fbpx
sansiri project dcondo ramkanhaeng40 portrait e1583150127599

แสนสิริ เปิดศึก Mass Market ส่ง 5 แบรนด์ชิงลูกค้าเรียลดีมานด์

ถนนทุกสายมุ่งสู่ตลาดแมส จับลูกค้าเรียลดีมานด์ ล่าสุด แสนสิริ ประกาศเปิดเกมรุก เซ็กเมนต์ Medium และ Affordable เต็มสูบ

นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2563 บริษัทได้วางเป้าหมายพัฒนาโครงการใหม่ 18 โครงการ รวมมูลค่า 24,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ารวม 8,800 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 6 โครงการ มูลค่ารวม 8,600 ล้านบาท และทาวน์โฮม และมิกซ์ โปรเจ็กต์อีก 6 โครงการ มูลค่ารวม 6,600 ล้านบาท

โครงการส่วนใหญ่อยู่ในเซ็กเมนต์ Medium และ Affordable เป็นหลัก เพื่อให้แสนสิริเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่ายในกลยุทธ์ด้านการวางราคาขาย ขณะเดียวกันได้ขยายฐานลูกค้าในเซ็กเมนต์ Luxury และ Super Luxury ด้วยคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ภายใต้ Sansiri Luxury Collection อาทิ 98 ไวร์เลส, เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ, คุณ บาย ยู และบ้านแสนสิริ

คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขาย 29,000 ล้านบาทในปี 2563 เติบโตขึ้น 40% จากปีก่อนที่มียอดขาย 21,000 ล้านบาท รวมทั้งวางเป้าหมายการโอนไว้ 33,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมียอดขายรอโอนรองรับการเติบโตระยะยาวในอีก 4 ปี อีกถึง 47,500 ล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งในทุกสภาวะเศรษฐกิจ

ด้านนายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทจะเดินหน้าสุ่เป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วยการวางยุทธศาสตร์ “Made for Life…Made for Everyone” เพื่อสร้างภาพแบรนด์ที่จับต้องง่ายขึ้น และเป็นแบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

กลยุทธ์สำคัญก็คือ การชนะในตลาดกลุ่มใหญ่ที่มีดีมานด์ (Mass Market) ด้วยการพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ในกลุ่มแมสของสินค้าแต่ละประเภท ได้แก่ ดีคอนโด-เดอะเบส-สิริ เพลส-อณาสิริ-สราญสิริ โดยมีราคาตั้งแต่ 1.5-5 ล้านบาท

ดี คอนโด รามคำแหง 40 ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทจะขยายการพัฒนาโครงการไปในย่าน Community ใกล้เมืองในราคาเข้าถึงง่าย อาทิ โครงการ ดีคอนโด รามคำแหง 40 ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมนี้ ทำเลย่านรังสิต และในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาโครงการในทำเลใหม่ๆ ที่บริษัทยังไม่เคยพัฒนาโครงการมาก่อน อาทิ การบุกทำเลย่านสุวรรณภูมิด้วยสราญสิริ ศรีวารี และการเข้าไปยังทำเลป่าคลอก ภูเก็ต ของแบรนด์อณาสิริ เป็นต้น

ในส่วนของคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ที่เตรียมส่งมอบในปีนี้มีอยู่ 8 โครงการ ได้แก่ ดีคอนโด ริน เชียงใหม่, ดีคอนโด บลิซ ศรีราชา, เดอะ เบส เซ็นทรัล ภูเก็ต, เดอะ เบส สะพานใหม่, เอ็กซ์ที เอกมัย, เอ็กซ์ที ห้วยขวาง, คาวะ เฮาส์ และลา ฮาบาน่า หัวหิน” โดยคอนโดมีเนียมที่พร้อมโอนในปีนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า มียอดขายแล้ว 60% จากมูลค่าโครงการรวม 24,000 ล้านบาท

ในปีนี้ภาพรวมของตลาดคงไม่ดี จากความวิตกกังวลในเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 โดยตลาดอสังหาฯจะถูกขับเคลื่อนด้วยโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งในปีนี้แบรนด์บ้านแนวราบทั้งทาวน์เฮ้าส์ ได้แก่ สิริเพลส และบ้านเดี่ยว อณาสิริ จะมีโครงการใหม่รวมกัน 10 โครงการ เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำตลาดบ้านแนวราบในเวลา 3 ปี โดยมีกลยุทธ์ใหม่ในการสร้างความแข็งแกร่ง ได้แก่ การเตรียมเปิดตัว Signature Function ในแบรนด์บ้านเดี่ยว

โครงการสิริ เพลส

เช่น การเปิดสราญสิริ ศรีวารี ที่นับว่าเป็นครั้งแรกบ้านเดี่ยวระดับราคาเริ่มต้น 5 ล้านบาทที่มี Double Volume Living Space และนวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น New Concept เน้นการพัฒนาและสร้างมูลค่าให้กับ Affordable brand ให้เหนือคู่แข่ง โดยเตรียมเปิดตัวแนวคิดใหม่ในการอยู่อาศัยที่สะท้อนการออกแบบที่ครอบคลุมไปทั้งโครงการตั้งแต่ตัวบ้าน พื้นที่ส่วนกลาง ภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน ไปจนถึงการสร้างชุมชนที่มีแนวคิดร่วมกันเพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่

โดยเตรียมรุกเปิดตัวโครงการใหม่ในแบรนด์ ‘อณาสิริ’ มิกซ์โปรดักส์ ที่รวมสังคมดีๆ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมเอาไว้ด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ในโครงการเดียวกันเป็นครั้งแรก

โครงการอณาสิริ

นอกจากนี้ ยังรุกในด้าน WELL-BEING ผ่านดีไซน์ฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ อาทิ Healthy Home รวมถึง Elderly Care Solution ตอบรับ Aging Society ผ่านฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยมีแผนในนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วย “Prevent & Alert” เป็นตัวช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย รวมถึง “Smart & Convenient Home” ที่ต่อยอดความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นจาก Home Automation ด้วยการเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ภายใต้คอนเซปต์ “Convenience at One Click” พร้อมใส่ Solution ที่จำเป็น
ในการอยู่อาศัย เช่น Master switch ที่ควบคุมไฟทั้งบ้านได้ในสวิตช์เดียว เป็นต้น

โครงการสราญสิริ ศรีวารี

นายอุทัย กล่าวอีกว่า บริษัทยังมีแผนเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ ด้วย “แหล่งรายได้ใหม่” ได้แก่ แผนการนำ LIV-24 ดูแลความปลอดภัยส่งตรงจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง มาตรฐานแสนสิริ ขยายการให้บริการสู่โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหารทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีแผนต่อยอด และขยายขอบเขตการบริการของ Home Service Application หลังประสบความสำเร็จจากประสบการณ์ให้บริการในลูกบ้านแสนสิริกว่า 40,000 ราย ใน 300 โครงการสู่โครงการอื่นๆ ที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหารทั่วประเทศโดยวางแผนเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายกำลังการผลิตในโรงงานพรีคาสต์ (Precast) เพื่อรองรับการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยจะเปิดตัวโรงงานพรีคาสต์แห่งที่ 3 และ 4 ซึ่งจะส่งผลให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงงานที่ 1 และ 2 จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 700,000 ตารางเมตรต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 1,200,000 ตารางเมตร เมื่อเต็มกำลังการผลิต รองรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยจาก 2,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเป็น 3,500 ยูนิต ได้ในอนาคต ด้วยงบลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *