรับการใช้งานของผู้สูงวัย พื้นที่ครัวและซักล้างด้านนอก ที่ต้องบอกว่าทางโครงการได้จัดเตรียมพื้นที่ให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการเทคาน เทพื้นแยกส่วนจากตัวบ้าน เพื่อป้องกันการทรุดตัว เช่นเดียวกับที่จอดรถด้านหน้าบ้านที่ตอกเข็ม และเทพื้นแยกส่วนกับตัวบ้านด้วยเช่นกัน

ขึ้นไปชั้นบนมีอีก 3 ห้องนอน ส่วนของห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัว และยังมีห้องน้ำรองรับการใช้งานในชั้นบนอีก 1 ห้อง ในส่วนของห้องนอนเล็กที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้สำหรับสมาชิกในครอบครัว ยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ห้องเรียน หรือห้องออกกำลังกายได้ตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ ที่ชั้น 2 ยังติดพัดลมระบายความร้อน สำหรับดูดอากาศร้อยภายในบ้านระบายออกด้านบนของหลังคา ช่วยให้บ้านเย็นลง ลดการสินเปลื้องพลังงานไฟฟ้า และยังมีปลั๊กรองรับการตัดตั้ง Router Wifi ในจุดที่เหมาะสมเพื่อให้สัญญาณ Wifi กระจายได้ครอบคลุมทั่วทั้งบ้าน

ไอลีฟ

ข้ามมาที่โครงการไอลีฟ พาร์ค ซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดกัน เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 แบบ และบ้านแฝด 1 แบบ จำนวนรวม 130 หลัง โดยในส่วนแบบเดี่ยว 2 แบบ ประกอบด้วย

  • แบบบ้าน DAISY เป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่สุดของโครงการ มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. บนขนาดที่ดินเริ่มต้น 54 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท

ไอลีฟ

บ้าน DAISY มีจุดเด่นที่พื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดใหญ่ สามารถจัดวางฟังก์ชั่นในแต่ละพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน

อีกหนึ่งไฮไลท์ของแบบบ้าน DAISY ก็คือบริเวณชั้นล่างที่กว้างขวางพอที่จะจัด Space ให้เป็นส่วนของที่นั่งทำงาน แยกออกจาก Living Area หรือจะเปิดโล่งเพิ่มพื้นที่ของ Living Area ให้กว้างขึ้นก็สามารถทำได้

ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ที่บริเวณชั่นล่าง อย่างเช่นห้องครัวด้านในบ้านเชื่อมต่อกับพื้นที่ซักล้างด้านนอกก็มีพื้นที่กว้างขวางรองรับการใช้งานในยุค New Normal ที่พื้นที่ครัวจะถูกใช้งานมากขึ้น เพราะสมาชิกในครอบครัวใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้นนั่นเอง และยังมีห้องนอนสำหรับผู้สูงวัย หรือใช้เป็นห้องนอนสำหรับแขกด้วยเช่นกัน

ขึ้นมาที่บริเวณชั้น 2 มีห้องนอน 3 ห้อง 2 ห้องน้ำ และยังมี Space ที่สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่น มุมสำหรับทำงาน อ่านหนังสือ แบบเป็นส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัว

ส่วนของห้องนอนใหญ่ก็มีพื้นที่ที่กว้าง โปร่ง พร้อมกับห้องน้ำในตัว และยังสามารถจัดพื้นที่ Walk-in Closet ได้อีกด้วย อีก 2 ห้องนอน สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานเป็นห้องทำงาน ห้องเรียน On Line หรือจะทำเป็นสตูดิโอสำหรับการ Live หรือเป็นห้องออกกำลังกาย ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ

ไอลีฟ

  • มาที่บ้านแบบที่ 2 ของบ้านเดี่ยว มีชื่อว่า CALLA มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 132 ตร.ม. บนเนื้อที่ 54 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท

ไอลีฟ

CALLA เป็นบ้านเดี่ยวที่มีขนาดย่อมลงมาหน่อย แต่ก็ยังตอบสนองการใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ที่โดดเด่นคือพื้นที่ส่วนหน้าที่เปิดโล่งไปจนถึงส่วนของ Living Area ทำให้บ้านดูโปร่ง สบาย ไม่อึดอัด ด้านในจัดเป็น Dining Area ห้องนอนสำหรับผู้สูงวัย พร้อมห้องน้ำที่รองรับการใช้งานด้านล่าง และห้องครัวเชื่อมต่อกับพื้นที่ซักล้าง ซึ่งทุกฟังก์ชั่นของพื้นที่ด้านล่างจัดได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน

ในส่วนชั้น 2 ของแบบบ้าน CALLA ก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างกับแบบ DAISY เพียงแต่ย่อไซส์ให้เล็กลงเล็กน้อย ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ Sapce ส่วนตัวบนชั้น 2 ที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามความต้องการ

  • สุดท้ายก็คือ บ้านแฝด ที่ชื่อว่า LILY มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 127 ตร.ม. บนเนื้อที่ 35.2 ตร.ว. ราคาเริ่มต้นที่ 3.19 ล้านบาท

LILY เป็นบ้านแฝดเหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ของบ้านที่มากกว่าทาวน์โฮม แต่ก็ไม่ต้องใหญ่โตถึงขนาดบ้านเดี่ยว บ้านแฝดจึงตอบโจทย์ทั้งเรื่องพื้นที่และราคาได้เป็นอย่างดี

ไอลีฟ

สำหรับบ้านแฝด LILY ในโครงการ ไอลีฟ พาร์ค ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวหลังย่อมๆ อย่างไม่มีผิดเพี้ยน เริ่มที่พื้นที่ชั้นล่างจัดวาง Living Area ไว้ตรงส่วนหน้าสุด และเป็นพื้นที่ที่กว้างสุดในชั้นล่าง ถัดมาเป็นส่วนของ Dining Area เชื่อมต่อไปถึงครัวด้านในและพื้นที่เตรียมอาหารไปจนถึงครัวนอกบ้านและพื้นที่ซักล้างที่โครงการทำการวางคาน เทปูน ปูกระเบื้อง จัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้เรียบร้อย

ที่ขาดไม่ได้สำหรับชั้นล่างก็คือ ห้องนอนผู้สูงวัยและห้องน้ำที่อยู่ติดกัน สามารถเข้า-ออกได้สะดวกไม่ต้องเดินไกล หรือจะใช้ห้องเป็นพื้นที่ Multi Function สำหรับการใช้ประโยชน์อื่นๆ ก็ทำได้ตามสะดวก

ขึ้นไปที่ชั้น 2 กับ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ Space ที่บริเวณโถงหน้าห้องแม้ว่าจะไม่กว้างเท่าบ้านเดี่ยว แต่ก็ยังสามารถจัดเป็นมุมเล็กสำหรับเด็ก หรือวางโต๊ะนั่งทำงานได้อย่างพอดิบพอดี ส่วนห้องนอนใหญ่มาพร้อมกับห้องน้ำในตัวที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งาน ขณะที่ห้องนอนเล็ก 2 ห้องกับอีก 1 ห้องน้ำในพื้นที่ส่วนหลัง ก็มีขนาดพอดิบพอดีกับการใช้งาน หรือปรับการใช้ประโยชน์ได้ตามความต้องการของสมาชิกในครอบครัว

เป็นอันจบครบทุกแบบของโครงการไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ มาถึงบทสรุปของโครงการนี้กันดีกว่าครับ

ทำเลศักยภาพแห่งอนาคต
ขอเริ่มต้นกันที่ทำเล โซนบางบ่ออยู่ฝั่งตะวันออกของกทม. ที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนบางบ่อ-คลองด่านซึ่งเชื่อมต่อกับถนน 3 สายหลัก ได้แก่ ถนนบางนา-ตราด ถนนสุขุมวิท และถนนเทพารักษ์ และอีก 1 ทางพิเศษ ได้แก่ ทางด่วนบูรพาวิถี ระยะทางจากปากทางเข้าฝั่งถนนบางนา-ตราดไปจนถึงโครงการประมาณ 5.8 กม. สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวก

ถามว่าโครงการนี้เหมาะกับใคร Priority แรกก็ต้องเป็นคนทำงานในโซนตะวันออก นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย บุคลากรในโรงพยาบาล สถานศึกษา และสนามบินสุวรรณภูมิ หรือจะเป็นคนที่ทำงานในย่านบางนา ศรีนครินทร์ แต่สู้ราคาโหดๆ ของ ทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว แถวๆ บางนาตอนต้นไม่ไหวก็ขยับออกนอกเมืองหน่อย แต่ก็ยังเดินทางได้สะดวกด้วยถนนสายหลักบางนา-ตราด ทางด่วนบูรพาวิถี และรถไฟฟ้าสุวรรณภูมิ-บางนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

จะว่าไปแล้วทำเลบางบ่อก็คือ ทำเลชานเมืองฝั่งตะวันออก ถ้าจะเทียบกับทำเลชานเมืองทางฝั่งเหนืออย่างลำลูกกา รังสิต-นครนายก การเดินทางเข้าสู่แหล่งงานใหญ่ในเมืองอย่าง สุขุมวิท อโศก สาทร ระยะทางก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ทำเลบางบ่อจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนทำงานในเมืองที่ต้องการหาบ้านชานเมือง เพื่อเพิ่มระยะห่างในยุคที่เรายังไม่ปลอดภัยจากการระบาดของโควิด-19

อีกกลุ่มที่เหมาะกับโครงการนี้มากก็คือ กลุ่มที่คนที่ต้องไปทำงานใน 3 จังหวัด EEC เพราะโซนตะวันออกคือ Gateway ที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑล กับ 3 จังหวัด EEC ซึ่งตรงบางบ่อคือจุดกลางๆ ระหว่างเมืองชั้นในของกทม.กับชลบุรี ยิ่งในอนาคตมีรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่านที่สถานีสุวรรณภูมิ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็สามารถทำงานแบบไป-กลับได้แบบสบายๆ

ไอลีฟ พรีม่า ไอลีฟ พรีม่า ไอลีฟ พรีม่า

4 ห้องนอน Multi Function
สำหรับบ้านในโครงการ ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ ซึ่งมีทั้งทาวน์โฮมในราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท บ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท และ 4.19 ล้านบาท และบ้านแฝดราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท ถือว่าครอบคลุมการอยู่อาศัยตั้งแต่ครอบครัวของคนวัยเริ่มทำงานมีรายได้ 3.2-3.5 หมื่นบาทต่อเดือน ผ่อนต่อเดือนประมาณ 1.2-1.4 หมื่นบาท (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร) สำหรับการเป็นเจ้าของทาวน์โฮม Cattleya ไปจนถึงครอบครัวที่ต้องการขยับขยายบ้านให้หลังใหญ่ขึ้น

จุดเด่นของโครงการ ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ คือทุกแบบบ้านสตาร์ตที่ 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ ซึ่งขนาดของห้อง และฟังก์ชั่นของบ้านก็จะแปรผันไปตามประเภทบ้านซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยที่แตกต่างกันออกไป ด้วยความที่มี 4 ห้องนอนจึงสามารถรองรับตั้งแต่ครอบครัวขนาดเล็ก 1-2 Gen ไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ที่มี 3 Gen พ่อ แม่ ลูก ปู่ ย่า/ตา ยาย ได้แบบสบายๆ

ไอลีฟ พรีม่า

สำหรับห้องนอนที่ไม่ได้ใช้งานก็สามารถปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ได้หลากหลายด้วยขนาดห้องที่กว้างขวางเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องเรียนออนไลน์ ห้องพักผ่อน ห้องออกกำลังกาย หรือสตูดิโอ สำหรับการ Live ต่างๆ หรือจะอุทิศเป็นห้องเก็บของก็ไม่มีอะไรขัดข้อง ซึ่งการใช้ประโยชน์ของแต่ละฟังชั่นของบ้านก็ถือว่ามี Space ที่เพียงพอ รู้สึกโล่ง โปร่ง ไม่อึดอัด วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ในระดับมาตรฐานของบ้านใน Segment ระดับกลาง

ที่ต้องพูดถึงเป็นพิเศษก็คือ พื้นที่ในส่วนของห้องครัว ทั้งครัวนอก ครัวใน และพื้นที่เตรียมอาหารของบ้านในแต่ละแบบ กว้างขวางใช้งานได้อย่างจริงจัง ดีไซน์ผนังครัวด้วยการเปิดช่องกระจกตามแนวยาวของผนัง เพิ่มความโปร่ง และมองเห็นพื้นที่สวนที่อยู่ด้านนอก

เหมาะกับการใช้ชีวิตยุค New Normal ที่สมาชิกแต่ละครอบครัวต้องใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ครัวจึงเป็นพื้นที่สำคัญที่ต้องใช้งานมากขึ้น

ไอลีฟ พรีม่า

4 Kanda Concept
เอาล่ะ มาถึงสิ่งที่จะเรียกว่าเป็น Option พิเศษก็ว่าได้ ซึ่งทางกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ได้ใส่ไว้ในบ้านทุกโครงการที่พัฒนาขึ้น บางเรื่องก็ได้พูดถึงไปในช่วงต้นๆ บ้างแล้ว แต่จะขอสรุปรวบยอดให้อีกที นั่นก็คือ 4 Kanda Concept และแตกแยกย่อยออกมาเป็น 8 ฟังก์ชั่น หรือ 8 f(x) ของการอยู่อาศัยในบ้านของกานดา พร็อพเพอร์ตี้

4 Kanda Concept คือ แนวคิดการพัฒนาโครงการของกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ที่เป็นเสมือนองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่สะสมมายาวนานเกือบ 30 ปี ถูกพัฒนาขึ้นจากที่ได้มองเห็นปัญหาของการอยู่อาศัยในแง่มุมต่างๆ นำไปสู่แนวทางแก้ปัญหา พัฒนาให้ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วย 4 เรื่องหลัก ได้แก่

-Eco Smart การใช้พลังงานทางเลือก และใช้หลักการของ Reduce Reuse Recycle ไม่ว่าจะเป็นการหลอดไฟในบ้านและถนนโครงการเป็นหลอด LED ทั้งหมด ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 50%การใช้กระจกเขียวตัดแสง ช่วยให้ประหยัดไฟในเวลากลางวัน และยังช่วยลดความร้อนและรังสียูวีได้ดี ฝ้าเพดานชั้นการใช้ยิบซั่มชนิดมีฟอยล์สำหรับฝ้าเพดานชั้นป้องกันความร้อนเพื่อลดการใช้พลังงาน พร้อมทั้งติดตั้งพัดลมระบายความร้อน

-Easy Maintenance การออกแบบบ้านให้บำรุงรักษาได้ง่าย การเลือกใช้วัสดุทนทาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การออกแบบห้องน้ำชั้นบนให้ตรงกับห้องน้ำชั้นล่าง หรือตรงกับระเบียงข้างบ้าน-หลังบ้าน หรือที่จอดรถ เพื่อง่ายต่อการซ่อมบำรุง การทำขอบกันน้ำ (Double Protect) ที่ขอบหน้าต่าง ช่วยป้องกันน้ำรั่วซึม

Untitled 1
Untitled 7
Untitled 5
Untitled 2

เลื่อนเพื่อดูภาพ

การใช้วัสดุทดแทนไม้กับวงกบภายใน บัวเชิงผนัง บัวฝ้าเพดาน ไม้บันได ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และหมดกังวลเรื่องปลวก มอดในระยะยาว การออกแบบให้พื้นครัวนอกและลานซักล้างวางบนคาน เพื่อป้องกันการทรุดตัว ที่จอดรถ แยกจากตัวอาคาร ง่ายต่อการซ่อมบำรุงในอนาคต

-3 Generations เพื่อการอยู่อาศัยที่รองรับครอบครัวแบบไทย จึงจัดทำห้องนอนที่ 4 ไว้ด้านล่าง สำหรับผู้สูงวัย

-Flood Protection แม้จะไม่ใช่ปัญหาที่จะเจอกันบ่อยๆ แต่ก็จำเป็นวางแผนป้องกันไว้ดีกว่า ด้วยการออกแบบให้มีระบบป้องกันน้ำท่วม ให้ความสำคัญกับระดับถมดิน ระดับตัวบ้าน การทำแนวรู้ที่มิดชิด มีระบบสูบน้ำที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ระดับหนึ่ง หากเกิดเหตุอุทกภัยขึ้น

Untitled 3
Untitled 6
Untitled
Untitled 4

เลื่อนเพื่อดูภาพ

8 ฟังก์ชั่น New Lifestly
จาก 4 Kanda Concept ได้แตกย่อยออกมาเป็น 8 ฟังก์ชั่นของการอยู่อาศัยที่สดรับการ New Lifestly ของคนรุ่นใหม่ ประกอบด้วย

  • Easy f(x) – การออกแบบมาให้ง่ายต่อการบำรุงรักษาในระยะยาว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • Extra f(x) – บ้านทุกแบบมีถึง 4 ห้องนอน เหมาะสำหรับผู้สูงอายุไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได ห้องน้ำชั้นล่างแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน รองรับการอยู่อาศัยของ 3 Generations ได้อย่างลงตัว
  • Extra Rooms –สามารถปรับห้องนอนใหญ่ที่มีขนาดกว้างขวาง ออกแบบให้มีสัดส่วนเป็นพื้นที่ Walk in Closet ในพื้นที่ห้องนอน
  • Work & life f(x) – ด้วยความหลากหลายของห้องนอน ทำให้สามารถ create ฟังก์ชัน การใช้สอยได้อย่างครบครัน เตรียมจุดติดตั้ง Router Wi-Fi ในตำแหน่งที่กระจายสัญญาณได้ทั่วทั้งบ้าน มีปลั๊กไฟ USB ที่ติดตั้งไว้ที่บริเวณห้องรับแขก และห้องนอนใหญ่
  • Family f(x) – นอกจาก living room ชั้นล่างก็ยังมีโถงชั้นบนกว้างขวางกว่าปกติรองรับทุกกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นมุมพักผ่อน จิบกาแฟ อ่านหนังสือ หรือเป็นมุมสำหรับจัดวางต้นไม้ฟอกอากาศภายในบ้าน
  • Private f(x) –ออกแบบให้มีห้องน้ำส่วนตัวสำหรับห้อง Master Bedroom เพิ่ม Privacy สำหรับการอยู่อาศัยร่วมกัน
  • Kitchen f(x) – มีทั้งครัวฝรั่ง ครัวไทย ครัวใน ครัวนอก ที่ต่อเติมเทพื้น ปูกระเบื้อง และเดินท่อ น้ำดี-น้ำทิ้ง ไว้ให้พร้อมสรรพ
  • Parking f(x) – ที่จอดรถสะดวกกว้างขวาง จอดได้ 2-3 คัน รองรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ โครงสร้างลานจอดรถแยกจากตัวบ้าน ป้องกันผลกระทบระยะยาวในอนาคต

นอกจากนี้ ทางโครงการ ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ ยังมีบ้านตัวอย่างแบบเปลือยๆ ให้ได้เห็นแต่ละจุดแต่ละฟังก์ชั่นที่ใส่เข้าไปภายในบ้าน ซึ่งถ้าเป็นบ้านตัวอย่างธรรมดาๆ เราจะไม่เห็นของที่อยู่ด้านใน ก็ลองแวะไปดูบ้านตัวอย่างแบบเปลือยเพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น

ทั้งหมดนี้คือโครงการไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ อีกหนึ่งโครงการที่เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการอยู่อาศัยในโซนตะวันออกครับ

อ่านเพิ่มเติม

-กานดา พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนรุกอสังหาฯฝ่าโควิดปี 64

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube

Property Mentor Line Official: https://lin.ee/nE9XYOo4


Warapong Pankaew12 มกราคม 2021
Avignon-1-1280x640.jpg

3min546

ถ้าพูดถึงบ้านระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ราคา 50-100 ล้านบาท ในเมืองไทยมีดีเวลลอปเปอร์อยู่ไม่กี่รายที่มีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับของเหล่ามิลเลียนแนร์ และหนึ่งในนั้นก็คือ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) บริษัทอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหญ่ที่มีประสบการณ์ในตลาดนี้มาอย่างยาวนานกับแบรนด์ยอดนิยมอย่าง เพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ หรือแบรนด์ เบลล่า เดอ มอนเต้ บ้านตากอากาศซูเปอร์ลักชัวรี่ที่เขาใหญ่

ล่าสุด พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ได้เปิดแบรนด์ใหม่ เลค เลเจนด์ พร้อมยกระดับสู่การพัฒนาระดับ เวิลด์ คลาส ด้วยการร่วมทุนกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกที่มีประสบการณ์ความหรูหรามากว่า 130 ปี อย่าง บริษัท ฮ่องกง แลนด์

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ได้ร่วมกับกับ ฮ่องกง แลนด์ เปิดโครงการที่อยู่อาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่โครงการแรกชื่อว่า เลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ เนื้อที่ 102 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 5,400 ล้านบาท โดยเอาประสบการณ์ที่มีคุณค่าของทั้ง 2 บริษัทมาผสมผสานกลั่นเป็นโครงการที่หรูหราที่สุดตั้งแต่พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เคยพัฒนามาเลยทีเดียว และในวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับโครงการนี้กันครับ

เมืองสำหรับที่อยู่อาศัยชั้นดี
โครงการเลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ อยู่บนถนนหอการค้าไทย ถนนที่เชื่อมต่อระหว่างถนนชัยพฤกษ์กับถนนสะพานนนทบุรี-บางบัวทอง หรือถนนสาย 345 ระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร ถนนสายนี้ต้องขยายความกันสักนิดว่า เป็นถนนที่พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ทุ่มทุนสร้างเองด้วยงบประมาณถึง 400 ล้านบาท

ตัวถนนมีขนาดความกว้าง 6 เลน ความยาวกว่า 4 กิโลเมตร ใช้ที่ดินไปถึง 80 ไร่ เพื่อรองรับการพัฒนาที่ดินที่บริษัทมีอยู่ทั้งหมดเกือบๆ 700 ไร่ และยังมีที่ดินที่แบ่งขายให้กับพันธมิตรบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันได้แก่ พฤกษา เรียลเอสเตท แสนสิริ และเอสซี แอสเสท เนื้อที่รวม 272 ไร่ เพื่อร่วมกันพัฒนาที่ดินเกือบๆ 1,000 ไร่ตรงนี้ให้เป็นเมืองที่อยู่อาศัยชั้นดี

นอกจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว บนที่ดินแปลงเดียวกันยังมีที่ดินของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอีก 215 ไร่ ที่มีแผนจะพัฒนาในอนาคต และล่าสุดโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพ หรือ Singapore International School of Bangkok (SISB) หนึ่งในโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ ได้จับจองพื้นที่เตรียมดำเนินการเปิดแคมปัสแห่งใหม่บนถนนหอการค้าไทยอีกด้วย

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ตั้งใจที่จะยกระดับ “ถนนหอการค้าไทย” ไปสู่ความเป็นศูนย์กลางการอยู่อาศัยใจกลางกรุงเทพฯตอนเหนือ ซึ่งนอกจากโครงการที่อยู่อาศัยแล้ว ยังจะมีแผนที่จะพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ คอมมูนิตี้ มอลล์ ย่านการค้าและบริการ เพื่อรองรับชุมชนขนาดใหญ่ที่มีจำนวนรวม 3,290 ยูนิต ในทำเลถนนหอการค้าไทย เรียกว่าเตรียมความพร้อมทุกอย่างเอาไว้รองรับการพัฒนาเมืองขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว

ทำเลใกล้เมืองศักยภาพสูง
ถนนหอการค้าไทยทำให้การเดินทางเชื่อมต่อกับถนนชัยพฤกษ์ไปสู่ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นทำเลศูนย์กลางเศรษฐกิจและความเจริญของพื้นที่โซนเหนือฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯและปริมณฑล ได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วยระยะทางที่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร และจากการที่ถนนแจ้งวัฒนะเป็นถนนสายสำคัญที่มีทั้งศูนย์ราชการ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ทำให้มีศักยภาพในการพัฒนาอีกมากมายในอนาคต

หากมองในภาพของการพัฒนาเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาประกอบด้วยแล้วก็ยิ่งจะส่งเสริมให้ทำเลแจ้งวัฒนะและพื้นที่ต่อเนื่องเป็นทำเลน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งตามร่างผังเมืองของกทม.ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในปี 2564 ในโซนเหนือต่อเนื่องกับจังหวัดนนทบุรี จะมีเพิ่มความหนาแน่นของการใช้ประโยชน์ที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีแดง สายสีเขียว สายสีเหลือง สายสีชมพู และสายสีน้ำตาล รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองหลักสี่ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง

ขณะที่ร่างผังภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีแผนที่จะยกระดับให้เมืองปากเกร็ด เป็นเมืองบริวารในด้านเมืองที่อยู่อาศัยและการพาณิชยกรรมชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความแออัดของเมืองกรุงเทพมหานคร และยังมีการพัฒนาโครงข่ายถนนสายหลัก สายรอง และทางพิเศษเชื่อมต่อเมืองทั้งในแนวทิศเหนือ-ใต้ และทิศตะวันออก-ตะวันตก ทำให้การเดินทางในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้คือผลในเชิงบวกที่จะเกิดกับโครงการเลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ ซึ่งนอกจากความสะดวกสบายที่ได้รับจากการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และการพัฒนาเมืองของภาครัฐแล้ว ยังทำให้โครงการมีทั้งคุณค่าและมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วยครับ เพราะทำเลที่ตั้งของโครงการต้องเรียกว่า ไม่ห่างจากศูนย์กลางความเจริญของถนนแจ้งวัฒนะ หรือเรียก ว่าเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อถึงกันก็คงไม่ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด

สะดวกสบายไปได้ทุกที่
จากตัวโครงการสามารถเดินทางไปจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีแยกปากเกร็ดระยะทางประมาณ 5 กม.กว่าๆ เท่านั้น หรือจะไปใช้บริการทางด่วนศรีรัช ตรงด่านแจ้งวัฒนะระยะทางจากโครงการก็ประมาณ 9 กม.เศษ หรือถ้าสะดวกกับการเดินทางแนวราบด้วยถนนราชพฤกษ์จากที่ตั้งโครงการถึงถนนราชพฤกษ์ระยะทางประมาณ 8 กม.กว่าๆ

ส่วนสถานที่สำคัญๆ ในย่านก็สามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นคอมมูนิตี้ มอลล์ เดอะ คริสตัล PTT ชัยพฤกษ์ 6 กม.เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ระยะทาง 8 กม. อิมแพ็ค เมืองทองธานีระยะทาง 12 กม. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ระยะทาง 13 กม.กว่า ถนนวิภาวดีรังสิต และรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีหลักสี่ ประมาณ 14 กม. สนามบินดอนเมือง ระยะทาง 20 กม. เป็นต้น

วนเวียนอยู่นอกโครงการเสียนาน ขอกลับที่ตั้งเข้าไปดูภายในโครงการกันดีกว่าครับ

โครงการเลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ เนื้อที่โครงการรวม 102 ไร่ มีบ้านแค่ 177 หลัง มูลค่าโครงการรวม 5,400 ล้านบาท โครงการแบ่งการพัฒนาเป็น 2 เฟส ในเฟสแรกมีเนื้อที่ 36 ไร่ จำนวน 57 หลัง มูลค่าโครงการเฟสแรก 2,000 ล้านบาท มีแบบบ้านทั้งหมด 5 แบบ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 346-570 ตร.ม. ราคาตั้งแต่ 26-70 ล้านบาท

อย่างที่บอกกันไปตอนต้นว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่าง พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคกับฮ่องกงแลนด์ ที่นำประสบการณ์การพัฒนาโครงการระดับโลกมาผสมผสานกับแนวทางของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค โดยมีการทำงานร่วมกันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ร่วมกันกำหนดแนวคิดโครงการ การออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการวางแผนกลยุทธ์การขายและการตลาด

ในทุกๆ ขั้นตอนได้มีการปรับจูนแนวคิดแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อให้โครงการออกมาดีที่สุดสำหรับคนไทย แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เล่าให้ฟังว่า สิ่งเดียวที่ ฮ่องกง แลนด์ ไม่ยอม Compromise ด้วยเลยก็คือ ความหรูหราสง่างามของโครงการจะต้องจัดเต็ม เพื่อให้เป็นโครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรี่อย่างสมบูรณ์แบบ

เปิดคฤหาสน์สไตล์ฝรั่งเศส
แนวคิดของ “เลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ” จึงเป็นการพัฒนาคฤหาสน์ริมทะเลสาบเนื้อที่ 25 ไร่ ซึ่งถือเป็นงานถนัดของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมอันหรูหราระดับเวิลด์คลาสจากฝรั่งเศส โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Chateau (ชาโตว์) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูง หรือตระกูลเก่าแก่ในฝรั่งเศสสะท้อนถึงการใช้ชีวิตที่หรูหรา กับโครงการที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียดภายใต้แนวคิด More Than French

เลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ จึงมีความหมายที่มากกว่าการเป็นพื้นที่พักอาศัย แต่เป็นการใช้ชีวิตที่แตกต่างเหนือระดับ สร้างความภาคภูมิใจกับผู้ครอบครองเพียง 57 ครอบครัวกับแบบบ้านที่มีให้เลือก 5 แบบ ตามรสนิยมของแต่ละบุคคล ประกอบด้วย

  • Margaret เป็นบ้านเดี่ยวหลังเล็กสุด มีพื้นที่ใช้สอย 346 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 3 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน

  • Lorraine เป็นบ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอย 407 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 3 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน

  • Corsica เป็นบ้านเดี่ยวมีพื้นที่ใช้สอย 464 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 4 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน

  • Brittany เป็นบ้านเดี่ยวมีพื้นที่ใช้สอย 522 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 4 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน พร้อม Lake Balcony ติดริมทะเลสาบ

  • Avignon เป็นบ้านเดี่ยวมีพื้นที่ใช้สอย 570 ตร.ม. ขนาด 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 4 ที่จอดรถ 2 ห้องแม่บ้าน พร้อม Lake Balcony ติดริมทะเลสาบ

คงต้องบอกว่าบ้านแต่ละขนาดก็ดูสวยงามแตกต่างกันไป แต่ก็คงเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบของ Chateau (ชาโตว์) หรือ คฤหาสน์สไตล์ฝรั่งเศสเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นหลังคา เสา ซุ้มโค้ง หน้าต่างบานใหญ่สไตล์ French Window ที่นำมาใช้อย่างโดดเด่นกับบ้านทั้ง 5 แบบ ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกรู้สึกได้ถึงความมั่นคงแข็งแรง ความสง่างาม และความหรูหรา ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

ลงตัวทั้งอยู่อาศัยและพักผ่อน
ส่วนฟังก์ชั่นภายในบริเวณชั้น 1 ออกแบบให้เปิดโล่ง (Open Space) ทำให้พื้นที่แต่ละส่วนสามารถเชื่อมต่อถึงกันตั้งแต่โถงทางเข้า พื้นที่รับรองแขก พื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร และส่วนของห้องครัว นอกจากจะได้ความโล่งแล้ว การออกแบบพื้นที่ให้เป็น Open Space จะช่วยส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น

ส่วนที่ขาดไม่ได้สำหรับบ้านสไตล์ฝรั่งเศสก็คือ Tea Room มุมพักผ่อนส่วนตัวที่มาพร้อมกับ Outdoor Balcony ที่มีให้ในบ้านทั้ง 5 แบบ หรือถ้าใครไม่นิยมจิบชาก็ยังปรับแต่งการใช้งานได้ตามรสนิยม และความพึงพอใจ และอีกส่วนที่สำคัญคือห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ หรือจะปรับฟังก์ชั่นให้เป็นห้องทำงานก็เหมาะเจาะลงตัว

อีกจุดเด่นที่ต้องพูดถึงสำหรับพื้นที่ชั้นล่างก็คือตรงส่วนของ Living Area ที่ออกแบบให้เป็น Double Volume ความสูงถึง 6.9 เมตร เพิ่มความโอ่อ่า และสร้างการเชื่อมต่อระหว่างภายนอกกับภายในให้บรรยากาศที่โล่ง โปร่ง สบาย

S2_Interior Type B_0807_high ceiling
Interior A_2133
Interior C_445

ส่วนที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการพักผ่อน ประกอบด้วย ห้องนอน 3-4 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว และ Family Area พื้นที่ส่วนตัวสำหรับครอบครัว รวมถึงห้องอเนกประสงค์สำหรับการใช้ประโยชน์ที่หลากหลายตามความต้องการ

Interior A_347
4e7c32a0a64859a9
958ac11bcb57be29
Interior B_551

คลับเฮ้าส์หรูคู่ทะเลสาบ
นอกจากนี้ โครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพิ่มทั้งความสะดวกและความสบายให้ในตัวบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง เช่น

  • คลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ French Castle ที่ออกแบบในสไตล์ Modern French เป็นคลับเฮ้าส์ติดทะเลสาบสำหรับการพักผ่อน พร้อมสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool ต่อเนื่องสู่ทะเลสาบขนาดใหญ่ ห้องออกกำลังกาย ห้องสตรีม-ซาวน่า และเลานจ์
Master-Club_edit-Sky
10_Snap shot Sport club_608
10_Snap shot Sport club_593
  • ระบบสายใต้ดิน ที่รองรับสายไฟฟ้า สายเคเบิล และอุปกรณ์ต่างๆ รวมไว้อยู่ใต้พื้นดิน เพื่อทัศนียภาพภายในโครงการที่สวยงาม ปราศจากเสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าบนดิน และมีความปลอดภัยมากขึ้น
  • ซุ้มโครงการแบบ Double Gate Security เพิ่มความปลอดภัย 2 ชั้น ผ่านเข้าออกด้วยประตูอัจฉริยะ Intelligent Sensors Gate เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ RFID
  • Double Park สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ 2 ตำแหน่ง รายล้อมด้วยหลากพันธุ์ไม้ และการตกแต่งอย่างสวยงาม ตอบรับชีวิตพักผ่อนของครอบครัวตลอด 365 วัน
  • เครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง แบบ Home Fiber Optic เชื่อมต่อสูงสุด 1 GBPS จาก AIS Fibre
  • สมาร์ทโฮม ออโตเมชั่น เปิดปิดไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า แอร์ ผ่านสมาร์ทโฟน

บทสรุปสุดท้าย
สำหรับโครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ “เลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ” เนื่องจากเป็นคฤหาสน์ติดริมทะเลสาบที่อยู่ใกล้เมืองสามารถตอบสนองได้ทั้งการอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย และการพักผ่อนแบบส่วนตัว จุดเด่นของโครงการคือ ทำเลที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยชั้นดี อยู่ใกล้ศูนย์กลางเศรษฐกิจทางโซนเหนือและเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในอนาคต

โครงการออกแบบจากประสบการณ์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกผสมผสานกับความเชี่ยวชาญในตลาดที่อยู่อาศัยของไทยทำให้ “เลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ” สามารถตอบโจทย์เหล่ามิลเลียนแนร์ได้ไม่ยาก

ถ้าคุณต้องการคฤหาสน์ เพื่ออยู่อาศัยกับครอบครัวที่คุณรัก ต้องการคฤหาสน์ริมทะเลสาบ เพื่อการพักผ่อนอย่างสงบสุข และต้องการคฤหาสน์ที่สะท้อนรสนิยมที่เลิศล้ำของคุณ คงตัดสินใจได้ไม่ยากที่จะเลือกโครงการเลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ ครับ

ขอบคุณคลิปวิดี ถนนหอการค้าไทย และ โครงการเลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ และภาพสวยๆ จาก บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน)


Warapong Pankaew10 มกราคม 2021
-กานดา.png

1min289

กานดา เข้าใจในทุกความต้องการของผู้บริโภค โครงการทุกโครงการ บ้านทุกแบบจึงถูกออกแบบภายใต้ 4 KANDA CONCEPT ซึ่งประกอบไปด้วย Eco Smart, Easy Maintenance, 3 Generations, Flood Protection และเพื่อให้ตอบรับกับยุค New Normal กานดาได้มีการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้านที่สะท้อนความต้องการที่แตกต่างและเปลี่ยนแปลงไป จึงเกิดเป็น 8 ฟังก์ชั่น สำคัญที่กานดานำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ สำหรับรองรับการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความเป็นตัวตน “นิวไลฟ์ สไตล์” ได้อย่างลงตัว ประกอบด้วย

Eco f(x) – ฟังก์ชั่นการลดใช้พลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการติดช่องระบายอากาศ หรือพัดลมระบายความร้อน บริเวณชั้น 2 ของบ้าน เพื่อทำให้บ้านเย็นสบาย ลดค่าใช้จ่ายของเครื่องปรับอากาศ ขณะที่กระจกภายในบ้านใช้เป็นกระจกเขียวตัดแสงป้องกันรังสี UV เข้าสู่ตัวบ้าน พร้อมทั้งหลอดไฟในบ้านเป็นหลอดไฟ LED ช่วยประหยัดพลังงาน สามารถทำกิจกรรมบริเวณโถงห้องรับแขกได้อย่างสบาย คลายร้อนได้ดียิ่งขึ้นกานดา

Easy f(x) – หมดกังวลกับเรื่องการซ่อมบำรุง ช่วยให้การอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตในบ้านเป็นเรื่องง่าย เพราะบ้านกานดาถูกออกแบบมาให้ง่ายต่อการบำรุงรักษาในระยะยาว ห้องน้ำชั้นบนอยู่ตรงกับห้องน้ำชั้นล่าง หรือตรงกับที่จอดรถ นอกจากนี้ ยังออกแบบขอบหน้าต่างคอนกรีตกันน้ำ (Double Protect) เพื่อป้องกันการรั่วซึมได้อีกชั้นหนึ่ง อีกทั้งการเลือกใช้วัสดุทดแทนไม้ ซึ่งแข็งแรงทนทาน และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งออกแบบให้พื้นครัวนอกและลานซักล้างวางบนคานหมดปัญหาเรื่องการทรุดตัวของที่จอดรถแยกจากตัวอาคารทำให้ง่ายต่อการซ่อมบำรุงรักษาในอนาคต

Extra f(x) – บ้านทุกแบบทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือทาวน์โฮม มีถึง 4 ห้องนอน ขนาดกว้างขวางและมีห้องนอนล่างที่ออกแบบอย่างสะดวกสบาย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได ห้องน้ำชั้นล่างแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน รองรับการอยู่อาศัยของ 3 Generations ได้อย่างอบอุ่นและลงตัว
Extra Rooms –สามารถปรับห้องนอนใหญ่ที่มีขนาดกว้างขวาง ออกแบบให้มีสัดส่วนเป็นพื้นที่ Walk in Closet สร้างความสุขในการแต่งตัวของคุณได้ในพื้นที่ห้องนอน

Work & life f(x) – ความหลากหลายของห้องนอน ทำให้สามารถ create ฟังก์ชัน การใช้สอยได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องออกกำลังกาย ห้องทำงานที่บ้าน หรือห้องเอนกประสงค์สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว โดยบริเวณชั้น 2 ของบ้าน มีการจัดเตรียมจุดติดตั้ง Router Wi-Fi สำหรับเชื่อมต่อ Internet ในตำแหน่งที่สามารถกระจายสัญญาณได้ทั่วทั้งตัวบ้าน พร้อมปลั๊กไฟ USB ที่ติดตั้งไว้ที่บริเวณห้องรับแขก และห้องนอนใหญ่ สำหรับชาร์จแบตสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตได้อย่างสะดวกสบาย

Family f(x) – นอกจาก living room ชั้นล่างก็ยังมีโถงชั้นบนกว้างขวางกว่าปกติรองรับทุกกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นมุมพักผ่อน จิบกาแฟ อ่านหนังสือ หรือเป็นมุมสำหรับจัดวางต้นไม้ฟอกอากาศภายในบ้าน

Private f(x) –ออกแบบให้มีห้องน้ำส่วนตัวสำหรับห้อง Master Bedroom เพิ่ม Privacy สำหรับการอยู่อาศัยร่วมกัน

Kitchen f(x) – ปลุกความเป็น Chef ในตัวคุณ ด้วยห้องครัวแบบไทย และแบบฝรั่ง มีทั้งครัวใน ครัวนอก ที่ต่อเติมเทพื้น ปูกระเบื้อง และเดินท่อน น้ำดี-น้ำทิ้ง ไว้ให้คุณได้พร้อมทำอาหารได้อย่างมีความสุข

Parking f(x) – ที่จอดรถสะดวกกว้างขวาง สำหรับการจอดได้ 2-3 คัน รองรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ ที่สำคัญโครงสร้างลานจอดรถแยกจากตัวบ้าน ป้องกันผลกระทบระยะยาวในอนาคต

กานดา

ทั้ง 8 ฟังก์ชันของ กานดา พร็อพเพอร์ตี้ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่หลากหลายน่าจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างลงตัว

อ่านประกอบ : กานดา พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนรุกอสังหาฯฝ่าโควิดปี 64

Property Mentor Line Official : https://lin.ee/nE9XYOo4


Warapong Pankaew14 ธันวาคม 2020
FB-cover-86.png

3min726

ถ้าคุณมีความพร้อมทางด้านการเงิน ช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับการหาซื้อที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะมีโครงการที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียมให้เลือกมากมายหลายทำเลในราคาที่คุ้มค่าน่าสนใจ ทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือจะซื้อเก็บเป็นทรัพย์สินเพื่อการลงทุนระยะยาว
โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีโครงการพร้อมขายในกทม.อยู่อีกไม่น้อยกว่า 40,000 ยูนิต ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคาตั้งแต่ 2 ล้านไปจนถึง 5 ล้าน (ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์) เรียกได้ว่า เลือกซื้อหากันได้แบบเพลินๆ เลยทีเดียว

ในวันนี้ Property Mentor จะชวนคุณไปทำความรู้จักกับคอนโดที่ถือว่าเป็นหนึ่งใน Best Choice สำหรับการซื้อหาคอนโดในช่วงเวลานี้ นั่นก็คือ โครงการ ลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ ของบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) คอนโดนี้มีอะไรที่น่าสนใจไปติดตามกับ Property Mentor Review ครับ

ลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ เป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ สถานีเตาปูนในระยะเดินถึงแบบสบายๆ เพียง 120 เมตร ซึ่งสถานีเตาปูนแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานีสำคัญของระบบขนส่งทางราง เพราะเป็นสถานีเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 2 สาย (Interchange) ได้แก่ MRT สายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ-หลักสอง/บางซื่อ-หัวลำโพง-ท่าพระ-หลักสอง และ MRT สายสีม่วง เตาปูน-บางไผ่

 

สถานี Interchange ทำให้การเชื่อมต่อการเดินทางเข้า-ออกเมืองด้วยรถไฟฟ้าเป็นไปอย่างสะดวกสบาย โดยเฉพาะในเส้นทางของ MRT สายสีน้ำเงินที่มีเส้นทางการวิ่งในลักษณะ Circle Line เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ อีกหลายสถานี กลายเป็นโครงข่ายการเดินทางที่คลอบคลุมได้ทั่วทั้งกทม.และปริมณฑลเลยทีเดียว

นอกจากนี้ สถานีเตาปูนยังเป็นสถานีที่รองรับการขยายตัวของศูนย์คมนาคมพหลโยธิน หรือสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งในระดับภูมิภาคอาเซียน และเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมศูนย์กลางรอง หรือ Sub CBD (Sub-central Business District) แห่งใหม่ของกรุงเทพฯในอนาคต ซึ่งทางสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร จึงได้เลือก สถานีเตาปูน เป็นหนึ่งในสถานีนำร่องในการวางผังเพื่อการพัฒนาพื้นที่รอบๆ สถานีในรูปแบบของ TOD (Transit Oriented Development)

ในอนาคตพื้นที่โดยรอบสถานีเตาปูน จะถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นสูงพัฒนาต่อเนื่องจากพื้นที่พาณิชยกรรมศูนย์กลางรอง สถานีกลางบางซื่อ และส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วยพาณิชยกรรมและโครงการอยู่อาศัยชั้นดี ร่วมกับการรักษาอัตลักษณ์ของย่านค้าขายวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ไม้ บางโพ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ในอนาคต

ทำเลเตาปูนจะถูกพลิกโฉมให้เป็นย่านพาณิชยกรรมที่ผสมผสานกับวิถีชุมชนดั้งเดิม รวมถึงการเป็นทำเลที่อยู่อาศัยชั้นดีรองรับการขยายตัวของศูนย์คมนาคมพหลโยธิน ที่จะเริ่มเปิดให้บริการในปี 2564 ถือเป็นอีกทำเลที่มีศักยภาพสูงในระยะยาว

พอได้เห็นภาพเตาปูนในอนาคตกันไปแล้ว ขอตัดกลับมาที่เตาปูนในปัจจุบัน ซึ่งจะว่ากันตามจริงๆ เตาปูนในปัจจุบันก็เป็นชุมชนที่มีความครบสมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว ด้วยความที่เป็นชุมชนเก่าแก่ที่เคยเป็นแหล่งผลิตปูนซีเมนต์ของไทยในยุคบุกเบิกเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว ทำให้เตาปูนในยุคปัจจุบันยังมีกลิ่นอายของความเป็นชุมชนดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า อาคารพาณิชย์ รวมถึงธุรกิจค้าไม้และเฟอร์นิเจอร์

เมื่อรถไฟฟ้า MRT ทั้งสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง เปิดให้บริการทำให้ย่านเตาปูนจึงมีชีวิตชีวา และมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นจากการพัฒนาคอนโดมิเนียมนำเอาไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานกับวิถีความเป็นอยู่ดั้งเดิมได้อย่างลงตัว และกลายเป็นหนึ่งในทำเลอยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่วัยทำงาน เพราะสามารถเดินทางเข้าสู่แหล่งงานย่านกลางเมืองได้อย่างสะดวกในราคาที่ยังสามารถเอื้อมถึงได้

เรื่องของทำเลจึงเป็นจุดเด่นอันดับ 1 ของโครงการ ลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ เพราะตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูง อยู่ห่างสถานีเตาปูนแค่ 120 เมตร และห่างจากสถานีกลางบางซื่อประมาณ 1.5 กม. นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้แหล่งรวมอาหารการกินอย่างตลาดเตาปูนเพียงแค่เดินข้ามถนน และในพื้นที่โดยรอบก็ยังมีร้านอาหารเจ้าดังอยู่มากมายให้ได้เลือกกินตามใจอยาก หรือจะไปเกตเวย์ แอท บางซื่อ/เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น ก็อยู่ไม่ไกลระยะทางเดินได้เรื่อยๆ แค่ประมาณ 1 กม.เท่านั้นเอง

สำหรับสถานศึกษา และโรงพยาบาล ก็มีให้บริการในพื้นที่ในระยะเดินทางตั้งแต่ 1-5 กม. ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลบางโพ 1 กม. โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น 3.1 กม. โรงพยาบาลยันฮี 4.4 กม. โรงพยาบาลวชิรพยาบาล 4.6 กม. โรงเรียนโยธินบูรณะ 2.2 กม. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ/มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 3.3 กม. โรงเรียนสตรีนนทบุรี 4.3 กม.โรงเรียนเขมาภิรตาราม 4.4 กม.

นอกจากนี้ โครงการยังอยู่ใกล้แหล่งงานขนาดใหญ่ ได้แก่ สำนักงานใหญ่ SCG ระยะทางแค่ 1.5 กม. รัฐสภาแห่งใหม่ หรือสัปปายะสภาสถาน ระยะทาง 3.3 กม. รวมถึงแผนการพัฒนาพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ บริเวณสถานีกลางบางซื่อที่มีโครงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งพื้นที่พาณิชยกรรม อาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ในอนาคตอีกด้วย

ขยับเข้ามาดูภายในโครงการกันบ้าง โครงการ ลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ เป็นคอนโดที่ตั้งอยู่บนต้นถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี มีเนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน 56.2 ตารางวา พัฒนาเป็นอาคารสูง 30 ชั้น 1 อาคาร มีจำนวน 710 ยูนิต ขนาดห้องตั้งแต่ 22.5-43 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.3 ล้านบาทไปจนถึง 3.55 ล้านบาท หรือมีราคาเฉลี่ยประมาณ 1 แสนบาท/ตารางเมตร

โครงการเพิ่งเปิดขายไปในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาด แต่ก็ยังทำยอดขายไปได้แล้วกว่า 50% ก็ถือว่า ยอดขายไปได้ไม่เลวเลยทีเดียว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างฐานราก ซึ่งคาดว่า ทั้งโครงการจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ได้ประมาณเดือนธันวาคม 2564

โครงการมีพื้นที่สีเขียวรวม 30% เป็นพื้นที่สวนอยู่บริเวณชั้นล่าง และกระจายอยู่ภายในพื้นที่พักผ่อนส่วนต่างๆ โครงการ บริเวณชั้นล่างของโครงการประกอบไปด้วย พื้นที่สวน Eco lobby, Co-Working Zone ที่สามารถรองรับ Work from Home ในยุค New Normal ได้อย่างเหมาะเจาะ ส่วนพื้นที่ชั้น 2-3 จะเป็นที่จอดรถเต็มพื้นที่ ขณะที่ชั้น 4-8 เป็นพื้นที่จอดรถ และห้องชุดพักอาศัย รวมแล้วมีที่จอดรถประมาณ 300 คัน (รวมจอดซ้อนคัน) หรือประมาณ 40% ของจำนวนห้องพักอาศัย

01_INTERIOR_LOBBY_A_190814
06_GARDEN_190906
03_INTERIOR_CO-WORKING_VIEW01_190815
05_ECO_LOBBY_190830

เลื่อนเพื่อดูภาพ

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก (facility) ในโครงการจะอยู่ที่ชั้น 9 ชั้น 22 และ ชั้น 25 ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ ห้องอเนกประสงค์ โถงพักผ่อน ห้องสำหรับเด็ก อยู่ที่ชั้น 9 สวนพักผ่อน จุดชมวิว Infinity Garden อยู่ที่ชั้น 22 และ Sky Fitness สวน-ลานอเนกประสงค์ อยู่ที่ชั้น 25 โดยมีอัตราค่าส่วนกลางอยู่ที่ 50 บาท/ตร.ม./เดือน และเงินกองทุน(เก็บครั้งเดียว) อยู่ที่ 300 บาท/ตร.ม. และค่าจอดรถเดือนละ 500 บาท

07_GARDEN_VIEW02_191106
09_POOL_VIEW07_191106
05_INTERIOR_FITNESS_190814
10_SKY_FITNESS_190910

เลื่อนเพื่อดูภาพ

มาที่ขนาดห้องของโครงการลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ แบ่งเป็น 3 Type ได้แก่

  • ห้องสตูดิโอ พื้นที่ 22.5-23 ตร.ม. มีอยู่จำนวน 224 ยูนิต
Screenshot 2020-12-14 150255
Screenshot 2020-12-14 150328
Screenshot 2020-12-14 150427

เลื่อนเพื่อดูภาพ

  • ห้องขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ 28-34 ตร.ม. มีอยู่ 483 ยูนิต

  • ห้องขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ 43 ตร.ม. มีอยู่แค่ 3 ยูนิตเท่านั้น

ที่สำนักงานโครงการมีห้องตัวอย่างให้เราได้ดู 3 แบบ ได้แก่ ห้องสตูดิโอ 23 ตร.ม. ห้องขนาด 1 ห้องนอน 28 ตร.ม. และ 1 ห้องนอน 34 ตร.ม. ซึ่งการออกแบบห้องของโครงการลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ จะเน้นความโปร่ง โล่ง ด้วยความสูงเพดาน 2.6 เมตร ซึ่งสูงกว่าทุกโครงการของแอล.พี.เอ็น.
รวมถึงการเปิดพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่พักผ่อน (Living Area) กับห้องนอน

โครงการได้ออกแบบให้พื้นที่เตรียมอาหารและห้องน้ำอยู่โซนด้านหน้า และจัดพื้นที่พักผ่อนและห้องนอนเอาไว้ด้านในของห้อง เพื่อเชื่อมต่อกับภายนอก โดยสามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นริมหน้าต่างในแบบ Bay Window ให้สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างเต็มตา

สำหรับห้องสตูดิโอขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ก็ยังดูโปร่งด้วยความสูงของเพดาน ห้อง Type นี้เหมาะสำหรับอยู่คนเดียว หรือ 2 คนสำหรับหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างครอบครัวก็ยังพอไหว หรือจะซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่าก็น่าจะเวิร์ก เพราะอยู่ใกล้ทั้งแหล่งงาน สถานศึกษา โดยสนนราคาค่าเช่าในพื้นที่เริ่มกันที่ 8,000-15,000 บาท

24SQM (3)24ตรม
24SQM (4)
24SQM (6)
24SQM (7)

เลื่อนเพื่อดูภาพ

ส่วนห้องขนาด 1 ห้องนอน 28 ตรม. โดยส่วนตัวชอบฟังก์ชั่น และการตกแต่งของห้องตัวอย่างที่ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และยังมี Bay Window สำหรับนั่งพักผ่อนชิลๆ ริมหน้าต่างได้อย่างสบายอารมณ์ ห้อง Type นี้จริงๆ เหมาะกับการอยู่ 2 คนแบบสบายๆ แต่ถ้าเป็นครอบครัว พ่อ แม่ และลูกตัวน้อยๆ อีกสักคนก็พอเอาอยู่

28SQM (2)
28SQM (8)
28SQM (3)
28SQM (10)

เลื่อนเพื่อดูภาพ

แต่ที่เหมาะกับการอยู่แบบครอบครัวคงต้องเป็นห้อง 1 ห้องนอน พื้นที่ 34 ตร.ม. พื้นที่กว้างขึ้นอยู่กันแบบครองครัวเล็กๆ ได้กำลังดีสามารถจัดพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่ทานอาหาร ได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน ห้อง Type นี้ มีความพิเศษสำคัญคุณผู้หญิงตรงที่สามารถจัด Walk In Closet ตรงพื้นที่ว่างหน้าห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องนอนได้อย่างลงตัว และพื้นที่ตรงหน้าต่างในห้องนอนยังจัดเป็น Bay Window ส่วนตัวสำหรับนั่งเล่น นั่งทำงานได้ตามอัธยาศัย

34SQM (5)_0
34SQM (14)
34SQM (9)_0
34SQM (4)
34SQM (2)
34SQM (3)

เลื่อนเพื่อดูภาพ

สำหรับคอนโดแบรนด์ลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ ของบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ถือเป็นการกลับมาพัฒนาคอนโดเกาะติดแนวรถไฟฟ้าอีกครั้งหลังจากห่างหายไปหลายปี ภายใต้แนวคิด “ความพอดีที่ดีกว่า” บอกเล่าความเป็นคอนโดของ แอล.พี.เอ็น. ที่ถูกคิดจากประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน 31 ปี จนกลายเป็น Knowledge ในการพัฒนาคอนโดบนความพอดีกับการอยู่อาศัย ไม่ใส่อะไรที่มากเกินความจำเป็นจนทำให้ราคาสูงเกินความพอดี หรือใส่อะไรน้อยเกินไป เพื่อประหยัดต้นทุนจนอยู่ไม่สบาย และไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ที่เปลี่ยนไปรวดเร็ว

ผนวกกับจุดแข็งในด้านการบริหารโครงการหลังการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิดชุมชนน่าอยู่ ซึ่งต้องยอมรับว่า แอล.พี.เอ็น.เป็นเบอร์ 1 ในเรื่องนี้ ถึงขนาดที่มีหลายๆ แบรนด์ว่าจ้างให้ไปบริหารโครงการให้ แบรนด์คอนโดลุมพินีจึงเน้นไปที่กลุ่มคนระดับกลางๆ ที่ต้องการอยู่อาศัยจริงเป็นหลัก ประมาณว่า คอนโดลุมพินีอยู่ดีมีความสุข แม้จะไม่เท่และทันสมัยเท่าโครงการแบรนด์อื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่คนซื้อต้องเลือกเอา

บทสรุปสุดท้ายสำหรับโครงการลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ หากถามว่าเป็นคอนโดที่คุ้มค่าน่าซื้อหาแค่ไหน ก็ต้องดูใน 2-3 เรื่อง เรื่องแรกก็คือทำเล ถือว่า แอล.พี.เอ็น.หาซื้อที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการนี้ได้ดี เพราะอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพดีทั้งในวันนี้ และจะยิ่งดีมากขึ้นในอนาคต

สภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบโครงการก็ถือว่าสมบูรณ์ครบถ้วน ทั้งแหล่งอาหารการกิน แหล่งจับจ่ายสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน โรงพยาบาล สถานศึกษา แหล่งงาน และการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้า

เรื่องที่ 2 คือ ราคา แอล.พี.เอ็น.ตั้งราคาขาย ลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ ไว้ที่เฉลี่ย 100,000 บาท/ตร.ม. หรือราคาเริ่มต้นที่ 2.3-3.55 ล้านบาท แต่เนื่องด้วยพิษโควิด ทำให้โครงการต้องจัดโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยราคาส่วนลดเหลือตร.ม.ละ 9-9.5 หมื่นบาท ด้วยห้องสตูดิโอราคาพิเศษ 1.99 ล้านบาท

ขณะที่พื้นที่ใกล้ๆ กันมีโครงการคอนโดที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ขายในราคา 1.2-1.4 แสนบาทโดยเฉลี่ย ก็ต้องถือว่าลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ ที่จะสร้างเสร็จพร้อมอยู่ในปลายปี 2564 ยังมี Room ที่ราคาจะขยับขึ้นได้อีก ซึ่งอัตราการปรับขึ้นของราคาคอนโดในย่านนี้ (Capital Gain) อยู่ที่ 7-15% แต่จากภาวะชะลอตัวของตลาดในปัจจุบันการปรับขึ้นของราคาคงจะชะลอตัวลงไปบ้าง

ส่วนผลตอบแทนการลงทุนจากการเช่า (Rental Yield) สำหรับห้องสตูดิโอ 23 ตร.ม.ในพื้นที่เตาปูนที่สามารถปล่อยเช่าได้ตั้งแต่ 8,000 บาท/เดือน ไปจนถึง 15,000 บาท/เดือน Rental Yield ในอัตราต่ำสุดสำหรับห้องสตูดิโอของโครงการที่ขายในราคาโปรโมชั่น 1.99 ล้านบาท อยู่ในระดับ 4-5% ขณะที่ Rental Yield โดยเฉลี่ยในพื้นที่จะอยู่ที่ประมาณ 4-6% ก็ถือว่ารับได้ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่เช่นนี้

แต่ในอนาคตทั้ง Capital Gain และ Rental Yield มีโอกาสขยับขึ้นไปได้มากกว่านี้ เมื่อสถานีกลางบางซื่อเปิดให้บริการ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ตามโครงการนำร่อง TOD บริเวณสถานีเตาปูนเริ่มเดินหน้าเป็นรูปธรรม

เรื่องที่ 3 คือ ตัวโครงการและดีไซน์ของห้องตอบโจทย์แค่ไหน ก็คงต้องบอกว่า คอนโดสไตล์แอล.พี.เอ็น.ที่เน้นการอยู่อาศัยจริงเป็นเรื่องหลัก สิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างมีครบ ดีไซน์ห้องรองรับการอยู่อาศัยในชีวิตจริง อาจจะไม่ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง เท่าแบรนด์อื่น แต่ก็มีการบริหารชุมชนน่าอยู่เป็นจุดแข็ง ทำให้การอยู่อาศัยในระยะยาวไม่ค่อยมีเรื่องจุกจิกกวนใจมากนัก

สำหรับคนที่มีรายได้ 30,000 บาทอัพ ถ้าต้องการซื้อคอนโด แนวรถไฟฟ้าใกล้ๆ เมือง แบบไม่ต้องรีบเข้าอยู่ โครงการลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

 


Warapong Pankaew20 พฤศจิกายน 2020
I-Leaf-Prime-RAMA2-KM14-202002-Type-California-Townhome-C-1280x854.jpg

1min353

กานดา พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัวโครงการใหม่ทาวน์โฮมระดับพรีเมี่ยม “ไอลีฟ ไพร์ม 2 ถลาง” ด้วยดีไซน์สไตล์แคลิฟอร์เนีย ผสานแนวคิด Kanda Smile of Living รองรับ 3 Generations พร้อมห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ

แนวคิดหลักในการพัฒนาโครงการของกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ก็คือ การออกแบบและเลือกใช้วัสดุคุณภาพ ที่ง่ายต่อการบำรุงรักษาในอนาคต และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นบ้าน ที่ต้องตอบรับได้กับทุกไลฟ์สไตล์ เหมาะกับชีวิต New Normal ทั้งในปัจจุบันและอนาคต กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จึงได้นำแนวคิด 4 KANDA CONCEPT มาใช้สำหรับการพัฒนาโครงการ

ทำความรู้จักกับ 4 KANDA CONCEPT  

Eco Smart การใช้พลังงานทางเลือก และใช้หลักการ Reduce Reuse Recycle
•เลือกใช้พลังงานลม, พลังงานแสดงอาทิตย์เข้ามาใช้ในโครงการ ช่วยประหยัดพลังงาน
•หลอดไฟในของกานดาบ้านและถนนโครงการเป็นหลอด LED ทั้งหมด เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้า
•ใช้กระจกเขียวตัดแสง ทำให้ช่วยประหยัดไฟในเวลากลางวัน อีกทั้งช่วยลดความร้อนและรังสี UV ได้ดี
•ฝ้าเพดานชั้นบนเป็นยิปซั่มชนิดมีฟรอยด์ ช่วยป้องกันความร้อนและลดการใช้พลังงาน
•วงกบภายใน บัวเชิงผนัง บัวฝ้าเพดาน เลือกใช้วัสดุทดแทนไม้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หมดกังวลเรื่องปลวกมอด

Easy Maintenance ออกแบบบ้านให้ง่ายต่อการบำรุงรักษา
•พื้นชั้นล่าง ปูด้วยแกรนิโต้ 60×60 cm. สวยงาม ทนทานแข็งแรง
•ออกแบบให้พื้นครัวนอกและลานซักล้างวางบนคาน หมดปัญหาเรื่องการทรุดตัว
•ออกแบบห้องน้ำให้มีความโปร่งสบาย และห้องน้ำชั้นบนอยู่ตรงกับห้องน้ำชั้นล่างและที่จอดรถ เพื่อง่ายต่อการซ่อมบำรุงในอนาคต
•บานหน้าต่างเป็นกรอบอลูมิเนียมและจัดทำขอบกันน้ำ (Double Protect) ช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมอีกชั้นหนึ่ง
•สายไฟร้อยท่อ ฝังผนังทั้งหมด เพื่อความสวยงาม พร้อมจัดเตรียมจุดเชื่อมต่อทีวี , โทรศัพท์ และเครื่องปรับอากาศ
•จัดทำจุดท่อน้ำดี-น้ำทิ้ง สำหรับห้องครัวภายในและภายนอก
•ที่จอดรถ แยกจากตัวอาคาร ช่วยชะลอการทรุดตัว และง่ายต่อการซ่อมบำรุงในอนาคต

3 Generations ออกแบบบ้านให้เหมาะกับทุกวัย มีห้องนอนชั้นล่างรองรับผู้สูงอายุ
•วางตำแหน่งห้องนอนที่ 4 ไว้ชั้นล่าง ซึ่งมีขนาดกว้างขวาง เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องเอนกประสงค์ได้ทุกไลฟ์สไตล์ตามความต้องการ

Flood Protection จัดทำระบบป้องกันอุทกภัย
•ยกระดับถมดินให้สูงขึ้น
•จัดทำกำแพงทึบน้ำ
•เตรียมพื้นที่ติดตั้งระบบสูบน้ำ
•ทำระบบระบายน้ำเป็นระบบเปิด

สำหรับแบบบ้านในโครงการ “ไอลีฟ ไพร์ม 2 ถลาง” ที่อยากจะแนะนำก็คือ แบบบ้าน Cattleya เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ขนาดที่ดิน 20.7 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 124 ตารางเมตรมี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ห้องครัว จอดรถได้ 2 คัน ราคาเริ่มต้น 2.25 ล้านบาท

Floor 1 ส่วนห้องรับแขกอยู่ทางด้านหน้า มีความโปร่ง โล่ง สบาย เชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร ถัดมาคือส่วนของครัวในและครัวนอก รองรับการทำอาหารทั้งแบบไทยและฝรั่ง ที่ชั้นล่างยังมีห้องนอนที่ 4 เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ต้องขึ้นลงชั้น 2 หรือจะทำเป็นห้องเอนกประสงค์ สำหรับทำงาน ดูหนังฟังเพลง ก็สะดวกสบาย เนื่องจากมีขนาดใหญ่ พร้อมด้วยห้องน้ำชั้นล่าง ที่แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง สามารถอาบน้ำได้อย่างสบาย

Floor 2 มีถึง 3 ห้องนอน และพื้นที่โถงสำหรับติดตั้งชั้นวางของที่ผนังได้ โดยห้องนอนใหญ่ มีห้องน้ำในตัว ภายในห้องนอนสามารถกั้นเป็นส่วนของ Walk in Closet ได้สบายๆ โปร่งโล่งด้วยเพดานสูง ถัดมาอีก 2 ห้องนอนสามารถตกแต่งเป็นห้องสำหรับสมาชิกตัวน้อยของบ้านได้ หรือจะทำเป็นห้องรับรองแขกมาพักอาศัยด้วยก็เหมาะ เนื่องจากมีขนาดกว้างขวาง วางเตียงใหญ่ได้สบาย

Location อยู่ใกล้สนามบินภูเก็ตเพียง 8 กิโลเมตร ตรงข้ามร้านของฝากแม่จู้ เข้าซอยโรงเรียนป่าครองชีพ บริเวณรอบโครงการน่าอยู่ เป็นส่วนตัว ไม่แออัด เหมาะสำหรับพักผ่อน การเดินทางเข้าเมืองก็สะดวกสบาย ใกล้ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และโรงเรียน รวมถึงสถานที่สำคัญต่าง ๆ

Promotion อยู่ฟรี 1 ปี* ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนฯ ฟรีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ของแถมรวมกว่า 22 รายการ
(ข้อมูล วันที่ 18 พ.ย. 2563)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 091 119 7048 หรือคลิก www.kd.co.th


Warapong Pankaew24 กันยายน 2020
-ทาวน์ชิป-รังสิต-คลอง-1-Big-Size-1280x853.jpg

3min909

สำหรับคนที่ต้องการหาซื้อ คอนโดพร้อมอยู่ ในราคาเริ่มต้นไม่ถึงหลักล้าน ซึ่งทุกวันนี้ค่อนข้างหาได้ยากในตลาด อันเนื่องมากจากราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่จึงเริ่มสตาร์ตกันที่หนึ่งล้านกลางๆ ค่อนไปทางล้านปลายๆ ยิ่งเข้าใกล้เมือง ใกล้รถไฟฟ้าก็ยิ่งราคาแพงขึ้นไปอีก คนที่เพิ่งทำงานอยากมีคอนโดราคาย่อมเยาเพื่อเริ่มต้นสร้างครอบครัว แต่ด้วยงบประมาณที่มีอยู่จำกัดกว่าจะมีรายได้ในระดับที่หาซื้อคอนโดที่มีอยู่ในท้องตลาดได้ก็คงต้องรอเวลาอีกนานพอสมควร

แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหนทางซะทีเดียว เพราะจริงๆ คอนโดพร้อมอยู่ ราคาไม่ถึงล้านก็ยังพอมีอยู่บ้าง เพียงแต่ต้องขยับออกไปนอกเมืองซักนิดถ้าไม่ติดในเรื่องการเดินทางถ้าต้องทำงานอยู่ในเมือง หรือถ้าทำงานในพื้นที่นั้นๆ อยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นโชคดีที่ยังมีโครงการราคาเริ่มต้นไม่ถึงล้านให้ได้เลือกซื้อ ซึ่งจากข้อมูลของ Baania บริษัท Data&Technology ด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้สำรวจโครงการที่มีราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท เมื่อสิ้นไตรมาส 1 ปี 2563 พบว่า บริเวณโซนเหนือของกทม.และปริมณฑล ที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เป็นพื้นที่ที่มีคอนโดราคาเริ่มต้นไม่ถึงล้านไปจนถึงไม่เกิน 1.2 ล้านบาทอยู่มากที่สุด 15,014 ยูนิต

หนึ่งในคอนโดที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในย่านนี้ก็คือ โครงการ ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 ของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) (LPN) ที่เปิดตัวได้อย่างเปรี้ยงปร้างเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ด้วยไซซ์โครงการระดับเมืองขนาดย่อมๆ ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของทำเล ราคา และความเป็นชุมชนที่ครบสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่

ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 Big Size
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 Big Size (4)
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (1)
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 Big Size (2)

เลื่อนดูภาพอื่น

แม้ว่าจะเป็นโครงการที่เปิดมาสักระยะแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเป็นที่สนใจของผู้คนที่ต้องการหาจุดตั้งต้นของความเป็นครอบครัว หรือ smart investor ที่ต้องการผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งวันนี้ Property Mentor มีเรื่องราวความเคลื่อนไหวรีวิวฉบับอัพเดตของโครงการ พร้อมกับโอกาสพิเศษสำหรับคนที่ต้องการซื้อคอนโดในราคาต่ำกว่าล้านมาฝากกันครับ

“เมืองชุมชนน่าอยู่” : คอนโดลุมพินี ทาวน์ชิป
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 เป็นโครงการคอนโดขนาดใหญ่เทียบได้กับเมืองขนาดเล็กๆ (Township) ด้วยเนื้อที่โครงการประมาณ 87 ไร่เศษ (ยังไม่รวมเนื้อที่ศูนย์การค้า Market Place ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ) ภายในโครงการประกอบด้วยอาคารชุดพักอาศัยสูง 8 ชั้น จำนวน 50 อาคาร ยูนิตรวมทั้งหมด 10,074 ยูนิต ขนาด 21.5 ตร.ม. และ 26 ตร.ม. และยังมีห้องคู่ (combine) ขนาด 43 และ 52 ตร.ม. พร้อมทั้งร้านค้าอีก 7 ยูนิต มีอาคารจอดรถและส่วนบริการสูง 8 ชั้น อีก 6 อาคาร อาคารนันทนาการ สูง 2 ชั้น 1 อาคาร

ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 สวน
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (6)
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (5)
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (2)

เลื่อนดูภาพอื่น

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกทางโครงการก็จัดมารองรับจำนวนผู้พักอาศัยในโครงการได้อย่างพอเพียงไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย 3 ห้อง สนามบาส สนามฟุตซอล 2 สนาม ห้องเอนกประสงค์ ร้านค้า ห้องกิจกรรมเด็ก ศูนย์ประชุมประชาคม ห้องสมุด เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง สวนพักผ่อน ที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์(ประมาณ 2,400 คัน รวมจอดซ้อนคัน) รถรับ-ส่งภายในและภายนอกโครงการ

ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (20)
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (7)
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1  สวน
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (9)

เลื่อนดูภาพอื่น

นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้าโครงการยังมีคอมมูนิตี้มอลล์ “Market Place” เนื้อที่ 11,000 ตารงเมตร รองรับไลฟ์สไตล์สำหรับผู้อยู่อาศัยทั้งในและนอกโครงการ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ทั้งชาบู ปิ้งย่าง ส้มตำ ยำแซ่บ อาหารญี่ปุ่น ไปจนถึงอาหารตามสั่ง และยังมีร้านกาแฟให้ได้นั่งทำงาน นั่งชิล กันได้อย่างสบายอารมณ์ รวมถึงร้านนวด ร้านเสริมสวย ทำเล็บ ก็มีไว้บริการสาวๆ สายรักสวยรักงาม หรือจะเป็นธนาคารก็มีให้บริการด้วยเช่นกัน และยังมีพื้นที่สำหรับจัดตลาดนัดชุมชนให้คนในโครงการได้ชอปปิงกันอย่างจุใจ

ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (10)
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (11)
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (12)
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (13)

เลื่อนดูภาพอื่น

ห้องชุดพร้อมอยู่เริ่ม 7.6 แสนบาท
กลับเข้ามาที่โครงการกันต่อ ต้องบอกก่อนเลยครับว่า โครงการนี้เป็นคอนโดที่สร้างเสร็จมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว โดยเริ่มโอนเข้าอยู่อาศัยกันตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปีนี้ก็ 5 ปีแล้ว ดังนั้น จะคาดหวังสภาพโครงการที่ใหม่กิ๊กคงจะไม่ได้ แต่ด้วยการบริหาร “ชุมชนน่าอยู่” ของ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน)(LPN) ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทนี้ทำให้สภาพโครงการอยู่ในระดับที่ยังน่าซื้อหาด้วยราคาที่ไม่แพงครับ

จากการสอบถามพนักงานขายตอนนี้ก็ยังพอมีห้องขนาด 26 ตร.ม. และห้อง Combine ขนาด 52 ตร.ม. ให้เลือกซื้ออยู่ในระดับราคา 7.6 แสนบาท สำหรับห้องขนาด 26 ตร.ม. ในอาคาร A และอาคาร B และราคา 7.9 แสนบาท สำหรับห้องขนาด 26 ตร.ม.ที่อาคาร C ส่วนห้อง Combine ขนาด 52 ตร.ม. ราคาก็สามารถคูณ 2 จากห้องเดี่ยวๆ ได้เลย ก็จะอยู่ที่ 1.52 ล้านบาท

ดูจากสภาพอาคาร และสภาพห้องแล้วก็ถือว่าทางโครงการรักษาสภาพไว้ได้ค่อนข้างดีกับโครงการอายุ 5 ปีอัพ ห้องขนาด 26 ตร.ม. พื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อน นั่งทำงานจะอยู่ที่บริเวณด้านหน้า ถัดเข้าไปจะเป็นห้องนอนที่มีประตูบานสไลด์กั้นไว้เป็นสัดส่วน ด้านในจะเป็นพื้นที่เตรียมอาหารและระเบียงด้านหลัง ห้องไซซ์นี้ เหมาะสำหรับการอยู่ 2 คน เป็นครอบครัวเริ่มต้น หรืออาจจะมีเจ้าตัวน้อยสักคนก็ยังพอได้

26-3
26-1
26-2
26-4

เลื่อนดูภาพอื่น

แต่ถ้าจะอยู่แบบครอบครัวเล็กๆ ก็ขอแนะนำห้องขนาด 52 ตร.ม. มีพื้นที่กว้างขวางขึ้นสามารถจัดฟังก์ชันห้องสำหรับการอยู่แบบครอบครัวได้อย่างลงตัวกว่า ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่พักผ่อน และพื้นที่เตรียมอาหารที่กว้างขวางขึ้น และด้วยการออกแบบสไตล์ New LPN Design ที่เน้นการใช้งานจริงอย่างพอเหมาะพอดี แบบไม่ฟรุ้งฟริ้ง น่าจะตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

52-1
52-4
52-2
52-3
52-5

เลื่อนดูภาพอื่น

ธอส.ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 3% ยาว 3-5 ปี
สำหรับคนที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงๆ จังๆ นอกจากราคาคอนโดที่ไม่แพงเกินเอื้อม สภาพแวดล้อมในโครงการที่ครบสมบูรณ์แล้ว ยังมีแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยถูกๆ ไว้รองรับกับโครงการบ้านล้านหลังของอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ที่จะปล่อยกู้ให้กับโครงการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท ซึ่ง”ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” อยู่ในเงื่อนไขที่ผู้ซื้อสามารถไปขอสินเชื่อในโครงการบ้านล้านหลังได้ โดยธอส.ได้เตรียมวงเงินไว้ถึง 50,000 ล้านบาท ปัจจุบันปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 28,000 ล้านบาท จึงยังมีวงเงินเหลือเพียงพอให้ไปยื่นกู้กัน

โครงการบ้านล้านหลังมีดีตรงที่ ผู้กู้จะได้ใช้เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำยาวนานถึง 5 ปี ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียงแค่ 4,500 บาท/เดือนเท่านั้น กรณีคนที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท/คน/เดือน จะได้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ปีที่ 1-ปีที่ 5 และฟรีค่าธรรมเนียม ได้แก่ 1.ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 2.ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน 3.ฟรีค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และ 4.ฟรีค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง ส่วนคนที่มีรายได้เกิน 25,000 บาท/คน/เดือน จะได้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ในปีที่ 1- ปีที่ 3 โดยระยะเวลาปล่อยกู้ของโครงการบ้านล้านหลังถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564

ลงทุนคุ้มค่าผลตอบแทน 7% อัพ
ส่วนคนที่ต้องการซื้อลงทุนเพื่อปล่อยเช่าสร้างผลตอบแทนระยะยาวก็ต้องบอกว่า ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 ถือเป็น the best choice ในย่านนี้ เพราะอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยดังถึง 3 แห่ง ซึ่งปัจจุบันโครงการก็มีนิสิต นักศึกษามาเช่าอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะคอนโดตอบโจทย์ในด้านความปลอดภัยได้ดีกว่าการเช่าอพาร์ทเมนท์อยู่ ทำให้ผู้ปกครองค่อนข้างสบายใจ

สนนราคาค่าเช่าสำหรับห้องขนาด 26 ตร.ม. (ราคา 760,000 บาท) อยู่ที่ 5,000-6,000 บาท Gross Rental Yield หรืออัตราผลตอบแทนจากการให้เช่าเบื้องต้นจะอยู่ในระดับ 7-9% เลยทีเดียว ส่วนห้อง Combine ขนาด 52 ตร.ม.(ราคา 1.52 ล้านบาท) ปล่อยเช่ากันในระดับ 9,000 บาท ไปจนถึง 15,000 บาท (ขึ้นอยู่กับการตกแต่งห้อง) Gross Rental Yield จะอยู่ที่ 7-11% เลยทีเดียว ถือว่าผลตอบแทนดีกว่าคอนโดในเมืองที่ราคาแพงกว่า(มาก) แต่ได้ Gross Rental Yield ที่ต่ำกว่า (ประมาณ 4-6%)

มาร์เก็ต เพลส
สวน
22-11
33-11

เลื่อนดูภาพอื่น

LPN จัดให้การันตีผลตอบแทน 3-5 ปีเมื่อซื้อผ่านพนักงาน
นอกจากนี้ LPN ยังออกแคมเปญล่าสุดเชิญชวนลงทุนซื้อคอนโดโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 พร้อมผู้เช่า เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนใน 2 รูปแบบเมื่อซื้อผ่านพนักงาน คือ

1.แบบการันตีผลตอบแทน 8% นาน 3 ปี กับห้องราคาพิเศษ 859,000 บาท สตูดิโอ ขนาด 21.5 ตร.ม. จ่ายผลตอบแทนเดือนละ 5,700 บาท และราคาพิเศษ 1,059,000 บาท กับ 1 ห้องนอน ขนาด 26.0 ตร.ม. จ่ายผลตอบแทนเดือนละ 7,000 บาท รวมถึงยังได้รับฟรี! ของแถม 24 รายการ โดยเฉพาะฟรีค่านายหน้าในการปล่อยเช่า 3 ปี ซึ่งเมื่อครบ 3 ปี ถ้าต้องการให้บริษัทช่วยหาผู้เช่าและเก็บค่าเช่าก็สามารถใช้บริการต่อได้ โดยคิดค่านายหน้า 1.5 เดือน/ปี

คอนโดพร้อมอยู่

2.แบบการันตีผลตอบแทน 5% นาน 5 ปี กับห้องราคาพิเศษ 859,000 บาท ห้องสตูดิโอ ขนาด 21.5 ตร.ม.จ่ายผลตอบแทนเดือนละ 3,600 บาท และราคาพิเศษ 1,059,000 บาท กับ 1 ห้องนอน ขนาด 26 ตร.ม. จ่ายผลตอบแทนเดือนละ 4,400 บาท ยังได้รับฟรี! ของแถม 23 รายการ โดยเฉพาะฟรีค่านายหน้าในการปล่อยเช่าให้ 5 ปี

คอนโดพร้อมอยู่

 

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรศัพท์แอพพลิเคชั่น LINE ที่ @LPNConnect

อัพเดตความน่าสนใจล่าสุดของโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 กันไปครบถ้วนแล้ว ก็อยากจะเน้นย้ำในเรื่องของทำเลที่ตั้งของโครงการซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่จะต้องพูดถึงสำหรับโครงการนี้กันอีกสักครั้ง

“รังสิต” ศูนย์พาณิชยกรรมตอนเหนือ
โครงการตั้งอยู่บนถนนรังสิต-นครนายก บริเวณคลอง 1 ซึ่งทำเลรังสิตถือเป็นทำเลศูนย์กลางทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในหลายๆ ด้าน ทั้งพาณิชยกรรม การคมนาคม แหล่งงานและที่อยู่อาศัย และยังเป็นประตูสู่ภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ-อีสาน จึงเป็นหนึ่งในทำเลที่ถูกกำหนดบทบาทตามร่างผังภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้เป็นเมืองศูนย์กลางพาณิชยกรรมระดับภาคมหานคร ทำหน้าที่เป็นแหล่งพาณิชยกรรมให้กับพื้นที่โดยรอบและประตูเชื่อมโยงภูมิภาคอื่นๆ

ขณะเดียวกัน เมื่อรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2564 และสายสีเขียวส่วนต่อขยายหมอชิต-คูคต ซึ่งคาดว่าจะเปิดบริการถึงสถานีคูคต ลำลูกา ประมาณปลายปี 2563 นี้ จะยิ่งเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ให้สูงขึ้นไปอีก

โดยเฉพาะบริเวณสถานีรังสิต ซึ่งถือเป็นสถานีสุดท้ายของสายนี้ และอยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งโครงการ (การรถไฟฟ้ามีแผนจะขยายเส้นทางไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตในอนาคต) จะถูกส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาในรูปแบบของ TOD (Transit-Oriented Development) เชื่อมโยงการพัฒนาในบริเวณรังสิตและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมกับการปรับการใช้ประโยชน์ของที่ดินให้เป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชยกรรมมากขึ้น ทำเลรังสิตจึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่จะมีศักยภาพสูงขึ้นในอนาคต

เดินทางสะดวกเชื่อมต่อได้ทุกพื้นที่
กลับมาที่ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งขาเข้ากทม.ของถนนรังสิต-นครนายก บริเวณคลอง 1 เรียกได้ว่าอยู่บริเวณต้นถนนสายหลักไม่ต้องเข้าซอยสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก ถ้าเอา google map จับเส้นทางการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันโดยเลือกเอาเส้นทางที่ใกล้ที่สุดจะพบว่าจากโครงการเดินทางไปช้อปแอนด์ชิลล์ที่เมเจอร์ รังสิตด้วยระยะทาง 3.8 กม. ไปตลาดรังสิต 2.7 กม. หรือไปเซียร์ รังสิตก็แค่ 4.8 กม. หรือถ้าป่วยโครงการอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลเปาโล รังสิต เพียง 2.8 กม. และห่างจากโรงพยาบาลภูมิพล 10.8 กม.

สำหรับน้องๆ นักศึกษาที่เรียนหรือบุคลากรทำงานที่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการก็สามารถเดินทางไปมหาวิทยาลัยได้โดยง่าย โดยที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยรังสิตประมาณ 8 กม. ห่างจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ 8.2 กม. และอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 13 กม.

ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (3)
ลุมพินี รังสิต-คลอง 1
ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (21)

เลื่อนดูภาพอื่น

ส่วนสายสุขภาพซึ่งจริงๆ ในโครงการก็มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการออกกำลังกายรองรับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ สนามฟุตซอล สนามบาสเก็ตบอล หรือจะวิ่งภายในโครงการก็ทำได้สบายๆ เพราะโครงการมีพื้นที่ขนาดใหญ่ระยะจากทางเข้าด้านหน้าถึงด้านหลัง 1.6 กม. แต่ถ้าใครอยากออกกำลังกายในบรรยากาศของสนามกีฬาจริงๆ โครงการก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามธูปะเตมีย์เพียง 6.3 กม. หรือสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา บริเวณถนนรังสิต-นครนายก คลอง 6 ก็อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 13 กม.

นอกจากนี้ โครงการยังตั้งอยู่ในจุดเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคม เพื่อเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกสบาย โดยอยู่ห่างจากถนนพหลโยธิน และทางพิเศษดอนเมืองโทลล์เวย์ ฝั่งหาเข้าเมืองเพียง 2 กม. ขับรถออกจากโครงการแล้วเลี้ยวซ้ายไปนิดเดียวก็สามารถเดินทางเข้าเมืองได้สบาย หรือจะใช้ถนนวงแหวนฝั่งตะวันออกก็อยู่ห่างจากโครงการ 8.4 กม. ส่วนใครที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน หรือทำงานอยู่ที่สนามบินดอนเมือง โครงการก็อยู่ห่างจากสนามบินดอนเมือง 11.6 กม. และอยู่ห่างจากกองทัพอากาศประมาณ 11.4 กม.

ในอนาคตเมื่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-คูคตและรถไฟฟ้าสายสีแดง เปิดให้บริการโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 ตั้งอยู่ในพื้นที่บริการของรถไฟฟ้าทั้ง 2 เส้นทาง แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดติดสถานี แต่ก็สามารถเดินทางไปถึงสถานีได้อย่างสะดวกไม่ไกลจนเกินไป

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงซึ่งวิ่งตามแนวเส้นทางรถไฟสายปัจจุบันมี 2 สถานีที่อยู่ไม่ห่างจากโครงการมากนักได้แก่ สถานีรังสิต ระยะทางประมาณ 6.7 กม. และสถานีหลักหกระยะทาง 8.8 กม. ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งวิ่งบนถนนพหลโยธิน และเลี้ยวเข้าถนนลำลูกกาบริเวณแยกคปอ. กม.25 มี 2 สถานีที่เดินทางจากโครงการได้สะดวก คือ สถานีคูคต และสถานีแยกคปอ. 9 กม. ระยะทางประมาณ 9 กม.เท่าๆ กัน

บทสรุปสุดท้ายของการอัพเดตโครงการ คอนโดพร้อมอยู่ ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 ซึ่งยังมียูนิตขายเหลืออยู่ไม่มากนักกับโครงการ คอนโดพร้อมอยู่ ที่มีชุมชนที่ค่อนข้างสมบูรณ์ครบถ้วน ในราคา 7.6-7.9 แสนบาท ซึ่งเหมาะสมกับคนเริ่มทำงาน เริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ และยังคุ้มค่าสำหรับการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว อยู่บนทำเลที่มีศักยภาพสูงและจะสูงขึ้นไปอีกเมื่อรถไฟฟ้าทั้งสายสีแดง และสายสีเขียวเปิดให้บริการ นอกจากนี้ LPN ยังมีโปรโมชั่นพิเศษ แบบจัดหนัก ด้วยของแถมสูงสุด 31 รายการให้แก่ผู้ที่สนใจซื้อโครงการ

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลที่ช่วยลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนจดจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย ที่จะสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 24 ธันวาคม 2563 โอกาสดีๆ แบบนี้ คงหากันไม่ได้ง่ายๆ อีกแล้วล่ะครับ

อ่านประกอบ:
– คอนโดทำเลดีราคาโดน ‘ลุมพินี เพลส เตาปูนอินเตอร์เชนจ์’

Property Mentor Line Official: https://lin.ee/nE9XYOo4


Warapong Pankaew23 กันยายน 2020
-5-1280x768.jpg

3min825

ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล สาย 2 คือหนึ่งในทำเลที่ดีที่สุดสำหรับการอยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ไม่ไกลจากเขตเมือง มีระบบคมนาคมที่สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกสบายหลายช่องทาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ที่สำคัญเป็นพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีเยี่ยม

เนื่องจากกฎหมายผังเมืองกำหนดให้พื้นที่ในบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินประเภท ก.2 เป็นพื้นที่สีเขียว ซึ่งห้ามสร้างทั้งโรงงาน ห้องแถว บ้านแฝด และที่ดินจัดสรร ต้องมีขนาด 100 ตารางวา ขึ้นไป ซึ่งเหมาะสำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยชั้นดีระดับไฮเอนด์ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดจากมลภาวะต่างๆ

ทั้งหมดเป็นเหตุผลให้ บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) เลือกทำเลปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล สาย 2 เปิดโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ “ศุภาลัย พรีมา วิลล่า ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล สาย 2”

โครงการศุภาลัย พรีมา วิลล่า ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล สาย 2 ตั้งอยู่บริเวณถนนบรมราชชนนีตัดกับถนนพุทธมณฑลสาย 2 ฝั่งขาเข้าเมือง(ตรงบริเวณโค้งทางเลี้ยวเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 2) ถือเป็นทำเลที่ สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยถนนสายหลักหลายสาย ไม่ว่าจะเป็น ถนนบรมราชชนนี ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ถนนกาญจนาภิเษก(วงแหวนรอบนอก) ถนนราชพฤกษ์ และทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ทางยกระดับลอยฟ้า ตรงเข้าเขตพระนคร

นอกจากนี้ ยังมีรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่จะเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้ (คาดว่าภายในปี 2564) เป็นทางเลือกในการเดินทางเข้าสู่เมืองได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งโครงการอยู่ห่างจากสถานีตลิ่งชันประมาณ 7.4 กม. และในอนาคตยังมีส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนจากตลิ่งชัน-ศาลายา โดยมีสถานีศาลาธรรมสพน์ อยู่ใกล้ๆ กับโครงการด้วยระยะทาง 4.7 กม.

ขณะเดียวกัน ในอนาคตยังมีอีกโครงข่ายคมนาคมสำคัญๆ ที่จะสามารถเชื่อมต่อการเดินทางและเสริมศักภาพของทำเลฝั่งธนบุรีตอนเหนือให้ดียิ่งขึ้น อาทิ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ถนนวงแหวนรอบที่ 3 โครงการรถไฟความเร็วสูง สายภาคใต้ โครงการถนนนครอินทร์-ศาลายา โครงการสนามบินนครปฐม โครงการนำร่อง คลองมหาสวัสดิ์ เชื่อมล้อ-ราง-เรือ และโครงการต่อขยายถนนยกระดับบรมราชชนนี เป็นต้น

ในด้านการพัฒนาพื้นที่ระดับเมือง ตามร่างผังเมืองกรุงเทพมหานครที่จะประกาศใช้ในอนาคต พื้นที่บริเวณถนนบรมราชชนนี-พุทธมณฑลสาย 2 จะถูกขนาบข้างด้วยการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมือง 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ชุมชนชานเมืองตลิ่งชัน และศาลายา เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเชิงพาณิชย์ระดับชุมชนเชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนทางรางในรูปแบบของ TOD (Transit Oriented Development) เพิ่มความหนาแน่นและความหลากหลายของกิจกรรมภายในพื้นที่ โดยคํานึงถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ซึ่งจะทำให้พื้นที่โดยรอบเกิดการพัฒนามากยิ่งขึ้นในอนาคต

ดังนั้นเรื่องของศักยภาพของพื้นที่ ความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงเรื่องของการมีสภาพแวดล้อมที่ดีด้วยข้อบังคับของกฎหมายผังเมืองที่ยังต้องรักษาพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง จึงถือเป็นจุดแข็งของโครงการศุภาลัย พรีมา วิลล่า ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล สาย 2 ที่เป็นทำเลใกล้ใจกลางกรุงเทพฯ (สนามหลวง) เพียง 15 กม.

ประกอบกับ สิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา โรงพยาบาล ร้านค้า ร้านอาหาร ก็มีให้เลือกอย่างมากมายในพื้นที่จากโครงการไป เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ระยะทาง 13 กม. เดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก ระยะทาง 4.2 กม. เดอะมอลล์ บางแค ระยะทาง 10.8 กม.

เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์ ระยะทาง 12 กม. ฟู้ดวิลล่า ราชพฤกษ์ ระยะทาง 11.5 กม. โรงเรียนเพลินพัฒนา ระยะทาง 1.9 กม. โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ ธนบุรี (SISB) 11.5 กม. มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ระยะทาง 11.3 กม. วิทยาลัยนาฏศิลป ระยะทาง 14.7 กม. โรงพยาบาลธนบุรี 2 ระยะทาง 5.6 กม. โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค ระยะทาง 9.5 กม. โรงพยาบาลศิริราช ระยะทาง 14.2 กม. พุทธมณฑล ระยะทาง 12.7 กม. เป็นต้น

สำหรับแบรนด์ พรีมา วิลล่า ถือเป็นแบรนด์บ้านระดับลักชัวรี่ของกลุ่มศุภาลัย ซึ่งมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านจัดสรร และอาคารชุดมาอย่างยาวนาน 31 ปี ด้วยคุณภาพระดับสากล มาตรฐาน ISO 9001 : 2015 โดยได้เลือกทำเลที่ดีที่สุดสำหรับการอยู่อาศัยในฝั่งตะวันตกของกทม.เปิดตัวคฤหาสน์หรู ‘ศุภาลัย พรีมา วิลล่า ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล สาย 2’ มูลค่าโครงการกว่า 1,100 ล้านบาท บนเนื้อที่ 26 ไร่เศษ กับบ้านในโครงการเพียง 56 หลังในราคาเริ่มต้นที่ 16.9-30 ล้านบาท

โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “The New Privacy” ให้ความเป็นส่วนตัวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลักในการออกแบบ ได้แก่

  • Prestige ด้วยการออกแบบบ้านหลังใหญ่ให้โอ่โถง สง่างาม ทั้งภายในและภายนอก ในสไตล์ Modern Contemporary ที่เน้นความโปร่ง มี Canopy Porch ที่บริเวณทางเข้าบ้านสำหรับ Drop off และเพิ่มความสง่างามให้กับตัวบ้าน ห้องรับแขกออกแบบให้โอ่โถงด้วย Double Volume สูง 6 เมตร โถงบันไดโค้งมนที่เพิ่มความหรูหราภายในบ้าน และช่องหน้าต่างที่เป็นกระจกเต็มบานตั้งแต่พื้นจดเพดานเชื่อมต่อบรรยากาศภายนอกสู่ภายใน
_DSC8516
_DSC8519
  • Delight คำนึงถึงการออกแบบ เพื่อความสุข ส่งเสริมความสัมพันธ์ของทุกคนในครอบครัวที่อยู่ร่วมกันหลาย Generation จึงออกแบบภายในบ้านให้เป็น Open Plan แต่ละฟังก์ชั่นสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ และออกแบบพื้นที่ส่วนกลางภายในบ้านที่มีขนาดใหญ่ ทั้งชั้นล่างและชั้นบนที่จัดให้มีโถงนั่งเล่นขนาดใหญ่สำหรับกิจกรรมของทุกคนในครอบครัว
_DSC8564
  • Hygiene ด้วยการออกแบบโดยใช้ธรรมชาติเข้ามามีส่วนช่วยให้เกิดสุขอนามัยที่ดีในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับแสงธรรมชาติด้วยหน้าต่างขนาดใหญ่ การระบายอากาศภายในบ้าน ด้วยการวางตำแหน่งของบ้านที่ถูกต้อง มีช่องเปิดเพื่อให้อากาศถ่ายเท ขยายพื้นที่บ้านเพื่อความโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น และยังรองรับไลฟ์สไตล์ในยุค new Normal ด้วยอุปกรณ์ Touchless รวมถึงพื้นที่เอนกประสงค์ที่สามารถปรับรูปแบบการใช้งาน ทั้ง Work from Home หรือ Learn from Home ได้

สำหรับแบบบ้านในโครงการมีให้เลือก 3 แบบด้วยกัน ได้แก่

  • บ้านศุภกานต์ ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กสุด มีพื้นที่ใช้สอย 279 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จอดรถ 2 คัน

  • บ้านศุภราช บ้านขนาดกลาง พื้นที่ใช้สอย 318 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จอดรถ 2+2 คัน

  • บ้านศุภมัณฑิรา ซึ่งเป็นบ้านแบบใหม่ล่าสุด พื้นที่ใช้สอย 417 ตร.ม. บนที่ดินขนาด 134 ตร.ว. 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ 2 พื้นที่พักผ่อนส่วนตัว และ 3-6 ที่จอดรถ

นอกจากนี้ ภายในโครงการยังมีพื้นที่สวนขนาด 358 ตร.ว. ที่อยู่ด้านในของโครงการ ขณะที่ด้านหน้าโครงการบริเวณซุ้มทางเข้าจะเชื่อมต่อกับคลับเฮ้าส์ เนื้อที่ 199 ตร.ว. ทำให้พื้นที่บริเวณทางเข้ามีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ภายในคลับเฮ้าส์ ประกอบไปด้วย ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบน้ำแร่ และ Co-Working Space พร้อมทั้งระบบรักษาความปลอดภัยภายในโครงการ และระบบ Home Automation เพิ่มความปลอดภัยภายในบ้าน

ต้องถือว่า เป็นโครงการระดับไฮเอนด์ที่ ศุภาลัย ให้ความสำคัญกับทุกๆ รายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความสำคัญกับความสุขของทุกๆ คนในครอบครัว ด้วยการออกแบบพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ที่ให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้ชีวิตร่วมกัน และที่สำคัญระดับราคา 16.9-30 ล้านบาทกับบ้านขนาดใหญ่ในทำเลที่มีศักยภาพสูงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ากับการได้มาครอบครอง

สำหรับโครงการ “ศุภาลัย พรีมา วิลล่า ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล สาย 2” จะเปิด Pre-Sale วันที่ 26-27 กันยายน นี้ ณ Sales Gallery สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษก่อนใคร ได้ที่ https://www.supalai.com/reg/prima_sai2/ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1720 หรือทาง Facebook : Supalai Society

บ้านศุภมัณฑิรา

เป็นแบบบ้านขนาดใหญ่ซีรีส์ใหม่ล่าสุดของศุภาลัย บริเวณทางเข้าด้านหน้ามีความต่อเนื่องจากชั้นล่างสู่ชั้นบน พร้อมด้วยช่องกระจกสูงจากพื้นถึงเพดาน เชื่อมต่อบรรยากาศภายนอกสู่ภายใน และพื้นที่ภายในบ้านที่มีลักษณะเปิดโล่งถึงกัน ทำให้เกิดความโปร่งสบายในการพักอาศัยได้มากยิ่งขึ้น

ห้องรับแขกโอ่โถงด้วย Double Volume สูง 6 เมตร มีลักษณะเฉพาะด้วยการกั้นห้องเป็นสัดส่วน พร้อมกระจกโค้งเปิดมุมกว้าง เพื่อรับทัศนียภาพภายนอก สามารถสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้พักอาศัยได้เป็นอย่างดี

ครัวภายในบ้านมีขนาดใหญ่ สามารถจัดเคาน์เตอร์กลางห้องได้ ทั้งยังมีความต่อเนื่องกับห้องอาหาร บนชั้น 2 ประกอบด้วย Master Bedroom ขนาดใหญ่ มาพร้อม Walk-in Closet และห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำในตัว

_DSC8576
_DSC8588
_DSC8592

Warapong Pankaew15 กันยายน 2020
-พรีโม่-รังสิต-2-e1600109020226-1280x736.jpg

2min1038

การเลือกซื้อบ้านให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในยุค New Normal เป็นอะไรที่มองข้ามไม่ได้ซะแล้ว เมื่อชีวิตความเป็นอยู่ของหลายๆ คนต้องเปลี่ยนไปหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และยังมีทีท่าว่าจะไม่จบลงง่ายๆ บ้านจึงเป็นเหมือนพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้สมาชิกในครอบครัวอุ่นใจ และยังต้องพร้อมรองรับกับวิถีชีวิตในรูปแบบใหม่ให้กับทุกคนในครอบครัว

สำหรับหนุ่ม-สาว คนรุ่นใหม่ วัยเริ่มทำงาน เริ่มสร้างครอบครัว ทาวน์โฮม คือทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการใช้ชีวิตแบบ New Normal จึงไม่แปลกที่วันนี้ ทาวน์โฮม จะขายดีกว่าคอนโดมิเนียม และมีโครงการใหม่ๆ เปิดขายมากมายให้ผู้สนใจได้เลือกซื้อ และในวันนี้ Property Mentor มีรีวิวทาวน์โฮมนวัตกรรมใหม่แกะกล่องจากบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มาฝากกันครับ

โครงการที่ว่าก็คือ “ศุภาลัย พรีโม่ รังสิต” ทาวน์โฮมนวัตกรรมใหม่ ดีไซน์ใหม่ที่ไม่เหมือนใคร สำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ต้องการ Inspiration ภายใต้แนวคิด “Create your inspiration with a new path of living” สร้างแรงบันดาลใจ…ที่แตกต่างกับทาวน์โฮมมิติใหม่” ด้วยทาวน์โฮมที่ถูกออกแบบฟังก์ชันใหม่เป็นครั้งแรก ด้วยการนำแปลนของห้องชุดมาประยุกต์ใช้กับทาวน์โฮม สวิทซ์พื้นที่ Living & Dining ไปไว้ด้านหลังเชื่อมต่อกับพื้นที่สวนหลังบ้าน และเอาครัวและห้องน้ำมาไว้ด้านหน้าแทน ด้วยเหตุผลอะไร เดี๋ยวเรามาไขข้อข้องใจกัน

ก่อนอื่นขอเริ่มกันที่ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการกันก่อน โครงการศุภาลัย พรีโม่ รังสิต ตั้งอยู่บนถนนรังสิต-ปทุมธานี เป็นโครงการทาวน์โฮมขนาดเล็กกะทัดรัดด้วยเนื้อที่ 6 ไร่ กับทาวน์โฮม 2 ชั้น สไตล์ Modern ขนาด 21 ตารางวา จำนวน 59 หลังเท่านั้น มีหน้ากว้าง 5.5 เมตร และ 6.25 เมตร(สำหรับห้องหัวมุม) 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถ

แม้ว่าโครงการจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่สิ่งที่จะได้ก็คือ มีความสงบเป็นส่วนตัวไม่วุ่นวาย มีการบริหารจัดการที่ดี ในส่วนของการจัดตั้งเป็นนิติบุคคลก็สามารถทำได้สะดวกขึ้น

ทำเลที่ตั้งของ ศุภาลัย พรีโม่ รังสิต อยู่ในซอยวัดบุญชื่นชู ในระยะ 140 เมตรจากปากซอย บนถนนรังสิต-ปทุมธานี ฝั่งขาออกมุ่งหน้าถนนพหลโยธิน ระยะทางจากที่ตั้งโครงการไปถึงปากทางฝั่งถนนพหลโยธินที่บริเวณโรงพยาบาลปทุมเวชประมาณ 3.8 กม. และฝั่งขาเข้าจากปากทางบริเวณตลาดรังสิตถึงโครงการระยะทางประมาณ 7 กม.

ที่ตั้งโครงการถือว่าอยู่ในจุดที่สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ทางพิเศษดอนเมืองโทล์ลเวย์ หรือจะใช้ทางด่วนโครงการก็อยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนบางพูนประมาณ 1.5 กม.เท่านั้นเอง นอกจากนี้ ในอนาคตยังสามารถเดินทางเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีรังสิต ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการเพียง 3.4 กม. โดยคาดว่า รถไฟฟ้าสายสีแดงรังสิต-บางซื่อจะเปิดให้บริการได้ในปี 2564 ที่จะถึงนี้

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา แม้ว่าบนถนนรังสิต-ปทุมธานี จะไม่มีห้างใหญ่ๆ แต่โครงการก็อยู่ไม่ไกลจากฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต & ZPELL ด้วยระยะทางประมาณ 5 กม. หรือ เซียร์ รังสิต ระยะทาง 8.4 กม.

นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้โรงพยาบาลใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลเปาโล รังสิต โรงพยาบาลกรุงเทพสยามเซนต์คาร์ลอส และโรงพยาบาลปทุมเวช ซึ่งอยู่ในรัศมีการเดินทางไม่เกิน 5 กม.โดยประมาณ เช่นเดียวกับสถานศึกษาดังๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็อยู่ในรัศมีการเดินทาง 8-15 กม.โดยประมาณ

ถ้าพูดถึงทำเลรังสิต ไม่ว่าจะเป็นฝั่งรังสิต-นครนายก หรือรังสิต-ปทุมธานี ถือเป็นทำเลศักยภาพสูงทางตอนเหนือของกทม.-ปริมณฑล เป็นเกตเวย์ และศูนย์กลางด้านพาณิชยกรรมและการคมนาคมขนส่งของย่าน โดยมีศูนย์กลางอยู่บริเวณฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งโครงการ

ขณะเดียวกัน เมื่อรถไฟฟ้าสายสีแดงเปิดให้บริการ จะยิ่งเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ให้สูงขึ้นไปอีก โดยเฉพาะบริเวณสถานีรังสิต ซึ่งถือเป็นสถานีสุดท้ายของสายนี้ (การรถไฟฟามีแผนจะขยายเส้นทางไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตในอนาคต) จะถูกส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาในรูปแบบของ TOD (Transit-Oriented Development) เชื่อมโยงการพัฒนาในบริเวณรังสิตและพื้นที่ใกล้เคียง

พร้อมกับการปรับการใช้ประโยชน์ของที่ดินให้เป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชยกรรมมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการลงทุนในเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ เตรียมพร้อมที่จะลงทุนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเซ็นทรัล เตรียมนำที่ดินบริเวณโรงงานไทยเมล่อนเดิมกว่า 600 ไร่ มาพัฒนา เช่นเดียวกับพื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่เตรียมการเพื่อพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ เป็นต้น

ตัดกลับมาที่โครงการ ศุภาลัย พรีโม่ รังสิต ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ศูนย์กลางความเจริญของรังสิต ทาง ศุภาลัย ได้นำแนวคิดใหม่ในการออกแบบมาใส่ไว้ในโครงการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Built For Real Life หรือบ้านที่คิดจากชีวิตจริง ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ทำให้ศุภาลัย รู้ว่า บ้านที่ดี ต้องสร้างอยู่บนพื้นฐานของการใช้ชีวิตจริงๆ

จึงเป็นที่มาของการปรับฟังก์ชันบ้านใหม่หมด จากเดิมทาวน์โฮมจะเริ่มจากพื้นที่หน้าบ้านเป็นส่วนของที่จอดรถ เข้ามาในบ้านเป็นพื้นที่พักผ่อน พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องน้ำ พื้นที่สุดท้ายจะเป็นครัว และพื้นที่ซักล้างต่างๆ ซึ่งคุณภาพของการอยู่อาศัยอาจจะไม่ได้ดีนัก

คุณชัยจักร

คุณชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ของศุภาลัย เล่าให้ฟังว่า การอยู่ในทาวน์โฮมแบบเดิม พื้นที่พักผ่อนจะอยู่ด้านหน้าซึ่งติดกับที่จอดรถก็ไม่ได้สัมผัสกับธรรมชาติ ส่วนด้านหลังเป็นพื้นที่ครัว เวลาซื้อของเข้าบ้านก็ต้องนำสัมภาระทั้งหมดยกเข้าไปด้านในสุดของบ้านซึ่งก็ไม่ค่อยจะสะดวกนัก

ประกอบกับพฤติกรรมการพักอาศัยของผู้บริโภคที่ต้องการพื้นที่ส่วนพักผ่อนที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทางศุภาลัยจึงนำเอาไอเดียใหม่ๆ มาใช้ในการออกแบบทาวน์โฮมโฉมใหม่ที่นำมาใช้กับโครงการศุภาลัย พรีโม่ รังสิต เป็นโครงการแรก โดยปรับเปลี่ยนฟังก์ชันของพื้นที่ใหม่ เอาพื้นที่ส่วนของ Living & Dining ไปไว้ด้านหลัง และเอาพื้นที่ครัว ห้องน้ำ มาไว้ด้านหน้าแทน

ผลที่ได้ตามมาคือ เรามีพื้นที่ Living & Dining ที่กว้างขวางขึ้น และยังสามารถปรับพื้นที่ด้านหลังสุดซึ่งทาวน์โฮมแบบเดิมซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ต่อเติมสำหรับครัวและซักล้างให้กลายเป็นพื้นที่สวน กลายเป็นพื้นที่ส่วนต่อขยายสำหรับการพักผ่อนที่สามารถเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในบ้านกับภายนอกบ้านได้ ส่วนพื้นที่ด้านหน้าออกแบบให้เป็นห้องครัวอย่างเป็นสัดเป็นส่วน สามารถจอดรถและเอาข้าวของที่ซื้อมาเข้าครัวได้อย่างสะดวก

นั่นคือแนวคิดใหม่ที่ศุภาลัยประยุกต์มาจากแปลนห้องชุดในคอนโดมาสร้างสรรค์ปรับปรุงใหม่เหมาะกับการอยู่อาศัยในทาวน์โฮม เพื่อให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของครอบครัวคนรุ่นใหม่ ที่อาจจะคุ้นเคยกับการอยู่คอนโดมาก่อน ฟังดูก็อาจจะนึกภาพไม่ออก และตั้งคำถามว่า แล้วมันจะดีกว่าแบบเก่าอย่างไร ก็ต้องไปดูให้เห็นกับตาครับ

วาปมาที่โครงการ ศุภาลัย พรีโม่ รังสิต ทาวน์โฮม 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอยสำหรับแปลงกลาง คือ 126 ตร.ม. และสำหรับแปลงมุม คือ 141 ตร.ม. เปิดประตูเข้าบ้านพื้นที่ส่วนแรกที่เราได้พบทางขวาคือพื้นที่ห้องครัวซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดส่วนในขนาดที่กำลังพอเหมาะกับการใช้งาน ป้องกันกลิ่นด้วยการระบายอากาศสู่ภายนอกได้โดยตรงด้วยช่องหน้าต่างด้านหน้าและยังใช้เป็นช่องรับส่งของจากที่จอดรถเข้าครัวได้โดยตรง ส่วนพื้นที่ด้านซ้าย เป็นห้องน้ำรองรับการใช้งานของบ้านชั้นล่าง

20200907_152817
20200907_145408

นอกจากนี้ โครงการยังออกแบบจุดเก็บปั๊มน้ำและถังน้ำ ไว้อย่างเป็นสัดส่วนที่บริเวณด้านหน้าบ้าน และพื้นที่เก็บคอมเพรสเซอร์แอร์ ที่บริเวณด้านหน้าบ้านชั้นบนสามารถ Service จากด้านหน้าบ้านได้อย่างสะดวก

ส่วนพื้นที่ Living & Dining ถูกสลับมาอยู่ด้านหลังเพื่อความเป็นส่วนตัว และยังได้พื้นที่ที่กว้างขวาง โดยมีลักษณะเป็น Open plan ต่อเนื่องกันยิ่งขึ้น ในขณะที่ปรับพื้นที่ส่วนหลังสุดให้เป็นสวนหลังบ้าน เพิ่มบรรยากาศการอยู่อาศัยให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ น่าอยู่มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การ Switch พื้นที่ Living & Dining ไปอยู่ด้านหลัง ถือว่าตอบโจทย์การอยู่อาศัยสไตล์ New Normal ได้เป็นอย่างดี เพราะเราสามารถเปิดโล่งให้พื้นที่ในส่วนนี้รับแสงธรรมชาติ และยังสามารถระบายอากาศได้ดีขึ้นอีกด้วย ส่วนภายในบ้านทางโครงการยังออกแบบช่องแสง Skylight บริเวณโถงบันได เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้าน และยังลดการใช้ไฟในเวลากลางวันได้เป็นอย่างดี

20200907_152050
20200907_145540

ขึ้นไปที่ชั้น 2 ด้วยบันไดที่กว้างขวางไม่อึดอัดคับแคบ ฟังก์ชันด้านบนถูกแบ่งเป็น 3 ห้องนอน โดยที่ห้องนอนใหญ่ หรือ Master Bedroom โปร่ง โล่ง ด้วยเพดานสูง 2.8 เมตร มีห้องน้ำในตัว และยังมีพื้นที่ด้านหน้าห้องน้ำจัดเป็น walk-in closet ได้แบบพอเหมาะ พอดี

20200907_145640
20200907_145730

ส่วนห้องนอนอีก 2 ห้องสำหรับสมาชิกตัวน้อยของครอบครัว ถ้าเป็นครอบครัวใหม่ที่ยังไม่มีลูกหรือมีแค่คนเดียว สามารถปรับให้เป็นห้องรองรับการทำงานแบบ work at home หรือการเรียนออนไลน์ learn at home ได้อย่างลงตัว หรือจะจัดเป็นสตูดิโอ สำหรับจัด Podcast หรือขายสินค้าออนไลน์ ก็ตอบโจทย์ชาว Gen z ได้เช่นเดียวกัน

20200907_145841
20200907_154026

นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Bonus space ช่วงบันไดที่เพิ่ม Step ขึ้น เป็นพื้นที่เล็กๆสำหรับใช้เป็น หิ้งพระ, นั่งเล่น หรืออื่นๆ ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน เพื่อการใช้งานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น

20200907_150616
20200907_154335
20200907_150127

โดยภาพรวมๆ ก็ต้องถือว่าทาวน์โฮมในโครงการ ศุภาลัย พรีโม่ รังสิต เป็นทาวน์โฮมระดับ B+ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ก็อยู่ในระดับเหนือกว่าทาวน์โฮมปกติ อย่างเช่น ประตูหน้าต่าง UPVC พร้อมกระจกเขียวตัดแสง ของ Windsor สุขภัณฑ์ Cotto ระบบฝ้าระบายความร้อน SCG ระบบ Home Automation และ Smart Security System เป็นต้น

ด้วยราคาช่วงเปิดโครงการที่ 2 ล้านกว่าๆ สำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีรายได้รวมกัน 6 หมื่นอัพ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2 หมื่นบาท ก็ถือว่า โครงการศุภาลัย พรีโม่ รังสิต เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยโครงการจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19-20 กันยายนนี้ ที่สำนักงานขายโครงการ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษก่อนใคร https://bit.ly/2XFTAe0 สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.supalai.com



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME