ผ่อนคลายมาตรการ LTV

ธปท.เตรียมขยายมาตรการผ่อนคลายสินเชื่อบ้าน

ผู้ว่าแบงก์ชาติเผยอยู่ระหว่างพิจารณาคลายมาตรการผ่อนคลาย LTV

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิเผยว่า ปี 2569 เป็นปีที่เศรษฐกิจอาจจะไม่ดีมากนัก ต้องยอมรับว่าอาจจะเป็นปีที่เศรษฐกิจเติบโตค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับปีปกติ ซึ่งอาจจะต่ำที่สุดในรอบหลาย 10 ปีที่ผ่านมาถ้าไม่นับช่วงโควิด ธปท.ได้ใช้นโยบายการเงินเข้าไปดูแลแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ แต่ด้วยปัญหาเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปัญหาที่สามารถลดดอกเบี้ยนโยบายแล้วแก้ปัญหาได้เลย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

“ที่ผ่านมาเราลดดอกเบี้ยนโยบายไป 5 ครั้ง 1.25% ตอนนี้ดอกเบี้ยนโยบายเราอยู่ ที่ 1.25% หลายคนก็อยากให้ลดต่อ และยังมี room ที่จะลดต่อได้ แต่ต้องยอมรับว่าการลดดอกเบี้ยไป 5 ครั้ง ส่งผลต่อการ เติบโตของ GDP ไม่มากนักเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องของลดดอกเบี้ยแล้วกระตุ้นดีมานด์ แต่มันเป็นปัญหาเรื่องโครงสร้าง ปัญหาเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มีปัญหาเรื่อง Productivity มี ปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือน มีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ ธปท.จึงต้องปรับเปลี่ยนโดยใช้นโยบายการเงิน เครื่องมือทางการ เงินก็คือ ดอกเบี้ยนโยบายควบคู่กับการออกมาตรการ หรือการเข้าไปการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในประเด็นนั้นๆ” นายวิทัยกล่าว

สำหรับในภาคอสังหาริมทรัพย์ก็มีปัญหาเชิงโครงสร้างจากซัพพลายที่มากเกินไปในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินค้าในราคา 1-3 ล้านบาท ขณะที่ความต้องการซื้อลดลงทั้งกำลังซื้อภายในประเทศที่ต้องเจอกับปัญหาเศรษฐกิจ และกำลังซื้อจากต่างระเทศที่หายไปในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภครุ่นใหม่ก็เปลี่ยนจากการซื้อมาเป็นการเช่ามากขึ้น เครื่องมือที่ธปท.ใช้ประบประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมาคือ มาตรการผ่อนคลายสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) และดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งการผ่อนคลายมาตรการ LTV จะครบกำหนดเดือนมิถุนายนนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา และมีแนวโน้มที่ ธปท.จะสามารถขยายมาตรการผ่อนคลายออกไปได้

สำหรับ LTV ที่ธปท. ออกมาตรการผ่อนคลายมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ได้แก่ กรณีที่ 1 บ้านหลังแรกที่เกิน 10 ล้านบาท และบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 ทุกระดับราคา ธปท.ผ่อนกณฑ์ทำให้ปล่อยกู้ได้ 100% ของราคาบ้าน แต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าหลักๆ ของธุรกิจ บ้านที่ซื้อขายคือ บ้านหลังแรกต่ำกว่า 10 ล้านบาท มีสัดส่วนประมาณ 85% ซึ่งมาตรการไม่ได้ช่วยในส่วนนี้ ส่วนที่ธปท.ผ่อนคลายให้คือ บ้านหลังแรกที่เกิน 10 ล้านบาท และบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 ทุกระดับราคามีสัดส่วนประมาณ 15-20% ตั้งแต่พฤษภาคมปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนนี้มีมูลค่าเติบโตขึ้นประมาณ 20%

“ต้องยอมรับว่าส่วนที่เป็น 85% นั้นติดลบทำให้ภาพรวมยังติดลบอยู่ ส่วนที่ช่วยผ่อนคลายให้มีมูลค่าโตขึ้น 20% ผมคิดว่ามันก็มีความเหมาะสมที่จะพิจารณาขยายต่อ ซึ่งหน่วยงานอยู่ระหว่างการดำเนินการเพราะต้องผ่านคณะกรรมการหลายชุด” นายวิทัยกล่าว