fbpx

เตรียมตัว เตรียมใจ จ่ายภาษีบ้านและที่ดิน

Warapong Pankaew17 มีนาคม 20193min1480
ที่มา:สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว และจะมีผลบังคับใช้อย่างแน่นอนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

แต่อย่าได้กังวลไปครับ สำหรับเราๆ ท่านๆ ที่มีบ้านบนที่ดินรวมมูลค่าแล้วไม่ถึง 50 ล้านบาท ไม่ต้องจ่ายภาษีตามกฎหมายนี้เลยแม้แต่บาทเดียว

สำหรับเกษตรกรก็เช่นกัน ถ้ามีที่ดินสำหรับทำการเกษตรมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ก็ไม่ต้องจ่ายภาษี
ที่หนักหน่อยเห็นจะเป็นที่ดินที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นอาคารพาณิชย์ หอพัก อพาร์ตเมนต์ ห้าง ร้าน โรงแรม หรือออฟฟิศ ต้องจ่ายภาษีในอัตราตั้งแต่ 0.3-0.7% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ส่วนใครที่มีที่ดินแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็โดนเลย 1.2% ของราคาประเมินที่ดิน และจะเพิ่มอีก 0.3% ในทุกๆ 3 ปี ไปจนกว่าจะชนเพดานที่ 3% หรือเอาที่ดินมาใช้ประโยชน์

ที่มา:สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ตัวแทนกรมสรรพากรมักจะอ้างว่า เอาจริงๆ ถ้าจ่ายภาษีในระบบเก่า คือภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่ จะจ่ายแพงกว่าภาษีตัวใหม่นี้อีก ก็ว่ากันไป ใครจ่ายถูกจ่ายแพงกว่ายังไง ลองบอกกันหน่อยนะครับ

ผลข้างเคียงอีกอย่างที่อาจจะเกิดขึ้น (ต้องใช้คำว่าอาจจะเกิด เพราะไม่รู้จะเกิดหรือเปล่า) ก็คือ จะมีการปล่อยที่ดินกันออกมาเยอะ ราคาที่ดินในท้องตลาดก็จะไม่พุ่งพรวดพราดเหมือนช่วงที่ผ่านมา โครงการบ้าน และคอนโด ราคาคงจะไม่วิ่งปรู๊ดปร๊าด ให้ใจหายใจคว่ำ ก็ขอภาวนาให้เป็นเช่นนั้น

แต่ที่ดินในมือดีเวลลอปเปอร์ที่ซื้อเก็บไว้ ก็อาจจะมีต้นทุนจากภาษีนี้ได้เช่นกัน บ้านและคอนโด ก็มีสิทธิ์จะขยับราคาก็มีโอกาสเป็นไปได้เช่นกัน ก็ต้องตามดูกันยาวๆ ครับ
ปล. เราอาจจะได้เห็นเจ้าสัวน้ำเมา ทำธุรกิจการเกษตรแข่งกับเจ้าสัวซีพี เพราะมีที่ดินเยอะจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เกษตรกรตัวเล็กตัวน้อยก็ต้องระวังให้ดีนะครับ

เพิ่มเพื่อน

Warapong Pankaew

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME