fbpx
นายณัษฐพงษ์ วงษ์สัจจา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด

ศรีเทพไทยพัฒนา อสังหาฯตัวตึงฉะเชิงเทราพร้อมชนรายใหญ่

การขยายการลงทุนของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากส่วนกลางไปยังหัวเมืองต่างๆ ได้ปลุกเร้าให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตื่นตัวยิ่งขึ้น ทางหนึ่งเป็นการเพิ่มสินค้าทางเลือกให้กับผู้บริโภคในพื้นที่ ขณะที่อีกทางหนึ่งทำให้บริษัทในท้องถิ่นต้องเร่งพัฒนาตัวเองเพื่อแข่งขันกับทุนจากส่วนกลาง และมีหลายๆ บริษัทในพื้นที่ที่พร้อมจะเปิดหน้าชนกับทุกบริษัทที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด “ศรีเทพไทยพัฒนา” บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นหนึ่งในบริษัทท้องถิ่นที่พร้อมจะต่อกรและมั่นใจว่าสู้ได้

Property Mentor ได้รับเชิญจากผู้บริหารของบริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด บริษัทในเครือศรีเทพไทย กรุ๊ป กลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ และยังมีธุรกิจอีกหลายหลายรวมถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งอาคารสำนักงาน นิคมอุตสาหกรรม โกดัง และโครงการบ้านจัดสรร ภารกิจในครั้งนี้คือการเยี่ยมชมโครงการที่พัฒนาในจังหวัดฉะเชิงเทราและระยอง รวมถึงพูดคุยกับผู้บริหารถึงกลยุทธ์การสร้างการเติบโตของศรีเทพไทยพัฒนาในอนาคตและแผนการรับมือการแข่งขันที่เกิดขึ้น

“ตลาดอสังหาฯในฉะเชิงเทรายังเติบโตได้อีกมาก แต่ที่เป็นเรื่องท้าทายก็คือการแข่งขันที่สูงขึ้น เพราะมีคู่แข่งที่เป็นบริษัทจากกรุงเทพฯเข้ามาในตลาดมากขึ้นแต่ยอดขายโดยรวมก็ยังไปได้ดีแสดงให้เห็นว่า ความต้องการซื้อบ้านในฉะเชิงเทรามีเพิ่มขึ้นจากคนที่ย้ายเข้ามาทำงานในฉะเชิงเทราซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯที่สุดและมีราคาที่ดินที่ถูกกว่าชลบุรี และระยอง

ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการปรับตัวในทุกๆ ด้าน เพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้น ล่าสุดบริษัทได้รับ ISO 9001 ซึ่งเป็นการพัฒนามาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ รวมถึงการขยายการรับรู้แบรนด์สินค้าของบริษัทไปยังลูกค้ากลุ่มเรียลดีมานด์ให้กว้างขวางขึ้น เน้นย้ำนำจุดแข็งของบริษัท ซึ่งก็คือชื่อเสียงที่เราได้รับการยอมรับในพื้นที่จากการพัฒนาบ้านที่มีคุณภาพระดับมาตรฐาน โดยการนำเทคโนโลยีการก่อสร้างเฉพาะคือ การนำอิฐขาว มาใช้แทนอิฐแดง และอิฐมวลเบาทำให้บ้านมีคุณภาพที่ดีกว่า รวมถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภ่พชีวิตให้กับลูกค้า เช่น ระบบถ่ายเทอากาศ – Airflow และระบบเติมอากาศ-airplus เป็นต้น” นายณัษฐพงษ์ วงษ์สัจจา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด กล่าว

นายณัษฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทเป็นรายแรกในฉะเชิงเทราที่เลือกใช้อิฐขาวนำมาใช้ในการก่อสร้าง โดยอิฐขาวเป็นอิฐที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนอิฐมอญและอิฐบล็อก เป็นอิฐที่มีส่วนผสมของปูนขาวและทราย ผ่านกระบวนการอัดด้วยเครื่องจักรที่มีความกดดันสูง 500 ตัน และอบด้วยความร้อนสูง สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 180 กก.ต่อตร.ซม. มีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนและป้องกันเสียงได้ดี สามารถลดรอยร้าวในการฉาบได้ เพราะมีการดูดซึมน้ำที่ต่ำ ฉาบได้ง่าย เพราะบนผิวอิฐมีการชักร่องเพื่อสะดวกในการฉาบปูน มีคุณสมบัติในเรื่องของการทนไฟได้นานกว่า 4 ชั่วโมง สามารถก่อโชว์อิฐได้ เพราะมีความสวยงามเรียบเนียนดูมินิมอล

จากการปรับตัวมาต่อเนื่อง และการได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในพื้นที่ในเรื่องของสินค้าและบริการจนทำให้ยอดขายจากการบอกต่อปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ จนมาอยู่ในระดับ 30% ของยอดขาย ทำให้ นายณัษฐพงษ์ มั่นใจว่า จะสามารถแข่งขันกับบริษัทรายใหญ่ที่ขยายการลงทุนมาในพื้นที่อีอีซีได้

“เรามั่นใจว่าเราแข่งได้ ที่ผ่านมาก็มีบริษัทจากกรุงเทพฯก็เข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการแล้วหลายราย ซึ่งถือว่าเป็นการทดสอบตลาดของเราด้วย และยอดขายก็เห็นชัดว่า มาร์เก็ตแชร์ในกลุ่มบ้านเดี่ยว และบ้านแฝดเรายังเป็นที่หนึ่งในตลาดอยู่ในขณะนี้ และกำลังรุกตลาดทาวน์เฮ้าส์เพิ่มหลังจากมองเห็นช่องว่างในตลาดที่ยังมีอยู่”

บริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด มีฐานที่มั่นอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยได้พัฒนาที่ดินแปลงใหญ่เนื้อที่กว่า 400 ไร่ ปัจจุบันพัฒนาโครงการไปแล้ว 4 โครงการ และโครงการที่จะเปิดตัวในปลายปีนี้อีก 1 โครงการ รวม 5 โครงการ มูลค่ารวม 5,200 ล้านบาท และเตรียมขยายการลงทุนไปในจังหวัดระยองเพิ่มอีก 1 โครงการ มูลค่า 800 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเคยพัฒนาโครงการที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งปัจจุบันปิดการขายไปหมดแล้วรวม 9 โครงการย่อยมูลค่า 600 ล้านบาท สินค้าส่วนใหญ่ราคาตั้งแต่ 2-3.5 ล้านบาท รองรับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ซึ่ง 80% ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม และอีก 20% เป็นลูกค้าในพื้นที่

รวมแล้วศรีเทพไทยพัฒนามีโครงการที่พัฒนาแล้วและยังพัฒนาอยู่มูลค่า 6,600 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ศรีเทพวิลเลจ ซึ่งเป็นบ้านแฝด เทพสิริวิลล่า ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมแบรนด์ใหม่ศรีเทพวิลเลจ นีโอ ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ เช่นเดียวกับโครงการศรีเทพวิลเลจ ห้วยโป่ง ระยอง ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปีเช่นกัน และยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่บนที่ดิน 52 ไร่ ในปีหน้าอีก 1 โครงการ

อาณาจักรของศรีเทพไทยพัฒนาที่บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

“ภายใน 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2566-2570 บริษัทตั้งเป้ามีรายได้แตะหลัก 1,000 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 10-15% โดยมีแผนจะพัฒนาโครงการเพิ่มอีก 5 โครงการในพื้นที่อีอีซี มูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในฉะเชิงเทรา 4 โครงการ และจะเปิดโครงการในระยองเพิ่มอีก 1 โครงการ สำหรับในปี 2565 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถกวาดรายได้ 600 ล้านบาท นับว่าเป็นยอดขายอันดับหนึ่งในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีส่วนแบ่งตลาด(มาเก็ตแชร์) 30% เทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ในพื้นที่ทั้งหมด 8 บริษัท ส่วนในปีนี้ได้วางเป้ารายได้ไว้ที่ 650 ล้านบาท มาจาก 2 โครงการศรีเทพวิลเลจ บางปะกง และโครงการเทพสิริวิลล่า บางปะกง และการเปิดโครงการใหม่” นายณัษฐพงษ์ กล่าว

สำหรับทิศทางการดำเนินงานธุรกิจครึ่งปีหลังของปีนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าปรับองค์กรหลายด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมแข่งขันกับคู่แข่งในพื้นที่ให้เต็มที่ เน้นกลยุทธ์การบริหารสินค้าคงค้าง(สต๊อก) จบโครงการให้เร็ว และสร้างการรับรู้ในแบรนด์ของบริษัท โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความพึงพอใจในสินค้าและบริการ พร้อมกับเปิดตัว 2 โครงการใหม่ทั้งโครงการศรีเทพวิลเลจ ห้วยโป่ง ที่จังหวัดระยอง และโครงการศรีเทพวิลเลจ นีโอ บางปะกง เป็นทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 2.1 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ที่ 650 ล้านบาท

สำหรับโครงการศรีเทพวิลเลจ ห้วยโป่ง ระยอง ซึ่งเป็นโครงการแรกของบริษัทในจังหวัดระยอง ตั้งอยู่โซนมาบตาพุด พัฒนาในรูปแบบบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บนพื้นที่ 40 ไร่ มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท มีบ้านทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ แบบ Noble (โนเบิล) บ้านแฝดชั้นเดียว แบบ Pride (ไพร์ด) บ้านแฝด 2 ชั้น แบบ Thea (เทียร์) บ้านเดี่ยวชั้นเดียว และ แบบ Honor (ออเนอร์) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยกว้างเริ่มต้น 113-154 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.6 ล้านบาท มีจำนวนจำกัดเพียง 282 แปลงเท่านั้น

นอกจากการปรับระบบบริหารองค์กรให้มีมาตรฐานระดับ ISO การสร้างแบรนด์ขยายการรับรู้สู่ลูกค้าในวงกว้าง การใช้เทคโนโลยี่ก่อสร้างเพื่อคุณภาพของสินค้าที่เหนือกว่าคู่แข่ง บริษัทยังได้พัฒนาระบบดูแลลูกค้าที่เรียกว่า SRITHEP SMART เพื่อมุ่งตอบโจทย์และดูแลลูกค้า รวมถึงการสนับสนุนและหาวิธีทำอย่างไรที่จะให้ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยได้มีบ้านเป็นของตนเอง แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่

SRITHEP SMART Home มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสินค้า (Product) ให้มีความทันสมัยกับตลาดปัจจุบัน พัฒนาการก่อสร้างให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า การทำ Co-Product กับ Brand ต่างๆ เช่น Smart HOME Automation ต่างๆ และหา Supplier ใหม่ๆ เพื่อเทียบราคา

SRITHEP SMART Life มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทกับลูกค้าเพื่อให้เกิดความพึ่งพอใจสูงสุด เพื่อให้เกิดลูกค้าแนะนำในอนาคต และสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพนักงานภายในองค์กร

SRITHEP SMART Connect มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับธนาคาร ช่วยเหลือคนที่อยากมีบ้าน แต่มีปัญหาในการยื่นกู้ต่างๆ โดยอาจจะมีโปรแกรมที่สนับสนุนเงินกู้ให้กับลูกค้า หรือ ที่เรียกว่า อนุบาลลูกค้า ซึ่งจะไม่มีการคำนวณอัตราดอกเบี้ยกับลูกค้า เพียงแต่คิดในส่วนของค่าธรรมเนียมการใช้บริการ การพัฒนา Agent ต่างๆ และช่วยลูกค้าในการขายบ้านหลังแรก เพื่อซื้อบ้านในโครงการ

SRITHEP SMART Service มุ่งสร้างความพึ่งพอใจสูงสุดสำหรับลูกค้าหลังโอนกรรมสิทธิ์ โดยเป้าหมายบริการ อาทิเช่น รับเรื่องร้องเรียนภายใน 24 ชั่วโมง สร้าง Service Road เพื่อความรวดเร็วในการบริการ รับของแถมหลังโอนกรรมสิทธิ์ ไม่เกิน 15 วัน จัด Event Workshop เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องของการดูแลรักษาบ้าน และจัดรายงานในการทำเซอร์วิส เพื่อการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ

ศรีเทพไทยพัฒนาคือภาพสะท้อนความตื่นตัวของบริษัทอสังหาฯในภูมิภาค ที่พร้อมจะปรับตัวรับมือกับการแข่งขันจากบริษัทรายใหญ่ โดยนำจุดแข็งจากความชำนาญในพื้นที่มาพัฒนาควบคู่กับการยกระดับคุณภาพมาตรฐานใหม่ ด้วยความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูล การเข้าถึงเทคโนโลยี่ ดังนั้นตลาดอสังหาฯในหัวเมืองภูมิภาคก็คงไม่มีใครต้องกลัวเกรงใครแล้วในเวลานี้