fbpx

WDC เล็งขยายลงทุนต่างประเทศ-แตกไลน์สินค้าใหม่ ดันรายได้โตก้าวกระโดด

WDC จับมือพันธมิตรขยายการลงทุนในต่างประเทศ พร้อมแตกไลน์สินค้าใหม่ มั่นใจใน 3-5 ปี เติบโตก้าวกระโดด พร้อมโชว์นวัตกรรมกระเบื้องล้ำสมัยในงานสถาปนิก 65

นายบัณฑิต หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัสดุตกแต่งพื้นและผนังระดับพรีเมียม เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของ WDC ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานับว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่แล้วยอดขายอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท และคาดว่าภายใน 3-5 ปีข้างหน้าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด

โดยบริษัทมีแผนร่วมทุนกับพันธมิตร เพื่อขยายการลงทุนไปในต่างประเทศ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ รวมถึงการต่อยอดธุรกิจไปในกลุ่มสินค้าใหม่ๆ ที่มีโอกาสในการเติบโต โดยจะเริ่มจากสินค้าครัว เป็นต้น ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทในอนาคต

สำหรับแนวทางการทำตลาดของบริษัทในปีนี้จะเน้นการนำเสนอบริการในรูปแบบครบวงจรเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพิ่มสัดส่วนการขายในช่องทางเดิมที่มีอยู่แล้ว มีการปรับเปลี่ยนและขยายธุรกิจโดยเริ่มไปที่ B2C ให้เข้มข้นขึ้น เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าและขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่มีความต้องการสูง ควบคู่ไปกับขยายสาขาไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงมีแผนการส่งออกไปยังต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

การเติบโตดังกล่าวมาจากการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญกับวัสดุรักษ์โลก เนื่องจากกระเบื้องเป็นวัสดุทดแทนธรรมชาติ ดังนั้น จึงให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีทำให้กระเบื้องมีรูปแบบ หน้าตาและดีไซน์ให้เหมือนวัสดุทางธรรมชาติมากที่สุด อาทิ หินอ่อนอัจฉริยะ ทำให้บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างนวัตกรรมการจำลองวัสดุทางธรรมชาตินอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้วัสดุจากธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับเทรนด์ตลาดกระเบื้องในปัจจุบันยังคงให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ รวมไปถึงนวัตกรรมที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องที่เน้นความปลอดภัย กันลื่นและป้องกันแบคทีเรีย รวมไปถึงกระเบื้องที่สามารถจำลองลักษณะของหินธรรมชาติได้อยากเหมือนจริงมากที่สุด ส่วนเทรนด์ของกระเบื้องในอนาคตจะให้ความสำคัญกับรูปแบบและขนาดที่ใหญ่ขึ้นและมีความใกล้เคียงกับขนาดของหินจริงมากขึ้น เช่น กระเบื้องขนาด 60×120 ซ.ม. หรือ 80×80 ซ.ม.จากเดิมที่ใช้ขนาด 60×60 ซ.ม. เป็นต้น

นายบัณฑิต กล่าวอีกว่า บริษัทได้ร่วมออกบูธในงานสถาปนิก’65 ซึ่งในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 14 และมีความพิเศษโดยบริษัทได้ใช้งบประมาณกว่า 6 ล้านบาท ในการออกแบบบูธแสดงสินค้า และ Thematic Pavilion ครั้งแรกกับพาวิลเลียนรูปแบบใหม่สุดล้ำภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Lord of Tiles” นำเสนอนวัตกรรมของกระเบื้องคอลเลคชันใหม่และโชว์ศักยภาพของผลิตภัณฑ์ WDC แก่ผู้เข้าชมงาน

“WDC เป็นหนึ่งใน 4 จาก 500 ราย ที่ได้รับคัดเลือกให้ตั้งพาวิลเลียนในงานสถาปนิก’65 เรียกได้ว่าในปีนี้จึงมีความพิเศษโดยคอนเซ็ปต์ของการออกแบบพาวิลเลียนนั้น เน้นการถ่ายทอดให้ผู้ชมบูธได้สัมผัสประสบการณ์จริงในการใช้งานกระเบื้อง รวมไปถึงได้เห็นความสวยงามและคุณสมบัติพิเศษของกระเบื้อง ผ่านแนวคิดในการออกแบบของ ACA ที่เน้นการใช้องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพื้นผนังหรือบันได เป็นสื่อกลางที่จะทำให้ผู้เข้าชมบูธได้รับประสบการณ์พิเศษ โดยมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์คอลเลคชันใหม่ในปีนี้ จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งคุณภาพ ความสวยงาม และที่สำคัญคือนวัตกรรมที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรักบ้านได้เป็นอย่างดี”นายบัณฑิต กล่าว

สำหรับไฮไลท์ของผลิตภัณฑ์ WDC ในปีนี้ ได้แก่ มิ ดิ เอท คอลเลคชัน (Mediate Collection) กระเบื้อง คอลเลคชันใหม่ ที่จำลองคุณลักษณะสวยงามของหินทรายและทลายข้อจำกัดของหินทรายจริงเมื่อโดนน้ำแล้วจะเกิดรอยด่าง จากการออกแบบจาก “ดวงฤทธิ์ บุนนาค” สถาปนิกไทยรางวัลระดับโลก และการนำเสนอกระเบื้องนวัตกรรมล่าสุด ไมโครเทค เทคโนโลยี Microtec Technology มีคุณสมบัติเด่นในการกันลื่นเมื่อเปียกน้ำ แต่มีผิวสัมผัสนุ่มสบายเท้าเมื่อแห้ง ประกอบด้วย 3 คอลเลคชัน คือ Enzo ลวดลายหินปูน Lagoon ลวดลายหินทราย Legacy ลวดลายหินอ่อน