fbpx
© thaipropertymentor.com - 2021. All rights reserved.
Homeอะไรๆ ก็...รีวิวไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 บ้านแฝดสไตล์ English Garden กับ 5 แนวคิดเพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน

ไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 บ้านแฝดสไตล์ English Garden กับ 5 แนวคิดเพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน

ไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 บ้านแฝดสไตล์ English Garden กับ 5 แนวคิดเพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน

ถ้าพูดถึงทำเลที่อยู่อาศัยขวัญใจมหาชนสำหรับคนกทม.และปริมณฑล ทำเลพระราม 2 คือหนึ่งในทำเลฮิตติดอันดับมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นทำเลที่สามารถเข้าสู่เขตเมืองชั้นในได้สะดวกรวดเร็วด้วยโครงข่ายถนนและทางด่วน มีโครงการที่อยู่อาศัยให้เลือกหลากหลายประเภท หลายระดับราคา ประกอบกับสาธารณูปโภค สาธารณูปการในพื้นที่ก็มีรองรับอย่างครบครัน

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาจึงมีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายใหญ่ รายเล็ก เข้ามาปักหลักพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบแนวสูงกันมากมายหลายบริษัท แต่ถ้าจะพูดถึงเจ้าถิ่นในพื้นที่พระราม 2 ชื่อที่ลอยเด่นขึ้นมาในทันทีเลยก็คือ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ถือเป็นบริษัทที่คร่ำหวอดอยู่ในทำเลนี้มายาวนาน มีโครงการอยู่ในพื้นที่มากมายหลายโครงการ และวันนี้เราพาไปชมโครงการใหม่ล่าสุดของกานดา พร็อพเพอร์ตี้กันครับ

ไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 กม. 14 ก็คือโครงการใหม่ล่าสุดที่ กานดา พร็อพเพอร์ตี้ ภูมิใจนำเสนอด้วยแบบบ้านดีไซน์ใหม่สไตล์ English Garden รองรับกับพฤติกรรมการอยู่อาศัยใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นหลังการแพร่ระบาดของเจ้าไวรัสโควิด-19 พร้อมกับแนวคิดการพัฒนาที่เรียกว่า 5 Kanda concept ที่จะทำให้บ้านมีความคุ้มค่า น่าอยู่อาศัยยิ่งขึ้น

โครงข่ายคมนาคมยกระดับทำเลพระราม 2
ที่สำคัญทำเลพระราม 2 กำลังจะถูกยกระดับด้วยโครงข่ายคมนาคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งการปรับปรุงถนน ทางด่วนสายใหม่ และรถไฟฟ้าทำให้การวิ่งเข้า-ออกเมืองสะดวกรวดเร็วขึ้น ยิ่งเพิ่มศักยภาพให้ทำเลพระราม 2 เป็นทำเลที่อยู่อาศัยใกล้เมืองที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ถนนพระราม 2 ถือเป็นทำเลที่สามารถเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจของเมือง ไม่ว่าจะเป็น สีลม สาทร สุขุมวิท เพลินจิต ชิดลม พระราม 9 ได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วย ด้วยทางด่วนเฉลิมมหานคร ทางด่วนศรีรัช และในอนาคตจะมีทางยกระดับพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก ที่กำลังก่อสร้าง และคาดว่าจะเปิดใช้บริการในปี 2567 เชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน-ปากท่อ ซึ่งเป็นมอเตอร์เวย์ยกระดับบนถนนพระราม 2 วิ่งยาวไปจนถึงแยกวังมะนาว

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังมีแผนก่อสร้างทางยกระดับบางขุนเทียน-บางบัวทอง ตามแนววงแหวนฝั่งตะวันตก เพื่อแบ่งเบาการจราจรบนถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการใช้เป็นเส้นทาง bypass ไปยังพื้นที่ส่วนต่างๆ ของกรุงเทพฯ ปริมณฑล และยังเชื่อมโยงกับถนนสายรอง อย่างเช่น ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ถนนเอกชัย-บางบอน ถนนพุทธบูชา และถนนท่าข้าม เป็นต้น ทำให้การเดินทางคล่องตัวยิ่งขึ้น

รถไฟฟ้าเสริมศักยภาพ Sub Center โซนใต้
นอกจากโครงข่ายถนนแล้ว ทำเลพระราม 2 ยังมีโครงข่ายรถไฟฟ้าเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทาง แม้ว่าจะไม่มีรถไฟฟ้าวิ่งเข้าสู่พระราม 2 โดยตรง แต่ก็ยังถือเป็นพื้นที่ให้บริการของรถไฟฟ้าด้วยกันหลายเส้นทาง เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงด้านใต้ เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ซึ่งมีสถานีอยู่บริเวณหัวถนนพระราม 2 คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2565 สามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2570

อีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว อย่างเช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางแค และสายสีเขียวอ่อน สนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า ก็เป็นทางเลือกในการเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ ของกรุงเทพฯและปริมณฑลได้เช่นกัน

ขณะเดียวกัน ผังเมืองกรุงเทพมหานครที่กำลังปรับปรุงและคาดว่าจะประกาศใช้ได้ในปี 2567 ได้กำหนดบทบาทให้พื้นที่บริเวณถนนพระราม 2 เป็นศูนย์ชุมชนชานเมือง (Sub Center) เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างแหล่งงานและที่อยู่อาศัย (Job-Housing Balance) ในเขตชานเมือง โดยจะส่งเสริมให้มีการค้าและการบริการ รวมถึงอาคารสำนักงาน จะทำให้ในพื้นที่พระราม 2 และบริเวณใกล้เคียง มีศักยภาพในการพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันราคาที่ดินทำเลพระราม 2 ปรับตัวขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณปีละ 10%

ไอลีฟ ไพร์ม 2 บ้านแฝดทำเลใกล้ๆ เมือง
เข้ามาที่โครงการ ไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 กม. 14 ซึ่งเป็นโครงการบ้านแฝดใหม่ล่าสุดของกานดา พร็อพเพอร์ตี้ อยู่ในโซนพระราม 2 บริเวณกม.ที่ 14 สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง คือ ซอยแสมดำและซอยพันท้ายนรสิงห์ เนื้อที่โครงการ 33-1-96.8 ไร่ พัฒนาเป็น บ้านแฝด 2 ชั้น จำนวน 228 แปลง ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้าบ้านกว้าง 6.8 เมตร พื้นที่ดินเริ่มต้นที่ 35 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 129 ตร.ม. ในราคาขายเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท

ที่ตั้งของโครงการอยู่ห่างจากปากซอยแสมดำประมาณ 4 กม. ห่างจากปากซอยพันท้ายนรสิงห์ (พระราม 2 กม.17) ประมาณ 3.7 กม. ระยะทางจากทางด่วนเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1 ) ถึงตัวโครงการประมาณ 20.4 กม. หรือถ้าต้องการใช้วงแหวนกาญจนาภิเษกเพื่อไปบางบัวทองหรือบางนาก็อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 13 กม.

แต่ในอนาคตเมื่อทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกสร้างเสร็จประมาณปี 2567 จะยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้น เพราะสามารถใช้ทางด่วนวิ่งยาวมาลงตรงด่านบางกระดี่ อยู่ห่างจากซอยแสมดำซึ่งเป็นทางเข้าโครงการประมาณ 2 กม. และมีด่านขึ้นทางด่วนวิ่งเข้าเมืองอยู่ที่บริเวณพระราม 2 ซอย 84 สะดวกทั้งวิ่งเข้า วิ่งออกเมืองเลยทีเดียว

ในส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีรองรับกันอย่างเต็มที่และระยะทางไม่ไกลจากโครงการ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช็อปปิ้ง อย่างเช่น เซ็นทรัล พระราม 2 (15.9 กม.) เซ็นทรัล มหาชัย (14 กม.) พอร์โต้ ชิโน่ พระราม 2 (13 กม.) เดอะไบรท์ พระราม 2 (20 กม.)
แหล่งจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันก็มากันครบ ไม่ว่าจะเป็น บิ๊กซี สมุทรสาคร (14 กม.) โลตัส สมุทรสาคร (15 กม.) แม็คโคร สมุทรสาคร (12 กม.) หรือจะเป็น บิ๊กซี พระราม 2 (22 กม.) โลตัส พระราม 2 (18 กม.) รวมไปถึงตลาดสดมหาชัย ร้านอาหารทะเลชายทะเลบางขุนเทียนก็อยู่ไม่ไกล

ส่วนโรงพยาบาลก็มีทั้ง โรงพยาบาลนครธน (17 กม.) โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล (22 กม.) โรงพยาบาลบางมด (20 กม.) โรงพยาบาลมหาชัย (16 กม.) สถานศึกษาในย่านนี้ก็มีโรงเรียนอัสสัมชัญ แคมปัส พระราม 2 (5 กม.) โรงเรียนเลิศหล้า กาญจนาภิเษก (23 กม.) โรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ บางบอน (16 กม.) เป็นต้น

English Garden&5 Kanda Concept
วนกลับเข้ามาที่โครงการไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 กม. 14 กันต่อครับ อย่างที่บอกเอาไว้ในตอนต้นว่า โครงการนี้เป็นบ้านแฝดดีไซน์ใหม่ในสไตล์ English Garden ซึ่งเป็นผลงานการพัฒนาแบบบ้านมาจากการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สมาชิกในของทุกครอบครัวต้อง work from home ใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมากขึ้น บ้านจึงต้องตอบสนองการใช้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องอยู่สบายและให้ความรู้สึกที่อบอุ่น จึงมาลงตัวที่สไตล์ English Garden ที่โดดเด่นด้วย ความคลาสสิกของบ้านและสวนในสไตล์อังกฤษที่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น

นอกจากแบบบ้านสไตล์ใหม่แล้ว กานดา พร็อพเพอร์ตี้ ยังมีแนวคิดการพัฒนาโครงการที่เรียกว่า 5 Kanda concept ซึ่งเป็นเสมือนองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่สะสมมายาวนานเกือบ 30 ปี ถูกพัฒนาขึ้นจากที่ได้มองเห็นปัญหาของการอยู่อาศัยในแง่มุมต่างๆ นำไปสู่แนวทางแก้ปัญหา พัฒนาให้ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วย 5 เรื่องหลัก ได้แก่

-Eco Smart การใช้พลังงานทางเลือก และใช้หลักการของ 3R-Reduce Reuse Recycle

-Easy Maintenance การออกแบบบ้านให้ง่ายต่อการซ่อมบำรุงในอนาคต การเลือกใช้วัสดุทนทาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

-Space Matter บ้านหนึ่งหลังออกแบบให้มีอย่างน้อย 4 ห้องนอน ด้วยจำนวนห้องที่หลากหลายทำให้ดเพียงพอต่อการปรับเปลี่ยนห้องได้ตามประโยชน์การใช้สอย

-Multi Generation ออกแบบบ้านที่คำนึงถึงการอยู่อาศัยร่วมกันของแต่ละช่วงวัย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่

-Flood Protection การออกแบบโครงการให้มีระบบป้องกันน้ำท่วม

อ่านรายละเอียด 5 Kanda Concept for New Lifestyle

Lily บ้านแฝดที่ฟังก์ชั่นครบเทียบเท่าบ้านเดี่ยว
เอาล่ะครับเข้ามาที่ตัวบ้านกันเลย แบบบ้านในโครงการไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 กม. 14 เป็นบ้านแฝดล้วนทั้งโครงการชื่อว่า Lily ขนาด 4 ห้องนอน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานของกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ที่จะมี 4 ห้องนอนในทุกโครงการ 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ หน้าบ้านกว้างถึง 6.8 เมตร บนที่ดินเริ่มต้นที่ 35 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 129 ตร.ม. เป็นบ้านแฝดที่ถือว่าฟังก์ชั่นครบและพื้นที่ค่อนข้างใหญ่เทียบเท่ากับบ้านเดี่ยวเลยทีเดียว

บริเวณที่จอดรถออกแบบภายใต้ 5 Kanda Concept ซึ่งก็คือ ซึ่งก็คือ Easy Maintenance คำนึงถึงการดูแลรักษาในระยะยาว โดยที่จอดรถจะวางอยู่บนเข็ม และตัดจ๊อยต์ออกจากตัวโครงสร้างบ้าน และมีฝ้า T-bar สำหรับเซอร์วิสห้องน้ำชั้นบน รองรับการซ่อมบำรุงในอนาคต ไม่ต้องกรีดฝ้าในบ้าน ที่อาจทำให้เฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหาย

เข้ามาในตัวบ้านบริเวณชั้น 1 ออกแบบให้เป็น open space เพื่อให้เกิดความโล่ง โปร่ง สบาย จัดว่างพื้นที่ต่างๆ เชื่อมต่อกันตั้งแต่พื้นที่รับรองแขกที่อยู่ด้านหน้าสุด พื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่เตรียมอาหาร และห้องน้ำ ที่พิเศษก็คือช่องหน้าต่างยาวตรงบริเวณเคาน์เตอร์ครัว ทำให้สามารถมองเห็นวิวสวนภายนอกดึงความเป็นธรรมชาติเข้ามาในตัวบ้าน

ที่สำคัญที่บริเวณชั้น 1 มีห้องนอนที่ 4 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวคิดในเรื่องของ Space Matter คือการเพิ่มพื้นที่ห้องให้มากขึ้น เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย และยังรองรับกับแนวคิด Multi Generation โดยจัดเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุของครอบครัว ด้วยขนาดห้องที่กว้างขวางสามารถวางเตียง 5 ฟุต หรือ 6 ฟุต ได้เต็มที่ และยังวางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าได้ด้วย หรือถ้าไม่มีผู้สูงอายุ ก็อาจจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนสำหรับแขก หรือห้องทำงานก็ทำได้สบายๆ

นอกจากนี้ กระจกทุกบานจะใช้เป็นกระจกเขียวตัดแสงช่วยลดการใช้ไฟในเวลากลางวัน อีกทั้งช่วยลดความร้อนและรังสียูวี ส่วนหลอดไฟทั้งบ้านใช้เป็นหลอดไฟ LED ประหยัดไฟได้กว่า 50% ซึ่งเป็นแนวคิดในเรื่องของ Eco Smart ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม

ในส่วนของห้องน้ำชั้นล่างจะอยู่ติดกับห้องนอนที่ 4 เพียงก้าวเดียวก็จะสามารถเข้าห้องนอนได้เลย และได้แยกส่วนเปียกส่วนแห้งเอาไว้ให้ผู้สูงอายุใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบห้องน้ำชั้นล่างกับชั้นบนให้ตรงกันทำให้ง่ายต่อการบำรุงรักษาในอนาคต

มาที่โซนครัวหลังบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้งานหนักหน่อย เพราะส่วนใหญ่จะถูกต่อเติมเป็นครัวไทย เป็นพื้นที่ซักล่าง ทางโครงการจึงได้ลงเข็ม เทพื้น ปูกระเบื้อง เดินงานระบบวางท่อน้ำดี-น้ำทิ้งเอาไว้ให้เรียบร้อย ทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการทรุดตัว ที่สำคัญทำให้ประหยัดเงินไปได้เป็นแสน เพราะทางโครงการจัดเตรียมเอาไว้ให้เสร็จสรรพไม่ต้องมาจ้างช่างรับเหมาต่อเติมในภายหลัง เป็นอีกหนึ่งแนวคิดในเรื่อง Easy Maintenance ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแล ซ่อมแซมที่อาจจะเกิดการทรุดตัวของพื้นในอนาคต

ก่อนจะขึ้นบันไดไปที่ชั้น 2 สิ่งที่รู้สึกได้ก็คือบันไดมีความแข็งแรงมาก เพราะโครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมด้วยเหล็ก และปู Top ด้วยวัสดุทดแทนไม้ ทำให้ปลวก มอด ไม่รบกวน เรียกว่าอยู่กันไปได้อีกยาวๆ เป็นอีกแนวคิดในเรื่อง Easy Maintenance ที่ทางโครงการจัดไว้ให้ครับ

ขึ้นมาที่โถงกลางของชั้น 2 ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Space การใช้งาน สามารถจัดเป็นพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือ หรือทำงานอดิเรกส่วนตัว จะจัดเป็นชั้นวางของ วางหนังสือ หรือจะปลูกต้นไม้เพิ่มเขียวก็สามารถวางกระถางเล็กๆ ได้

นอกจากนี้ยังมีจุดติดตั้ง Router Wi-Fi สำหรับเชื่อมต่อ Internet ในจุดที่สามารถกระจายสัญญาณได้ทั่วทั้งบ้าน และที่สำคัญมีพัดลมระบายอากาศติดตั้งไว้ให้เรียบร้อย ช่วยระบายความร้อนในตัวบ้านทำให้ประหยัดไฟจากการใช้แอร์ เป็นอีกหนึ่งแนวคิดในเรื่องของ Eco Smart ที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อย

เข้ามาที่ห้องนอนใหญ่มีขนาดที่กว้างขวาง สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้อย่างสบายๆ พร้อมกับห้องน้ำภายในห้องนอนเพิ่มความเป็นส่วนตัว โดยได้ออกแบบส่วนของห้องน้ำในห้องนอนให้ตรงกับที่จอดรถ สามารถซ่อมบำรุงได้จากนอกบ้าน

อีกหนึ่งความพิเศษก็คือ ขอบหน้าต่างในห้องนอนที่ได้ออกแบบให้เป็น Double Protect โดยการเสริมขอบปูนให้อยู่สูงกว่าบานหน้าต่าง กรณีที่มีน้ำซึมเข้ามาจากการเสื่อมสภาพของขอบยางหรือซิลิโคนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต น้ำก็จะมาเจอกับขอบปูนและไหลกลับออกไป ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เป็นอีกหนึ่งแนวคิดในเรื่องของ Easy Maintenance

สำหรับห้องนอนที่ 2 และ 3 เตรียมไว้เป็นห้องนอนสำหรับเด็กๆ ที่มีพื้นที่กวางขวาง สามารถวางเตียงได้ตั้งแต่ 3 ฟุตครึ่ง 5 ฟุต หรือ 6 ฟุตก็ยังไหว หรือใครมีลูกคนเดียวหรือยังไม่มีสมาชิกตัวน้อย ก็สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานของห้องได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องออกกำลังกาย ห้องไลฟ์สดขายของออนไลน์ ห้องอ่านหนังสือ หรือห้องทำงานรองรับการ work from home ก็ทำได้อย่างลงตัว เป็นไปตามแนวคิด Space Matter ที่ให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน

อีกหนึ่งแนวคิดที่หลายๆ โครงการอาจไม่ได้คิดถึงกันแล้วก็คือเรื่องของ Flood Protection นับตั้งแต่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ทาง กานดา พร็อพเพอร์ตี้ ก็ได้ให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น แม้จะยังไม่มีน้ำท่วมใหญ่ๆ เกิดขึ้นอีก แต่ก็เป็นการป้องกันเอาไว้ดีกว่าแก้ โดยได้ทำทั้งในเรื่องของการยกระดับการถมดินให้มากขึ้น ทำให้ระบบบายน้ำเป็นแบบระบบปิด คือน้ำเข้าออกได้ทางเดียว กำแพงโครงการเป็นแบบทึบน้ำไม่สามารถซึมเข้าได้ และจัดเตรียมจุดที่จะวางเครื่องสูบน้ำไว้ให้เรียบร้อย

บ้านชานเมืองที่ตอบโจทย์คนเมือง
มาถึงบทสรุปของโครงการไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 กม. 14 กันครับ โครงการถือว่าอยู่ในทำเลที่ดีมีศักยภาพสูง สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกด้วยระบบคมนาคมที่มีรองรับอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะการที่จะมีทางด่วนสายใหม่วิ่งจากในเมืองมาลงใกล้ๆ บริเวณปากทางเข้าโครงการ ยิ่งเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ศักยภาพการขยายตัวของเมืองจะเพิ่มมากขึ้นจากระบบคมนาคมที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และจากการที่โซนพระราม 2 (บริเวณเซ็นทรัล พระราม 2 ) ได้ถูกกำหนดบทบาทให้เป็นศูนย์กลางชุมชนชานเมือง ตามผังเมืองรวมกรุงเทพฯที่จะประกาศใช้ประมาณปี 2567 จะสนับสนุนให้เกิดแหล่งงาน ย่านพาณิชยกรรม อาคารสำนักงานในย่านนี้มายิ่งขึ้น จะทำให้ราคาบ้าน ราคาที่ดิน มีการปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยๆ ปีละ 10%

ขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ก็มีรองรับอย่างครบถ้วน เนื่องจากโซนพระราม 2 เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยรองรับคนในพื้นที่และคนทำงานในกทม.และสมุทรสาครมาอย่างยาวนาน การพัฒนาด้านสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แหล่งจับจ่ายใช้สอยหลากหลายรูปแบบ สถานพยาบาล สถานศึกษา จึงมีรองรับอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

สำหรับแบบบ้านในโครงการซึ่งเป็นบ้านแฝดสไตล์ English Garden 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้าบ้านกว้าง 6.8 เมตร พื้นที่ใช้สอย 129 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 35 ตารางวา ในราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท โครงการออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้กว้างขวางรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนห้องนอนที่มี 4 ห้อง ได้ตามความต้องการใช้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นเมื่อต้อง work from home ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านมากขึ้น

ส่วนที่ทำให้โครงการนี้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้นก็คือ แนวคิด 5 kanda concept เป็นแนวคิดการออกแบบที่ทำให้เกิดความคุ้มค่าในการอยู่อาศัยในระยะยาว กับราคา 3.59 ล้านบาท ถือว่าไม่แพงเกินไปกับบ้านแฝดที่ขนาดกว้างขวางน้องๆ บ้านเดี่ยว สำหรับครอบครัวคนทำงานในเมืองทั้งกทม.และสมุทรสาคร ไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 กม. 14 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับ

ชมคลิปวิดีโอรีวิวโครงการไอลีฟ ไพร์ม 2 พระราม 2 กม. 14

Share With:

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania

warapongpankaew@gmail.com