fbpx

รัฐบาลใหม่ จะเอาไงกับธุรกิจอสังหาฯ

Warapong Pankaew11 กรกฎาคม 20192min2550

เลือกตั้ง 62
โดย…วราพงษ์ ป่านแก้ว
FB:property mentor

โฉมหน้ารัฐบาลลุงตู่สมัยที่ 2 ชัดเจนแล้วว่า พรรคไหนและใครจะได้นั่งคุมกระทรวงอะไรกันบ้างหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา

รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีหน้ามนคนหน้าเดิม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะครับ และอย่าหวังว่าจะราบเรียบ ราบรื่นเหมือนสมัยแรกที่มีสามารถกดปุ่มสั่งได้ด้วยอำนาจของม.44 แต่วันนี้นอกจากไม่มีม. 44 ให้ใช้แล้ว ยังมีพรรคร่วมไม่รู้กี่พรรคที่จะต้องเคลียร์ใจกันเป็นระยะๆ

เป็นเพราะเสถียรภาพรัฐบาลคงจะไม่ได้แน่นแฟ้นเหมือนก่อน และเสียงในสภาก็อยู่ในระดับปริ่มน้ำ ทำอะไรก็คงต้องระวังหน้าระวังหลังกันตลอด การบริหารประเทศก็คงจะไม่สามารถเดินหน้าได้เต็มกำลังดังใจหวัง และนอกจากปัญหาการเมืองที่ต้องระแวดระวังกันแล้ว ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ก็หนักหนาเอาการอยู่ ทั้งปัญหาภายนอกภายในรุมเร้าและรอให้นายกฯและทีมเศรษฐกิจเข้ามาสางปัญหากันอยู่หลายเรื่อง ชนิดที่ไม่ต้องมี ฮันนีมูนพีเรียด กันเลยทีเดียว ดูๆ แล้วก็เหนื่อยแทน

เอาล่ะมาเข้าเรื่องอสังหาริมทรัพย์กันบ้าง รัฐบาลใหม่จะมีนโยบายอะไรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาฯ และภาคประชาชน ก็ต้องลองดูที่นโยบายของพรรคแกนนำทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ก็ต่างก็มีนโยบายที่เกี่ยวของการภาคอสังหาฯทั้งทางตรงทางอ้อมอยู่หลายข้อเหมือนกัน ขอเอามาทวนให้ฟังอีกรอบ เผื่อท่านๆ ทั้งหลายเขาจะลืมกัน

เลือกตั้ง 62

เริ่มที่พลังประชารัฐ จะสานต่อโครงการ บ้านล้านหลังที่ได้ให้ประชาชนมาจองสิทธิ์สินเชื่อไว้แล้ว 1.27 แสนล้านบาท โดยจะมีการปล่อยสินเชื่อในเฟสที่ 2 วงเงินอีก 1 แสนล้านบาท มีโครงการบ้านประชารัฐที่จะเดินหน้าต่อ และยังมีแนวคิดเสริมสร้างอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ ให้กับคนที่มีรายได้ไม่พอในการผ่อนบ้าน

นอกจากนี้ จะพัฒนาคอนโดมิเนียมให้กับผู้สูงอายุในเมือง ผลักดัน รีเวิร์ส มอร์เกจ เปลี่ยนบ้านให้เป็นบำนาญสำหรับผู้สูงอายุ ใช้อีอีซี โมเดล เป็นต้นแบบกระจายศูนย์กลางความเจริญไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ สร้างเมืองน่าอยู่ใกล้บ้านมีงานทำในจังหวัดใหญ่ๆ และจังหวัดรอง เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาย่านธุรกิจและนวัตกรรม สร้างเมืองอัจฉริยะสีเขียว พัฒนากรุงเทพฯให้เป็น bangkok 5.0 เป็นต้น

มาที่พรรคประชาธิปัตย์ จะสร้างบ้านหลังแรกด้วยงบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยในการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อซื้อบ้าน ผลักดันการเก็บภาษีที่ดินให้มีประสิทธิภาพ จะตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยแห่งชาติ พร้อมกับจัดทำแผนบริหารจัดการที่อยู่อาศัยแห่งชาติ เพื่อสนองตอบความต้องการด้านที่อยู่อาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ประชาชนมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย

ขณะเดียวกันจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการพัฒนาธุรกิจบ้านและที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อสนองตอบความต้องการบ้านและที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้กลุ่มต่างๆ ส่งเสริมการซื้อขายที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง เร่งรัดโครงการสร้างรถไฟทางคู่ ขยายโครงข่ายรถไฟเชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาคต่างๆ เร่งลงทุนรถไฟความเร็วสูง และเร่งรัดการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนทางรางในกทม.และปริมณฑล

บุรีรัมย์ โมเดล
บุรีรัมย์ โมเดล ต้นแบบการพัฒนาเมืองในภูมิภาคของพรรคภูมิใจไทย

สุดท้ายพรรคภูมิใจไทย จะแก้กฎหมายขนส่ง สร้างทางเลือกใหม่ในการเดินทางของคนกรุงเทพฯ โดยการนำ รถยนต์ มาสร้างรายได้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติโรงแรม เพื่อนำห้องชุดเป็นห้องเช่า สร้างรายได้ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว Work@Home ทำงานที่ไหนก็ได้ เงินเดือนเท่าเดิม ลดเวลาเรียนในห้องเรียน เพิ่มการเรียนออนไลน์

นอกจากนี้ จะจัดหาสถานที่เพื่อจัดทำ Co-working Space ขึ้นมาแขวงละ 1 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกของประชาชนในการเข้าใช้บริการแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายและมีอินเทอร์เน็ตให้บริการฟรี นำบุรีรัมย์โมเดล มาเป็นต้นแบบในการพัฒนาเมือง ในจังหวัด อื่นๆ ทั่วประเทศสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับประชาชน

ที่สาธยายมาทั้งหมดก็คือ นโยบายขายฝัน เอ้ย นโยบายหาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งมันจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อได้เป็นรัฐบาล และนำนโยบายมากลั่นกรองยกร่างร่วมกับพรรคแกน พรรคร่วม และนายกรัฐมนตรี ที่สำคัญต้องได้นั่งในกระทรวง ทบวง กรมที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรม คราวนี้มาลองดูกันว่า นโยบายเด่นๆ ที่น่าจะเป็นไปได้ในรัฐบาลลุงตู่ 2

อุตตม สาวนายน รมว.คลัง
อุตตม สาวนายน รมว.คลัง

เริ่มที่พรรคแกนนำอย่าง พลังประชารัฐกันก่อน มีรัฐมนตรีที่นั่งกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญนั่นก็คือ กระทรวงการคลังที่มีบทบาทต่อการผลักดันนโยบายด้านอสังหาฯ ดังนั้นโครงการบ้านล้านหลังปล่อยกู้ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จะต้องได้ไปต่อแน่นอน

แต่ถ้าย้อนดูความสำเร็จจากเฟสแรก ที่ยังปล่อยกู้ไปได้แค่ไม่กี่พันล้านจากที่มาจองสิทธิ์ไว้กว่า 1 แสนล้านบาท นั่นเป็นเพราะบ้านราคา 1 ล้านมันแทบไม่มีอยู่ในตลาด คงต้องฝากให้ทบทวนกันอีกทีว่า เงื่อนไขบ้าน 1 ล้านนั่นเวิร์กหรือไม่ เช่นเดียวกับ มาตรการลดค่าโอน ค่าจดจำนอง เพื่อสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองในราคา 1 ล้านบาท และมาตรการลดหย่อนภาษีบ้านไม่เกิน 5 ล้าน ก็ไม่ปังอย่างที่คิด และคงต้องพิจารณาทบทวนกันอีกรอบ

อีกเรื่องที่เป็นปัญหามาก คือมาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ทำให้ตลาดอสังหาฯชะลอตัวอยู่ในเวลานี้ จริงๆ ตัววัตถุประสงค์ของมาตรการไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่และหลายฝ่ายเห็นด้วยที่จะต้องมีการคุมกัน แต่บางเงื่อนไขควรผ่อนปรนได้บ้าง เพื่อให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่ต้องรีบเร่งดำเนินการคือ ความเข้าใจของทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้ซื้อบ้าน ผู้ประกอบการ และสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ พลงัประชาชรัฐยังมีเรื่องของ รีเวิร์ส มอร์เกจ ให้กับผู้สูงอายุ ที่ตั้งแทนรออยู่แล้ว การพัฒนาอีอีซี โมเดล กับพื้นที่อื่นๆ ก็คงจะถูกขับเคลื่อนโดยตัวนายกฯ ในฐานะที่นั่งหัวโต๊ะกรรมการอีอีซี แต่จะเดินหน้าได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีจากพรรคอื่นๆ ที่เป็นกรรมการในอีอีซีด้วย จะจูนกันลงตัวมากน้อยแค่ไหน

จุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมฯ
จุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคม

พรรคประชาธิปัตย์ ชูเรื่องบ้านหลังแรกสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 20,000 ล้านบาท การขับเคลื่อนนโยบายด้านที่อยู่อาศัย ผ่านกรรมการที่อยู่อาศัยแห่งชาติ รวมถึงการสนับสนุนเอกชน นโยบายเหล่านี้ก็มีความเป็นได้ที่จะถูกผลักดันออกมาผ่านการเคหะแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ที่ประชาธิปัตย์ดูแลอยู่โดยตรง แต่ก็ต้องดูตาม้าตาเรือให้ดี เพราะผู้ว่าการเคหะคนนี้เป็นคนของดร.สมคิด จาตุศรพิทักษ์ รองนายกฯฝายเศรษฐกิจ คิดจะทำอะไรคงต้องนั่งคุยกันก่อน

สุดท้ายที่พรรคภูมิใจไทย คุมกระทรวงคมนาคม ซึ่งคงต้องรันแผนงานหลักคือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่หลายโครงการยังรออยู่ และที่สำคัญคงได้ผลักดันนโยบายที่หาเสียงเอาไว้คือ การเอารถบ้านมาวิ่งสาธารณะ เหมือนที่ Grab และ Uber ทำ ก็คงต้องตบตีกับแท็กซี่กันอีกหลายยก เพราะยังไม่ทันนั่งเก้าอี้ พี่น้องแท็กซี่ก็ออกมาประท้วงกันแล้ว

ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม
ศักดิ์สยาม ชิดชอบรมว.คมนาคม

รวมถึงการขอแก้พ.ร.บ.โรงแรมให้เอาคอนโดมาปล่อยเช่ารายวันได้ ซึ่งก็น่าจะทำได้ในฐานะที่คุมกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แต่ปัญหาก็คือ กฎหมายโรงแรม รมว.มหาดไทยเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งรมช.มหาดไทยในสังกัดภูมิใจไทยคงต้องมีเหตุผลดีๆ ที่จะโน้มน้าวให้รมว.มหาดไทยในโควต้าของนายกฯ เห็นดีเห็นงามด้วย ที่สำคัญคือ ผู้ประกอบธุรกิจรร.คงไม่ยอมให้ผ่านไปได้ง่ายๆ เช่นกัน

นโยบายอีกเรื่องที่ภูมิใจไทยน่าจะหยิบจับมาสร้างเนื้องานให้กับพรรคตัวเองได้ ในฐานะที่ดูกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา คือ การนำเอาเรื่องของกีฬามาพัฒนาเมือง สร้างงาน สร้างรายได้ให้จังหวัด เหมือนที่ประสบความสำเร็จที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งน่าจะเห็นแนวคิดนี้ในจังหวัดอื่นๆ ส่วนเรื่องของการ Work@Home/Study@Home หรือการทำ Co-working Space ดูแล้วก็อาจจะยากๆ สักหน่อย เพราะไม่ได้คุมกระทรวงที่ดูแลเรื่องพวกนี้โดยตรง

สรุปว่า ก็คงพอจะได้เห็น นโยบายด้านอสังหาฯ และการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่พรรคแกนนำต่างๆ ได้หาเสียงเอาไว้ ถูกนำมาขับเคลื่อนอยู่บ้าง ผ่านทางกระทรวงต่างๆ ที่แต่ละพรรคดูแลอยู่บ้าง แต่จะให้เปรี้ยงปร้าง หรือปัง ได้แค่ไหน ก็ต้องคอนติดตามกันครับ

เพิ่มเพื่อน

Warapong Pankaew

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME