fbpx

ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ บ้านเพื่อการอยู่อาศัยยุค New Normal

Property Mentor Project Review พาไปชมบ้านเพื่อการอยู่อาศัยในยุค New Normal – ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ ตอบโจทย์ New Lifestyle ด้วย 4 Concept และ 8 Function รองรับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ด้วย Extra Rooms สำหรับ work from home หรืออีกหลากหลายกิจกรรมของทุก Gen


 

ถ้าจะพูดถึงเทรนด์การอยู่อาศัยที่เกิดขึ้นหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้พฤติกรรมการอยู่อาศัยได้เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็น New Normal ในหลายๆ สิ่ง อย่างเช่น

  • ความต้องการพื้นที่ในการอยู่อาศัยที่มากขึ้นเพื่อระยะห่างของสมาชิกในครอบครัว
  • ความต้องการพื้นที่สำหรับการ work from home หรือ learn from home
  • ความต้องการพื้นที่ครัวที่ใช้งานได้จริงจัง เมื่อสมาชิกทุกคนต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น
  • รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่สาธารณะในโครงการที่ต้องตอบโจทย์กับพฤติกรรมการอยู่อาศัยในแบบ New Normal

แน่นอนครับว่าเทรนด์การอยู่อาศัยในแบบ New Normal นี้ ที่อยู่อาศัยแนวราบไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮ้าส์ สามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่าการอยู่คอนโดมิเนียม ทำให้ในปี 2563 ที่ผ่านมา ตลาดบ้านแนวราบเป็นอะไรที่มาแรงหรือเกิน และยังคงแรงต่อเนื่องมาถึงปี 2564

วันนี้ Property Mentor จะขอพาไปชมหนึ่งในโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในยุค New Normal บนทำเลที่ถือได้ว่าเป็นทำเล Top 5 ของการซื้อหาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบกันเลยทีเดียว นั่นก็คือ โครงการ ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ ของบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด มาครับตามมากันเลย

ไอลีฟ

โครงการไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ อยู่บนถนนบางบ่อ-คลองด่าน ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนเทพรัตนหรือบางนา-ตราด บริเวณกม. 27 ฝั่งขาเข้า ระยะทางจากถนนบางนา-ตราด ตรงดิ่งตามถนนบางบ่อ-คลองด่านเข้าไปประมาณ 5.8 กิโลเมตรก็ถึงตัวโครงการ

บางบ่อ ทำเลบ้านขายดี
อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นเรื่องว่า บางบ่อ ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่ติดอยู่ใน Top 5 ของทำเลบ้านจัดสรรที่ขายดีในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ข้อมูลนี้มาจากการเก็บตัวเลขของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งพบว่า

ในโซนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และปริมณฑลมี 3 ทำเลที่ติดอยู่ใน Top 5 บ้านจัดสรรที่ขายได้สูงสุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 ซึ่งได้แก่ ทำเลบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง ทำเลเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ ทำเลคลองสามวา-มีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง และทำเลที่ยืนหนึ่งในแง่ของการขายก็คือ ทำเลบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธงนั่นเอง

ทำไมโซนฝั่งตะวันออกถึงติด Top 5 ถึง 3 อันดับ หลายคนอาจจะสงสัยแบบนั้น ซึ่งจริงๆ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลยครับ ก็เพราะโซนตะวันออกถือเป็นหนึ่งในทำเลที่มีศักยภาพเหมาะแก่การอยู่อาศัยด้วยปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งงานขนาดใหญ่ทั้งนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ สนามบินสุวรรณภูมิ และยังมีสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาอยู่ด้วยกันหลายแห่ง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งช็อปปิ้งที่มีหลากหลายทั้งห้างสรรสินค้า และเอาต์เลต ที่กำลังมาแรง และยังมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกหลายโครงการ

รถไฟความเร็วสูงบูมโซนตอ.
ที่สำคัญที่สุดพื้นที่โซนตะวันออกคือประตูเชื่อมเมืองหรือที่เรียกว่า Gateway ระหว่างกรุงเทพมหานครกับ 3 จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นตัวเร่งกระจายความเจริญจากพื้นที่เมืองด้านในสู่ภายนอกตามแนวถนนบางนา-ตราด และบริเวณสถานีหลักของรถไฟความเร็วสูง

จะเห็นได้ชัดเจนว่า พื้นที่บริเวณแยกบางนาไปจนจุดตัดถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบแยกบางนาตามแนวถนนบางนา-ตราดตอนต้นจะมีการลงทุนขนาดใหญ่เกิดขึ้นมากมาย และในไม่ช้าไม่นานเราคงจะได้เห็นพื้นที่จากแยกบางนาไปจนถึงสนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นเนื้อเมืองเดียวกัน

ซึ่งนอกจากจะมีรถไฟความเร็วสูงเป็นตัวเร่งแล้ว ยังมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่กำลังก่อสร้าง และรถไฟฟ้าบางนา-สุวรรณภูมิ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาโครงการช่วยให้ความเจริญตามแนวถนนบาง-ตราดกระจายตัวอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ตามถนนบางนา-ตราด

ให้บังเอิญว่า พื้นที่บริเวณบางบ่อที่เราพูดถึงอยู่นี้ คือจุดกึ่งกลางระหว่างเมืองชั้นในของกทม. (บริเวณทองหล่อ) กับจังหวัดหลักของ EEC อย่าง ชลบุรี (อ.เมือง)

นั่นคือศักยภาพของทำเลที่ทำให้บางบ่อมีความโดดเด่นสำหรับการอยู่อาศัยในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ทั้งด้านการเดินทางที่สะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นเข้าหรือออกเมืองด้วยถนนสายหลัก สายรอง ทางด่วน ระบบขนส่งมวลชน และรถไฟความเร็วสูง(สถานีสุวรรณภูมิ) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น ตลาด ร้านค้า แหล่งจับจ่ายใช้สอย โรงพยาบาล สถานศึกษา ก็มีพร้อมรองรับการใช้ชีวิตประจำวันในพื้นที่ได้แบบไม่ตกหล่น

กลับมาที่ตัวโครงการไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ โครงการนี้พัฒนาโดยบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นโครงการใหม่ในทำเลใหม่ที่บริษัทมองเห็นถึงศักยภาพของทำเลจึงตัดสินใจเข้ามาเปิดโครงการรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยของคนในโซนตะวันออก

ถ้าพูดถึงบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ คนในย่านพระราม 2 จะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นทำเลแจ้งเกิดของบริษัทอสังหาฯระดับกลางที่สามารถยืนหยัดในตลาดมายาวนานถึง 30 ปี และเริ่มขยายออกสู่ทำเลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นประชาอุทิศ ราชพฤกษ์ รังสิต สมุทรสาคร ชลบุรี ภูเก็ต เป็นต้น

4 แบบบ้านตอบโจทย์ New Lifestyle
สำหรับโครงการไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ ออกแบบในสไตล์แคลิฟอร์เนีย สร้างบรรยากาศภายในโครงการให้รู้สึกอบอุ่น สบายๆ ด้วยแบบบ้านสไตล์แคลิฟอร์เนียที่เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย และที่สำคัญบ้านทุกแบบจะมี 4 ห้องนอน ซึ่งเป็นมาตรฐานของกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ในทุกโครงการ เพื่อรองรับการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด 3 Generation ซึ่งเป็น 1 ใน 4 แนวคิดหลักในการพัฒนาโครงการของกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ที่จะเล่าให้ฟังในลำดับถัดไป

โครงการจะแบ่งออกเป็น 2 โครงการย่อย ได้แก่

  • โครงการไอลีฟ ทาวน์ เป็นทาวน์โฮม บนเนื้อที่ 43 ไร่
  • โครงการไอลีฟ พาร์ค เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด บนเนื้อที่ 22 ไร่

พร้อมกับสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ขอเริ่มกันที่โครงการไอลีฟ ทาวน์ กันก่อนดีกว่า โครงการนี้เป็นทาวน์โฮมล้วนๆ จำนวน 469 ยูนิต มีแบบให้เลือก 1 แบบ ได้แก่

  • Cattleya พื้นที่ใช้สอย 126 ตารางเมตร บนเนื้อที่ 20.4 ตร.ว. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท

ไอลีฟ

ชั้นล่างจัดวางฟังก์ชั่นของแต่ละพื้นที่ให้เชื่อมโยงกันโดยออกแบบให้เปิดโล่ง (Open Space) ตั้งแต่ Living Area ที่อยู่ด้านหน้าสุด Dining Area ไปจนถึงส่วนของครัวและที่เตรียมอาหาร หรือ Pantry ทำให้พื้นที่ชั้นล่างดูโล่ง โปร่ง และกว้างขวาง

ที่สำคัญคือ การเปิดพื้นที่ให้เชื่อมถึงกันยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวให้ใกล้ชิดกันได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในพื้นที่ชั้นล่างยังมีห้องนอนสำหรับผู้สูงวัย ซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้าน หรืออาจจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนสำหรับรับรองญาติ พี่ น้อง แขกเหรื่อที่แวะมาเยี่ยมเยียน นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องทำงาน สำหรับการ Work from Home หรือ ห้องเรียน สำหรับการ Learn from Home ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

เรียกได้ว่า เป็นพื้นที่ที่เป็น Multi Function สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจต้องการเลยทีเดียว

ที่ชั้นล่างยังมีห้องน้ำรองรับการใช้งานของผู้สูงวัย พื้นที่ครัวและซักล้างด้านนอก ที่ต้องบอกว่าทางโครงการได้จัดเตรียมพื้นที่ให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการเทคาน เทพื้นแยกส่วนจากตัวบ้าน เพื่อป้องกันการทรุดตัว เช่นเดียวกับที่จอดรถด้านหน้าบ้านที่ตอกเข็ม และเทพื้นแยกส่วนกับตัวบ้านด้วยเช่นกัน

ขึ้นไปชั้นบนมีอีก 3 ห้องนอน ส่วนของห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัว และยังมีห้องน้ำรองรับการใช้งานในชั้นบนอีก 1 ห้อง ในส่วนของห้องนอนเล็กที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้สำหรับสมาชิกในครอบครัว ยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ห้องเรียน หรือห้องออกกำลังกายได้ตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ ที่ชั้น 2 ยังติดพัดลมระบายความร้อน สำหรับดูดอากาศร้อยภายในบ้านระบายออกด้านบนของหลังคา ช่วยให้บ้านเย็นลง ลดการสินเปลื้องพลังงานไฟฟ้า และยังมีปลั๊กรองรับการตัดตั้ง Router Wifi ในจุดที่เหมาะสมเพื่อให้สัญญาณ Wifi กระจายได้ครอบคลุมทั่วทั้งบ้าน

ไอลีฟ

ข้ามมาที่โครงการไอลีฟ พาร์ค ซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดกัน เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 แบบ และบ้านแฝด 1 แบบ จำนวนรวม 130 หลัง โดยในส่วนแบบเดี่ยว 2 แบบ ประกอบด้วย

  • แบบบ้าน DAISY เป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่สุดของโครงการ มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. บนขนาดที่ดินเริ่มต้น 54 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท

ไอลีฟ

บ้าน DAISY มีจุดเด่นที่พื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดใหญ่ สามารถจัดวางฟังก์ชั่นในแต่ละพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน

อีกหนึ่งไฮไลท์ของแบบบ้าน DAISY ก็คือบริเวณชั้นล่างที่กว้างขวางพอที่จะจัด Space ให้เป็นส่วนของที่นั่งทำงาน แยกออกจาก Living Area หรือจะเปิดโล่งเพิ่มพื้นที่ของ Living Area ให้กว้างขึ้นก็สามารถทำได้

ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ที่บริเวณชั่นล่าง อย่างเช่นห้องครัวด้านในบ้านเชื่อมต่อกับพื้นที่ซักล้างด้านนอกก็มีพื้นที่กว้างขวางรองรับการใช้งานในยุค New Normal ที่พื้นที่ครัวจะถูกใช้งานมากขึ้น เพราะสมาชิกในครอบครัวใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้นนั่นเอง และยังมีห้องนอนสำหรับผู้สูงวัย หรือใช้เป็นห้องนอนสำหรับแขกด้วยเช่นกัน

ขึ้นมาที่บริเวณชั้น 2 มีห้องนอน 3 ห้อง 2 ห้องน้ำ และยังมี Space ที่สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่น มุมสำหรับทำงาน อ่านหนังสือ แบบเป็นส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัว

ส่วนของห้องนอนใหญ่ก็มีพื้นที่ที่กว้าง โปร่ง พร้อมกับห้องน้ำในตัว และยังสามารถจัดพื้นที่ Walk-in Closet ได้อีกด้วย อีก 2 ห้องนอน สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานเป็นห้องทำงาน ห้องเรียน On Line หรือจะทำเป็นสตูดิโอสำหรับการ Live หรือเป็นห้องออกกำลังกาย ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ

ไอลีฟ

  • มาที่บ้านแบบที่ 2 ของบ้านเดี่ยว มีชื่อว่า CALLA มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 132 ตร.ม. บนเนื้อที่ 54 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท

ไอลีฟ

CALLA เป็นบ้านเดี่ยวที่มีขนาดย่อมลงมาหน่อย แต่ก็ยังตอบสนองการใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ที่โดดเด่นคือพื้นที่ส่วนหน้าที่เปิดโล่งไปจนถึงส่วนของ Living Area ทำให้บ้านดูโปร่ง สบาย ไม่อึดอัด ด้านในจัดเป็น Dining Area ห้องนอนสำหรับผู้สูงวัย พร้อมห้องน้ำที่รองรับการใช้งานด้านล่าง และห้องครัวเชื่อมต่อกับพื้นที่ซักล้าง ซึ่งทุกฟังก์ชั่นของพื้นที่ด้านล่างจัดได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน

ในส่วนชั้น 2 ของแบบบ้าน CALLA ก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างกับแบบ DAISY เพียงแต่ย่อไซส์ให้เล็กลงเล็กน้อย ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ Sapce ส่วนตัวบนชั้น 2 ที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามความต้องการ

  • สุดท้ายก็คือ บ้านแฝด ที่ชื่อว่า LILY มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 127 ตร.ม. บนเนื้อที่ 35.2 ตร.ว. ราคาเริ่มต้นที่ 3.19 ล้านบาท

LILY เป็นบ้านแฝดเหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ของบ้านที่มากกว่าทาวน์โฮม แต่ก็ไม่ต้องใหญ่โตถึงขนาดบ้านเดี่ยว บ้านแฝดจึงตอบโจทย์ทั้งเรื่องพื้นที่และราคาได้เป็นอย่างดี

ไอลีฟ

สำหรับบ้านแฝด LILY ในโครงการ ไอลีฟ พาร์ค ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวหลังย่อมๆ อย่างไม่มีผิดเพี้ยน เริ่มที่พื้นที่ชั้นล่างจัดวาง Living Area ไว้ตรงส่วนหน้าสุด และเป็นพื้นที่ที่กว้างสุดในชั้นล่าง ถัดมาเป็นส่วนของ Dining Area เชื่อมต่อไปถึงครัวด้านในและพื้นที่เตรียมอาหารไปจนถึงครัวนอกบ้านและพื้นที่ซักล้างที่โครงการทำการวางคาน เทปูน ปูกระเบื้อง จัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้เรียบร้อย

ที่ขาดไม่ได้สำหรับชั้นล่างก็คือ ห้องนอนผู้สูงวัยและห้องน้ำที่อยู่ติดกัน สามารถเข้า-ออกได้สะดวกไม่ต้องเดินไกล หรือจะใช้ห้องเป็นพื้นที่ Multi Function สำหรับการใช้ประโยชน์อื่นๆ ก็ทำได้ตามสะดวก

ขึ้นไปที่ชั้น 2 กับ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ Space ที่บริเวณโถงหน้าห้องแม้ว่าจะไม่กว้างเท่าบ้านเดี่ยว แต่ก็ยังสามารถจัดเป็นมุมเล็กสำหรับเด็ก หรือวางโต๊ะนั่งทำงานได้อย่างพอดิบพอดี ส่วนห้องนอนใหญ่มาพร้อมกับห้องน้ำในตัวที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งาน ขณะที่ห้องนอนเล็ก 2 ห้องกับอีก 1 ห้องน้ำในพื้นที่ส่วนหลัง ก็มีขนาดพอดิบพอดีกับการใช้งาน หรือปรับการใช้ประโยชน์ได้ตามความต้องการของสมาชิกในครอบครัว

เป็นอันจบครบทุกแบบของโครงการไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ มาถึงบทสรุปของโครงการนี้กันดีกว่าครับ

ทำเลศักยภาพแห่งอนาคต
ขอเริ่มต้นกันที่ทำเล โซนบางบ่ออยู่ฝั่งตะวันออกของกทม. ที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนบางบ่อ-คลองด่านซึ่งเชื่อมต่อกับถนน 3 สายหลัก ได้แก่ ถนนบางนา-ตราด ถนนสุขุมวิท และถนนเทพารักษ์ และอีก 1 ทางพิเศษ ได้แก่ ทางด่วนบูรพาวิถี ระยะทางจากปากทางเข้าฝั่งถนนบางนา-ตราดไปจนถึงโครงการประมาณ 5.8 กม. สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวก

ถามว่าโครงการนี้เหมาะกับใคร Priority แรกก็ต้องเป็นคนทำงานในโซนตะวันออก นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย บุคลากรในโรงพยาบาล สถานศึกษา และสนามบินสุวรรณภูมิ หรือจะเป็นคนที่ทำงานในย่านบางนา ศรีนครินทร์ แต่สู้ราคาโหดๆ ของ ทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว แถวๆ บางนาตอนต้นไม่ไหวก็ขยับออกนอกเมืองหน่อย แต่ก็ยังเดินทางได้สะดวกด้วยถนนสายหลักบางนา-ตราด ทางด่วนบูรพาวิถี และรถไฟฟ้าสุวรรณภูมิ-บางนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

จะว่าไปแล้วทำเลบางบ่อก็คือ ทำเลชานเมืองฝั่งตะวันออก ถ้าจะเทียบกับทำเลชานเมืองทางฝั่งเหนืออย่างลำลูกกา รังสิต-นครนายก การเดินทางเข้าสู่แหล่งงานใหญ่ในเมืองอย่าง สุขุมวิท อโศก สาทร ระยะทางก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ทำเลบางบ่อจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนทำงานในเมืองที่ต้องการหาบ้านชานเมือง เพื่อเพิ่มระยะห่างในยุคที่เรายังไม่ปลอดภัยจากการระบาดของโควิด-19

อีกกลุ่มที่เหมาะกับโครงการนี้มากก็คือ กลุ่มที่คนที่ต้องไปทำงานใน 3 จังหวัด EEC เพราะโซนตะวันออกคือ Gateway ที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑล กับ 3 จังหวัด EEC ซึ่งตรงบางบ่อคือจุดกลางๆ ระหว่างเมืองชั้นในของกทม.กับชลบุรี ยิ่งในอนาคตมีรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่านที่สถานีสุวรรณภูมิ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็สามารถทำงานแบบไป-กลับได้แบบสบายๆ

ไอลีฟ พรีม่า ไอลีฟ พรีม่า ไอลีฟ พรีม่า

4 ห้องนอน Multi Function
สำหรับบ้านในโครงการ ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ ซึ่งมีทั้งทาวน์โฮมในราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท บ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท และ 4.19 ล้านบาท และบ้านแฝดราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท ถือว่าครอบคลุมการอยู่อาศัยตั้งแต่ครอบครัวของคนวัยเริ่มทำงานมีรายได้ 3.2-3.5 หมื่นบาทต่อเดือน ผ่อนต่อเดือนประมาณ 1.2-1.4 หมื่นบาท (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร) สำหรับการเป็นเจ้าของทาวน์โฮม Cattleya ไปจนถึงครอบครัวที่ต้องการขยับขยายบ้านให้หลังใหญ่ขึ้น

จุดเด่นของโครงการ ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ คือทุกแบบบ้านสตาร์ตที่ 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ ซึ่งขนาดของห้อง และฟังก์ชั่นของบ้านก็จะแปรผันไปตามประเภทบ้านซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยที่แตกต่างกันออกไป ด้วยความที่มี 4 ห้องนอนจึงสามารถรองรับตั้งแต่ครอบครัวขนาดเล็ก 1-2 Gen ไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ที่มี 3 Gen พ่อ แม่ ลูก ปู่ ย่า/ตา ยาย ได้แบบสบายๆ

ไอลีฟ พรีม่า

สำหรับห้องนอนที่ไม่ได้ใช้งานก็สามารถปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ได้หลากหลายด้วยขนาดห้องที่กว้างขวางเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องเรียนออนไลน์ ห้องพักผ่อน ห้องออกกำลังกาย หรือสตูดิโอ สำหรับการ Live ต่างๆ หรือจะอุทิศเป็นห้องเก็บของก็ไม่มีอะไรขัดข้อง ซึ่งการใช้ประโยชน์ของแต่ละฟังชั่นของบ้านก็ถือว่ามี Space ที่เพียงพอ รู้สึกโล่ง โปร่ง ไม่อึดอัด วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ในระดับมาตรฐานของบ้านใน Segment ระดับกลาง

ที่ต้องพูดถึงเป็นพิเศษก็คือ พื้นที่ในส่วนของห้องครัว ทั้งครัวนอก ครัวใน และพื้นที่เตรียมอาหารของบ้านในแต่ละแบบ กว้างขวางใช้งานได้อย่างจริงจัง ดีไซน์ผนังครัวด้วยการเปิดช่องกระจกตามแนวยาวของผนัง เพิ่มความโปร่ง และมองเห็นพื้นที่สวนที่อยู่ด้านนอก

เหมาะกับการใช้ชีวิตยุค New Normal ที่สมาชิกแต่ละครอบครัวต้องใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ครัวจึงเป็นพื้นที่สำคัญที่ต้องใช้งานมากขึ้น

ไอลีฟ พรีม่า

4 Kanda Concept
เอาล่ะ มาถึงสิ่งที่จะเรียกว่าเป็น Option พิเศษก็ว่าได้ ซึ่งทางกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ได้ใส่ไว้ในบ้านทุกโครงการที่พัฒนาขึ้น บางเรื่องก็ได้พูดถึงไปในช่วงต้นๆ บ้างแล้ว แต่จะขอสรุปรวบยอดให้อีกที นั่นก็คือ 4 Kanda Concept และแตกแยกย่อยออกมาเป็น 8 ฟังก์ชั่น หรือ 8 f(x) ของการอยู่อาศัยในบ้านของกานดา พร็อพเพอร์ตี้

4 Kanda Concept คือ แนวคิดการพัฒนาโครงการของกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ที่เป็นเสมือนองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่สะสมมายาวนานเกือบ 30 ปี ถูกพัฒนาขึ้นจากที่ได้มองเห็นปัญหาของการอยู่อาศัยในแง่มุมต่างๆ นำไปสู่แนวทางแก้ปัญหา พัฒนาให้ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วย 4 เรื่องหลัก ได้แก่

-Eco Smart การใช้พลังงานทางเลือก และใช้หลักการของ Reduce Reuse Recycle ไม่ว่าจะเป็นการหลอดไฟในบ้านและถนนโครงการเป็นหลอด LED ทั้งหมด ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 50%การใช้กระจกเขียวตัดแสง ช่วยให้ประหยัดไฟในเวลากลางวัน และยังช่วยลดความร้อนและรังสียูวีได้ดี ฝ้าเพดานชั้นการใช้ยิบซั่มชนิดมีฟอยล์สำหรับฝ้าเพดานชั้นป้องกันความร้อนเพื่อลดการใช้พลังงาน พร้อมทั้งติดตั้งพัดลมระบายความร้อน

-Easy Maintenance การออกแบบบ้านให้บำรุงรักษาได้ง่าย การเลือกใช้วัสดุทนทาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การออกแบบห้องน้ำชั้นบนให้ตรงกับห้องน้ำชั้นล่าง หรือตรงกับระเบียงข้างบ้าน-หลังบ้าน หรือที่จอดรถ เพื่อง่ายต่อการซ่อมบำรุง การทำขอบกันน้ำ (Double Protect) ที่ขอบหน้าต่าง ช่วยป้องกันน้ำรั่วซึม

Untitled 1
Untitled 7
Untitled 5
Untitled 2

เลื่อนเพื่อดูภาพ

การใช้วัสดุทดแทนไม้กับวงกบภายใน บัวเชิงผนัง บัวฝ้าเพดาน ไม้บันได ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และหมดกังวลเรื่องปลวก มอดในระยะยาว การออกแบบให้พื้นครัวนอกและลานซักล้างวางบนคาน เพื่อป้องกันการทรุดตัว ที่จอดรถ แยกจากตัวอาคาร ง่ายต่อการซ่อมบำรุงในอนาคต

-3 Generations เพื่อการอยู่อาศัยที่รองรับครอบครัวแบบไทย จึงจัดทำห้องนอนที่ 4 ไว้ด้านล่าง สำหรับผู้สูงวัย

-Flood Protection แม้จะไม่ใช่ปัญหาที่จะเจอกันบ่อยๆ แต่ก็จำเป็นวางแผนป้องกันไว้ดีกว่า ด้วยการออกแบบให้มีระบบป้องกันน้ำท่วม ให้ความสำคัญกับระดับถมดิน ระดับตัวบ้าน การทำแนวรู้ที่มิดชิด มีระบบสูบน้ำที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ระดับหนึ่ง หากเกิดเหตุอุทกภัยขึ้น

Untitled 3
Untitled 6
Untitled
Untitled 4

เลื่อนเพื่อดูภาพ

8 ฟังก์ชั่น New Lifestly
จาก 4 Kanda Concept ได้แตกย่อยออกมาเป็น 8 ฟังก์ชั่นของการอยู่อาศัยที่สดรับการ New Lifestly ของคนรุ่นใหม่ ประกอบด้วย

  • Easy f(x) – การออกแบบมาให้ง่ายต่อการบำรุงรักษาในระยะยาว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • Extra f(x) – บ้านทุกแบบมีถึง 4 ห้องนอน เหมาะสำหรับผู้สูงอายุไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได ห้องน้ำชั้นล่างแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน รองรับการอยู่อาศัยของ 3 Generations ได้อย่างลงตัว
  • Extra Rooms –สามารถปรับห้องนอนใหญ่ที่มีขนาดกว้างขวาง ออกแบบให้มีสัดส่วนเป็นพื้นที่ Walk in Closet ในพื้นที่ห้องนอน
  • Work & life f(x) – ด้วยความหลากหลายของห้องนอน ทำให้สามารถ create ฟังก์ชัน การใช้สอยได้อย่างครบครัน เตรียมจุดติดตั้ง Router Wi-Fi ในตำแหน่งที่กระจายสัญญาณได้ทั่วทั้งบ้าน มีปลั๊กไฟ USB ที่ติดตั้งไว้ที่บริเวณห้องรับแขก และห้องนอนใหญ่
  • Family f(x) – นอกจาก living room ชั้นล่างก็ยังมีโถงชั้นบนกว้างขวางกว่าปกติรองรับทุกกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นมุมพักผ่อน จิบกาแฟ อ่านหนังสือ หรือเป็นมุมสำหรับจัดวางต้นไม้ฟอกอากาศภายในบ้าน
  • Private f(x) –ออกแบบให้มีห้องน้ำส่วนตัวสำหรับห้อง Master Bedroom เพิ่ม Privacy สำหรับการอยู่อาศัยร่วมกัน
  • Kitchen f(x) – มีทั้งครัวฝรั่ง ครัวไทย ครัวใน ครัวนอก ที่ต่อเติมเทพื้น ปูกระเบื้อง และเดินท่อ น้ำดี-น้ำทิ้ง ไว้ให้พร้อมสรรพ
  • Parking f(x) – ที่จอดรถสะดวกกว้างขวาง จอดได้ 2-3 คัน รองรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ โครงสร้างลานจอดรถแยกจากตัวบ้าน ป้องกันผลกระทบระยะยาวในอนาคต

นอกจากนี้ ทางโครงการ ไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ ยังมีบ้านตัวอย่างแบบเปลือยๆ ให้ได้เห็นแต่ละจุดแต่ละฟังก์ชั่นที่ใส่เข้าไปภายในบ้าน ซึ่งถ้าเป็นบ้านตัวอย่างธรรมดาๆ เราจะไม่เห็นของที่อยู่ด้านใน ก็ลองแวะไปดูบ้านตัวอย่างแบบเปลือยเพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น

ทั้งหมดนี้คือโครงการไอลีฟ พรีม่า เทพารักษ์-บางบ่อ อีกหนึ่งโครงการที่เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการอยู่อาศัยในโซนตะวันออกครับ

อ่านเพิ่มเติม

-กานดา พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนรุกอสังหาฯฝ่าโควิดปี 64

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube

Property Mentor Line Official: https://lin.ee/nE9XYOo4

เพิ่มเพื่อน

Warapong Pankaew

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME