ไตรเตชะ ประทีป ตั้งมติธรรม

4 Key Success เปิดแล้วปัง! ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39

ในยุคสมัยที่ตลาดคอนโดมิเนียมไม่ได้เฟื่องฟูเหมือนก่อน การขายคอนโดต้องใช้เวลายาวนานขึ้นไม่เหมือนยุครุ่งเรื่องที่เปิดขายปุ๊บก็ปิดขายปั๊บ เพราะมีลูกค้าหลายกลุ่มช่วยรุมกันซื้อ ทั้ง Real Demand หรือผู้ซื้อที่ต้องการอยู่อาศัยจริงๆ นักลงทุน นักเก็งกำไร และชาวต่างชาติ แต่ปัจจุบันแทบจะเหลือแค่ Real Demand เพียวๆ และต้องเป็น Real Demand ที่ยังมีกำลังซื้อที่แข็งแรงพอ ไม่เช่นนั้นก็จะกู้ไม่ผ่าน ทำให้การเปิด Pre-Sales ในปัจจุบันถ้าขายได้ถึง 30% ก็ดีใจหาย ส่วนที่เหลือก็ขายกันแบบยาวๆ 1-2 ปี หรืออาจจะถึง 3 ปี จึงจะปิดโครงการได้

ล่าสุด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้สร้างปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีความท้าทายเป็นอย่างสูงกับการ Sold Out โครงการคอนโดมิเนียมระดับ Luxury ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39 ในรอบ Pre-Sales เมื่อวันที่ 30-31 สิงหาคม 2568 โดยการปิดการขายห้องชุดจำนวน 192 ยูนิต แบบ 100% กวาดยอดขายไปกว่า 2,100 ล้านบาท

ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท

“ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงการตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในโครงการ ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39 ที่พัฒนาด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งจากการคัดสรรทำเล Super Prime Location ใจกลางสุขุมวิท ไปจนถึงการออกแบบสถาปัตยกรรม และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด นำไปสู่การ Sold Out ห้องพักอาศัยทั้ง 192 ยูนิตภายในวันเปิดขายรอบ Pre-Sales พร้อมยอดขายรวมกว่า 2,100 ล้านบาท” นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าว

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการทำงานอย่างหนักในทุกๆ ด้านของศุภาลัย และนี่คือ 4 Key Success Factors ที่ทำให้ ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39 สามารถ Sold Out ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

Supalai Elite Sukhumvit

1.ทำเลที่ตั้งบน Super Prime Location
สุขุมวิท 39 หรือซอย พร้อมพงษ์ คือทำเลในตำนานของ ศุภาลัย ที่รู้ตื้น ลึก หนา บาง เป็นอย่างดี เพราะคอนโดโครงการแรกของศุภาลัยก็ปักหมุดลงบนทำเลนี้มาตั้งแต่ปี 2537 ชื่อว่า “ศุภาลัย เพลส สุขุมวิท 39” (สร้างเสร็จในปี 2537) เป็นคอนโดที่ผู้บริหารหลายคนของศุภาลัยก็เคยอยู่ที่นี่มาก่อน และในปี 2560 ศุภาลัยก็เปิดขายบิ๊กโปรเจ็กต์บนทำเลสุขุมวิท 39 เพิ่มอีก 1 โครงการ ชื่อว่า ศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท 39 เป็นโครงการขนาดใหญ่พื้นที่แสนกว่าตารางเมตร สร้างเสร็จในปี 2563 จนมาถึงโครงการล่าสุด ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39 ก็ยังอยู่ในทำเลใกล้ๆ กับ 2 โครงการแรก

ทำเลนี้จึงเปรียบเสมือนรากฐานของความเชื่อมั่นและความผูกพันระหว่างศุภาลัยกับพื้นที่ศักยภาพใจกลางเมือง ที่สะท้อนผ่านความตั้งใจในการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมเพื่อคนเมืองมาอย่างต่อเนื่อง

ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท

พร้อมพงษ์ ทำเลอยู่อาศัยใจกลางเมือง
สุขุมวิทซอย 39 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อซอยพร้อมพงษ์เป็นทำเลอยู่อาศัยใจกลางเมืองที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นซอยที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิท (ซอย 39) และถนนเพชรบุรีตัดใหม่ (ซอย 38/1) อยู่ระหว่างทองหล่อ-เอกมัยกับอโศก ปากซอยฝั่งสุขุมวิทอยู่ใกล้ห้างดังอย่างเอ็มควอเทียร์และเอ็มโพเรียม รวมถึงรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ ซึ่งช่วยยกระดับศักยภาพที่ดินในย่านนี้ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ส่วนในซอยแม้จะมีช่วงที่ต้องเดินรถทางเดียว แต่สำหรับโครงการศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39 ตั้งอยู่ในจุดที่ยังสามารถวิ่งรถได้ 2 ทาง เพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าและออกทั้งฝั่งสุขุมวิทและเพชรบุรีตัดใหม่

นอกจากนี้ สุขุมวิท 39 ยังเพรียบพร้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันไม่วาจะเป็น ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ ซูปเปอร์มาร์เก็ต ทั้ง Tops Food Hall และ UFM Fuji Super ก็ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ มีโรงพยาบาลใหญ่ทั้งโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โรงพยาบาลกรุงเทพ และยังมีสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นสาธิตประสานมิตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร รวมถึงโรงเรียนนานาชาติอีกหลายแห่งในพื้นที่รายรอบโครงการ ปากซอยฝั่งสุขุมวิทยังมี The Em District ทั้งเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ รองรับไลฟ์สไตล์วิถีคนเมืองอย่างไร้ขีดจำกัด

ถึงแม้ที่ตั้งโครงการจะอยู่ช่วงท้ายซอยใกล้กับฝั่งถนนเพชรบุรีมากกว่า แต่ศุภาลัยก็หยิบเอาจุดแข็งในแง่ของการเข้าถึงโครงข่ายคมนาคมต่างๆ มาเป็นจุดขาย เพราะถือว่าสะดวกกว่าไม่ว่าจะขับรถส่วนตัวหรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะก็ถือว่าคล่องตัวทั้งการเชื่อมต่อถนนสายหลัก ขณะเดียวกันยังเชื่อมต่อระบบคมนาคมเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่าน BTS พร้อมพงษ์ MRT เพชรบุรี Airport Rail Link มักกะสัน ท่าเรือคลองแสนแสบ และทางด่วนด่านเพชรบุรี ด่านอโศก ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนถึงความพร้อมของทำเลในการรองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกและคล่องตัวอย่างสูงสุด

ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท

อะไร? ทำให้พร้อมพงษ์ดีกว่าทองหล่อ
“โดยส่วนตัวผมมองว่า สุขุมวิท 39 เป็นทำเลที่ดีกว่าทองหล่อ เพราะตั้งอยู่ในจุดที่ใกล้กับอโศก (ซึ่งเป็น Interchange ของรถไฟฟ้า BTS และ MRT) มากกว่า ทำให้สุขุมวิท 39 ได้เปรียบเรื่องของความสะดวกในการเดินทางมากกว่า ส่วนคนที่เลือกอยู่ย่านทองหล่อ ส่วนใหญ่จะชอบไลฟ์สไตล์แบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ มีร้านอาหาร ผับ บาร์ หรือลานกิจกรรมต่างๆ ที่คึกคักมากกว่า ขณะที่สุขุมวิท 39 แม้จะไม่ได้มีสิ่งเหล่านี้อยู่ภายในซอย แต่ก็อยู่ไม่ไกลกันนักขับรถเพียง 5 นาทีก็ถึงทองหล่อแล้ว

อีกข้อได้เปรียบคือบรรยากาศของสุขุมวิท 39 ไม่วุ่นวาย มีบรรยากาศสงบเหมาะสำหรับการพักอาศัยมากกว่า เดินไปร้านอาหารก็สะดวก และมีร้านดีๆ อยู่เยอะ เหมาะมากกับคนที่ชอบซื้อของสดหรือของกินจากซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน เพราะมีให้เลือกหลายแห่ง เช่น UFM Fuji Super ที่มีสินค้าญี่ปุ่นครบถ้วนมาก รวมถึงมี Tops Food Hall อยู่ในละแวกเดียวกันกับโครงการ” นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย ให้ความเห็นจากประสบการณ์ตรงส่วนตัว

“นอกจากนี้ ยังมีจุดเล็กๆ ที่จะทำให้โครงการนี้มีความน่าอยู่มากขึ้น ก็คือ ที่ดินที่ตั้งโครงการนอกจากจะอยู่ในจุดที่เดินรถได้ 2 ทางดังที่กล่าวไปแล้ว ยังอยู่ในตำแหน่งหัวมุมซึ่งมีข้อได้เปรียบมากกว่าที่ดินภายในซอย เพราะจะไม่มีอาคารอื่นๆ ติดกันโดยตรง ทำให้ได้มุมมองที่โปร่ง โล่ง ลมผ่านได้ดี และโดยรวมแล้วดูมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่เรามั่นใจในศักยภาพของทำเลสุขุมวิท 39 และเห็นว่าเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะกับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยมในกรุงเทพฯมากที่สุด” นายประทีปกล่าวปิดท้าย

ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท ราคาคอนโด สุขุมวิท

“ย่านพร้อมพงษ์จัดอยู่ในโซน Mid-Sukhumvit ซึ่งถือเป็น Super Prime Location แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ทั้งในแง่ของศักยภาพการใช้ชีวิตและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ถ้าแยกออกมาเป็นกลุ่มราคาของ Mid-Sukhumvit แล้วจะพบว่า คอนโดที่อยู่บนถนนสุขุมวิทจะมีราคาสูงสุดที่ 3 แสนบาท/ตร.ม. รองลงมาเป็นโซนทองหล่อ ราคา 2-3 แสนบาท/ตร.ม. ขณะที่พร้อมพงษ์และเอกมัยราคาอยู่ใกล้ๆ กันที่ 1.5-2.5 แสนบาท ส่วนสุขุมวิท-พระราม 4 ราคาอยู่ที่ 1-2 แสนบาท/ตร.ม. และโซนเพชรบุรีตัดใหม่-ใกล้ทางด่วน ราคาอยู่ที่ 1.5 แสนบาท/ตร.ม. จะเห็นได้ชัดว่า พร้อมพงษ์มีความได้เปรียบในการเข้าถึงระบบขนส่งได้ดีกว่า เพราะอยู่ใกล้ทั้ง BTS และ MRT และสามารถขึ้น-ลงทางด่วนบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ได้สะดวกกว่าในราคาที่ไม่พีคเหมือนคอนโดบนถนนสุขุมวิทหรือทองหล่อ ถือเป็น Best Value ในทำเลที่กลางเมืองที่สุดแห่งหนึ่งก็ว่าได้” คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย ขยายความเพิ่มเติม

2.Product ตอบโจทย์ความต้องการ
อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ศุภาลัยอยู่ในทำเลนี้มายาวนานและโครงการที่เปิดไปก่อนหน้า ศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท 39 ทำให้สามารถอัพเดตความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี สำหรับโครงการศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39 เป็นคอนโดมิเนียมสูง 25 ชั้น 1 อาคาร มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท มีจำนวนเพียง 192 ยูนิต มีเฉพาะยูนิตพักอาศัยขนาดใหญ่ 2-3 ห้องนอน ขนาด 56.5-127.5 ตร.ม. และ 2-3 ห้องนอน แบบดูเพล็กซ์ ขนาด 82.5-150.5 ตร.ม. ศุภาลัยเลือกที่จะให้น้ำหนักกับห้อง 3 ห้องนอน เป็นสินค้าหลักของโครงการมีสัดส่วนมากกว่า 70% โดยไม่มียูนิต 1 ห้องนอนเลยแม้แต่ยูนิตเดียว และสามารถขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว ถือเป็นการทำการบ้านเชิงลึกได้อย่างแม่นยำของศุภาลัย ที่เลือกออกสินค้าที่เป็น Rare Item ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในย่านนี้ทั้งคนไทย คนต่างชาติ ด้วยจำนวนซัพพลายที่มีอยู่น้อยและมีความต้องการในตลาดสูงทำให้ได้รับการตอบรับที่ดี

ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท

ห้อง 3 ห้องนอน ซัพพลายน้อยดีมานด์แรง
คุณไตรเตชะ อธิบายว่า ซัพพลายคอนโดในโซน Mid-Sukhumvit ช่วงปี 2560-2564 มีการเปิดตัวโครงการเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในทำเลทองหล่อ แต่หลังจากนั้นหรือในช่วงปี 2565-2568 มีโครงการเปิดใหม่น้อยลงอย่างชัดเจน โดยในส่วนของทำเลพร้อมพงษ์ต้องบอกว่ามีซัพพลายเหลืออยู่น้อยมากการแข่งขันจึงมีไม่มากเมื่อเทียบกับโซนอื่นบนทำเลสุขุมวิท ถ้าโฟกัสเฉพาะคอนโดในซอยสุขุมวิท 39 ระดับราคาไม่เกิน 1.5 แสนบาท/ตร.ม. ที่สามารถเข้า-ออกทั้งสุขุมวิทและเพชรบุรีได้สะดวกในเวลานี้ก็จะมีแต่โครงการศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39 เพียงโครงการเดียว และการเปิดโครงการในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาประมาณ 4,000 ยูนิตที่อยู่ในพื้นที่สุขุมวิท 39 พบว่า 70-80% เป็นห้องขนาด 1 ห้องนอน ส่วนขนาด 2 ห้องนอนมีอยู่บ้าง และห้องขนาด 3 ห้องนอนขึ้นไปต้องบอกว่ามีน้อยมาก

แม้ว่ายอดขายของห้องขนาด 1 ห้องนอนจะทำได้มากถึง 80% แต่ก็ไม่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าครอบครัวที่มีอยู่มากในย่านนี้ ขณะที่ห้องขนาด 2 ห้องนอนขายได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วน 3 ห้องนอนขึ้นไปต้องบอกว่าได้ถูกดูดซับไปหมดแล้ว ถ้าสามารถทำสินค้า 3-4 ห้องนอนได้ก็สามารถจะตอบโจทย์ความต้องการที่หายไปในทำเลนี้ได้ดีกว่า เป็นเหตุผลให้โครงการศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39 มีห้องขนาด 3 ห้องนอนขึ้นไปมากถึง 74% และเป็นแบบ 2 ห้องนอน 26% ไม่มีห้องแบบ 1 ห้องนอนเลยแม้แต่ยูนิตเดียว เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มครอบครัวคนเมืองที่ต้องการห้องไซส์ใหญ่ซึ่งไม่มีเหลืออยู่ในตลาดเลย และก็ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดีจากการเปิดจองในรอบ VVIP มียอดขายไปแล้ว 500 ล้านบาท หรือเกือบๆ 1 ใน 4 ของมูลค่าโครงการ ก่อนจะมา Sold Out ทั้งโครงการในรอบ Pre-Sales

ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท

3.ตั้งราคาคุ้มค่าทั้งอยู่อาศัยและลงทุน
ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของศุภาลัยในการเปิดราคาขายได้ต่ำกว่าราคาตลาด เริ่มต้นจากการซื้อที่ดินในราคาที่เหมาะสม จากก่อนหน้านี้ที่ดินแปลงที่นำมาพัฒนาโครงการเคยถูกเสนอขายในราคาเกินหลักล้านต่อตารางวา แต่ศุภาลัยใช้ความอดทนในการเฝ้ารอราคาที่เหมาะสมจนสามารถซื้อมาได้ในราคา 7 แสนบาทต่อตารางวา ทำให้สามารถส่งต่อราคาที่ดีให้กับลูกค้าได้

โครงการศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39 เปิดราคาเริ่มต้นที่ 6.3 ล้านบาท สูงสุด 27 ล้านบาท มีราคาเฉลี่ย 1.2 แสนบาท/ตร.ม. ซึ่งเป็นราคาเดียวกับศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท 39 ที่เปิดขายไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดคอนโดในย่านพร้อมพงษ์ที่ราคาขายจะอยู่ที่ 1.5-2.5 แสนบาท เนื่องจากการได้ที่ดินมาในราคาที่เหมาะสม และค่าก่อสร้างที่ไม่ได้ปรับราคาขึ้น จึงสามารถส่งมอบคุณภาพชีวิตระดับ Luxury ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ Capital Gain มีโอกาสที่จะปรับขึ้นต่อเนื่องจากราคาที่ต่ำกว่าตลาด และสินค้าที่มีอยู่อย่างจำกัดในขณะที่ความต้องการยังมีอยู่สูง เช่นเดียวกับ Rental Yield หรือผลตอบแทนจากการเช่าที่มีแนวโน้มที่ดี เพราะอยู่ในทำเลกลางเมืองที่เหมาะกับการพักอาศัย ใกล้แหล่งงานขนาดใหญ่ ศูนย์การค้า และสถานศึกษา ขณะที่ยูนิตในโครงการมีอยู่เพียง 192 ยูนิต จึงเป็นโครงการที่มีความเป็นส่วนตัวสูง และให้ที่จอดรถมาเกินกว่าจำนวนห้องที่ 108% จึงหมดห่วงเรื่องการหาที่จอดรถซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของคอนโดในเมืองชั้นใน โดยห้อง 3 ห้องนอนในย่านนี้สามารถปล่อยเช่าได้ตั้งแต่ 7-9 หมื่นบาท อัตราผลตอบแทนจากการเช่าจึงสามารถทำได้ที่ประมาณ 7%+-

ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท

4.ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ศุภาลัย
ด้วยประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยยาวนานถึง 36 ปี ผ่านการพัฒนาโครงการหลากหลายรูปแบบทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน โรงแรม มีความแข็งแกร่งด้านการเงินในระดับท็อปของตลาด และที่สำคัญคือความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholder) ทำให้ในแต่ละปีศุภาลัยมียอดขายและรายได้อยู่ในระดับท็อป 5 ของตลาดมาอย่างต่อเนื่องจากความเชื่อมั่นในแบรนด์ของศุภาลัย

สำหรับโครงการศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39 ยังให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน และให้ความมั่นใจในมาตรฐานการก่อสร้าง ตัวอาคารได้รับการออกแบบให้รองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ตามกฎหมายใหม่(กฎกระทรวงฯ ปี 2564) และเป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรม(มยผ.1301/1302) ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่มาพร้อมการรับประกันโครงสร้างนาน 10 ปี จากที่กฎหมายกำหนดไว้เพียง 5 ปี และรับประกันส่วนควบห้องชุดพักอาศัย 3 ปี จากที่กฎหมายกำหนดไว้ 2 ปี ซึ่งถือเป็นการยกระดับการรับประกันที่ให้ความคุ้มครองได้อย่างครอบคลุมและยาวนานกว่าโครงการทั่วๆ ไป

Supalai Elite Sukhumvit

ปรากฏการณ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของโครงการเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญและความเป็นมืออาชีพของศุภาลัยในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ด้วยประสบการณ์ยาวนานในตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาตลาดคอนโดมิเนียมอย่างลึกซึ้ง พร้อมทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าในเซ็กเมนต์พรีเมียม พร้อมส่งมอบคอนโดมิเนียมที่ผสมผสานคุณภาพที่จับต้องได้เข้ากับดีไซน์ที่คิดมาอย่างลึกซึ้ง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาความสมบูรณ์แบบทั้งในวันนี้ และความมั่นคงในระยะยาว

“ความสำเร็จในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของศุภาลัย ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงท้าทาย แต่บริษัทฯ ยังคงได้รับการตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งในแง่ยอดขายและภาพลักษณ์แบรนด์ใน ตลาดบน และในครึ่งปีหลังนี้ ศุภาลัยยังเตรียมเดินหน้าเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มเติมในทำเลศักยภาพ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบคุณภาพชีวิตเหนือระดับ และตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่หลากหลาย พร้อมยกระดับการพัฒนาสินค้าและบริการที่ครบครันในทุกมิติ” นายไตรเตชะ กล่าวปิดท้าย