fbpx

“วิลล่า ฟอเรสต์” เมืองใหม่วิถีไทย พร้อมเดินหน้ารับเปิดประเทศ

อสังหาฯเมืองชลคึกรับเปิดประเทศ “แพนพลัสแอสเสท” พร้อมเดินหน้าโครงการเมืองใหม่วิถีไทย “วิลล่า ฟอเรสต์” บ้านสวนสำหรับคนเมืองเนื้อที่ 150 ไร่ มูลค่า 2,000 ล้าน เตรียมเปิดอย่างเป็นทางการธ.ค.นี้

นายธีระธัช รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพนพลัสแอสเสท จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา สำหรับพื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบน้อย เพราะเป็นฐานผลิตของอุตสาหกรรมสำคัญอย่างอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก ตลาดที่อยู่อาศัยยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าหลังจากที่โควิด-19 คลี่คลายลง ความต้องการที่อยู่อาศัยจะกลับมาเต็มที่

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมที่จะเปิดตัวโครงการวิลล่า ฟอเรสต์ (Villa Forest) อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ธันวาคม 2564 ที่จะถึงนี้ ซึ่งมั่นใจว่า ด้วยแนวคิดของโครงการวิลล่า ฟอเรสต์ ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มดีขึ้น จะทำให้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

สำหรับโครงการวิลล่า ฟอเรสต์ได้พัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับโลกวิถีใหม่ โดยนำธรรมชาติและการสร้างสิ่งแวดล้อมดี เพื่อความอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน มาเป็นแนวคิดในการพัฒนาโครงการวิลล่า ฟอเรสต์ (Villa Forest) มูลค่า 2,000 ล้านบาท เป็นการพัฒนาที่ดิน 150 ไร่ ในเขตบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ให้เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยสมบูรณ์แบบ ในวิถีธรรมชาติเป็นบ้านสวนคนเมือง ที่ส่งเสริมชีวิตที่สมดุลของความอยู่ดีมีสุข กายแข็งแรงใจเป็นสุข (Balance of Life)

โครงการพัฒนาภายใต้ปรัชญาของคำว่า บ-ว-ร ที่สะท้อนถึงการพัฒนาชีวิตวิถี-ดี ควบคู่ไปกับความสุขที่ยั่งยืน ซึ่งหล่อหลอมให้บ้านในโครงการนี้มีให้มากกว่าคำว่า “บ้าน” ที่ออกแบบตามดีไซน์ และยังมีวัดซึ่งเป็นที่มาของการพัฒนาจิตใจ และโรงเรียนที่เป็นการเรียนรู้รอบด้านควบคู่คุณธรรม นำแนวคิดการพัฒนาเกษตรแบบผสมผสานและเกษตรอินทรีย์ โครงการโคกหนองนา เป็นต้นแบบการพัฒนาให้เป็นที่อยู่อาศัยวิถี-ดีจากธรรมชาติ

พร้อมแบบบ้านที่หลากหลาย ทั้งทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยว จำนวน 350-400 ยูนิต ราคาตั้งแต่ 2.6-12 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนจะพัฒนาอาคารชุดภายในโครงการด้วย และยังประกอบด้วยชุมชนเมืองที่มีทั้งที่อยู่อาศัย ศูนย์รวมจิตใจ ศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติเชิงกสิกรรม (Learning Farmer Centre) และโรงเรียนนานาชาติ Wells International School, Chonburi Campus บนที่ดิน 24 ไร่

นอกจากนี้ วิลล่า ฟอเรสต์ ยังเป็นการพัฒนาโครงการบ้านสวนด้วยต้นแบบที่อยู่อาศัย 5 ดี ซึ่งสะท้อนถึงการอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน ได้แก่ ดี 1 ทำเลดี เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจใหม่ เดินทางสะดวก ดี 2 สิ่งแวดล้อมดี เป็นชุมชนรักษ์ธรรมชาติ รักษ์สิ่งแวดล้อมพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ดี 3 สังคมดี มีความผูกพันและความสัมพันธ์อันดีที่หล่อหลอมด้วยความรัก ความอบอุ่น ความสามัคคี การแบ่งปันและเกื้อกูลกัน ดี 4 สุขภาพดี การสร้างสรรค์บ้านให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย มีความปลอดภัย ปลอดโรค เอื้อคุณค่าแห่งความสุขที่เรียกว่า ‘กายแข็งแรง ใจเป็นสุข’ และ ดี 5 แรงบันดาลใจที่ดี การริเริ่มเรื่องราวของชุมชน

“เราต้องการสร้างชุมชน วิลล่า ฟอเรสต์ ให้เป็นปอดธรรมชาติแห่งแรกของบ้านบึงด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และระบบนิเวศที่เป็นมิตร ด้วยความตั้งใจที่จะนำความสุข สุขภาพดี และจิตใจที่สงบสุขอย่างยั่งยืนมาสู่ทุกคน” นายธีระธัชกล่าว

สำหรับโครงการวิลล่า ฟอเรสต์เป็นการพัฒนาภายใต้ร่วมมือกับเอสซีจี เพื่อพัฒนาบ้านที่เป็นมากกว่าคำว่า “บ้าน” คือออกแบบรองรับชีวิตที่สะดวก ปลอดภัยและปลอดเชื้อโรคหรือมลพิษต่างๆ สำหรบแบบบ้านนั้นจะเป็นแบบทาวน์โฮม ‘แคทรียา’ สไตล์นอร์ดิก หรือบ้านแฝดสไตล์โมเดิร์น และบ้านเดี่ยวสไตล์วิถีไทย ซึ่งได้รับการปรึกษาและออกแบบโดย เอสซีจี บิลดิ้ง แอนด์ ลิฟวิ่ง แคร์ คอนซัลติ้ง (SCG Building & Living Care Consulting) ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวชั้นเดียว ‘พริมโรส’ บ้านเดี่ยวสองชั้น ‘คาร์เนชั่น’ และบ้านเดี่ยวสองชั้น ‘ทิวลิป’

ด้านนายวีรเลิศ อมิตรพ่าย รองผู้อำนวยการ เอสซีจี บิลดิ้ง แอนด์ ลิฟวิ่ง แคร์ฯ กล่าวว่า คอนเซ็ปต์ในการออกแบบเป็นไปตามแนวคิดวิถี-ดีของโครงการวิลล่า ฟอเรสต์ ‘บ้านสวนคนเมือง’ เป็นชุมชนของการอยู่อาศัยยุคทันสมัย เรียบง่าย ไม่วุ่นวาย และสะดวกสบาย โดยวัสดุที่เลือกใช้เป็นวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้จริง หรือบางส่วนผสมไม้ฉาบปูนเรียบทาสีเอิร์ธโทน สีน้ำตาลและสีเขียว

วัสดุทุกอย่างจะเน้นความโปร่งแสง โปร่งใส ทำให้ได้รับแสงสว่าง ประหยัดพลังงาน และช่วยฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ได้ ตัวบ้านทั้ง 3 แบบ จะเน้นประโยชน์ใช้สอยและและการใช้งานที่ผสมผสานความเป็นวิถีไทยและความทันสมัยอย่างกลมกลืน มีพื้นที่ใช้สอยมาก เพิ่มการทำกิจกรรมกับครอบครัว และปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค โดยเฉพาะในยุคที่ต้องล็อกดาวน์

บ้านในโครงการได้รับการออกแบบพื้นที่ให้เว้นระยะห่าง และมีห้องทำความสะอาดก่อนเข้าบ้าน สามารถเก็บกักตัวได้ในพื้นที่ชั้นล่างที่เชื่อมกับห้องน้ำได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ห้องกันเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี สำหรับบ้านบางแบบยังมีพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน มีต้นไม้การจัดสวนที่ร่มรื่นช่วยดูดซับมลพิษ และเป็นที่พักสายตา

อีกทั้งยังเพิ่มความร่มเย็นภายให้บ้านซึ่งทุกหลังได้รับความใส่ใจในรายละเอียด มีการดีไซน์ห้องน้ำเพื่อผู้สูงอายุ มีอ่างอาบน้ำที่อยู่ในพื้นที่ชมวิวสวยได้ในยามกลางวัน และดื่มด่ำกับการอาบน้ำใต้แสงจันทร์ในยามค่ำคืน เป็นอีกหนึ่งการตอบโจทย์ชีวิตวิถี-ดี

ทั้งนี้ เป้าหมายของวิลล่า ฟอเรสต์ คือการสร้างดุลยวิถี ดุลยชีวิต ‘กายแข็งแรง ใจเป็นสุข’ นายธีระธัช กล่าวว่า แนวคิดนี้ทำให้ย้อนกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้กายแข็งแรงและใจเป็นสุข ซึ่งต้องอาศัยทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ ซึ่งการพัฒนาก็แบ่งเป็นสองส่วน คือ Globalization ความเจริญของมวลมนุษยชาติ อีกส่วนคือ Localization เป็นท้องไร่ท้องนา เท้าเหยียบดิน ปลูกผัก มีน้ำ มีปลา

บริเวณทะเลสาบจะถูกเนรมิตให้เป็นสองฝั่งความแตกต่าง โดยฝั่ง Globalization จะมี Club House ที่เรียกว่า Club Tel และมีสระว่ายน้ำยาว 30 เมตร มีศูนย์จัดงานเลี้ยง มีสวนสวยที่ร่มรื่นและสดชื่น ส่วนอีกฝั่งคือ Localization เป็นฝั่งท้องถิ่นภายใต้คอนเซ็ปท์ บ-ว-ร ของไทย เป็นทิวทุ่งนา มีโคก มีรีสอร์ท มีพื้นที่ปลูกพืชผักที่ใช้บริโภคได้ เป็นวิถีธรรมชาติที่อยู่ได้ด้วยตัวเองตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วิลล่า ฟอเรสต์ จะเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพียงหนึ่งเดียวของชลบุรี ที่มีรูปแบบการพัฒนาผสมผสานความเป็นธรรมชาติบนพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่าง ทำให้โครงการมีมูลค่าเพิ่มคุ้มค่าสำหรับการลงทุนในระยะยาว โดยกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มคนท้องถิ่น 35% กลุ่มต่างชาติ 35% และกลุ่มคนกรุงเทพฯ 30% ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าสนใจด้วยที่นี่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขาน้ำสายลมและแสงแดดที่จะทำให้ชีวิตทุกๆ วัน อยู่ดีมีสุข และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

ส่วนความคืบหน้าด้านการตลาด ปัจจุบันมีลูกค้าจองบ้านในโครงการไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ตัวโครงการและพื้นที่ศูนย์รวมกิจกรรม วิลล่าฟาร์ม โรงนาที่เป็นศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ และศูนย์รวมองค์ความรู้ วัฒนธรรม อารยธรรมต่างๆ รวมทั้งศูนย์รวมตำนานของอร่อยของบ้านบึงมาไว้บริการด้วย คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ส่วนการพัฒนาจะทยอยแล้วเสร็จเป็นเฟส 1-2-3-4 โดยจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 3 ปี

“สิ่งที่ผมฝันไว้ คือทำชุมชนใหม่ที่ยังไม่เคยมี เช่น หมู่บ้านนี้เราจะมีสถานที่ให้คนมารวมกัน ร่วมกิจกรรมพัฒนากายและใจด้วยกัน ผู้อยู่อาศัยจะใช้ชีวิตตั้งแต่ตื่นขึ้นมาและสิ้นสุดของวันตามวิถี-ดีบนพื้นที่ธรรมชาติที่มีพร้อมทั้งสินทรัพย์และทรัพยากรทางดิน น้ำ ลม ไฟ ที่สามารถนำขึ้นมาปรับและใช้ได้อย่างลงตัวและตามความจำเป็นอย่างพอเพียง” นายธีระธัช กล่าวทิ้งท้าย