fbpx

เสนาฯ จัดทัพ ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ยกระดับสู่องค์กรยั่งยืน

เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จัดทัพปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ภายใต้กลยุทธ์ ” 3 แม่ยก” เพื่อนำองค์กรมุ่งสู่ความยั่งยืนในอนาคต โดยการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการเป็น property developer สู่การเป็น lifelong trusted partner นำเสนอสินค้าและบริการที่เป็น real estate multi-services เชื่อมโยงกับความเป็นอยู่ในทุกช่วงชีวิตของผู้บริโภค เกาะเกี่ยวกับไปเมกะเทรนด์ของโลกที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง

“เราไม่อยากเป็นแค่คนขายบ้านที่วันนี้ไม่น่าจะตอบโจทย์ของผู้บริโภค และไม่ตอบโจทย์ธุรกิจในระยะยาวได้ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตจึงคิดจะสร้างบ้านขายอย่างเดียวไม่ได้ เพราะไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งหมดให้กับผู้บริโภคได้ เสนาจึงต้องปรับเปลี่ยนจากการเป็นคนสร้างบ้านขายไปสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ในการเสนอสินค้าและบริการที่เป็น real estate multi-services ในทุกช่วงชีวิตของผู้บริโภค” ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าว

เสนาดึงเอาเมกะเทรนด์ที่เชื่อมโยงกับ ecosystem ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มาเป็นตัวตั้งในการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ทั้งเรื่องของความยั่งยืน (sustainability) การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (aging society) การขยายตัวของสังคมเมือง (urbanization)

“สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปจากธรรมชาติที่ถูกทำลายจนโลกขาดความสมดุล ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลสำรวจของไพรซ์วอเทอร์เฮาส์ ระบุว่า ผู้บริโภค 57% เต็มใจที่จะซื้อสินค้ารักษ์โลกที่ช่วยสร้างความยั่งยืนแม้ว่าจะมีราคาที่สูงกว่าบ้าง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคของเรามีความพร้อมและยอมรับสินค้าที่ช่วยสร้างความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งบริษัทก็ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนในอนาคต

ขณะเดียวกัน เรายังมีปัญหาในเชิงสังคมที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเรื่องของพลังงานซึ่งเราไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ เมื่อค่าพลังงานสูงขึ้น เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ก็กลับมากระทบต่อความมั่นคงของรายได้ คนไทย 2 ล้านครัวเรือนมีความเปราะบางจากปัญหาหนี้ เป็นอุปสรรคต่อการซื้อที่อยู่อาศัยซึ่งในอนาคตสินเชื่อปล่อยใหม่จะลดลง 10-12%

นอกจากนี้ การขยายตัวของเมือง ทำให้ที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัดมีราคาแพงขึ้น คนรุ่นใหม่ไม่สามารถซื้อบ้านในราคาที่เอื้อมถึงได้ ขณะที่ผู้สูงอายุในวัยเกษียณมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ผู้ที่ดูแลที่เป็นลูกหลานมีจำนวนน้อยลง มีรายได้ไม่เพียงพอ ไม่มีหลักประกันสุขภาพ สภาพแวดล้อมในบ้านและสังคมไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิต รวมถึงผลกระทบจากโควิดที่ทำให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น และผลกระทบจากโครงสร้างประชากรที่จะทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยลดลงในอนาคต

จากปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เราไม่เชื่อว่าเราจะดีได้ในสังคมที่แย่ลง และความรับผิบชอบต่อสังคมเป็น a must ของทุกคน ในฐานะที่บริษัทเป็นส่วนหนึ่งที่จะตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้ให้กับผู้บริโภค ดังนั้นเราจะเป็นแค่คนขายบ้านไม่ได้แล้ว เราจึงต้องเปลี่ยนตัวเองมาเป็น lifelong trusted partner”

ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของการปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจของ “SENA Group” ภายใต้กลยุทธ์ 3 แม่ยก ประกอบด้วย 1.ยกระดับองค์กรให้ก้าวทันโลกแห่งอนาคต 2.ยกระดับทุกธุรกิจในเครือให้เติบโตอย่างยั่งยืน และ3.ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในทุกมิติอย่างยั่งยืน

ยกแรกคือการต่อยอดธุรกิจจากฐานเดิมของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่า 40 ปี ทั้งการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวเฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ ทาวน์โฮม และอาคารชุด ธุรกิจเช่า ได้แก่ อพาร์ตเมนต์ให้เช่า ธุรกิจอาคารสำนักงาน ธุรกิจสนามกอล์ฟ ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ธุรกิจบริหารงานนิติบุคคล ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่พักอาศัย เป็นต้น เอาประสบการณ์ที่มีอยู่มาต่อยอดธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ความท้าทายของผู้คนในสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างสังคมที่ยั่งยืน

ยกที่ 2 คือการปรับโครงสร้างธุรกิจของทั้งกลุ่มบริษัท เพื่อให้ทุกบริษัทมีความแข็งแกร่ง เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจกับคู่แข่งในตลาด ซึ่งทุกบริษัทในเครือต้องมีการปรับวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กร โดยแบ่งเป็น เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จะพัฒนาที่อยู่อาศัยในกลุ่มแมส และธุรกิจในเครือ ได้แก่ ธุรกิจโซลาร์ ธุรกิจสนามกอล์ฟ ธุรกิจบริการด้านการเงิน ธุรกิจแวร์เฮ้าส์และโลจิสติกส์ และบริษัท เสนา เจ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ SENAJ จะเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับกลุ่มเฉพาะ(Niche High End market) ในกลุ่มลูกค้าระดับสูง รวมถึงผลักดันการขยายบริการด้านที่อยู่อาศัยอย่างครอบคลุม

ยกที่ 3 คือการยกระดับเพื่ออนาคต “SENA Group” พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตสู่ความยั่งยืน โดยทาง SENAJ ตั้งเป้าโตแบบก้าวกระโดด พร้อมเป็นหัวหอกหลักการดำเนินขยายการลงทุนเพิ่มในธุรกิจตามเมกะเทรนด์โลก ประกอบด้วย

1.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องตามแผนงาน ขยายฐานการพัฒนาโครงการบ้าน Niche High End ระดับราคา 15 -20 ล้านบาท วางแผนเปิดปีละ 1- 2 โครงการ นอกจากนี้ ได้ร่วมทุนกับพันธมิตร ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป พัฒนาคอนโดมิเนียมร่วมกัน

2.ธุรกิจบริหารนิติบุคคลโครงการที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินแบบครบวงจร (Property Management) โดยปัจจุบันมีโครงการที่รับบริหารนิติบุคคลโครงการ 97 โครงการ ตั้งเป้าภายใน 3 ปี ขึ้นแท่นสู่ Top 5 ครอบคลุมโครงการรับบริหารรวม 168 โครงการ

3.สถานดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะฟื้นตัว (Nursing Home) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับทางบริษัทญี่ปุ่นพัฒนาโครงการในอนาคต

4.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินงาน 2 แห่ง คือ ตลาดแพรกษา และ สำเพ็ง 2

5.ธุรกิจขายบ้านมือสอง โดยทางบริษัท เสนา ชัวร์ คัดสรร รับซื้อทรัพย์บ้านมือสองและนำมาปรับปรุงตกแต่งให้อยู่ในสภาพที่ดีเพิ่มมูลค่าและพร้อมขาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคมองหาที่อยู่อาศัยใกล้เมือง ราคาจับต้องได้ ตั้งเป้าภายใน 3 ปีสู่ Top 5 ผู้นำตลาดบ้านมือสอง

6.ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยทาง SENAJ มีแผนเข้าซื้อหุ้นบริษัทย่อยของ SENA “แอคคิวท์ เรียลตี้” เพื่อให้บริการนายหน้าขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมบริหารการขายโครงการ และให้บริการที่ปรึกษาด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริการด้านการเช่าอสังหาฯ ภายในกลุ่มของ SENA และ SENAJ เป็นต้น

การขับเคลื่อนธุรกิจครั้งสำคัญนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจหลักและเกื้อหนุนธุรกิจในเครือ นับเป็นการส่งเสริมจุดแข็งและสร้างความโดดเด่นทางการแข่งขันในโลกธุรกิจ ที่จะทำให้ “SENA Group” ยกระดับการเติบโตให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไปได้ในอนาคต