นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ

ซีคอน รุกตลาดสร้างบ้านภูมิภาค ปักธง EEC เร่งปั๊มรายได้ครึ่งปีหลัง

ออร์เดอร์สร้างบ้านครึ่งปีแรกตกเป้า 20% ซีคอนเร่งสปีดดันยอดครึ่งปีหลัง เดินหน้าเจาะตลาดศักยภาพสูงผุดศูนย์รับสร้างบ้าน EEC ตั้งเป้ารับรายได้ปีแรก 100 ล้านบาท พร้อมตรึงราคาสู้ในงานรับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2026

นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรกผลกระทบจากสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านทำให้ยอดขายลดลง 20% จากเป้าที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะพยายามเร่งผลักดันผลการดำเนินงานให้สามารถบรรลุเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่วางไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยไม่มีการปรับลดเป้าลงแต่อย่างใด ในขณะเดียวกัน แม้ภาวะสงครามจะทำให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทยังคงยืนราคาขายเดิม โดยการพยายามสต๊อกวัสดุก่อสร้างที่สามารถสต๊อกเอาได้อย่างเช่น เหล็ก เป็นต้น โดยเบื้องต้นคาดว่าจะยืนราคาได้อย่างน้อย 5 เดือน หลังจากนั้นค่อยประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง และเชื่อว่า บริษัทรับสร้างบ้านส่วนใหญ่จะยังคงตรึงราคา เพื่อให้สามารถแข่งขันในช่วงงานงานรับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2026 ที่จะจัดขึ้นในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยบริษัทตั้งเป้าขายในงานนี้ประมาณ 200 ล้านบาท

นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ ซีคอน

แม้ว่ายอดขายในครึ่งปีแรกจะต่ำกว่าเป้า 20% แต่บริษัทก็ยังคงเป้าหมายทั้งปีเอาไว้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยจะพยายามเร่งยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง ล่าสุดบริษัทได้เปิดศูนย์รับสร้างบ้านซึ่งเป็นศูนย์ที่ 5 ของบริษัท และเป็นศูนย์แรกในต่างจังหวัดที่บางแสน จังหวัดชลบุรี รองรับการให้บริการลูกค้าในจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

ถือเป็นก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพสูงแห่งหนึ่งของประเทศ การลงทุนใน EEC ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง เกิดการขยายตัวของชุมชน เมือง และกำลังซื้อคุณภาพ ซีคอนจึงต้องการเข้าไปดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ด้วยมาตรฐานเดียวกับสำนักงานใหญ่ เพื่อให้เจ้าของที่ดินสามารถสร้างบ้านคุณภาพภายใต้มาตรฐานวิชาชีพที่บริษัทพัฒนามายาวนานกว่า 65 ปี

แบบบ้าน ซีคอน

พื้นที่ EEC ยังคงเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ของธุรกิจรับสร้างบ้าน จากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบคมนาคม สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือ และการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและบุคลากรระดับบริหารเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการบ้านเดี่ยวเพื่ออยู่อาศัยเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมือง ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงเลือก บางแสน เป็นศูนย์กลางการให้บริการ เนื่องจากเป็นทำเลที่เชื่อมต่อพื้นที่สำคัญของภาคตะวันออกได้อย่างสะดวก ทั้งชลบุรี ศรีราชา อมตะนคร ระยอง และฉะเชิงเทรา พร้อมรองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่มทั้งผู้บริหารในภาคอุตสาหกรรม เจ้าของธุรกิจ นักลงทุน คนรุ่นใหม่ รวมถึงผู้เกษียณที่ต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง โดยศูนย์แห่งใหม่นี้ยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการของลูกค้าในพื้นที่ตอนบนของจังหวัดชลบุรีอีกด้วย

นายมนูกล่าวอีกว่า สำหรับจุดแข็งของบริษัทในการรุกตลาดรับสร้างบ้านในพื้นที่ภาคตะวันออกคือ ระบบงานก่อสร้าง SEACON System และโรงงานผลิตโครงสร้างกึ่งสำเร็จรูปของบริษัท ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการก่อสร้าง ยกระดับคุณภาพงาน ลดระยะเวลาดำเนินโครงการ และรักษามาตรฐานงานก่อสร้างได้ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงหน้างาน ช่วยให้ลูกค้าได้รับบ้านที่มีคุณภาพสม่ำเสมอตามมาตรฐานของบริษัท และการที่บริษัท ซีคอน อยู่ในธุรกิจรับสร้างบ้านมายาวนานถึง 65 ปี จึงให้ความมั่นใจได้ว่า จะดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดตลอดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง จนถึงการส่งมอบบ้าน เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกับสำนักงานใหญ่ โดยไม่มีการทิ้งงานซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้ากังวลอย่างแน่นอน

บ้านบ้าน ซีคอน

“โดยปกติบริษัทจะมียอดขายจากลูกค้าในภาคตะวันออกปีละ 20 หลัง มูลค่ารวมประมาณ 100 ล้านบาท มีรายรับปีละ 60 ล้านบาท หลังจากเปิดศูนย์ที่จังหวัดชลบุรี บริษัทตั้งเป้ารายรับเป็นปีละ 100 ล้านบาท จากยอดสร้างบ้านปีละ 40 หลังโดยประมาณ และในโอกาสเปิด ซีคอน ศูนย์รับสร้างบ้าน บางแสน-ชลบุรี บริษัทจัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่วางแผนสร้างบ้าน ประกอบด้วย สิทธิ์ชำระเงินจองในอัตราพิเศษ ส่วนลดเงินจองสูงสุด 600,000 บาท ได้สิทธิ์รับ Solar Rooftop ตามเงื่อนไขบริษัท และรับฟรีเข็มเจาะตามจำนวนที่กำหนดในแบบบ้านมาตรฐานของแต่ละรุ่น โดยจำนวนเข็มเจาะที่ได้รับสิทธิ์เป็นไปตามแบบมาตรฐานของโครงการ ฟรีค่าขนส่งวัสดุภายในระยะทางที่กำหนด และส่วนลดค่าก่อสร้าง เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการเริ่มต้นสร้างบ้าน พร้อมจัดกิจกรรม “Seacon ช่วยไทย” แจกผักเพื่อสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนในช่วงเปิดศูนย์แห่งใหม่” นายมนู กล่าวทิ้งท้าย