fbpx

ลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ ทาวน์โฮมแนวรถไฟฟ้าสำหรับคนเมือง

รถไฟฟ้าบีทีเอสสายเหนือ (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่โซนเหนือของกทม.-ปริมณฑลอย่างชัดเจน ด้วยศักยภาพของทำเลเดิมที่มีดีอยู่แล้วถูกเสริมด้วยการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้า ยิ่งทำให้พื้นที่ตามแนวถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิตตั้งแต่เขตเมืองชั้นในไปจนถึงชานเมืองกลายเป็นทำเลอยู่อาศัยที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมที่มีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบทั้งในเมืองหรือจะขยับออกมานอกเมือง หรือจะเป็นบ้านแนวราบทั้ง ทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ก็กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ต้องการบ้านที่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการใช้ชีวิตในแบบ New Normal

วันนี้ Property Mentor จะพาไปชมอีกหนึ่งโครงการทาวน์โฮมของบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทำเลใกล้ๆ เมือง ได้เป็นอย่างดีกับโครงการลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ ตามมาได้เลยครับ

บ้านลุมพินีทาวน์โฮมในชุมชนเมือง
โครงการลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 ซึ่งเป็นซอยที่อยู่ทางฝั่งเข้าเมือง ปากซอยอยู่ห่างตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่สักประมาณ 1 ป้ายรถเมล์ ส่วนตัวโครงการเข้าไปในซอยประมาณ 2.7 กม.

สำหรับพื้นที่บริเวณนี้ถือเป็นพื้นที่เมืองที่เชื่อมระหว่างเมืองชั้นในกับชานเมืองเป็นชุมชนเก่าที่มีความหนาแน่นสูง เส้นทางคมนาคมหลักๆ ในพื้นที่นี้ ได้แก่ ถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนสายไหม ถนนเพิ่มสิน ถนนสุขาภิบาล 5 ทางพิเศษฉลองรัช และทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์)

นอกจากนี้ ยังมีพระเอกคนใหม่ก็คือ รถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีเขียวตอนเหนือ (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ซึ่งตัวโครงการอยู่ห่างจากสถานีสะพานใหม่ประมาณ 3.5 กม. ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมือง สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นจากสถานีสะพานใหม่เข้าสู่ศูนย์กลางเมือง

  • สยาม พารากอน ใช้เวลาประมาณ 36 นาที ค่าโดยสาร 74 บาท
  • เพลินจิต-วิทยุ ใช้เวลาประมาณ 39 นาที ค่าโดยสาร 74 บาท
  • อโศก ใช้เวลาประมาณ 42 นาที ค่าโดยสาร 74 บาท
  • สีลม ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ค่าโดยสาร 74 บาท
  • สาทร ใช้เวลาประมาณ 43 นาที ค่าโดยสาร 74 บาท

*ค่าโดยสารเส้นทางหลักหลักหมอชิต-สยาม/เพลิตจิต-วิทยุ/อโศก/ช่องนนทรี 44 บาท + ค่าโดยสารส่วนต่อขยายจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว-สะพานใหม่ 30 บาท

ทำเลหลักสี่-สะพานใหม่อนาคตสดใส
ในด้านของการพัฒนาเมือง โซนสะพานใหม่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมืองชั้นใน โดยมีรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นตัวเชื่อม ในร่างผังเมืองกทม.ฉบับใหม่จะมีการพัฒนาเมืองในย่านนี้ ได้แก่

-ศูนย์ชุมชนชานเมืองหลักสี่ เป็นการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ตามหลักการพัฒนาพื้นที่เปลี่ยนถ่ายการสัญจร (Transit Oriented Development หรือ TOD) เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและความหลากหลายของกิจกรรมภายในพื้นที่ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง

-การพัฒนาศูนย์ชุมชน (Community Center) ออเงิน ตามแนวคิดละแวกบ้าน(Neighborhood-Concept) เพื่อให้เกิดสถานที่เพื่อการพบปะสังสรรค์ของคนในย่าน และบริการสาธารณะในชุมชน อาทิเช่น วัด โรงเรียน สถานีอนามัย ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ฯลฯ และพื้นที่นันทนาการ หรือสวนสาธารณะ ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก และมีความปลอดภัย

ทั้ง 2 โครงการจะช่วยให้พื้นที่หลักสี่ สะพานใหม่ สายไหม มีศักยภาพที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเป็นพื้นที่สำหรับการอยู่อาศัยที่อยู่ใกล้เมือง เพราะนอกจากการคมนาคมที่เป็นจุดเด่นของพื้นที่ทำให้ที่อยู่อาศัยแนวราบโดยเฉพาะทาวน์โฮมมีความโดดเด่นขึ้นมาแล้ว ในพื้นที่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้า ตลาด แหล่งช็อปปิ้ง โรงเรียน โรงพยาบาล สนามบิน (ดอนเมือง) เป็นต้น ซึ่งในอนาคตก็จะยิ่งมีความเจริญมากยิ่งขึ้น จากการที่ผังเมืองเปิดพื้นที่ให้มีการพัฒนามากขึ้น

ใกล้รถไฟฟ้าเดินทางสะดวก รวดเร็ว
เข้ามาที่ตัวโครงการลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ ตามที่บอกไว้ในตอนต้นว่า จากปากซอยพหลโยธิน 54/1 ไปถึงโครงการมีระยะทางประมาณ 2.7 กม. และจากโครงการถึงสถานีสะพานใหม่ ระยะทาง 3.5 กม.  นอกจากการใช้รถส่วนตัวแล้ว ยังสามารถใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสองแถว หรือแทกซี่ ก็เรียกใช้ได้สบายๆ เพราะเป็นซอยที่มีรถวิ่งเข้าวิ่งออกอยู่ตลอดทั้งวัน

พื้นที่โดยรอบโครงการก็มียังร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ 7-11 โลตัส บิ๊กซี และยังมีตลาดเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการให้ได้ซื้อของกินของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เรียกได้ว่า เราสามารถอยู่บ้าน หาของกินของใช้ที่ขายอยู่รอบๆ โครงการโดยไม่ต้องออกไปไหนไกลๆ ได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าวันไหนอยากจะช็อป-ชิลแบบจัดหนัก ก็ต้องออกมาด้านนอกกันสักหน่อย

ฝั่งถนนพหลโยธินมีทั้งตลาดยิ่งเจริญ บิ๊กซี สะพานใหม่ ขยับไปอีกหน่อยตรงถนนรามอินทราก็มีเซ็นทรัล รามอินทราให้ได้ช็อป หรือออกมาด้านหลังทะลุมาที่ถนนเพิ่มสิน ถนนสุขาภิบาล 5 ก็มีทั้งตลาดออเงิน และร้านอาหารตามรายทางให้เลือกกินได้แบบไม่ขาดระยะ เรียกว่า สำหรับย่านนี้การกิน การอยู่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เลยทีเดียว

สำหรับโครงการลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ มีเนื้อที่โครงการประมาณ 21 ไร่เศษ ประกอบด้วย ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 262 หลัง ออกแบบในสไตล์ Ultra Modern ก่อสร้างด้วยระบบ Semi-precast ใช้เสา-คานเป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก ส่วนผนังเป็นระบบสำเร็จรูป ซึ่งการจะเจาะ ทุบ หรือทำอะไรกับผนังต้องปรึกษากับทางโครงการก่อน

ภายในโครงการ ประกอบด้วย ทาวน์โฮม Type A จำนวน 70 หลัง และทาวน์โฮม  Type B จำนวน 192 หลัง พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลาง อาคารนิติบุคคล สโมสร ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 5.70×15.20 เมตร พร้อมสระเด็ก และสวนส่วนกลาง บนพื้นที่ 265 ตารางวา สนามเด็กเล่น ซึ่งตั้งอยู่โซนหน้าของโครงการ และยังมีสวนหย่อมขนาดเล็กภายในโครงการ โดยทางโครงการคิดค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ 40 บาทต่อตารางวาต่อเดือน

ทาวน์โฮม Type A
สำหรับทาวน์โฮม Type A  มีหน้ากว้าง 5.5 เมตร บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 19.2 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 126.5 ตารางเมตรโดยประมาณ ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ห้องอเนกประสงค์

พื้นที่ด้านหน้าเป็นโครงสร้างวางบนพื้นแยกส่วนจากตัวบ้านสามารถจอดรถได้ 2 คัน ทั้งรถที่มีความยาวหน่อย(ความยาวไม่เกิน 6 เมตร) เช่น รถกระบะ รถกระบะดัดแปลง และรถขนาดปกติ (ความยาวไม่เกิน 4.3 เมตร)เข้ามาที่ชั้น 1 พื้นที่ในส่วนด้านหน้าสามารถจัดเป็นชั้นวางของเล็กๆ น้อยๆ ถัดเข้ามาจะเป็น Living Area ที่เชื่อมต่อกับ Dining Area และพื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร พร้อมทั้งลานซักล้างหรือพื้นที่เตรียมอาหารสำหรับครัวไทยอยู่ด้านหลังบ้านซึ่งเป็นโครงสร้างวางบนพื้นแยกส่วนจากตัวบ้าน
นอกจากนี้ ยังมีห้องอเนกประสงค์อยู่ด้านในของตัวบ้าน สามารถทำเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ หรือห้องทำงานได้ตามความต้องการ โดยที่ชั้น 1 จะมีห้องน้ำรองรับการใช้งาน 1 ห้อง อยู่บริเวณส่วนกลางของตัวบ้าน

ขึ้นไปที่ชั้น 2 พื้นที่ส่วนด้านหน้าเป็นห้องนอนใหญ่ พร้อมระเบียง และห้องน้ำในตัว โดยพื้นที่ของห้องนอนใหญ่สามารถแบ่งสัดส่วนให้เป็นห้องสำหรับแต่งตัว หรือ Walk-In Closet ได้อย่างลงตัวส่วนพื้นที่ส่วนด้านหลังของชั้น 2 จัดเป็นห้องนอนสำหรับเด็กๆรวมถึงห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนได้อีก 1 ห้อง หรือจะจัดเป็นห้องทำงาน สตูดิโอสำหรับไลฟ์สด หรือขายของออนไลน์ ก็เหมาะดี เพราะอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว โดยยังมีห้องน้ำรองรับการใช้งานที่ชั้น 2 นี้อีก 1 ห้อง

ทาวน์โฮม Type B
มาที่ทาวน์โฮม Type B  มีหน้ากว้าง 5 เมตร บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 16.9 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 110 ตารางเมตรโดยประมาณ ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ  1 ห้องอเนกประสงค์ที่ปรับใช้ได้ตามความต้องการ พื้นที่ด้านหน้าเป็นโครงสร้างวางบนพื้นแยกส่วนจากตัวบ้าน สามารถจอดรถได้ 2 คัน ทั้งรถที่มีความยาวไม่เกิน 6 เมตร และรถยนต์ขนาดปกติที่ชั้น 1 การจัดวางฟังก์ชั่นการใช้งานของพื้นที่มีความใกล้เคียงกับ ทาวน์โฮม Type A เพียงแต่ย่อส่วนลงมาเล็กน้อย เพราะเป็นทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตร และไม่มีห้องอเนกประสงค์ที่ชั้นล่างเหมือนกับทาวน์โฮม Type A

โดยพื้นที่ว่างด้านหน้าสามารถจัดเป็นชั้นวางของได้ ถัดเข้ามาเป็น Living Area ที่เชื่อมต่อกับ Dining Area และพื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร ห้องน้ำ พร้อมทั้งลานซักล้างหรือพื้นที่เตรียมอาหารสำหรับครัวไทยอยู่ด้านหลังบ้านซึ่งเป็นโครงสร้างวางบนพื้นแยกส่วนจากตัวบ้านส่วนชั้น 2 ประกอบไปด้วยห้องนอนใหญ่พร้อมระเบียง พื้นที่ของห้องนอนใหญ่สามารถจัดพื้นที่สำหรับแต่งตัว หรือ Walk-In Closet ได้ แต่สำหรับห้องนอนใหญ่ของทาวน์โฮม Type B จะไม่มีห้องน้ำในตัว ส่วนพื้นที่ส่วนหลังของชั้น 2 แบ่งเป็นห้องนอน 1 ห้อง และห้องอเนกประสงค์อีก 1 ห้อง ซึ่งสามารถจัดเป็นห้องนอนหรือห้องทำงานได้เช่นกัน โดยมีห้องน้ำรองรับการใช้งานที่ชั้น 2 อีก 1 ห้องบทสรุปจาก Property Mentor
มาถึงบทสรุปสำหรับโครงการลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ ทาวน์โฮมสไตล์ Ultra Modern ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มต้นครอบครัว นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนยุค New Normal ที่ต้องการพื้นที่ของบ้านสำหรับกิจกรรมอื่นๆ นอกจากการเป็นที่พักอาศัย

ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่บ้าน ทั้งงานประจำที่ต้อง Work from Home กันมากขึ้น หรือ งานอิสระและงานอดิเรก บนโลกออนไลน์ รวมถึงเด็กๆ ที่ต้อง Learn from Home มากขึ้นเช่นกัน เพราะมีห้องอเนกประสงค์รองรับการปรับเปลี่ยนการใช้งานตามความต้องการ

สำหรับทาวน์โฮมทั้ง Type A และ Type B การจัดฟังก์ชั่นภายในใกล้เคียงกัน เพียงแต่ Type A จะมีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า 16.5 ตารางเมตร ด้วยหน้ากว้าง 5.5 เมตร จึงสามารถใส่ห้องอเนกประสงค์ชั้นล่างได้อีก 1 ห้อง และเพิ่มห้องน้ำที่ห้องนอนใหญ่ได้อีก 1 ห้อง

โดยส่วนตัวแล้วทาวน์โฮม Type B ให้ความรู้สึกที่โล่งกว่า เพราะไม่มีห้องอเนกประสงค์ที่ชั้นล่าง ทำให้การจัดวางฟังก์ชั่นในโซนด้านหลังทั้งในส่วนรับประทานอาหารเชื่อมต่อกับส่วนเตรียมอาหารมีสเปซที่กว้างขึ้นแม้ว่าจะมีหน้ากว้างที่น้อยกว่าทาวน์โฮม Type A ก็ตาม

แต่ทาวน์โฮม Type B ก็เหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้นที่มีสมาชิก 2-4 คน ถ้ามากกว่านั้น หรือมีผู้สูงวัยอยู่ด้วย ทาวน์โฮม Type A ก็จะเหมาะมากกว่า

จุดเด่นที่เป็นไฮไลท์ของโครงการก็คือทำเลที่ตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นทาวน์โฮมที่อยู่ในเขตชุมชนเมือง และอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า(สถานีสะพานใหม่) เป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีศักยภาพสูงรองรับความเจริญที่จะขยายตัวมากยิ่งขึ้นในอนาคต

การเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าบีทีเอสสายเหนือ (หมอชิต-คูคต) ที่จะเป็นตัวเร่งการกระจายความเจริญจากเมืองชั้นในสู่ Node ต่างๆ ตามแนวรถไฟฟ้า จากการเดินทางเข้า-ออกเมืองที่สะดวกและรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกในการเดินทางโดยรถยนต์ได้หลายเส้นทาง แม้ว่าจะมีความหนาแน่นจากถนนซอยออกสู่ถนนหลักอยู่บ้าง เพราะเป็นย่านชุมชนอยู่อาศัยดั้งเดิม แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วน

สำหรับทาวน์โฮม Type B มีที่ดินเริ่มต้นที่ 16.9 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 110 ตารางเมตร ราคาอยู่ที่ 2.73 ล้านบาท หรือราคาต่อพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ประมาณ 2.48 หมื่นบาทต่อตารางเมตร

ส่วนทาวน์โฮม Type A ตอนนี้เหลือแต่ห้องมุมเนื้อที่เริ่มต้น 26.9 ตารางวา กับพื้นที่ใช้สอย 126.5 ตารางเมตร ราคาอยู่ที่ 3.96 ล้านบาท หรือราคาต่อพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ประมาณ 3.13 หมื่นบาทต่อตารางเมตร

*ราคา ณ เดือนเมษายน 2564

แต่ช้าก่อน ล่าสุดทางโครงการได้จัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดพิเศษสำหรับ

-ทาวน์โฮม Type B จากราคา 2.73 ล้านบาท ลดเหลือ 2.49 ล้านบาท หรือลดไป 2.4 แสนบาท

-ทาวน์โฮม Type A ห้องมุมราคาเดิม 3.96 ล้านบาท ลดเหลือ 3.76 ล้านบาท ลด 2 แสนบาท

นอกจากนี้ ยังแถมแอร์ให้อีก 3 เครื่อง ฟรีค่าส่วนกลางอีก 2 ปี และฟรีค่าโอนให้ด้วย โดยโปรโมชั่นนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้แล้วนะครับ

ถ้ามองถึงราคาในระดับเดียวกัน เราอาจจะซื้อคอนโดในเมืองขนาด 25-30 ตารางเมตรได้ ในราคา 8-9 หมื่นจนถึงกว่า 1 แสนบาทต่อตารางเมตร ด้วยราคาที่ถูกว่า มีเนื้อที่ใช้สอยที่มากกว่า เพียงแต่ขยับออกจากในเมือง แต่ก็ยังมีรถไฟฟ้ารองรับการเดินทาง ทำให้ทาวน์โฮมที่อยู่ตารมแนวรถไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับคนที่ต้องการซื้อทาวน์โฮม Type B ราคาในช่วงโปรโมชั่นอยู่ที่ 2.49 ล้านบาท ในกรณีที่วางเงินดาวน์ 5-10% จะต้องมีรายได้ต่อครอบครัวอยู่ที่ประมาณ 3.3-3.5 หมื่นบาทต่อเดือน โดยต้องผ่อนต่อเดือนที่ 1.35-1.5 หมื่นบาทโดยประมาณ

ส่วนทาวน์โฮม Type A ห้องมุม ราคาในช่วงโปรโมชั่นอยู่ที่ 3.76 ล้านบาท ในกรณีที่วางเงินดาวน์ 5-10% จะต้องมีรายได้ต่อครอบครัวอยู่ที่ประมาณ 5-5.5 หมื่นบาทต่อเดือน โดยจะต้องผ่อนต่อเดือนที่ 2-2.2 หมื่นบาทโดยประมาณ

*คำนวณด้วยเครื่องคำนวณสินเชื่อ โดยอ้างอิงดอกเบี้ยจาก 5 ธนาคารใหญ่ 5.75-6.22% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อน 30 ปี โดยที่ผู้กู้จะต้องไม่มีภาระหนี้อื่นๆ

**ในกรณีที่เป็นแพ็กเกจสินเชื่อพิเศษ รายได้ผู้กู้ และอัตราการผ่อนอาจจะต่ำกว่านี้

โอกาสดีๆ สำหรับการซื้อทาวน์โฮมบนทำเลดีๆ มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน ในราคาที่จับต้องได้ คงไม่ได้มีบ่อยๆ นะครับ

เพิ่มเพื่อน

Warapong Pankaew

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME