ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา เทพารักษ์()

ลลิลฯ ส่ง ‘ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ’ เจาะดีมานด์โซนตะวันออก

กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกโดยเฉพาะทำเลบางนา–เทพารักษ์กำลังถูกยกระดับขึ้นเป็นพื้นที่ศูนย์กลางการเติบโตใหม่ของเมือง จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการขยายตัวของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี ความเจริญกำลังขยายตัวจากช่วงต้นของถนนเทพรัตน หรือถนนบางนา-ตราด เรื่อยไปกลายเป็น Gateway เชื่อมต่อกับภาคตะวันออก ซึ่งแน่นอนว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับคนในพื้นที่และคนในฝั่งอีอีซีจึงมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาโครงการทางฝั่งตะวันออกของกทม.มายาวนานกว่า 20 ปี ล่าสุดเปิดโครงการใหม่ “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์(2)” เพื่อรองรับ ดีมานด์ในพื้นที่ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้

“เหตุผลที่เราเลือกทำเลนี้ เพราะว่าเราเชี่ยวชาญพื้นที่บางนา–เทพารักษ์มาเป็นเวลานาน จากการพัฒนาโครงการอยู่ในละแวกนี้มาหลายสิบปีมีโครงการอยู่ในโซนนี้จำนวนมาก จึงเข้าใจทั้งลูกค้าและศักยภาพของทำเลเป็นอย่างดี ซึ่งเรามองว่าทำเลบางนา-เทพารักษ์มีศักยภาพสูงปัจจุบันได้รับการยกระดับให้เป็น Strategic Growth Hub จากการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคม ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีเหลือง และโครงการ LRT ในอนาคต รวมถึงถนนสายหลัก ทางด่วน และถนนวงแหวนที่เชื่อมโยงเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญได้อย่างสะดวก

ขณะเดียวกันยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของสนามบินสุวรรณภูมิ การมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน และการเชื่อมโยงกับพื้นที่ EEC ส่งผลให้พื้นที่นี้มีฐานของผู้อยู่อาศัยที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มพนักงานประจำ ผู้ประกอบการ และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบินและอีอีซี ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพทั้งในมิติของการอยู่อาศัยและการลงทุน” นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ กล่าว

ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บ้านเดี่ยว

โครงการลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์(2) พัฒนาบนพื้นที่ประมาณ 34 ไร่ มูลค่าโครงการราว 1,200 ล้านบาท จำนวนรวม 305 ยูนิต ซึ่งจัดเป็นโครงการขนาดกลางในตลาดแนวราบ โดยมีการผสมผสานสินค้าหลายประเภทอยู่ในโครงการเดียวกัน ได้แก่ บ้านเดี่ยว 42 ยูนิต บ้านแฝด 42 ยูนิต และทาวน์โฮม 221 ยูนิต เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน ตั้งแต่กลุ่ม First Home ไปจนถึงกลุ่มครอบครัวที่ต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัย

ขณะที่องค์ประกอบด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่แวดล้อมรอบโครงการถือว่าค่อนข้างครบ ทั้งศูนย์การค้าอย่าง เมกา บางนา มาร์เก็ต วิลเลจ โรบินสัน และบางกอกมอลล์ ห้างขนากใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ รวมถึงโรงพยาบาลและสถานศึกษาหลายแห่งในรัศมีไม่เกิน 20 กิโลเมตร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทำเลนี้พัฒนาไปสู่การเป็น “เมืองขนาดย่อม” ที่สามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใจกลางเมืองมากนัก

ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บ้านแฝด

ในส่วนของแนวคิดโครงการ ถูกพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Prestige Living” โดยนำรูปแบบสถาปัตยกรรม French Colonial มาใช้เป็นภาพลักษณ์หลักของโครงการ อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ดีไซน์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการผสานแนวคิด “Flexible Function Design” เข้าไปในตัวบ้าน ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย เช่น เป็นพื้นที่ทำงาน หรือพื้นที่กิจกรรมของครอบครัว

แบบบ้านมีความหลากหลาย ตั้งแต่บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ใช้สอยสูงสุดประมาณ 209 ตารางเมตร รองรับได้ถึง 5 ห้องนอน ไปจนถึงบ้านขนาดกลางและขนาดเล็กที่ยังคงฟังก์ชันพื้นฐานครบถ้วน เช่น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2 คัน ขณะที่ทาวน์โฮมถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการความคุ้มค่าและดูแลรักษาง่าย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในตลาดปัจจุบัน

ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ ทาวน์โฮม

อีกหนึ่งประเด็นที่เห็นได้ชัดในโครงการคือการนำแนวคิด Smart Living และ Sustainability เข้ามาใช้ เช่น การเตรียมระบบรองรับ EV Charger การออกแบบระบบระบายอากาศภายในบ้าน และการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งสะท้อนแนวโน้มของตลาดที่อยู่อาศัยที่เริ่มให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากขึ้น

“หัวใจสำคัญของการออกแบบบ้านในโครงการ คือการจัดสรรพื้นที่ให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งการทำงาน การอยู่อาศัยของครอบครัวขยาย และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงวัย พร้อมกันนี้ยังมีการผสานแนวคิด Smart Living ผ่านการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีและระบบต่างๆ อาทิ การรองรับ EV Charger ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ระบบระบายอากาศภายในบ้าน รวมถึงองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของเมืองและพฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคตด้วยการผสานระหว่างดีไซน์ ฟังก์ชั่น และการวางแผนพื้นที่ใช้สอยอย่างรอบด้าน

ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ ทาวน์โฮม

โครงการจึงสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างครบถ้วนในทุกมิติ พร้อมรองรับกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ First Home ไปจนถึงกลุ่ม Upgrader และครอบครัวที่มองหาที่อยู่อาศัยในทำเลศักยภาพ ในราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาทกว่าๆไปจนถึง 4 ล้านบาทสำหรับทาวน์โฮม และ 4-8 ล้านบาทสำหรับบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว โดยอาศัยจุดแข็งจากการรวมกันของทำเล คุณภาพการพัฒนา และฟังก์ชันที่ออกแบบจากความเข้าใจผู้บริโภค ทำให้โครงการสามารถตอบรับกำลังซื้อในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายชูรัชฏ์กล่าว

ด้วยศักยภาพของทำเล Strategic Growth Hub กับประสบการณ์การพัฒนาโครงการบนทำเลนี้มากกว่า 2 ทศวรรษของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ทำให้โครงการ ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์(2) เป็นหนึ่งในโครงการที่จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าตั้งแต่กลุ่มเริ่มสร้างตัวไปจนถึงครอบครัวขยาย ในระดับราคาที่เข้าถึงได้และคุ้มค่า ได้เป็นอย่างดี

ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ ทาวน์โฮม

“เชื่อว่า โครงการนี้จะเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของย่านบางนา-เทพารักษ์ และสะท้อนแนวคิดของบริษัทในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าในระยะยาว ทั้งในด้านการอยู่อาศัยและศักยภาพของทำเล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภคในปัจจุบัน “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา–เทพารักษ์(2)” จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยยุคใหม่ ที่ผสานทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และศักยภาพของทำเลเข้าด้วยกันอย่างสมดุล พร้อมตอกย้ำแนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตและมูลค่าในอนาคตให้กับผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ” นายชูรัชฏ์ กล่าวทิ้งท้าย