ซีคอน บริษัทรับสร้างบ้านรายใหญ่ในตลาดขยับตัวอีกครั้งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงแปรปรวนไร้ซึ่งความแน่นอน เป็นการขยับตัวที่มองไปถึงการวางรากฐานใหม่ในระยะยาวในวันที่ตลาดเริ่มแปรเปลี่ยนไป ภายใต้แนวคิด “SEACON Infinite Progress ความก้าวหน้า ไม่มีที่สิ้นสุด”
มองย้อนกลับไปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจรับสร้างบ้านต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัว ในปี 2567 ตลาดรับสร้างบ้านโดยรวมมีมูลค่าสูงถึง 211,200 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านลดลงเหลือ 190,134 ล้านบาท หรือลดลงไปประมาณ 10% ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์โลก สงครามการค้า ไปจนถึงมาตรการความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร

“สำหรับปี 2569 ในช่วง 2 เดือนแรกสัญญาณก็ยังไม่ค่อยดีคล้ายๆ ปลายปี 2567 แม้จะมีการมองกันว่าเศรษฐกิจถึงจุดต่ำสุดและถึงเวลาที่จะเริ่มกลับขึ้นมาแล้ว แต่ด้วยคาแรกเตอร์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัวได้ช้ากว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม เราจึงต้องวางกลยุทธ์รองรับ พร้อมกับการออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจในขณะนี้” นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด กล่าว
ในปี 2569 ซีคอนตั้งเป้ายอดจองสร้างบ้านเอาไว้ที่ 1,400 ล้านบาท หลังจากปี 2568 พลาดเป้าทำได้ 1,200 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปี 2567 ที่มียอดจอง 1,500 ล้านบาท ประมาณ 20% ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย สำหรับปีนี้ ซีคอน ได้วางกลยุทธ์ที่จะนำพาไปสู่เป้าหมายทั้งในระยะสั้นและยาวด้วยกัน 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1.การทำตลาดโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ควบคู่ไปกับ 2.การพัฒนาแบบบ้านซีรีย์ใหม่ และ3.การขยายตลาดภูมิภาค
กรรมการผู้จัดการ ซีคอน มองว่า การตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้นในขณะที่ตลาดยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่เป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้ทีมงาน และความเชื่อมั่นในศักยภาพของแบบบ้านซีรีส์ใหม่ที่จะเข้าไปตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการจริง (Real Demand) ได้อย่างแม่นยำ จากตัวเลขการขายในปี 2568 เห็นว่า กลุ่มลูกค้าระดับกลางมีสัดส่วนที่สูงขึ้น บริษัทจึงได้ออกแบบบ้านซีรีส์ใหม่เพื่อขยายฐานตลาดลูกค้าในกลุ่มนี้ให้กว้างขึ้น

“จากโครงสร้างยอดจองของบริษัทในปี 2568 แสดงให้เห็นว่าบ้านครอบครัวขนาดกลางระดับราคา 4.6-7.9 ล้านบาท พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 200-350 ตารางเมตร มีสัดส่วนสูงสุด ตามมาด้วยบ้านครอบครัวขนาดใหญ่ระดับราคา 8.0-50 ล้านบาท ขึ้นไป และบ้านครอบครัวขนาดเล็ก ระดับราคา 1.65-4.50 ล้านบาท ที่สำคัญ 40% ของยอดจองสร้างบ้าน 1,200 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา มาจากแบบบ้าน Your Home ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มกลาง-ล่าง ในราคาเริ่มต้น 1-2 ล้านบาท (สำหรับบแบบบ้าน Your Home ซีรีย์ 1 ที่เปิดตัวไปในช่วงปีไตรมาสสุดท้ายปี 2567) ทำให้ยังมั่นใจ Real Demand ของตลาดในเซ็กเมนต์นี้ ในปี 2569 จึงขยายแนวคิดมาเป็นแบบบ้านซีรีส์ใหม่ชื่อว่า FLOW” นายมนู
แบบบ้านใหม่ “FLOW Series” ซึ่งเป็น “Expansion House” หรือบ้านที่สามารถขยายได้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความจำกัดด้านงบประมาณในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง แต่ยังต้องการบ้านที่มีโครงสร้างมั่นคงและได้มาตรฐานรองรับการต่อเติมเสริมแต่งในอนาคต ภายใต้คอนเซปต์ The Perfect Flow ทั้งในเรื่องของ Air & Function Flow ด้วยการออกแบบแปลนบ้านที่เชื่อมโยงกันอย่างลงตัว เปิดรับลม และแสงธรรมชาติ ให้ทุกการใช้งานไหลลื่นไม่มีสะดุด

Growth Flow การออกแบบที่สร้างสรรค์พื้นที่ให้ “เปิดโล่ง” บริเวณชั้นล่างเผื่อการปรับฟังก์ชันในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นมุมทำงานใหม่ ห้องสำหรับสมาชิกตัวน้อย หรือพื้นที่สำหรับกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ โดยทางซีคอนมั่นใจว่าแบบบ้านซีรีส์ใหม่ “FLOW” พร้อมจะ Flow ไปกับ Journey ชีวิตของลูกค้าจากน้อยไปมากได้อย่างสมบูรณ์แบบตอบโจทย์การอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างลงตัว
“แบบบ้าน FLOW Series มาจากการทำตลาดที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) เป็นการออกแบบบ้านภายใต้บริบทของเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังไม่ดี เราต้องการพัฒนาแบบบ้านสำหรับคนที่อยากมีบ้านจริงๆ แต่ยังเอื้อมไม่ถึง ให้ลูกค้าสามารถมีบ้านได้แล้วค่อยไปต่อเติ่มเพิ่มทีหลังซึ่งจะทำให้เงินในกระเป๋าของลูกค้า Flow ขึ้น เพราะแบบบ้าน FLOW Series จะมีราคาที่ถูกกว่าแบบบ้านทั่วๆ ไป ในพื้นที่ใช้สอยเท่ากันอยู่ที่ประมาณ 10-15% นอกจากนี้ ยังได้ต่อยอดการพัฒนาแบบบ้าน Your Home Series ใหม่กับบ้านขนาดใหญ่ที่คุ้มค่า ทั้งในด้านราคา ฟังก์ชั่นการใช้งาน” นายมนูกล่าว

แบบบ้าน FLOW Series จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ Customer-Centric ที่ซีคอนมุ่งเน้นความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และออกแบบบ้านและบริการ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า เชื่อมโยงกับการบริหาร Customer Experience Management หรือ CXM ซึ่งเน้นสร้างความสบายใจให้ลูกค้าตลอด Customer Journey ตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรกจนถึงการส่งมอบบ้าน พร้อมอัพเดตความคืบหน้าโครงการแบบเรียลไทม์
นายมนู ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างบ้านถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญของชีวิต ดังนั้น ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญต่อประเด็นความโปร่งใส การก่อสร้างที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และประสบการณ์ของบริษัทรับสร้างบ้านตลอดทั้งกระบวนการ ซีคอนจึงได้พัฒนาบริการในรูปแบบ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การเฟ้นหาที่ดินศักยภาพที่ตอบโจทย์ การออกแบบที่พิเศษแบบเฉพาะบุคคล การดำเนินการขออนุญาตปลูกสร้าง การสนับสนุนด้านสินเชื่อ ไปจนถึงการรับประกันหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในทุกขั้นตอน
ในระยะต่อไป ซีคอน กำลังก้าวไปอีกขั้น เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณที่อาจจะทำให้ตลาดรับสร้างบ้านไม่สามารถขยายตัวได้เท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชากรเกิดใหม่ที่ลดน้อยลง ตลาดในกรุงเทพฯและปริมณฑลขยายตัวได้อย่างจำกัด การเติบโตในอนาคตจึงต้องเปลี่ยนทิศทางจากการกระจุกตัวในเมืองหลวงสู่พื้นที่ภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน

ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ซีคอนได้เริ่มทดลองตลาดผ่านสื่อออนไลน์มีเป้าหมายอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของ อีอีซี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มี GDP สูงและมีการลงทุนจากต่างชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และนิคมอุตสาหกรรมใหม่ๆ ปรากฏว่าได้ยอดจองบ้านเข้ามาหลัก 50 ล้านบาท จึงตัดสินใจเปิดสาขาแรกที่ชลบุรีในชาวงกลางปีนี้ เพื่อครอบคลุมตลาดภาคตะวันออกทั้งหมด ส่วนเป้าหมายการขยายสาขาต่อไปจะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีปริมาณความต้องการสร้างบ้านสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ส่วนอีกหนึ่งแนวทางที่ซีคอนจะขยายตลาดเพิ่มเติมในอนาคต คือ การออกโปรดักต์ไลน์ใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดน่าจะเห็นเป็นรูปธรรมได้ในช่วงกลางปีนี้
การขยับตัวของซีคอนในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการหาทางรอดท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจ แต่คือการวางรากฐานสำคัญสำหรับก้าวต่อไปสู่การเป็น SEACON Infinite Progress ความก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุดอย่างแท้จริง





