fbpx

เอพี rebound ครึ่งปีหลัง ปูพรม 26 โครงการใหม่ ส่ง ‘อภิทาวน์’ ลุยภูมิภาค

Warapong Pankaew18 กรกฎาคม 20201min278

เอพี ไทยแลนด์ บิ๊กเนมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกรายที่อาศัยแรงเหวี่ยงจากตลาดในช่วงคลายล็อคดาวน์ ประกาศความพร้อมในการมูฟออนในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยการเดินหน้าเปิดโครงการใหม่แบบปูพรม 26 โครงการ มูลค่า 26,000 ล้านบาทโดยมี 5 โครงการใหม่เป็นหัวหอกในการรุกตลาดภูมิภาคอีกครั้งภายใต้แบรนด์ ‘อภิทาวน์’

“ในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 กลายเป็นไตรมาสที่บริษัททำรายได้ได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ตั้งบริษัทมา โดยเฉพาะยอดขายบ้านแนวราบที่ขายได้ดี ส่วนคอนโดมิเนียมก็ยังขายได้ และคิดว่าในครึ่งปีหลังจะยังมีแรงที่ส่งต่อมาจากไตรมาสที่ 2 ทำให้ตลาดยังขับเคลื่อนต่อไปได้ ” นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ กล่าว

สำหรับปัจจัยที่ทำให้หลายๆ บริษัทมียอดขายที่ดีในช่วงไตรมาส 2 แม้ว่าจะอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการใช้มาตรการล็อคดาวน์ นายวิทการ ตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเป็นเรื่องของอุปทานหมู่ทั้งในฝั่งของผู้ประกอบการที่ต่างคนต่างออกโปรโมชั่นมาเพื่อระบายสต๊อกที่มีอยู่ ขณะเดียวกันในฝั่งของผู้บริโภคต่างก็คิดว่า เป็นช่วงเวลาที่จะได้ของที่คุ้มค่า ผนวกกับ demand ที่อั้นมาจากช่วงล็อกดาวน์ทำให้ในไตรมาสที่ 2 เป็นไตรมาสที่ขายดีที่สุดของหลายบริษัท

แม้ว่าจะเริ่มมีความหวั่นวิตกว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบที่ 2 ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และเกิดความไม่แน่นอนขึ้น แต่เชื่อว่า เมื่อเราเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มาแล้ว ก็สามารถจะจัดการกับปัญหาไปได้

“วิกฤตการณ์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เปรียบเหมือนเป็นซูเปอร์โนวาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก สร้างผลกระทบที่ใหญ่และรุนแรงกว่าวิกฤตครั้งไหนในอดีต และยังคงอยู่กับสภาวะความผันผวน ยังไม่รู้ว่าอีก 6 เดือนข้างหน้าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีก Challenge ที่น่าสนใจคือ คำว่า New Normal ที่เราพูดถึงกันยังเกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์แบบ  และเมื่อวิกฤติยังไม่ถึงตอนจบ ดังนั้นนอกจากความพร้อมของคนในองค์กร การบริหารกระแสเงินสดแล้ว แผนธุรกิจที่ยืดหยุ่นคือหนทางที่จะผ่านวิกฤตในครั้งนี้” ” นายวิทการกล่าว

ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาบริษัทดำเนินงานด้วยความระมัดระวังควบคู่ไปกับการปรับแผนงานให้สอดรับกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา พร้อมกับปรับโปรดักส์ และการขาย เพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้า รวมทั้งการจัดโปรโมชั่นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกสามารถสร้างยอดขายได้ทั้งสิ้น 15,085 ล้านบาท พร้อมกับการเปิดตัวโครงการแนวราบ 14 โครงการ มูลค่า 15,500 ล้านบาท

สำหรับในครึ่งหลังของปี 2563 บริษัทยังคงดำเนินงานตามแผนเดิมที่วางไว้ โดยจะยังไม่มีการปรับลดเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ตั้งแต่ต้นปี พร้อมกับการเดินหน้าขยายโครงการให้ครอบคลุมความต้องการของคนไทยที่มากขึ้น ล่าสุดบริษัทเตรียมจะเปิดตัวโครงการแนวราบใน 5 จังหวัด ด้วยแบรนด์ใหม่ ‘อภิทาวน์’ มูลค่ารวม 4,700 ล้านบาท ได้แก่ นครศรีธรรมราช ระยอง อยุธยา ขอนแก่น และเชียงราย เป็นโครงการแบบมิกซ์ โปรดักส์ (Mix Products) ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ราคา 1.5-9 ล้านบาท

อภิทาวน์ โครงการแรกที่ นครศรีธรรมราช

“แบรนด์อภิทาวน์ จะเป็นชื่อแบรนด์สินค้าในกลุ่มต่างจังหวัดที่เพิ่มเข้ามาในพอร์ตเอพี ด้วยการผสาน 2 จุดแข็งหลัก ได้แก่ 1. เรื่องของสเปซดีไซน์ (Leading in SPACE Design) ในแต่ละโครงการจะออกแบบให้สอดรับกับความต้องการและพฤติกรรมของคนในแต่ละจังหวัดตามคอนเซ็ปต์ Dynamic Personalized Model และ 2. Tech-Life Management การนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ในการอยู่อาศัย ด้วยการติดตั้งนวัตกรรมคัดสรรภายในโครงการ โดยจะเปิดตัวโครงการแรกที่ อภิทาวน์ นครศรีธรรมราช วันที่ 26-27 กันยายน และโครงการอื่นๆ ในช่วงเดือนตุลาคม” นายวิทการ กล่าวเสริม

ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพฯอีกจำนวน 21 โครงการ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่า 7,970 ล้านบาท และทาวน์โฮม 13 โครงการ มูลค่า 13,330 ล้านบาท รวมครึ่งปีหลังบริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 26 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมยังขยับแผนการลงทุนออกไป แต่ก็มีความพร้อมเปิดตัวทันทีหากสถานการณ์ในไตรมาส 4 มีทิศทางที่ดีขึ้นหรือมีแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ

3. THE PALAZZO Pinklao
4. THE CITY Rama2 - Bhudda Bucha
7. BAAN KLANG MUANG The Edition Sathorn – Suksawat
9. PLENO Rangsit

ปัจจุบันบริษัทมีคอนโดที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 18 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 21,000 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะส่งผลให้ผู้ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุนระยะสั้นชะลอการตัดสินใจลงทุน แต่ลูกค้ากลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวก็ยังคงเห็นถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น

“ที่ผ่านมาโครงการภายใต้แบรนด์ AP มีพื้นฐานที่แข็งแรงอยู่แล้ว สะท้อนได้จากการเข้าเยี่ยมชมโครงการและยอดขายที่มีสัญญาณเป็นบวก โครงการแนวราบก็มีสัดส่วนการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยอดการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ LIFE ลาดพร้าวที่เริ่มทยอยโอนในเดือนมีนาคม จึงเชื่อว่าภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลังจะมีการปรับตัวที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และเข้าสู่ภาวะสมดุลในเร็ววัน” นายวิทการกล่าว

สรุปแผนและเป้าหมายการดำเนินงานของ เอพี ไทยแลนด์ ในปี 2563
  • เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 41,500 ล้านบาท จำนวน 40 โครงการ
  • แบ่งเป็นสินค้าบ้านเดี่ยวจำนวน 18 โครงการ มูลค่ารวม 20,470 ล้านบาท
  • ทาวน์โฮม 17 โครงการ มูลค่า 16,330 ล้านบาท
  • โครงการในต่างจังหวัด 5 โครงการ มูลค่า 4,700 ล้านบาท
  • คอนโดมิเนียมอยู่ระหว่างการขายจำนวน 18 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 21,000 ล้านบาท
  • ตั้งเป้ายอดขายที่ 33,500 ล้านบาท
  • ตั้งเป้ารายได้รวม 100% โครงการร่วมทุน 40,550 ล้านบาท
  • ครึ่งปีแรกเปิดตัวไปแล้วในจำนวน 14 โครงการ มูลค่าประมาณ 15,500 ล้านบาท
  • ยอดขายครึ่งปีแรกเท่ากับ 15,085 ล้านบาท
  • คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จเตรียมส่งมอบจำนวน 4 โครงการ
  • สินค้ารอรับรู้รายได้รวมโครงการร่วมทุน (Backlog) มูลค่า 56,149 ล้านบาท
  • เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 13,234 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้
  • คอนโดมิเนียม มูลค่า 42,915 ล้านบาท รับรู้ในปีนี้ 15,602 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566
เพิ่มเพื่อน

Warapong Pankaew

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME