fbpx

เอสซีจีฯ เร่งผุด “คลังเซรามิค” ขยายตลาดกลาง-ล่าง

Warapong Pankaew26 มกราคม 20201min6950

ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องปูพื้นและบุผนังรายใหญ่อย่าง เอสซีจี เซรามิกส์ บริษัทในเครือเอสซีจี ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าอยู่ในมือ 3 แบรนด์ใหญ่ ได้แก่ คอตโต้ เน้นสินค้าในตลาดกลางบน โสสุโก้และคัมพานา จับตลาดระดับกลาง แต่แตกต่างกันตรงที่คัมพานาจะเน้นสินค้าที่อิงแอบกับธรรมชาติ ส่วนโสสุโก้ เน้นความวาไรตี้ ทั้ง 3 แบรนด์มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาดรวม 3-3.5 หมื่นล้านบาทในปีที่ผ่านมา ส่วนปีในปี 2563 ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะพยายามเติบโตให้ได้ในระดับ 3-5% ถ้าไม่มีปัจจัยลบอะไรที่เพิ่มเติมจากปี 2562

“ตลาดในปี 2563 ยังมีปัจจัยลบค่อนข้างเยอะ และถือเป็นความท้าทายของภาคธุรกิจ แต่หลังจากที่ได้มีการควบรวม 4 บริษัทย่อยที่อยู่ในเครือเอสซีจีมาเป็น เอสซีจี เซรามิกส์ ในปีที่ผ่านมา และมีการควบคุมต้นทุนในหลายๆ ด้าน หากไม่มีปัจจัยลบอะไรที่มากขึ้น บริษัทน่าจะเติบโตได้ 3-5% โดยจะเน้นที่การขยายตลาดส่งออกใน CLMV โดยเฉพาะเมียนมาที่ยังมีอัตราการเติบโตที่สูง ส่วนตลาดในประเทศจะพยายามรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ให้ดีที่สุด” นำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเป้าหมายในปี 2563

สำหรับสินค้าใหม่ในปีนี้ในแต่ละแบรนด์จะเน้นไปที่ฟังก์ชั่นการใช้งานและดีไซน์ โดยเทรนด์ของปีนี้เชื่อว่า สินค้าที่เกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยจะได้รับความสนใจมากขึ้น เช่น กระเบื้องกันลื่น เป็นต้น แต่สำหรับประเทศใน CLMV จะยังคงเน้นในเรื่องของดีไซน์ลวดลายที่เลียนแบบธรรมชาติ

ส่วนปัจจัยหนุนที่ผู้บริหาร เอสซีจี เซรามิกส์ เชื่อว่าจะทำให้ความต้องการใช้กระเบื้องเซรามิกในปีนี้ก็คือ มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ และสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อาทิ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือ 0.01% มาตรการสินเชื่อ 5 หมื่นล้านบาทของธนาคารอาคารสงเคราะห์สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท การคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 2.5% ใน 3 ปีแรก และการผ่อนปรนมาตรการ Loan to Value (LTV) ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง

กลยุทธ์การทำตลาดในประเทศที่ เอสซีจี เซรามิกส์ จะนำมาใช้ในช่วง 3 ปีนี้ คือการเร่งขยายสาขา “คลังเซรามิค” ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกจำหน่ายกระเบื้องเซรามิกสำหรับตลาดระดับกลางลงมา ให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าผ่านช่องทางนี้

“คลังเซรามิค” เดิมทีเป็นร้านค้าปลีกที่ เอสซีจี เซรามิกส์ ลงทุนเองปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่ 25 สาขา ล่าสุดเพื่อให้การขยายสาขาเป็นได้อย่างรวดเร็ว เป็นไปตามแผนงานที่ตั้งเป้าหมายจะขยายสาขาให้ได้ถึง 100 สาขา ภายในปี 2023 บริษัทจึงได้พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ก็คือ “คลังเซรามิค แฟมิลี” ซึ่งเป็นการร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายที่มีศักยภาพ เปิดสาขา “คลังเซรามิค” ร่วมกัน เนื่องจากทั้งบริษัทและผู้แทนจำหน่ายต่างก็มีจุดแข็ง

นั่นก็คือ บริษัทเป็นผู้ผลิตสินค้าที่ครอบคลุมตลาดทุกระดับ ในขณะที่ผู้แทนจำหน่ายมีฐานลูกค้าและความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในพื้นที่และมีทำเลที่ตั้งของร้านเหมาะสม เมื่อผนึกกำลังกันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมกับร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายเปิดสาขา คลังเซรามิค ในโมเดลของ คลังเซรามิค แฟมิลี แล้ว 3 ราย คือ บริษัท ไถ่เชียงระนอง จำกัด เปิดคลังเซรามิค แฟมิลี สาขาแรกที่จังหวัดระนอง และอยู่ระหว่างการดำเนินการกับ บริษัท ชลบุรีอึ้งย่งล้ง จำกัด และ บริษัทนาบอน วัสดุภัณฑ์ จำกัด

คอตโต้
คัมพาน่า
โสสุโก้

“ในปีที่ผ่านมา “คลังเซรามิค” ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกกระเบื้องเซรามิกสำหรับตลาดระดับกลางลงมา มียอดขายและการเติบโตเป็นที่น่าพอใจมาก โดยมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา บริษัทจึงต้องการที่จะเร่งขยายสาขาครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายให้เร็วขึ้น โดยมองว่ามีโอกาสที่ดี เนื่องจากบริษัทมีพันธมิตรอยู่ในทุกพื้นที่คือ ร้านผู้แทนจำหน่ายที่มีศักยภาพสูง มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการขายสินค้าเซรามิกมายาวนาน ที่สำคัญ เป็นที่รู้จักของลูกค้าในพื้นที่ จึงได้มีการพูดคุยนำเสนอแผนธุรกิจและตกลงร่วมมือกันเปิดสาขาขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจา 15 ราย”

สำหรับผลประกอบการปี 2562 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 11,074 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 4 โดยมีกำไรสุทธิรวม 168 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 158 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญจากต้นทุนการผลิตที่ลดลงตามราคาก๊าซธรรมชาติ รวมถึงความสามารถในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ประกอบกับสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหาร การขายและการตลาดได้ตามเป้าหมาย และมีกำไรจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมหนองแคเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อน

ถือว่าปี 2563 เป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับ เอสซีจี เซรามิกส์ และคงต้องรอดูว่า การขยายตลาดในระดับกลางล่างให้ครอบคลุมมากขึ้นตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ และการขยายตลาดใน CLMV จะช่วยให้ บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ปีนี้คงต้องเหนื่อยกันอีกหลายยก

เพิ่มเพื่อน

Warapong Pankaew

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME