ผ่านมาได้ครึ่งทางสำหรับกระบวนการยกร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด กรุงเทพมหานคร ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่ 9 จาก 18 ขั้นตอนในการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ขั้นตอนต่อไปสำนักวางผังและพัฒนาเมืองจะปิดประกาศ 90 วัน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียได้ยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนด หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการพิจารณาคำร้องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการผังเมืองจังหวัด กรมโยธาธิการและผังเมือง และทำการปรับปรุงร่างผังเมืองรวมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเสนอให้สภากรุงเทพมหนครพิจารณาออกเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเพื่อประกาศใช้ต่อไป โดยทางสำนักวางผังและพัฒนาเมืองประเมินว่า ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4 ) น่าจะประกาศใช้ได้ในปี 2570

13 ปีผังเมืองกทม.กับการยกร่างฉบับใหม่ที่ยาวนาน
สำหรับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับปัจจุบันหรือฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ถือเป็นผังที่บังคับใช้มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2556 จนถึงปัจจุบันเกือบจะ 13 ปีเต็ม ขณะที่กระบวนการยกร่างผังใหม่จริงๆ ก็ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2560-2561 ก่อนที่จะนำมารับฟังความเห็นจากประชาชนในเดือนพฤษภาคม 2562 แต่ก็ต้องหยุดชะงักไปจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการประกาศใช้พ.ร.บ.การผังเมืองฉบับใหม่ช่วงปลายปี 2562 ทำให้กระบวนการยกร่างผังต้องกลับมานับหนึ่งใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามพ.ร.บ.การผังเมืองฉบับใหม่ กว่าจะได้กลับมาคิกออฟยกร่างผังใหม่กันอีกครั้งก็เข้าสู่ปี 2564 และได้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอีกครั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566
อย่างไรก็ตาม ได้มีการแสดงความเห็นจากภาคประชาชนอย่างกว้างขวาง กรุงเทพมหานครจึงขยายเวลารับฟังความเห็น พร้อมกับจัดประชุมรับความคิดเห็นเป็นรายเขตจนถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2567 โดยมีประชาชนเสนอความเห็นกว่า 15,000 ราย ถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร นำไปสู่การปรับแก้ผังอีกครั้ง โดยมีประเด็นหลักๆ อยู่ที่ถนนที่บรรจุไว้ในผังเมืองจำนวนมากที่ไม่ได้สร้างประชาชนต้องการให้ยกเลิกไป รวมถึงการขอปรับเปลี่ยนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งโดยส่วนใหญ่คณะกรรมการที่ปรึกษาฯมีความเห็นให้คงตามร่างผังเดิม และมีการปรับเปลี่ยนผังการใช้ประโยชน์ตามที่ประชาชนเสนอมาบ้างตามความเหมาะสม ส่วนถนนมีการยกเลิกหลายสาย โดยเฉพาะ ถนนสาย ก และ ข ในเขตเมือง

กรมโยธาและผังเมืองเสนอแก้ไขผัง 13 ประเด็น
คณะกรรมการที่ปรึกษาพิจารณาร่างที่ปรับแก้ตามความเห็นของภาคประชาชนอีกครั้ง ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งให้กรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาผัง ซึ่งกรมโยธาฯในฐานะหน่วยงานหลักในการพิจารณาผังเมืองทั่วประเทศโดยจะเป็นการพิจารณาให้ความเห็นทางวิชาการ สำหรับร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ทางกรมโยธาฯ ได้ให้ความเห็นในประเด็นที่กรุงเทพมหานครจะต้องแก้ไขรวม 13 ประเด็น โดยมีประเด็นสำคัญๆ ดังนี้
กรมโยธาฯขอให้ปรับปรุงแผนที่แสดงเขตของผังเมืองรวมให้เป็นไปตามมาตรฐานการวางและจัดทำผังเมืองรวม พ.ศ. 2566 และขอให้แสดงแนวเขตจังหวัดทางด้านทิศใต้ให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัติกำหนดเขตจังหวัดในอ่าวไทยตอนใน พ.ศ. 2502
เว้นพื้นที่วางผัง EEC/เพิ่มการใช้ประโยชน์รองรับ
สำหรับบริเวณพื้นที่ทับซ้อนกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ให้ปรับแก้แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นพื้นที่เว้นขาว ซึ่งเป็นที่ดินประเภทเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ (ขก.-1) เนื่องจากกรมโยธาฯมีหน้าที่ในการจัดทำผังในส่วนนี้ตามพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561
ขณะเดียวกันให้ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณที่่ต่อเนื่องจากสถานีที่ติดกับที่ดินประเภทเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ (ขก. – 1) เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีศักยภาพจากการเป็นพื้นที่ที่ติดกับสถานีหลักในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ในเขตกรุงเทพมหานครและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่สามารถพัฒนาได้ และไม่อยู่ภายใต้เขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ได้แก่ พื้นที่บริเวณพหลโยธินและมักกะสัน
ทั้งนี้ กรมโยธาฯให้ปรับพื้นที่บริเวณ พ.5-11 เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรม พ.8 พื้นที่บริเวณ พ.7-1 (บางส่วน) เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรม พ.8 พื้นที่บริเวณ พ.7-2 เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรม พ.8 พื้นที่บริเวณ พ.7-4 (บางส่วน) เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรม พ.8 และพื้นที่บริเวณ พ.7-5 (บางส่วน) เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรม พ.8

ขอเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มเติม
นอกจากนี้ยังให้เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มเติมในบางพื้นที่ดังนี้
-บริเวณเขตหลักสี่ และเขตจตุจักร จากที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง บริเวณ ย.7-3 (บางส่วน) เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (พ.5) เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่สามารถเข้าถึงได้จากถนนวิภาวดีรังสิต และถนนกำแพงเพชร 6 ซึ่งต่อเนื่องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
นอกจากนี้ การกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณพ.5-4 ไม่ควรกำหนดตามรูปโฉนดที่ดิน แต่ควรคำนึงถึงระยะการเข้าถึงพื้นที่จากถนนสาธารณะ ของประชาชนโดยทั่วไป เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ ได้อย่างทั่วถึงไม่เหลื่อมล้ำ
พื้นที่บริเวณบางขุนเทียนชายทะเล ให้ปรับแก้แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินจากประเภทชนบทและเกษตรกรรม บริเวณ ก.2-54 เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.1) เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับป่าชายเลน ลักษณะทางกายภาพมีความเสี่ยงจากการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งอาจไม่เหมาะสมสำหรับเป็นชุมชนและการให้บริการทางสังคม จึงเห็นควรกำหนดให้เป็นที่ดินประเภทชนบท และเกษตรกรรม (ก.1) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรม การสงวนรักษาสภาพทางธรรมชาติ และการส่งเสริมเศรษฐกิจทางการเกษตร
-ขอให้เพิ่มเติมข้อมูลการวิเคราะห์ เพื่อประกอบการปรับลดที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม บริเวณคู้บอน และถนนนิมิตใหม่ และบริเวณแนวพื้นที่ฟลัดเวย์ เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ย.2 และย.3 และที่ดินประเภทชนบทและเกษตร ก.1 และ ก.2 เนื่องจากบริเวณที่มีการปรับลดพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมลง มีหน้าที่ที่มีหน้าที่รองรับการระบายน้ำ และโครงการบริหารจัดการน้ำยังไม่มีความชัดเจนในการดำเนินการ หากเกิดอุทกภัยจะส่งผลกระทบต่อประชาชน
-ขอให้เพิ่มเติมข้อมูลการวิเคราะห์เพื่อประกอบการปรับที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมบริเวณตลิ่งชัน หลักสอง และทวีวัฒนา โดยขอให้แสดงรายละเอียด ความชัดเจนของโครงการ แผนงานโครงการ หน่วยงานดำเนินการ หรือมีการรับรองข้อมูลจากหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประกอบการเสนอคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดทราบว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าว ได้มีโครงการแก้ปัญหาอุทกภัยแล้ว รวมถึงมีโครงการพัฒนาด้านการคมนาคมและการขนส่งต่างๆ ในพื้นที่ ส่งผลให้ไม่ได้มีลักษณะการใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือส่งเสริมและรักษาการเกษตรพืชสวนแล้ว

ไฟเขียวยกเลิกถนนกทม. 83 สาย แต่…
อีกประเด็นสำคัญที่มีข้อร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากคือ การเปลี่ยนแปลงถนนโครงการตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 ประกอบด้วย
-ถนนโครงการที่ยกเลิกจากกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 จำนวน 83 สาย กรมโยธาธิการและผังเมืองเห็นควรในหลักการให้ยกเลิกถนนโครงการจำนวน 83 สาย โดยมีข้อเสนอแนะ เพื่อประกอบการเสนอคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด กรุงเทพมหานคร ดังนี้
1.ถนนในกลุ่มที่ยกเลิกเนื่องจากปัจจุบันดำเนินการขยายเขตทาง/ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 23 สาย ขอให้ตรวจสอบข้อมูลการดำเนินการว่าครบถ้วนและเป็นไปตามที่ระบุไว้ในแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556
2.ถนนในกลุ่มที่ยกเลิกเนื่องจากมีถนนเส้นทางอื่นในพื้นที่ทดแทนได้จำนวน 40 สาย ขอให้ตรวจสอบข้อมูลว่าถนนที่สามารถทดแทน มีจุดต้นทางและจุดปลายทางในการเชื่อมโยงการเดินทางบนโครงข่ายสอดคล้องกับถนนโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556
3.ถนนในกลุ่มที่ยกเลิกเนื่องจากกรุงเทพมหานครจะไปประสานงานดำเนินการภายหลัง จำนวน 5 สาย ขอให้เร่งรัดการดำเนินการก่อนประกาศใช้บังคับข้อบัญญัติท้องถิ่น ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4
4.ถนนในกลุ่มที่ยกเลิกเนื่องจากติดข้อจำกัดเชิงพื้นที่ สภาพพื้นที่ปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลง และขัดต่อความคุ้มค่าการลงทุน จำนวน 7 สาย ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบว่าถนนโครงการแต่ละสายมีความเป็นไปได้ในการดำเนินการมากน้อยเพียงใด เนื่องจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 ไปแล้วนั้น โดยเฉพาะถนนโครงการสายหลักและกำหนดมาตั้งแต่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2535

ปรับแนวเส้นทาง/ปรับขนาดอีก 45 สาย
ถนนโครงการที่ปรับแนวสายทาง/ปรับขนาดเขตทาง/ยกเลิกบางส่วน/ รวมสายทาง จำนวน 45 สาย กรมโยธาธิการและผังเมือง เห็นควรในหลักการให้ปรับแนวสายทาง/ปรับขนาดเขตทาง/ยกเลิกบางส่วน/ รวมสายทาง โดย มีข้อเสนอแนะ เพื่อประกอบการเสนอคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด กรุงเทพมหานคร ดังนี้
1.ถนนที่ปรับแนวสายทาง/ปรับขนาดเขตทาง ขอให้พิจารณาถนนที่ทดแทนสามารถทำหน้าที่ได้เช่นเดียวกับถนนที่ปรับแนวสายทางนั้น และขอให้คำนึงถึงประชาชนผู้ได้รับผลกระทบรายใหม่
2.ถนนที่ยกเลิกบางส่วน ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบว่า ส่วนที่เหลืออยู่ของถนนโครงการยังสามารถทำหน้าที่เชื่อมโยงการเดินทางได้ตามวัตถุประสงค์เดิม
เพิ่มถนนใหม่แนะระวังผลกระทบประชาชน
-เพิ่มถนนโครงการ จำนวน 50 สาย กรมโยธาธิการและผังเมือง เห็นควรในหลักการให้เพิ่มถนนโครงการตามผังเมืองรวม จำนวน 50 สาย โดยมีข้อเสนอแนะ เพื่อประกอบการเสนอคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด กรุงเทพมหานคร ดังนี้
1.ถนนโครงการที่กำหนดขึ้นใหม่ ขอให้พิจารณาขนาดเขตทางและแนวสายทางให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในอนาคตแต่ละบริเวณให้เหมาะสม โดยเฉพาะในบริเวณการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม และที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม และควรคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างในแนวถนน โดยกำหนดถนนโครงการเพิ่มเท่าที่จำเป็นและส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างของประชาชนให้น้อยที่สุด

กรมโยธาธิการและผังเมืองยังมีความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นเชิงกฎหมายสิทธิประชาชนและความเป็นธรรม เนื่องจากผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครประกาศใช้บังคับมาแล้ว 3 ฉบับ และกฎกระทรวงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎกระทรวงไปแล้วนั้น การยกเลิก ปรับแนวสายทาง ปรับขนาดเขตทาง ควรระมัดระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งรายเก่าและรายใหม่
ทั้งนี้ การยกเลิก ปรับแนวสายทาง ปรับขนาดเขตทางถนนโครงการ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้หนึ่งผู้ใดหรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ควรเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและประโยชน์สาธารณะ และไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ มีการปรับแก้ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในข้อ 43 การยกเว้นการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยซึ่งดำเนินการ โดยกรุงเทพมหานคร การเคหะแห่งชาติ หรือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยขอให้ปรับแก้ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยให้นำไประบุในที่ดินประเภทที่ต้องการจะยกเว้นการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยซึ่งดำเนินการ โดยกรุงเทพมหานคร การเคหะแห่งชาติ หรือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ในที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ก.1 และ ก.2 ในข้อ 35 และข้อ 36 ตามลำดับ

แตะเบรกมาตรการโอนสิทธิการพัฒนา
อีกหนึงประเด็นที่สำคัญที่ทางกรมโยธาฯ เสนอให้ยกเลิกไปก่อนคือ มาตรการปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมระหว่างแปลงที่ดิน หรือมาตรการโอนสิทธิการพัฒนา (Transfer of Development Rights: TDR) เหตุผลที่ขอให้ยกเลิกการกำหนดมาตรการดังกล่าว เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในทางกฎหมายและในทางปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ยังไม่มีบทบัญญัติชัดเจนในกรณีดังกล่าวจึงต้องตีความว่าการกำหนดมาตรการดังกล่าวเกินกว่าที่กฎหมายแม่บทให้อำนาจไว้หรือไม่
ขณะที่ สิทธิการพัฒนา (Development Rights) ยังไม่ได้กำหนดนิยามหรือรับรองไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถนำสิทธิดังกล่าว ไปซื้อ ขาย โอน หรือจดทะเบียนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงในส่วนของการทำสัญญาและการคุ้มครองคู่สัญญา เนื่องจาก สิทธิดังกล่าวยังไม่มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน จึงทำให้สัญญาอาจกลายเป็นโมฆะหรือบังคับใช้ไม่ได้จริง
นอกจากนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีระบบทะเบียนกลางสำหรับบันทึกสิทธิการพัฒนา แม้ว่าจะกำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้ออกเอกสารรับรองการโอนอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมและเก็บรักษาสำเนาเอกสาร ดังกล่าวไว้ แต่ยังขาดระบบการจดทะเบียนการโอนสิทธิและยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงทำให้ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องในการโอนได้ อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น การขายสิทธิซ้ำซ้อน เป็นต้น
รวมถึงตามข้อกำหนดข้อ 99 (2) ได้กำหนดให้มาตรการดังกล่าวกระทำได้เฉพาะ “อาคารประวัติศาสตร์หรืออาคารอันควรค่าแก่การอนุรักษ์” แม้ว่าจะกำหนดให้เป็นไปตามระเบียบที่กรุงเทพมหานครกำหนด แต่ในปัจจุบันก็ยังไม่มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน

ความเห็นของกรมโยธาธิการที่ให้แก้ไขร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครทั้ง 13 ประเด็น ทางสำนักวางผังและพัฒนาเมือง ได้ทำการปรับแก้ทั้ง 13 ประเด็น เสนอให้คณะกรรมการผังเมืองจังหวัด กรุงเทพมหานคร พิจารณาเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมอีก 38 ประเด็น ซึ่งเป็นประเด็นปลีกย่อยให้กรุงเทพมหานครพิจารณา แต่จะแก้หรือไม่แก้ก็ได้ เช่น เสนอให้ปรับปรุงการจัดประเภทที่ดินให้สอดคล้องกับมาตรฐานล่าสุด เช่น การรวมประเภทพาณิชยกรรมเข้ากับที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก หรือการกำหนดประเภทอุตสาหกรรมให้รวมคลังสินค้า การปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มเติมในบางพื้นที่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิของประชาชน การเพิ่มประเภทของสาธารณูปการ
รวมถึงข้อเสนอให้มีการกำหนดประเภทที่ดินที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำและป่าชายเลนอย่างชัดเจน และยังมีข้อเสนอให้ปรับเงื่อนไขการใช้ที่ดินในพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่ฟลัดเวย์หรือพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะการจัดสรรที่อยู่อาศัย ควรกำหนดขนาดแปลงและเงื่อนไขให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสี่ยงด้านน้ำท่วมและความปลอดภัยของประชาชน ขณะเดียวกัน การกำหนดเงื่อนไขการใช้ที่ดินในกรณีที่แปลงที่ดินอยู่ในหลายประเภท ควรมีความชัดเจนและคำนึงถึงสิทธิของเจ้าของที่ดินก่อนผังเมืองมีผลบังคับใช้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
ข้อเสนอแนะทั้ง 38 ประเด็น กรุงเทพมหานครนำมาพิจารณาและแก้ไขไปทั้งสิ้น 30 ประเด็น โดย 8 ประเด็นที่ไม่แก้ตามข้อเสนอแนะ เช่น การคงการจำแนกแยกประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมออกจากการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก คงการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยนชน์ที่ดินจากประเภทพาณิชยกรรม (สีแดง พ. 7) บริเวณถนนรัชาดาภิเศาและถนนอโศกมนตร เป็นประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (สีน้ำตาล ย. 15) คงคำนิยามคำว่า “การประกอบพาณิชยกรรม” การซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ” “อาคารอยู่อาศัยรวม” “คลังเก็บสินค้า “คลังขนส่งสินค้า” “พื้นที่สีเขียว” “ถนนสาธารณะ” คงมาตรการลดพื้นที่จอดรถยนต์ ได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าตามที่กำหนดในกฎหมายว่าดเวยการควบคุมอาคาร เป็นต้น
ยังเหลืออีกครึ่งทางสำหรับการจัดทำผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยมีด่านใหญ่อยู่ที่การปิดประกาศ 90 วัน เพื่อรับคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนด ซึ่งภาคประชาสังคม และอีกด่านสำคัญคือการพิจารณาของสภากรุงเทพมหานครเพื่อออกเป็นข้อบัญญัติ รวมถึงความเคลื่อนไหวของสภาองค์กรของผู้บริโภคที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) เนื่องจากเห็นว่าขั้นตอนการวางและจัดทำผังไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขัดต่อมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 และกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค จึงไม่แน่ใจนักว่าจะสามารถประกาศใช้ผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ภายในปี 2570 นี้ได้หรือไม่ต้องติดตาม






