fbpx
Ascott Thonglor Bangkok 211119 30

อนันดาฯ ลุยเปิด 5 เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เร่งสร้างรายได้ระยะยาว

 

อนันดาฯ เร่งขยายฐานรายได้ระยะยาว ผนึกแอสคอทท์ลุยเปิดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 5 โครงการ มูลค่า 12,000 ล้านบาท คาด 5 ปี รายได้ประจำจะเพิ่มเป็น 20%

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีทิศทางที่ดีขึ้นภายใต้นโยบายเปิดประเทศ ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและผู้บริโภค รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่งสัญญาณการฟื้นตัว ขณะเดียวกันในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อัตราการเข้าพักภาพรวม (Occupancy rate) ของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อยู่ที่ประมาณ 50-55% ในขณะที่โรงแรมอยู่ที่ประมาณ 27% ซึ่งอัตราการเข้าพักของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์สูงกว่าโรงแรมเนื่องจากดีมานด์ของการเข้าพักแบบ Long stay ยังคงมีอยู่จากกลุ่มชาวต่างชาติ ต่างจากโรงแรมที่เน้นการเข้าพักแบบ Short stay จากกลุ่มนักท่องเที่ยวเพียงกลุ่มเดียว ทำให้วิกฤติจากโควิด-19 ในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ไม่มากนักถ้าเทียบกับธุรกิจโรงแรม

ที่ผ่านมาอนันดาฯ ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวด้วยการพัฒนาโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์จำนวน 5 โครงการ รวม 1,809 ยูนิต มูลค่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรกลุ่มมิตซุย ฟูโดซัง ได้แก่ โครงการแอสคอทท์ ทองหล่อ บางกอก โครงการแอสคอทท์ แอมบาสซี่ สาทร โครงการซัมเมอร์เซ็ต พระราม 9 โครงการซัมเมอร์เซ็ต พัทยา และโครงการไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก  เพื่อสร้างรายได้ประจำ และรองรับดีมานด์ชาวต่างชาติที่จะกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย (Expat) นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ซึ่งมีความจำเป็นต้องการเช่าที่อยู่อาศัย ทำให้เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ

“ในปี 2565 อนันดา จะมีโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์หลายเซกเมนต์และหลายทำเล เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวที่กำลังรีบาวด์ (Rebound) กลับมา  โดยโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์จะสามารถเปิดดำเนินการได้ทั้ง 5 โครงการ และจะเริ่มรับรู้รายได้ในลำดับต่อไป คาดว่าจะมีรายได้ประจำ (Recurring Income) กว่า 20% โดยจะสามารถบันทึกเป็นรายได้ภายใน 5 ปี ซึ่งอนันดา ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด  หรือ “แอสคอทท์” ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งทางด้านเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ระดับโลกที่มีระบบ CRM ให้บริการลูกค้ามีฐานลูกค้ากว่า 1.2 แสนยูนิต ที่แอสคอทท์บริหารอยู่กว่า 200 เมือง ใน 30 ประเทศทั่วโลก”

สำหรับตลาด “เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์” เป็นตลาดที่น่าสนใจ นอกจากจะมีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ที่สูงแตกต่างจากโรงแรมแล้ว เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ยังมีบริการที่ครบครัน สะดวกสบาย ในรูปแบบโรงแรมแต่จ่ายน้อยกว่า และขนาดห้องที่ใหญ่กว่าสามารถพักอาศัยได้ทั้งครอบครัว แต่มีราคาเช่าต่อเดือนที่อาจจะสูงกว่าคอนโดมิเนียม แต่ไม่แพงเท่ากับโรงแรม  ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า  Long stay ได้เป็นอย่างดี

ทำเลที่เป็นที่นิยมในการเข้าพัก อาทิ ทำเลทองหล่อ เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น เกาหลี  หรือจะเป็นย่านสาทรก็เช่นเดียวกันก็มีหลากหลายบริษัทที่มีสำนักงานในย่านสาทร และกระจายไปย่านสีลมอีกด้วย ซึ่งมีดีมานด์ค่อนข้างมากกระจายอยู่ทั่วเมือง ส่งผลให้ความต้องการเข้าพักยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับแผนการขยายธุรกิจใหม่ “เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์”  จะเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาวให้แก่บริษัท ซึ่งบริษัทพร้อมพิจารณาขยายธุรกิจนี้ให้ใหญ่ขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจและการท่องเที่ยวของไทย เพราะไม่ว่าอย่างไรประเทศไทยก็ยังเป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีทรัพยากรทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมที่สวยงามเป็นที่ดึงดูดแก่นักท่องเที่ยวมากขึ้นทุกปี ทำให้ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง”  นายชานนท์ กล่าวทิ้งท้าย