fbpx

เจาะ 3 ทำเล ดิ ออริจิ้น คอนโดแบรนด์ใหม่เพื่อคน Gen Z

 

“เรามองเห็นปัญหาและเริ่มปรับตัว ทำการบ้านกันใหม่มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว เมื่อคนชั้นกลางมีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงมาก และยังได้รับแรงกดดันจากมาตรการรัฐในการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยทำให้กู้ได้น้อยลง จึงต้องปรับโฟกัสใหม่ ชะลอโครงการในกลุ่มคนชั้นกลาง และไปโฟกัสที่ลูกค้าระดับบนที่ได้รับผลกระทบน้อยและกลุ่มใหม่ซึ่งเป็นคนวันเริ่มทำงานอยู่ Generation Z ที่ยัง virgin credit” พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) พูดถึงที่มาที่ไปของการเปิดแบรนด์ใหม่ “ดิ ออริจิ้น” คอนโดมิเนียมสำหรับ First Jobber และเป็น First Condo Buyer ในราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท

พีระพงศ์ จรูญเอก

คน Generation Z อยู่ในช่วงอายุ 22-28 ปี มีสัดส่วนในประมาณ 20% ของประชากร และจะขยายขึ้นเรื่อยๆ เป็นวัยที่เพิ่งเรียนจบเริ่มทำงานมีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาท แต่ยังมีหนี้น้อย ไม่ใช้รถส่วนตัว และต้องการซื้อคอนโดเป็น asset แรกของชีวิต เมื่อโจทย์เป็นอย่างนี้ก็ต้องค้นหา Product ที่สามารถตอบสนองความเป็น Gen Z ให้ได้ โดยเฉพาะราคาที่ทำให้รู้สึกว่า “ซื้อดีกว่าเช่า” ขณะเดียวกันต้องเข้าถึง Insight ของคน Gen Z ซึ่งเกิดมาในยุคที่ทุกอย่างสะดวกสบาย มีพ่อแม่คนใช้คอยดูแล ดังนั้นเมื่อต้องมาใช้ชีวิตเองจึงต้องมี Smart Product และ Excellence Service ที่ช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

เราจึงต้อง Reprice Down ให้ราคาจับต้องได้ สำหรับคอนโดใกล้รถไฟฟ้าซึ่งปัจจุบันราคาไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านบาท เหมือนเป็นการ discount ราคากลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งหัวใจสำคัญคือการคุมต้นทุนทั้งเรื่องที่ดิน การก่อสร้างให้ได้ คอนโด ดิ ออริจิ้น จึงตั้งราคาไว้ที่ 1.2-1.8 ล้านบาทเป็นส่วนใหญ่ สามารถผ่อนได้เดือน 9,000-10,000 บาท ซึ่งหากเราเข้าใจคนรุ่นใหม่ สามารถแก้ Pain Point และตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตให้เขาและครอบครองตลาดส่วนนี้ได้ ภายใน 3-4 ปีข้างหน้าจะสร้างรายได้ให้บริษัทได้ถึง 40-50% และยังกินยาวไปอีก 10 ปี

ทั้งนี้ ออริจิ้น มีแผนเปิดตัวคอนโดแบรนด์ ดิ ออริจิ้น ในช่วงครึี่งปีหลังนี้ถึง 6 โครงการ ใน 6 ทำเลทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ สุขุมวิท รัชดาภิเษก ลาดพร้าว รามอินทรา รามคำแหง พหลโยธิน มูลค่าโครงการรวมกว่า 7,700 ล้านบาท โดยชูแนวคิดในเรื่องของ Live Your Value หรือ ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ โดยมองว่าจริงๆ แล้วการใช้ชีวิตของแต่ละคนมีเงื่อนไขและปัจจัยแวดล้อมแตกต่างกัน ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและประสบความสำเร็จในแบบของตัวเองได้ จึงได้ทำหนังโฆษณาเรื่อง “ชีวิตจริง 101” เพื่อสะท้อนภาพความเข้าใจกลุ่มคนรุ่นใหม่และสนับสนุนเรื่อง Live Your Value เพื่อเป็นการเปิดตัวแบรนด์ ดิ ออริจิ้น

นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์โฆษณาอีก 4 เรื่อง ที่ได้ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” แบรนด์แอมบาสเดอร์ของบริษัท มาเป็นนักแสดงนำในโฆษณาที่จะช่วยให้แบรนด์และฟังก์ชั่นเด็ดของคอนโด ดิ ออริจิ้น เป็นที่จดจำในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น สำหรับ 4 ฟังก์ชั่นและสิ่งอำนวยความสะดวกของคอนโดมิเนียมแบรนด์ “ดิ ออริจิ้น” จะประกอบด้วย

  • Smart Closet ออกแบบทุกพื้นที่ในห้องให้สามารถเก็บของได้เพิ่มขึ้นอย่างชาญฉลาด
  • Hotel Services on Demand เชื่อมโยงบริการช่างและพนักงานทำความสะอาด มาตรฐานระดับโรงแรม
  • 24hr Co-working Space ตอบโจทย์การทำงาน 24 ชั่วโมงของวัยรุ่นไฟแรง ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทำงาน
  • Private Party Room พื้นที่ปาร์ตี้แบบเก็บเสียง ป้องกันเสียงรบกวนทั้งภายนอกสู่ภายในและภายในสู่ภายนอก

สำหรับ 6 โครงการแบรนด์ ดิ ออริจิ้น ที่เปิดตัวในปีนี้ ได้แก่ ดิ ออริจิ้น ราม 209 อินเตอร์เชนจ์ ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้าน ซึ่งได้เปิดตัวไปแล้วและได้รับการตอบรับในระดับที่ดีมียอดจองแล้วกว่า 80%

ดิ ออริจิ้น ราม 209 อินเตอร์เชนจ์

ส่วนที่จะเปิดภายในไตรมาส 3 มี 3 โครงการ ได้แก่

  • ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท เปิดพรีเซลวันที่ 3 ส.ค.
  • ดิ ออริจิ้น ลาดร้าว 15 ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท เปิดพรีเซลวันที่ 3 ส.ค.
  • ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท เปิดพรีเซล 7 ก.ย.

ส่วนในไตรมาสที่ 4 มีเปิดอีก 2 โครงการ ยังไม่ได้กำหนดวันพรีเซล ได้แก่

  • ดิ ออริจิ้น รามอินทรา สเตชั่น ราคาเริ่มต้น 1 ล้านกว่าบาท
  • ดิ ออริจิ้น พหล-สะพานใหม่ ราคาเริ่มต้น 1 ล้านกว่าบาท

ส่อง 3 โครงการใหม่ ดิ ออริจิ้น

  • ดิ ออริจิ้น ลาดร้าว 15/รัชดา-ลาดพร้าว

โครงการ ดิ ออริจิ้น ลาดร้าว 15 และโครงการ ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว (ลาดพร้าว ซอย 23) อยู่ในทำเลที่ไม่ห่างกันนัก จึงถือว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ทั้ง 2 โครงการอยู่โครงข่ายรถไฟฟ้า 3 สายหลัก ได้แก่ สายสีเขียว BTS สายสีน้ำเงิน MRT และสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่จะทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวก ที่สำคัญทำเลที่ตั้งของทั้ง 2 โครงการ อยู่ระหว่าง New CBD 2 แห่งของกรุงเทพฯ นั้นก็คือ ห้าแยกลาดพร้าว และรัชดาฯ-พระราม 9 และยังอยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธิน (บางซื่อ แกรนด์สเตชั่น) ซึ่งถือเป็นพื้นที่ความเจริญแห่งใหม่ในอนาคต

เนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่ในเมือง สิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ จึงมีอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่แฮงก์เอาต์ โรงพยาบาล สถานศึกษา จึงเหมาะทั้งการเป็นที่อยู่อาศัย และเป็น asset สำหรับการลงทุนปล่อยเช่า ซึ่งในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ราคาคอนโดเฉลี่ยอยู่ที่ 80,000 บาท/ตารางเมตร ปรับขึ้นโดยเฉลี่ย 15% ต่อปี ทำให้ราคามีโอกาสขยับขึ้นไปถึง 148,663 บาทในปี 2566 นอกจากนี้ ยังสามารถปล่อยเช่าได้ 400-450 บาท/ตารางเมตร/เดือน

ดิ ออริจิ้น ลาดร้าว 15

สำหรับโครงการ ดิ ออริจิ้น ลาดร้าว 15 อยู่ในซอยลาดพร้าว 15 ห่างจาก MRT สถานีลาดพร้าวม 600 เมตร มีเนื้อที่ 1 ไร่เศษ เป็นโลว์ไรส์คอนโดมิเนียม สูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 163 ยูนิต มีที่จอดรถ 40% ห้องมีตั้งแต่แบบสตูดิโอ 1 ห้องนอน 1 ห้องนอนพลัส และ 2 ห้อง ขนาดตั้งแต่ 24.6-45.6 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท

ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว

ส่วนโครงการ ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว อยู่ในซอยลาดพร้าว 23 ใกล้แยกรัชดา-ลาดพร้าว ห่างจาก MRT สถานีลาดพร้าว 450 เมตร และอยู่ใกล้กับสถานีรัชาภิเษกของสายสีเหลืองเพียง 25 เมตร เนื้อที่โครงการเกือบ 2 ไร่ เป็นโลว์ไรส์คอนโดสูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 208 ยูนิต มีที่จอดรถรองรับ 60% มีห้องตั้งแต่สตูดิโอ 1 ห้องนอน 1 ห้องนอนพลัส และ 2 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 24.8-54.9 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นอาจจะโดดกว่าโครงการอื่นอยู่ที่ 2.29 ล้านบาท

ทั้ง 2 โครงการ ถือเป็นคอนโดขนาดเล็กที่อยู่ในเมืองที่สะดวกทั้งการเดินทาง และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ครบถ้วน ถือเป็นอีกทำเลที่น่าจะได้รับผลตอบแทนจาก Capital Gain และ rental yield ในระดับที่น่าพอใจ

  • ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105

โครงการ ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 อยู่ในซอยสุขุมวิท 105 (ลาซาล) มีเนื้อที่ 5 ไร่เศษ เป็นโลว์ไรส์คอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 672 ยูนิต มีที่จอดรถ 39% ขนาดห้องมีตั้งแต่ สตูดิโอ 1 ห้องนอน 1 ห้องนอนพลัส จนถึง 2 ห้องนอน ขนาด 22.5-54.50 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท

ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้กับโครงข่ายรถไฟฟ้า 3 สาย ได้แก่ สายสีเขียว บีทีเอส ส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ รถไฟสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง และ Light Rail รถไฟสายบางนา-สุวรรณภมูิ ซึ่งอยู่ในแผนแม่บทรถไฟฟ้าระยะที่ 2 นอกจากเพิ่มความสะดวกในการเข้าออกเมืองแล้ว ยังเชื่อมโยงไปยังโครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ด้วยรถไฟความเร็วสูงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังเชื่อมต่อถนนสุขุมวิท- ศรีนครินทร์ และเส้นทางลัดออกถนนบางนา- ตราดได้ สามารถเดินทางโดยรถยนต์ ด้วยทางทางด่วนและวงแหวนอุตสาหกรรมได้อย่างสะดวก

ในพื้นที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ บางกอก มอลล์ เมกะ ซิตี้ บางนา ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค อาคารสำนักงานภิรัช ทาวเวอร์ แอทไบเทค ซัมเมอร์ ลาซาล รวมทั้งโรงเรียนนานาชาติ และยังจะได้ผลประโยชน์จากรถไฟฟ้าได้ทั้ง 3 สาย ในแง่ของการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินในอนาคต

ขณะเดียวกัน โรงเรียนเอกชนทั้งไทยและนานาชาติ อาคารสำนักงานต่างๆ นิคมอุตสาหกรรม และโรงงานที่มีอยู่กว่า 870 โรงงาน สามารถรองรับตลาดเช่าได้ โดยมีอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 300-350 บาท/ตารางเมตร/เดือน และมีผลตอบแทนจากการเช่าอยู่ที่ 5-6%

ทั้ง 3 โครงการเตรียมจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมและกันยายนที่จะถึงนี้ คงต้องคอยดูว่า คอนโดแบรนด์ใหม่ ดิ ออริจิ้น จะโดนใจคน Gen Z มากน้อยแค่ไหน 

เพิ่มเพื่อน

Warapong Pankaew

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME