21 ธ.ค. 2568 วันสุดท้ายในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ของ กมลภพ วีระพละ ตลอดระยะเวลา 2 ปี ของเอ็มดีที่เคยถูกแซะว่าเป็นแค่เอ็มดีขัดตาทัพ เพราะมีเวลาอยู่ในตำแหน่งแค่เพียง 2 ปี แต่ก็ถือว่ายังมีผลงานดีๆ ในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะภารกิจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประคับประคองภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ให้ทรุดหนักไปกว่าที่เป็นอยู่ ด้วยการปล่อยสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2 ปีรวมกันกว่า 4.6 แสนล้านบาท ทำให้คนไทยมีบ้านเพิ่มขึ้น 392,000 บัญชี
นอกจากนี้ ยังได้ปัดฝุ่น “โครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน” ที่ก่อนหน้าแทบไม่มีบทบาทอะไร ให้เป็นเครื่องมือในการช่วยลูกค้าที่กู้ไม่ผ่านจากหลักฐานการเงินไม่เพียงพอ หรือกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำ ผ่านการออมเงินหรือเดินบัญชีไม่น้อยกว่า 12 เดือน เพื่อใช้เป็นหลักฐานยื่นขอกู้ และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือกับผู้ประกอบการสนับสนุนให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยสามารถขอสินเชื่อได้ผ่านระบบของโรงเรียนการเงินได้ ปัจจุบันมีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีเงินออมกว่า 220,000 ราย และมีลูกค้าได้รับสินเชื่อจาก ธอส. ไปแล้วมากกว่า 50,000 ราย และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ธอส. มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มเป็น 43.7% สูงสุดในรอบ 20 ปี

อีกเรื่องที่ต้องถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเอ็มดีคนนี้ คือ การให้บทบาทกับศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หน่วยงานที่ถูกมองว่าเป็นแค่กาฝากและถูกมองข้ามมาโดยตลอด โดยการนำคลังข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ในภารกิจของธนาคารในหลายๆ มิติ และพยายามที่จะนำศูนย์ข้อมูลเข้ามาเป็นหน่วยงานหนึ่งของธนาคาร เพื่อให้พนักงานที่มีสถานะเป็นแค่ลูกจ้างมายาวนานกว่า 20 ปี มีความมั่นคงมากขึ้น แม้ว่าจะมีแรงต้านจากคนในอยู่พอสมควร สุดท้ายภารกิจก็ยังไม่ลุล่วง และคงต้องส่งต่อให้กับ ณรงค์พล ประภานิรินธน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธอส. ที่คาดหมายกันว่าจะมารักษาการในตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลต่อไป
19 ธ.ค. 2568 วันสุดท้ายของการทำงานในตำแหน่งเอ็มดีธอส. กมลภพ ใช้เวลาเกือบทั้งวันเดินไปขอบคุณและอำลาพนักงานธนาคารในทุกส่วนงานที่สำนักงานใหญ่ก่อนที่จะสิ้นสุดการทำงาน 24 ปี 2 เดือน 20 วัน ในบ้านธอส. กมลภพ เคยบอกเอาไว้ว่า ชีวิตหลังเกษียณยังไม่ได้วางแผนที่จะทำอะไรนอกจากพักผ่อน เว้นแต่จะมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพมาให้ช่วยงานซึ่งคงจะปฏิเสธไม่ได้ ส่วนจะมีอะไรฝากถึงเอ็มดีคนใหม่ที่จะเข้ามารับช่วงต่องานในวันที่ 22 ธ.ค. 2568 กมลภพ บอกแค่ว่า คงจะไม่มีอะไรต้องฝาก เพราะท่านเป็นคนเก่งมากๆ และดีมากๆ อยู่แล้ว
สำหรับคนที่จะเข้ามารับไม้ต่อโดยจะเริ่มทำงานในวันที่ 22 ธ.ค.นี้เลยเป็นดร.หนุ่มที่ชื่อชั้นไม่ธรรมดา ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ บุตรชายของนายทหารคนดัง อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด บิ๊กหมง พล.อ. มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ จบดร.ด้านเศรษฐศาสตร์จาก Claremont Graduate University (California) ที่เดียวกับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน

เส้นทางการศึกษา เรียกได้ว่าเป็นสายเศรษฐศาสตร์เต็มตัวและแน่นทุกสเต็ป เริ่มจากปริญญาเอกและปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์จาก Claremont Graduate University (California) ต่อด้วยปริญญาโทเศรษฐศาสตร์จาก Suffolk University (Boston) ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์และการเงินระหว่างประเทศจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์จาก University of California (Irvine) เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์เชิงนโยบาย ควบคู่กับประสบการณ์ในการขับเคลื่อน Digital Transformation เรียกได้ว่าไม่ได้มีดีแค่สายวิชาการ แต่เป็นสาย “นโยบาย + ดิจิทัล” ที่กำลังเป็นคำตอบขององค์กรการเงินยุคนี้
ด้วยประสบการณ์บริหารจัดการองค์กรในตำแหน่งสำคัญ ทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการส่วนนโยบายประกันภัย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ล่าสุดเป็น ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ก่อนขยับมารับภารกิจใหญ่ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ในวันนี้ ซึ่งคณะกรรมการธนาคารเชื่อมั่นว่า เขาจะสามารถตอบสนองนโยบายรัฐบาล และสานต่อการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของ ธอส. ได้
โดยเฉพาะการขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี่ด้านข้อมูล Data-Driven สนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ด้วยเทคโนโลยี่และเครื่องทางการเงินใหม่ๆ งานนี้คงต้องรอดูฝีมือเอ็มดีใหม่ที่ชื่อ ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ ว่าจะตอบโจทย์กับพันธกิจที่จะทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้นแค่ไหน และหวังว่าอายุงานจะยาวนานกว่าที่อื่นๆ ที่เคยนั่งบริหารมานะครับ
วราพงษ์ ป่านแก้ว 21/12/2568







