fbpx

สงครามรัสเซีย-ยูเครนดันราคาวัสดุก่อสร้างขึ้นยกแผง ต้นทุนก่อสร้างบ้านขยับแล้ว 5.3%

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับขึ้น 5.3% หลังต้นทุนวัสดุที่ปรับขึ้นยกแผงจากวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ดันราคาเหล็กพุ่ง 35% ขณะที่ราคาบ้าน-คอนโด เริ่มขยับตาม

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ราคาวัสดุก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นเกือบทุกรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กเพิ่มขึ้นมากถึงประมาณร้อยละ 35.0 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซีย และยูเครน ส่งผลทำให้ราคาน้ำมัน และราคาวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ เนื่องจากยูเครนและรัสเซียเป็นแหล่งวัตถุดิบเหล็กแหล่งใหญ่ของโลก โดยสินค้าเหล็กจากทั้งรัสเซียและยูเครนมีส่วนแบ่งตลาดราวร้อยละ 14 ของการส่งออกสินค้าเหล็กทั่วโลก และรัสเซียเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเหล็กมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีน และญี่ปุ่น ในขณะที่ยูเครนเป็นประเทศส่งออกสินค้าเหล็กอันดับ 8 ของโลก

การเกิดสงครามระหว่าง 2 ประเทศนี้จึงส่งผลต่อราคาสินค้าเหล็กเป็นอย่างมาก เพราะต้องสูญเสียแหล่งกำลังการผลิตเหล็กไป ทำให้สินค้าเหล็กขาดแคลน และปรับราคาสูงขึ้นในท้องตลาด ส่วนหมวดแรงงานยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เมื่อพิจารณาจำแนกต้นทุนของงานก่อสร้างในแต่ละหมวดจะพบว่า

1.หมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ

งานวิศวกรรมโครงสร้าง มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.0 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 โดยมีสัดส่วนร้อยละ 28.9 ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ

งานสถาปัตยกรรม มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 โดยมีสัดส่วนร้อยละ 64.5 ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ

งานระบบสุขาภิบาล มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 โดยมีสัดส่วนร้อยละ 2.9 ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ

งานระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 โดยมีสัดส่วนร้อยละ 3.7 ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ

2.หมวดวัสดุก่อสร้าง

ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564

ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564

เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.0 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564

กระเบื้อง ราคาลดลงร้อยละ -3.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและลดลงร้อยละ -3.4 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564

สุขภัณฑ์ ราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564

อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา ราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564

วัสดุก่อสร้างอื่นๆ ราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564

3.หมวดแรงงาน ค่าแรงงานไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดัชนีราคาค่าก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจนจะเริ่มส่งผลต่อราคาที่อยู่อาศัยที่จะปรับตัวตาม แม้ว่าดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในไตรมาส 1 ปี 2565 จะยังปรับตัวลดลงในทุกประเภทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ในส่วนของที่อยู่อาศัยแนวราบก็เริ่มเห็นสัญญาณของการปรับราคาขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนีราคาในช่วงไตรมาสก่อนหน้า

รายงานจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2565 มีค่าเท่ากับ 127.3 ลดลงร้อยละ -0.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2564 แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พบว่า ดัชนีราคาบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4

เมื่อจำแนกดัชนีราคาบ้านจัดสรรตามพื้นที่ พบว่า

ราคาบ้านจัดสรรในกรุงเทพฯ มีค่าดัชนีเท่ากับ 126.2 ลดลงร้อยละ -0.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3

ส่วนใน 3 จังหวัดปริมณฑล มีค่าดัชนีเท่ากับ 128.4 ลดลงร้อยละ -0.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6

จากตัวเลขการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาบ้านจัดสรรข้างต้น ได้ชี้ให้เห็นว่า ดัชนีราคาบ้านจัดสรรในไตรมาสนี้ได้เริ่มขยับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย ทั้งนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณทิศทางการเพิ่มของราคาบ้านจัดสรรที่เกิดจากแรงผลักด้านต้นทุน (Cost-push Effect) จากราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าจ้างแรงงาน และราคาที่ดินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

สำหรับดัชนีราคาบ้านเดี่ยวมีค่าดัชนีเท่ากับ 125.8 ลดลงร้อยละ -0.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7

ส่วนดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์มีค่าดัชนีเท่ากับ 129.0 ลดลงร้อยละ -0.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2

สำหรับรายการส่งเสริมการขายบ้านจัดสรรใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายในไตรมาสนี้ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 45.7 เป็นรูปแบบการให้ส่วนลดเงินสด ซึ่งมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีสัดส่วนร้อยละ 28.8 รองลงมา ร้อยละ 28.6 เป็นการให้ของแถม ซึ่งลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีสัดส่วนร้อยละ 44.4 และเป็นการให้ส่วนลดค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์และ/หรือฟรีค่าส่วนกลาง เป็นสัดส่วนร้อยละ 25.8 ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่มีสัดส่วนร้อยละ 26.7

ขณะที่ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2565 มีค่าดัชนีเท่ากับ 151.7 จุด ลดลงร้อยละ -0.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ลดลงต่อเนื่องกันเป็นไตรมาสที่ 6 ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2563 แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ดัชนีราคาห้องชุดใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3

แสดงให้เห็นว่า ราคาห้องชุดใหม่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนค่าก่อสร้างใหม่ หลังจากที่ห้องชุดใหม่สร้างเสร็จเหลือขายในสต๊อกของผู้ประกอบการในราคาต้นทุนค่าก่อสร้างเดิมได้ถูกดูดซับจากตลาดไปมากพอสมควรแล้ว

การที่ราคาห้องชุดใหม่ยังมีการลดลงต่อเนื่องเป็นผลกระทบภาวะอุปทานที่ยังคงเหลืออยู่จากการหดหายไปของกำลังซื้อชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนที่ยังไม่เปิดประเทศให้เดินทางมายังประเทศไทย รวมทั้งการหดหายไปของกำลังซื้อในกลุ่มนักลงทุนและนักเก็งกำไรที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศมาตรการ LTV ของ ธปท. ในช่วงที่ผ่านมา และแม้ว่า ธปท.จะได้ผ่อนคลายมาตรการ LTV แล้ว แต่กำลังซื้อส่วนใหญ่ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีการระบาดรุนแรงหลายระลอกและยาวนานกว่า 2 ปี ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

ประกอบกับเหตุการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน ยิ่งส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวลดลงจากที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม จากปัญหายอดขายห้องชุดที่หดตัวลง ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการเปิดขายโครงการอาคารชุดใหม่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (ปี 2563 – 2564) ส่งผลดีทำให้เกิดการลดอุปทานส่วนเกินในตลาดอาคารชุดสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับรายการส่งเสริมการขายห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายในไตรมาสนี้พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 53.5 เป็นรูปแบบการให้ส่วนลดเงินสดหรืออยู่ฟรี 1 – 2 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 28.3 รองลงมาร้อยละ 24.3 เป็นการของแถม มีสัดส่วนลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 45.0 และ เป็นการให้ส่วนลดฟรีค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ มีสัดส่วนร้อยละ 22.3 มีสัดส่วนลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 26.7