fbpx

ธอส.เตรียมปล่อยกู้ พ่อ แม่ ลูก ซื้อบ้าน ผ่อนยาว 70 ปี

Warapong Pankaew24 กันยายน 20201min1043

ธอส.งัดไม้เด็ด เตรียมออกสินเชื่อ Two-GEN ปล่อยกู้พ่อ แม่ ลูก ร่วมซื้อบ้านวงเงินกู้ไม่เกิน 1.5-1.8 ล้าน ผ่อนยาว 70 ปี ล้านละ 2,000-3,000 บาท เผยเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง มีบ้านได้เร็วขึ้น คาดเริ่มปล่อยกู้เดือนพ.ย. นำร่อง 1 หมื่นล้าน

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.อยู่ระหว่างจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อ Two-GEN ซึ่งจะสินเชื่อที่เปิดโอกาสให้เลือกผ่อนชำระได้ 2 generation หรือยาวนานสูงสุดถึง 70 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลางมีบ้านได้ง่ายขึ้น จากการให้ผู้กู้สามารถเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระได้นานจากปัจจุบันที่สูงสุดไม่เกิน 40 ปี ขยายเป็น 70 ปีหรือมากกว่านั้น โดยพิจารณาวงเงินให้กู้จากรายได้ของบิดา-มารดา ส่วนระยะเวลาการผ่อนชำระสามารถเพิ่มขึ้น ด้วยการนำอายุของบุตรที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปมาเป็นผู้กู้ร่วม

“แนวคิดนี้จะทำผู้มีรายได้น้อยและปานกลางสามารถมีบ้านได้ทันที ไม่ต้องรอเวลาให้มีรายได้ที่มากขึ้น เพราะเมื่อจำนวนเงินงวดที่ลูกค้าผ่อนชำระรายเดือนลดลง จึงทำให้กรณีที่มีรายได้สุทธิจำนวนเท่าเดิมเมื่อผ่อนชำระได้นานขึ้น ก็จะมีโอกาสได้รับวงเงินสินเชื่อมากขึ้นเช่นกัน อาทิ กรณีวงเงินกู้ 1 ล้านบาท หากผ่อนชำระ 40 ปี เงินงวดจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท/เดือน แต่หากผ่อนได้นานสูงสุดถึง 70 ปี จำนวนเงินผ่อนชำระจะอยู่ที่ประมาณ 2,500-3,000 บาท/เดือนเท่านั้น”

นายฉัตรชัย อธิบายเพิ่มเติมว่า การผ่อนที่ยาวนานขึ้นอาจจะถูกมองว่า ผู้กู้จะต้องจ่ายดอกเบี้ยจนท่วมเงินต้น ซึ่งถ้ามองในแง่คณิตศาสตร์แล้วดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่ในความเป็นจริง สินเชื่อ Two-GEN นี้จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อย รายได้ปานกลางมีบ้านได้ทันที และในอนาคตหากผู้กู้มีรายได้เพิ่มขึ้น หรือบุตรที่เป็นผู้กู้ร่วมมีรายได้เข้ามาเพิ่มเติมจากการประกอบอาชีพก็สามารถผ่อนชำระได้สูงกว่าจำนวนเงินงวดที่ธนาคารกำหนดได้ ซึ่งจะทำให้สามารถปิดบัญชีเงินกู้ได้หมดก่อนระยะเวลา 70 ปีอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ลูกค้ายังคงสามารถเลือกจำนวนปีที่ต้องการผ่อนชำระ อาทิ 15 ปี 20 ปี 30 ปี หรือ 40 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้สุทธิของผู้กู้ หรือราคาที่อยู่อาศัย และวงเงินกู้ที่ต้องการได้ตามปกติเช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ธอส. ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมของสินเชื่อ Two-GEN เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการธนาคาร รวมถึงกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาความเหมาะสม ซึ่งคงจะต้องดูในเรื่องของความเสี่ยงเข้ามาประกอบด้วย โดยเฉพาะความเสี่ยงของบุตรที่ยังไม่ได้ประกอบอาชีพ อาจจะต้องพิจารณาไปถึงการศึกษา และสาขาที่เรียนเอามาประกอบด้วย

หากทุกฝ่ายให้ความเห็นชอบ คาดว่า จะสามารถปล่อยสินเชื่อ Two-GEN ได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยธอส.กำหนดวงเงินสำหรับการปล่อยกู้ในเบื้องต้นไว้ที่ 10,000 ล้านบาท สำหรับการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในวงเงินกู้ไม่เกิน 1.5-1.8 ล้านบาท

ขยายเวลาพักเงินต้น-ดอกเบี้ยช่วยลูกค้า
นายฉัตรชัย ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการบรรเทาผลกระทบให้แก่ลูกค้าของธนาคารจากปัญหาโควิด-19 ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนและสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างรวมถึงปัญหาด้านรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 ได้มีมติขยายระยะเวลาความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ภายใต้ “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และ “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ” ระยะที่ 2 เฉพาะลูกค้าเดิมที่อยู่ระหว่างการได้รับความช่วยเหลือตามมาตรการที่ธนาคารกำหนด และยังคงได้รับผลกระทบด้านรายได้

ทั้งนี้มาตรการที่ธนาคารจะเปิดให้ลูกค้าเลือกแจ้งความประสงค์จำนวน 3 มาตรการ เพื่อขยายระยะเวลาความช่วยเหลือจากเดิมที่จะสิ้นสุดการช่วยเหลือในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 จะขยายระยะเวลาสิ้นสุดไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 ประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 พักชำระเงินต้น 3 เดือน จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน สำหรับผู้ที่เลือกเข้ามาตรการที่ 1 ได้ต้องเป็นลูกค้าที่ยังอยู่ระหว่างใช้ “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในมาตรการที่ 1 และมาตรการที่ 2” หรืออยู่ระหว่างใช้ “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทยร่วมสร้างชาติ ในมาตรการที่ 1, มาตรการที่ 3 และมาตรการที่ 8”

มาตรการที่ 3 พักชำระเงินต้น 6 เดือน จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 3.9% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่เลือกเข้ามาตรการที่ 3 ได้ต้องมีสถานะบัญชีปกติ และยังอยู่ระหว่างใช้ “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในมาตรการที่ 1 และมาตรการที่ 2”

มาตรการที่ 8 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่เลือกเข้ามาตรการที่ 8 ได้ต้องยังอยู่ระหว่างใช้ “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มาตรการที่ 1 และมาตรการที่ 2” หรืออยู่ระหว่างใช้ “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทยร่วมสร้างชาติ มาตรการที่ 8”

ทั้งนี้ ลูกค้าเดิมที่อยู่ระหว่างการได้รับความช่วยเหลือในมาตรการที่ธนาคารกำหนด สามารถแจ้งความประสงค์ขอเลือกใช้มาตรการขยายระยะเวลาความช่วยเหลือได้ผ่านทาง Application : GHB ALL ระหว่างวันที่ 1-29 ตุลาคม 2563 พร้อมแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันว่ายังมีผลกระทบทางรายได้จริงให้ธนาคารพิจารณา อาทิ สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ภาพถ่าย และ Statement เป็นต้น

ที่ผ่านมา ธอส. ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าครอบคลุมทั้งการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย, พักชำระเงินต้น หรือ ลดอัตราดอกเบี้ย ผ่าน 10 มาตรการของธนาคาร โดยมีลูกค้าเข้ามาตรการเป็นจำนวนทั้งสิ้น 511,110 บัญชี วงเงินสินเชื่อ 430,439 ล้านบาท แบ่งเป็นลูกค้ากลุ่มที่เข้ามาตรการที่ 5 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 4 เดือน จำนวน 236,531บัญชี วงเงินสินเชื่อ 179,843 ล้านบาท ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ได้ทยอยครบกำหนดระยะเวลาการใช้มาตรการที่ 5 แล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และสิงหาคม 2563 โดยสามารถกลับมาผ่อนชำระได้ตามปกติจำนวน 91,796 บัญชี เงินต้นประมาณ 65,000 ล้านบาท

ขณะที่ลูกค้าในมาตรการที่ 5 ที่ยังคงได้รับผลกระทบธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในระยะที่ 2 ผ่านมาตรการที่ 8.5 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยถึง 31 ตุลาคม 2563 โดยล่าสุด ณ วันที่ 22 กันยายน 2563 มีลูกค้าอยู่ในมาตรการที่ 8.5 จำนวน 39,546 บัญชี วงเงินต้นสินเชื่อประมาณ 27,000 ล้านบาท ส่วนลูกค้าที่เคยเข้ามาตรการที่ 5 แล้วไม่สามารถกลับมาชำระได้ตามปกติและกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีจำนวนประมาณ 9,000 ล้านบาทหรือคิดเป็น 8.5% ของลูกค้าที่เข้ามาตรการ 5 ทั้งหมด ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าอาจจะมี NPL สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 25% ของลูกค้าที่เข้ามาตรการ 5

“สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารอยู่ระหว่างการติดต่อเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คือ กลุ่มที่เข้ามาตรการที่ 8 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน จำนวน 233,931 ราย วงเงินสินเชื่อ 209,863 ล้านบาท และมาตรการที่ 8.5 เนื่องจากเป็นมาตรการที่พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่มีความเปราะบางด้านรายได้ ธนาคารอยู่ระหว่างติดตามลูกค้าในกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะครบกำหนดการใช้มาตรการในเดือนตุลาคม 2563” นายฉัตรชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ปัจจุบัน ธอส. ฐานะการดำเนินงานและเงินกองทุนของธนาคารยังมีความแข็งแกร่งโดยปัจจุบัน ธอส. ได้ตั้งสำรองส่วนเกินเพิ่มขึ้นจำนวน 3,500 ล้านบาท จากที่ขออนุมัติไว้ 5,300 ล้านบาท และจะตั้งสำรองให้เต้มจำนวนภายในสิ้นปี เพื่อรองรับผลกระทบจากปัญหาของโควิด-19 ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

Warapong Pankaew

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME