fbpx

Category: Real Society

Warapong Pankaew22 มิถุนายน 2020
-พระราม-9-ศรีนครินทร์-Front-1280x721.jpg

1min238

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เตรียมเปิด Presale โครงการใหม่ นันทวัน พระราม 9-ศรีนครินทร์ ราคา 40-60 ล้านบาท

บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เตรียมเปิด Presale โครงการใหม่ นันทวัน พระราม 9 -ศรีนครินทร์ ราคา 40-60 ล้านบาท ในวันที่ 27-28 มิถุนายนนี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวมีแนวคิดในการออกแบบใหม่ทั้งหมด ทั้งแบบบ้านและบรรยากาศโครงการภายใต้แนวคิด A NEW PERSPECTIVE OF LIFE มุมมองใหม่แห่งความหรู ‘ที่สุดของการใช้ชีวิต’

โครงการนันทวัน พระราม 9 -ศรีนครินทร์ มีพื้นที่ 45 ไร่ 65.8 ตารางวา จำนวน 88 แปลง เป็นบ้านเดี่ยวแนวคิดใหม่สไตล์ Modern Minimalist มีแบบบ้านให้เลือก 4 แบบ พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 378 ตร.ม. บนขนาดที่ดินตั้งแต่ 100 ตารางวา ขึ้นไป ซึ่งเป็นบ้านหรูซีรี่ส์ใหม่ล่าสุดของนันทวัน A-Level Series ที่ใหม่ทั้งการออกแบบและฟังก์ชั่น เพิ่มมิติใหม่ของการอยู่อาศัย ให้ประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆ ของการอยู่อาศัยอย่างเหนือระดับและยังตอบรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อีกด้วย

สำหรับทำเลตั้งโครงการอยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัชฯ ด่านพระราม 9 ประมาณ 5 กม. ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑา ประมาณ 3.5 กม. (คาดว่าแล้วเสร็จปี 2564) และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลชั้นนำ

นอกจากนี้ยังมี สิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบพร้อม อาทิ คลับเฮ้าส์หรู 2 ชั้นดีไซน์ทันสมัยริม Lake และสระว่ายน้ำพิเศษ Infinity Edge Pool เชื่อมต่อทะเลสาบ

พื้นที่ในคลับเฮ้าส์ออกแบบสำหรับรองรับไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัวอย่างลงตัว ทั้ง Reshape the Fitness ห้องออกกำลังกายที่ครบครันทุกอุปกรณ์

Private Studio ห้องสำหรับจัดกิจกรรมแบบ Private Class เช่น โยคะและเต้นรำ

The Bistro พื้นที่ครัวที่ออกแบบให้ทำกิจกรรมได้ เช่นการจัดปาร์ตี้ หรือ Cooking Class, และ Challenger Room

ห้องเกมส์ที่สามารถเล่นได้ทั้งครอบครัว ประกอบด้วย TV Game, Board Game มุมโต๊ะพูล และพื้นที่ Co-Working Space บนชั้น 2 ของฟรอนต์โครงการ ที่ให้มุมมองแบบพาโนรามาวิว


Warapong Pankaew12 มิถุนายน 2020
-พาร์ค-วิภาวดี-จตุจักร-9-1280x854.jpg

1min185

แอล.พี.เอ็น. ส่งแคมเปญ “31 ปี LPN กับ 31 ยูนิต ดีลพิเศษ” คัดสรรคอนโดทำเลทอง ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-รังสิต จำนวน 31 ยูนิต มูลค่ารวม 73 ล้านบาท ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของในราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 2.19 – 2.69 ล้านบาท

โครงการลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร เป็นคอนโดพร้อมอยู่ มีให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ Studio ขนาด 24 ตร.ม. ราคา 2.19 ล้านบาท และ 1 ห้องนอน ขนาด 28 ตร.ม. ราคา 2.69 ล้านบาท จองเพียง 10,000 บาท และเมื่อผ่านการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารก็สามารถลากกระเป๋าเข้าอยู่ได้ภายในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ พร้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์บิวอินครบชุดและเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 2.50% จากธนาคารกรุงเทพและธนาคารกรุงไทย เหมาะทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนซึ่งให้ผลตอบแทนจากการลงทุนปล่อยเช่า (Yield) ในอัตรา 4% ประมาณ 11,000-14,000 บาทต่อเดือน

สำหรับโครงการลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร ตั้งอยู่บยทำเลศักยภาพ ติดริมถนนวิภาวดีรังสิตซอย 3 ซึ่งเป็น “ทางหลวงพิเศษ” หรือ “ซูเปอร์ไฮเวย์” ที่สะดวกทั้งการเดินทาง และการคมนาคมขนส่ง สามารถเชื่อมต่อไปสู่เขตกรุงเทพฯ ชั้นในผ่านถนนพหลโยธิน และเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมต่อไปยังภาคกลางและภาคเหนือของประเทศไทย รายล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญและอาคารสำนักงานของบริษัทจำนวนมาก ทำเลนี้จึงเต็มไปด้วยดีมานด์จากพนักงานออฟฟิศ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับซอยวิภาวดีรังสิต 5 และซอยอินทามระ 15 ของถนนสุทธิสาร รวมถึงซอยพหลโยธิน 18 และ 18/1 ที่ออกมาพบกับสวนจตุจักรพอดี สามารถเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้า BTS เป็นทำเลทอง New CBD (Central Business District)

ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร (1)
ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร (2)
ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร (4)
ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร (12)

“ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร” ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Work & Life” บริษัทจึงออกแบบบริเวณพักผ่อนในแนวสูงและแนวนอน เช่น สวนหย่อม (Pocket Garden) ตั้งอยู่บนชั้น 19 สามารถชมวิวสวยของเมืองในยามค่ำคืนท่ามกลางสวนสีเขียว นอกจากนั้น ยังมีสวยลอยฟ้าและลานพักผ่อนบนชั้นดาดฟ้าของอาคารจอดรถ (อาคาร C) ซึ่งสามารถมองเห็นสวนจตุจักรได้จากวิวนี้อีกด้วย อีกทั้ง โครงการยังเป็นรูปแบบในลักษณะมิกซ์ยูส (Mix Used) แห่งแรกที่บริษัทพัฒนาขึ้น มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท จำนวน 4 อาคาร อันประกอบด้วย อาคารสำนักงาน 2 อาคาร ตั้งอยู่ด้านหน้า อาคารจอดรถ 1 อาคาร และอาคารชุดพักอาศัย 1 อาคารตั้งอยู่ด้านหลัง

สำหรับอาคารสำนักงาน คือ “ลุมพินี ทาวเวอร์ วิภาวดี จตุจักร” นั้น LPN มีความตั้งใจก่อสร้างตามกระบวนการประเมินอาคารเขียว Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability หรือ TREES เน้นการออกแบบและก่อสร้างให้ประหยัดพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสภาพแวดล้อมภายในอาคารที่ดี มีการวางแผนจัดการพลังงานและใช้พลังงานทดแทน เพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ที่ทำงานในอาคารมีคุณภาพชีวิตที่ดี สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ LPN ทางด้านการออกแบบ (Green Design Concept) การก่อสร้าง (Green Construction) และการบริหารจัดการ “ชุมชนน่าอยู่” ภายใน (Green Community)

Special Deal เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 29 มิถุนายนนี้ จำนวนจำกัดเพียง 31 ยูนิต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรศัพท์ LPN Call Center 02-689-6888 หรือ Facebook: Condo Lumpini หรือแอพพลิเคชั่น LINE ที่ @LPNConnect


Warapong Pankaew5 มิถุนายน 2020
03.บริทาเนีย-สายไหม-1280x626.jpg

1min958

ออริจิ้น ส่งบ้านแนวราบเป็นเรือธง ชิงยอดขายปี 63 เตรียมเปิด 8 โครงการใหม่ มูลค่า 8,800 ล้านบาท ลุยตลาดครึ่งปีหลัง

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า แม้ออริจิ้นจะเริ่มต้นจากธุรกิจพัฒนาคอนโดมิเนียม แต่หลังจากเริ่มพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรภายใต้แบรนด์บริทาเนียมาเป็นเวลา 3 ปี บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จึงจะให้ธุรกิจบ้านจัดสรรภายใต้ บริษัท บริทาเนีย จำกัด เป็นเรือธง (Flagship) และกลไกในการสร้างการเติบโตของธุรกิจ (Growth Engine) ที่สำคัญของเครือออริจิ้นในปี 2563 นี้

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในปี 2563 มูลค่าโครงการรวม 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการบ้านจัดสรร 10 โครงการ มูลค่ารวม 12,100 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 61% ถือว่าเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปีที่แล้ว และนับเป็นปีแรกตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทที่มีการเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรรมากกว่าคอนโดมิเนียม โดยคาดว่าทั้งปีจะมียอดโอนกรรมสิทธิ์จากธุรกิจบ้านจัดสรรประมาณ 5,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36% ของเป้าหมายยอดโอนกรรมสิทธิ์ 14,000 ล้านบาทในปีนี้

ด้านนางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย ผู้พัฒนาธุรกิจบ้านจัดสรรในเครือออริจิ้น เปิดเผยว่า เพื่อให้บริษัทสามารถพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรสไตล์ “โมเดิร์น บริทิช” ตอบโจทย์ตลาดได้ทุกเซ็กเมนท์ ปีนี้บริษัทจึงจะเปิดตัวแบรนด์ใหม่ถึง 3 แบรนด์ ได้แก่ 1.ไบรตัน แบรนด์ทาวน์โฮมระดับราคาประมาณ 2-5 ล้านบาท 2.แกรนด์บริทาเนีย แบรนด์บ้านเดี่ยวระดับราคา 7-10 ล้านบาท 3.เบลกราเวีย แบรนด์บ้านเดี่ยวพรีเมียมระดับราคา 10-35 ล้านบาท เมื่อรวมกับแบรนด์ดั้งเดิมอย่างบริทาเนีย ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์การพัฒนาแบบ Mixed Products ผสมผสานทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ในโครงการเดียว ระดับราคา 3-7 ล้านบาท จะทำให้บริษัทมี 4 แบรนด์ ครอบคลุม 4 เซ็กเมนท์หลักของตลาดบ้านจัดสรร

ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกไปแล้วจำนวน 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 3,300 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการแกรนด์บริทาเนีย วงแหวน รามอินทรา มูลค่าโครงการ 1,900 ล้านบาท 2.โครงการบริทาเนีย สายไหม มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท สำหรับอีก 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 8,800 ล้านบาท จะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ในปีต่อๆ ไป ตั้งเป้าจะเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 20-30% ของมูลค่าโครงการที่เปิดตัวในปีก่อนหน้า


Warapong Pankaew5 มิถุนายน 2020
Gallery-04.jpg

1min179

แสนสิริ ปรับเป้าขาย จาก 2.9 หมื่นล้านเป็น 3.5 หมื่นล้าน หลังแคมเปญ “แสนสิริผ่อนให้ 24 เดือน” โดนใจยอดขาย 5 เดือน โตสวนตลาด 2.2 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้าเปิด 14 โครงการใหม่เจาะเรียลดีมานด์

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการพิจารณาปรับเป้าหมายยอดขายรวมในปี 2563 จากเดิมที่ตั้งไว้ 29,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 67% จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 21,000 ล้านบาท หลังจากยอดขายในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา พุ่งสูงไปถึง 22,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 168% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 76% จากเป้าหมายยอดขายเดิมที่ตั้งไว้ 29,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการดำเนินธุรกิจ ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่งนำหน้าคู่แข่ง อาทิ การเป็นผู้นำในการเปิดตัวแคมเปญ “แสนสิริผ่อนให้ 24 เดือน” ที่คิดจากความเข้าใจใน Customer Insight จากการจองซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว ไม่ต้องจ่ายทั้งต้นทั้งดอกเป็นเวลา 2 ปี ลูกค้านำเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นตามต้องการได้ ไม่ต้องกังวลกับสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นในแบรนดืแสนสิริ ส่งผลให้ลูกค้าให้การตอบรับสูงและรวด

นอกจากนี้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ยังทำให้แสนสิริต้องเร่งการขายโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ให้เร็วกว่าแผนเดิม เพื่อแข่งขันกับสภาพตลาด (Speed to Market) ส่งผลให้มียอดขายและยอดโอนที่ดี สวนกระแสตลาดหดตัว จนต้องมีการปรับเป้ายอดขายทั้งปีภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือนแรกของการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน บริษัทได้ทยอยปิดการขายโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 12 โครงการแนวราบและ 4 โครงการคอนโดมิเนียม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และยังจ่อคิวปิดการขายโครงการ เดอะ เบส สุขุมวิท 50 ซึ่งคาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้

“ความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมารวมถึงแนวโน้มสถานการณ์อสังหาฯที่ดีขึ้น ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายใหม่ที่วางไว้ ขณะที่รายได้และกำไรมีแนวโน้มที่สูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จากการเร่งโอนคอนโดมิเนียมก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมถึงแผนรุกเปิดตัวโครงการแนวราบอีก 12 โครงการ มูลค่ารวม 15,200 ล้านบาท”

เดอะ เบส สุขุมวิท 50

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนรุกธุรกิจที่แข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของปีภายใต้การบริหารธุรกิจ 3 แนวทาง ได้แก่

แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่รัดกุม พร้อมปรับเปลี่ยนไปตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยหลังจากนี้เตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 14 โครงการรองรับเรียลดีมานต์ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 6 โครงการ ทาวน์โฮมและมิกซ์โปรเจคต์อีก 6 โครงการ และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ

การบริหารสต็อกที่ดี ทั้งนี้ปัจจุบันแสนสิริ มีสินค้าพร้อมขายมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณที่มีความสุมดุลในตลาด ซึ่งเป็นผลมาจากการวางแผน Inventory ที่ดี

การบริหารกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องที่ดี ด้วยการกำ Cash Flow เงินหมุนเวียนในบริษัทไว้ถึง 10,000 ล้านบาท มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจและมีความแข็งแกร่งในทุกสภาวการณ์ รวมถึงสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน คือ การยืนหยัดความเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อมั่น ดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด และพร้อมช่วยเหลือสังคม เพื่อก้าวผ่านทุกสถานการณ์ไปด้วยกัน


Warapong Pankaew25 พฤษภาคม 2020
-เพลส-พระราม-3-ริเวอร์ไรน์.jpg

1min184

บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ ผู้พัฒนาแบรนด์ คอนโดลุมพินี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความพอดีที่ดีกว่า” จัดแคมเปญ “ปลดล็อก ช็อกทุกราคา ลดสูงสุด 50%” กับ 5 คอนโดพร้อมอยู่ จำนวน 200 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 500 ล้านบาท ได้แก่ ลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน ลุมพินี เพลส รัชดา-สาธุ ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98 ลุมพินี สุขสวัสดิ์-พระราม 2 และลุมพินี เพลส พระราม 3- ริเวอร์ไรน์

LPN พร้อมลุยตลาดไตรมาส 2 ด้วยราคาขายสุดช็อกครั้งประวัติศาสตร์ ปิดโซนลดสูงสุด 50% เริ่มต้น 1.19 ล้านบาท เหมาะแก่ผู้บริโภคและนักลงทุน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของบ้านง่ายๆ ในราคาที่เอื้อมถึง (Affordable Price)

คอนโดลุมพินี

ทั้งนี้ LPN มองว่าดีมานด์ของที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ เพราะเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ขณะเดียวกัน สินค้าที่ LPN นำมาจัดแคมเปญครั้งนี้ยังเป็นราคาที่ลูกค้าซื้อได้ง่าย ด้วย 5 เหตุผลหลักที่พลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นเด็ดครั้งนี้ ได้แก่

1.ราคาสบายกระเป๋า ที่สามารถเป็นเจ้าของง่ายๆ เริ่มเพียง 1.19 – 6 ล้านบาท ในโอกาสเฉลิมฉลองก้าวสู่ปีที่ 31 เดือนเกิดมิถุนายนนี้

2.การบริหารหลังการขายภายใต้กลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” จากบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ (LPP) ในเครือ LPN ที่บริหารอาคารชุดพักอาศัยแบบครบวงจร ตามวัฒนธรรม “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน” ซึ่ง LPP มีความพร้อมรองรับทุกสถานการณ์ อาทิ Covid-19 ตั้งแต่ที่ไวรัสเริ่มระบาด และมีการบริหารจัดการควบคุมดูแลเป็นอย่างดี รวมถึงวางนโยบายงานบริการให้เหมาะกับการปรับเปลี่ยนของสังคมยุคใหม่ตามวิถี New Normal

3.New LPN Design ที่ออกแบบการพักอาศัยภายในห้องชุดให้พอดีทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ครบทุกอรรถประโยชน์การใช้สอย

4.ทำเล ที่ใกล้กับการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน เดินทางสะดวกสบายเชื่อมต่อทั้งในเขตพื้นที่ธุรกิจชั้นในและพื้นที่ชานเมือง

5.การลงทุนที่คุ้มค่า เหมาะกับการลงทุนปล่อยเช่าด้วยราคาเบาๆ แก่ลูกค้าเป้าหมายของนักลงทุน รวมถึง LPN ยังมีบริการปล่อยเช่าจากฝ่ายโบรคเกอร์ที่มีความเชี่ยวชาญดูแลลูกค้าจากแบรนด์ “ลุมพินี” โดยตรงอีกด้วย

เพชรเกษม 98 แอล.พี.เอ็น.
สุขสวัสดิ์ พระราม 2 แอล.พี.เอ็น.
พระราม 3-ริเวอร์ไรน์ แอล.พี.เอ็น.

นอกจากนี้ ทั้ง 5 คอนโดลุมพินี พร้อมอยู่ยังได้รับสิทธิลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองและค่าโอนกรรมสิทธิ์เหลือ 0.01% จากประกาศของรัฐบาล มีผลตั้งแต่วันนี้จนถึง 24 ธันวาคม 2563 และลูกค้าที่สนใจสามารถชมรายละเอียดได้ที่ www.lpn.co.th และลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บไซต์ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายจะติดต่อเพื่อทำการจองซื้อ ณ โครงการนั้น ๆ

โปรโมชั่น “ปลดล็อก ช็อกทุกราคา ลดสูงสุด 50%” เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม – 30 มิถุนายนนี้ (สินค้ามีจำนวนจำกัด หรือ จนกว่าสินค้าจะหมด) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรศัพท์ LPN Call Center 02-689-6888 หรือ Facebook : Condo Lumpini หรือแอพพลิเคชั่น LINE ที่ @LPNConnect

อ่านประกอบ: บ้านลุมพินี ขายดีสวนกระแสโควิด 2 เดือนกวาดยอดขาย 200 ล้าน

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube


Warapong Pankaew25 พฤษภาคม 2020
-พระราม-9.png

1min105

เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ปลื้มผลงานไตรมาส 1 โตสวนกระแสตลาด ทั้งรายได้รวม รายได้จากการขาย และกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นผลจากการโอนคอนโดเมทริส พระราม 9- รามคำแหง พร้อมเร่งสปีดขาย-โอนโครงการพร้อมอยู่ ปั๊มรายได้ต่อเนื่อง

นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 1/2563 ของบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,993.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 537.83 ล้านบาท จากไตรมาส 1/2562 หรือเพิ่มขึ้น 37% โดยรายได้ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,824.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 534.91 ล้านบาท จากไตรมาส 1/2562 หรือเพิ่มขึ้น 41% ในขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 198.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.29 ล้านบาท จากไตรมาส 1/2562 หรือ เพิ่มขึ้น 31%

ถือเป็นการเติบโตที่สวนกระแสภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากการขายเฉลี่ยลดลงเกือบ 30% และกำไรสุทธิเฉลี่ยลดลงกว่า 40% โดยรายได้จากการขายส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ ในโครงการเมทริส พระราม 9-รามคำแหง ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 1/2563 ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 80% นอกจากนี้ ยังมีการโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องจากโครงการพร้อมอยู่อีกหลายโครงการ

ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2563 บริษัทเน้นกลยุทธ์เพื่อเร่งการขายโครงการพร้อมอยู่และโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการที่กำลังจะแล้วเสร็จภายในปี ซึ่งปัจจุบันมียอด Backlog รอโอนกรรมสิทธิ์ อยู่กว่า 3,300 ล้านบาท โดยมีโครงการที่เป็นไฮไลท์ คือ โครงการเมทริส ลาดพร้าว สร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 ณ ปัจจุบันโครงการเมทริส ลาดพร้าว สามารถปิดการขายไปได้แล้วกว่า 80%

ขณะที่การประเมินสถานการณ์อสังหาฯ หลังช่วงโควิด 19 เรียกได้ว่าเป็นแนวโน้มอสังหาฯ สู่การปรับฐานใหม่ ที่เรียกว่า New Normal อสังหาฯ ในอนาคต เช่น การออกแบบฟังก์ชั่นที่ต้องเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมและลักษณะการทำงานลูกค้าที่เปลี่ยนไป หรือการออกแบบฟังก์ชั่นที่เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้ในบ้านให้มากขึ้น รวมไปถึงทำเลที่จะมาตอบโจทย์คนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริง และกลยุทธ์ที่สำคัญหลังจากนี้คือ การให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่ในการใช้ชีวิตของลูกค้าทุกขั้นตอน เพื่อส่งมอบบริการให้กับลูกค้าแบบครบวงจรและต่อเนื่องให้มากยิ่งขึ้น

นางสาวเพชรลดา กล่าวเพิ่มเติม ในปีนี้ บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ในการทำการตลาดและการขาย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นการขายในช่องทางออนไลน์มากขึ้น และได้มีการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายโครงการพร้อมอยู่ อย่างไรก็ตาม มุมมองการทำการตลาดหลังจากสถานการณ์โควิด -19 และการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันพฤติกรรมการซื้อสินค้าและการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

“ในสภาวการณ์เช่นนี้นับเป็น “โอกาสทอง” ของผู้บริโภคที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะทราบดีว่า ที่อยู่อาศัยที่มีการปรับตัวลดลงมากที่สุด คือ คอนโดมิเนียม โดยปรับตัวลดลงราว 5% จากช่วงไตรมาส 3 ปี ของปี 2562 จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากว่า 3 ปีที่ผ่านมา และทำให้เกิดการแข่งขันทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และได้ของที่มีคุณภาพ มีทางเลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนยิ่งขึ้น”

อ่านประกอบ: Top 5 บริษัทอสังหาฯ ฝ่าวิกฤติไวรัสโควิด-19

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube


Warapong Pankaew21 พฤษภาคม 2020
Nagoya-N.jpg

1min181

แลนดี้ โฮม เตรียมชิงเค้กตลาดรื้อบ้านเก่าสร้างบ้านใหม่ บนย่านทำเลดัง ครอบคลุมทุกพื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ ส่งแคมเปญซัพพอร์ตลูกค้าช่วยค่ารื้อถอน และค่าเช่าบ้านระหว่างการก่อสร้าง ฟรี! มุ่งเจาะกลุ่มครอบครัวที่ต้องการส่งต่อบ้านให้เป็นมรดกลูกหลาน โดยตั้งเป้ายอดขาย 200 ล้านบาท

นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย)  เปิดเผยว่า ในปีนี้ แลนดี้ โฮม ได้หันมาจับตลาดทุบบ้านเก่าสร้างบ้านใหม่ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มเจ้าของที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีมูลค่าสูง เช่น สุขุมวิท พระราม 4 พัฒนาการ รามคำแหง ศรีนครินทร์ วิภาวดี พหลโยธิน ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของที่ดินที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ไม่อยากย้ายออกจากทำเลเดิม และไม่ต้องการขายที่ดินให้กับนักพัฒนาที่ดิน หากแต่ต้องการอยู่อาศัยเอง หรือต้องการให้เป็นมรดกแก่ลูกหลาน

“การรื้อบ้านเก่า สร้างบ้านใหม่ ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในทำเลไพรม์แอเรีย ที่ตัวบ้านหลังเดิมอาจจะมีสภาพเก่า 30-50 ปีขึ้นไป และฟังก์ชั่นการใช้งานอาจจะไม่ตอบโจทย์แล้ว หากแต่เจ้าของที่ดิน/บ้าน ยังผูกพันกับย่านที่อยู่อาศัยเดิม จึงมีแนวคิดที่จะทุบทิ้งและสร้างบ้านแบบใหม่ที่มีดีไซน์และฟังก์ชั่นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันมากขึ้น

ประกอบกับในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่คนต้องใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้คนหันมาให้ความสำคัญกับตัวบ้าน ส่งผลให้เกิดการรีโนเวทบ้าน และการสร้างบ้านใหม่ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการในการอยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัวทุกช่วงวัย ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านใหม่ กับการรีโนเวทนั้น แทบจะไม่แตกต่างกัน แต่การทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่จะทำให้ได้ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้มากกว่าการรีโนเวท” นางสาวภัทรากล่าว

สำหรับ แคมเปญพิเศษ “รื้อบ้านเก่า สร้างบ้านใหม่ เป็นมรดกให้ลูกหลาน” แลนดี้ โฮม จะให้บริการแบบ One Stop Service ที่ทำให้การสร้างบ้านใหม่เป็นเรื่องง่าย โดยมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า ด้วยการช่วยสนับสนุนค่ารื้อบ้าน ฟรี! สูงสุด 65,000 บาท และยังช่วยสนับสนุนค่าเช่าในระหว่างช่วงรื้อบ้าน และก่อสร้างบ้าน สูงสุด 250,000 บาท ตลอดจนได้จัดเตรียมแบบบ้านไว้ให้เลือกมากกว่า 300 แบบ พร้อมมอบส่วนลดสร้างบ้านสูงสุด 30% สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมแคมเปญ

“ที่ดินในจุดไพรม์แอเรียบางแห่ง ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก แต่มีราคาที่ดินค่อนข้างสูง ซึ่งสามารถส่งต่อเป็นสินทรัพย์ให้ลูกหลานได้ แลนดี้ โฮม เข้าใจถึงความต้องการลูกค้าในส่วนนี้จึงนำเสนอแบบบ้านที่หลากหลาย เหมาะกับที่ดินรูปแบบต่างๆ ทั้งหน้ากว้าง-ตื้น หรือ หน้าแคบ-ลึก โดยการสร้างบ้านใหม่ลูกค้าสามารถเลือกแบบบ้านได้ตามต้องการ และความเหมาะสม โดยทุกแบบจะได้รับการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดยสถาปนิกและวิศวกรมืออาชีพ ที่คำนึงถึงความสวยงามและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลงตัวสำหรับทุกคนในบ้าน” นางสาวภัทรากล่าวเพิ่มเติม

สำหรับภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านในปีนี้ คาดว่ามูลค่าตลาดในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 13,000-13,500 ล้านบาท โดยสัดส่วนของตลาดทุบบ้านเก่าสร้างบ้านใหม่นี้ จะอยู่ที่ประมาณ 30% ของตลาดรับสร้างบ้านรวมทั้งหมด สำหรับ แคมเปญรื้อบ้านเก่า สร้างบ้านใหม่ ของบริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 200 ล้านบาทในปีนี้


Warapong Pankaew21 พฤษภาคม 2020
003.Bangkok-Free-Trade-Zone-1280x720.jpg

1min151

พรอสเพค เผยธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่ายังอนาคตสดใส เหตุต่างชาติโดยเฉพาะจีนยังมั่นใจใช้ไทยเป็นฐานผลิตและกระจายสินค้า เพื่อหลบภัยจาก Trade war เดินหน้าขยายพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าอีกกว่า 200 ไร่ 150,000 ตารางเมตร

นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ผู้พัฒนาและบริหารโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน (Bangkok Free Trade Zone : BFTZ) ในเครือ บริษัท มั่นคงเคหะการ เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าภายใต้โครงการ Bangkok Free Trade Zone ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ COVID-19 น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น ในทางกลับกันพบว่ามีกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามาติดต่อเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีนที่เริ่มเห็นสัญญาณเด่นชัดตั้งแต่มีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน (Trade war) ส่งผลให้จีนมองหาแหล่งผลิตและฐานกระจายสินค้าใหม่ ดังนั้นถึงถือเป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจให้เช่า

“นับตั้งแต่พัฒนาโครงการ BFTZ ในปี 2559 ปัจจุบัน พรอสเพค มีพื้นที่อาคารโรงงานและคลังสินค้าประมาณ 220,000 ตารางเมตร ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงถึง 160% ซึ่งหากพัฒนาเต็มพื้นที่ในโครงการ พรอสเพค จะมีพื้นที่ทั้งหมด 300,000 ตารางเมตร ภายในไตรมาสแรกของปี 2564 โดยในไตรมาสแรกของปี 2563 สามารถสร้างรายได้แล้ว 101 ล้านบาท”

สำหรับปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้ BFTZ มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากโครงการที่มีทั้งส่วนที่เป็น Free Zone และ General Zone มีพื้นที่ในการบริการทั้งในส่วนที่เป็นคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า มีระบบการดูแลรักษาความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 1,000 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สีม่วงที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ สามารถเดินทางเข้าออกได้ 2 เส้นทาง คือ ถนนบางนา-ตราด กม.23 และ ถนนบางนา-ตราด กม.19 และมีการคมนาคมที่สะดวก โดยห่างจากท่าเรือคลองเตยเพียง 23 กิโลเมตร ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 17 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือแหลมฉบังเพียง 90 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางไปยังเขตโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพียง 50 กิโลเมตร และยังมีบริการเสริมสำหรับอำนวยความสะดวกที่เตรียมไว้ให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติ อาทิ Consulting Service เป็นบริการให้คำปรึกษาเรื่องการขออนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทย ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมในการทำธุรกิจ เอกสารประกอบ และให้คำปรึกษาด้านการขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากร (กศก. 185) เป็นต้น นอกจากนี้ ทางโครงการยังมีระบบสาธารณูปโภคภายในโครงการอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบการบำบัดน้ำเสีย ระบบป้องกันน้ำท่วม ระบบรักษาความปลอดภัย และการดูแลความสะอาดภายในโครงการ และยังมีโซนร้านค้า ร้านอาหาร และบริการด้านศุลกากรสำหรับการบริการผู้เช่าอีกด้วย

“จากแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทาง พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จึงได้เดินหน้าขยายธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าใหม่อีกจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณ กม.19 และย่านเทพารักษ์ รวม 150,000 ตารางเมตร ซึ่งโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าทั้ง 2 แห่ง จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปลายปี 2563 ซึ่งหากมีการพัฒนาเต็มทุกเฟสจะทำให้บริษัทมีพื้นที่อาคารโรงงานและคลังสินค้ากว่า 450,000 ตารางเมตร พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังมีแผนจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ด้วย” นางสาวรัชนี กล่าว

สำหรับ โครงการ Bangkok Free Trade Zone ตั้งอยู่ที่ บางนาตราด กม.23 เป็นพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าที่มีการขออนุญาตให้เป็น Free Zone สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาเช่าพื้นที่ โดยสามารถเลือกได้ทั้งส่วนที่เป็น Free Zone หรือ ส่วนที่เป็น General Zone ซึ่งภายใน Bangkok Free Trade Zone นี้ เรามีอาคาร ให้เช่าแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1) อาคารคลังสินค้า และ 2) อาคารโรงงาน เนื่องจากบริเวณที่ตั้งโครงการเป็นพื้นที่ สีม่วง ทำให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างโรงงานในพื้นที่นี้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขออนุญาต สำหรับ Bangkok Free Trade Zone พื้นที่ทั้งหมดในโครงการมีทั้งสิ้น 1,000 ไร่ ซึ่ง 700 ไร่ เป็นพื้นที่เพื่อการเช่าหรือ Leasable Area โดยอีก 300 ไร่ คือ พื้นที่เพื่อการสาธารณูปโภค อาทิ ถนนสาธารณะ โรงบำบัดน้ำเสีย และส่วนการรักษาความปลอดภัยภายในโครงการ เป็นต้น


Warapong Pankaew20 พฤษภาคม 2020
-ทาวน์วิลล์-พหลโยธิน-สะพานใหม่-2.jpg

1min155

บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ ขายดีเกินคาด LPN เผยเปิดขาย 2 เดือน กวาดยอดขายไปแล้ว 200 ล้าน ชี้ราคาจับต้องได้ ทำเลเดินทางสะดวก ดีไซน์ตอบโจทย์ และการบริหารหลังภายใต้กลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ขณะที่กระแส New Normal ช่วยผลักดันตลาดแนวราบ

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์บ้านให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การเฟ้นหาทำเลศักยภาพที่เดินทางสะดวกสบาย ใกล้เขตเมือง ใกล้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทางเพื่อลดความแออัดของการจราจรในชั่วโมงเร่งรีบ รวมถึงการกำหนดราคาขายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า LPN จึงวางหมากด้านราคาที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย (Affordable Price) ส่งผลให้โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ บ้านลุมพินี ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

ล่าสุด LPN ได้เปิดขายบ้านโครงการ “ลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่” เพียง 2 เดือนสามารถสร้างยอดขายทะลุเป้า โดยขายไปได้ 80 หลังจากเป้าที่ตั้งไว้ 10 หลังต่อเดือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ด้วยราคาขายเริ่มต้นเพียง 2.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานที่กำลังขยายครอบครัว นับเป็นความสำเร็จที่สวนกระแสในสภาวะตลาดซบเซาจากวิกฤติไวรัส Covid-19 ระบาด จึงเชื่อมั่นว่า LPN มาถูกทางกับตลาดบ้านในราคาที่ลูกค้าเอื้อมถึง ที่คุ้มค่าทั้งราคา ทำเล การบริหารหลังการขายภายใต้กลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่”

บ้านลุมพินี

 

รวมถึงการพัฒนาดีไซน์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในการอยู่อาศัยที่เรียกว่า New Normal หลังสถานการณ์ Covid-19 เริ่มคลี่คลายและสังคมเข้าสู่สภาวะปกติ ผู้คนในสังคมจะยังคงใช้ชีวิตแบบมีระยะ หรือ Social Distancing เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด Covid-19 ระลอกใหม่ เพราะฉะนั้นการเลือกซื้อบ้านในยุคนี้จึงตอบโจทย์ผู้บริโภค ด้วยเน้นความเป็นพื้นที่ส่วนตัว ไม่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลอื่น มีพื้นที่ใช้สอยอย่างกว้างขวาง รองรับการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง และรองรับการทำงานแบบ Work from Home ที่สามารถเปลี่ยนวิถีใหม่ในการดำเนินชีวิต

บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ เป็นทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ ภายใต้การออกแบบตามคอนเซ็ปต์ “Modern Casual” ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสัน และลวดลายในโลกแฟชั่น มาผสมผสานกับความเรียบง่ายอย่างมีสไตล์ เพื่อคนรุ่นใหม่ที่มองหาแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ สะท้อนความร่วมสมัยที่เรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดา เป็นโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5 และ 5.5 เมตร พื้นที่โครงการกว่า 21 ไร่ จำนวนบ้าน 262 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 755 ล้านบาท

ลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ (2)
ลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ (4)
ลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ (5)

แบบบ้านให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ TYPE A ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร และ TYPE B ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ที่ดินเริ่มต้น 16.8 ตร.ว.ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย เริ่มต้น 110-126.5 ตร.ม. ขนาด 2 ห้องนอน 2-3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน พื้นที่ส่วนกลางจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกไว้อย่างครบครัน ทั้งสโมสร ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมสระเด็ก สนามเด็กเล่น สวนพักผ่อน และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.ในราคาเริ่มต้น 2.3-2.5 ล้านบาท ยอดขายปัจจุบันกว่า 60% ของจำนวนหลังที่เปิดขาย หรือ กว่า 30% ของทั้งโครงการ โดยโปรโมชั่นปัจจุบันฟรีปั๊มน้ำ, แท็งค์น้ำ, เครื่องปรับอากาศ, ค่าส่วนกลาง 2 ปีและค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์

“โครงการลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน – สะพานใหม่” เป็นโซนเขตสายไหม ใกล้ถนนพหลโยธิน ใกล้ถนนสุขาภิบาล 5 ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีสะพานใหม่ ใกล้ทางพิเศษฉลองรัช ใกล้ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ใกล้สนามบินดอนเมือง รวมถึงสถานที่ใกล้เคียงสำคัญ ได้แก่ กองทัพอากาศ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร บางเขน มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฯ” นายโอภาสทิ้งท้าย

อ่านประกอบ: LPN ปรับกลยุทธ์ขายคอนโดรับมือ โควิด-19

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube


Warapong Pankaew14 พฤษภาคม 2020
DSC01561-1-1280x720.jpg

1min1169

เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง เปิดแบบบ้านใหม่ Flexible Home รองรับ New Normal ในธุรกิจอสังหาฯ ประเดิมเปิด 2 โครงการ โซนเหนือ-ตะวันตก 

เอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่งนายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการเปิดตัวผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง เปิดเผยถึงแผนการรุกตลาดแนวราบในช่วงไตรมาส 2 ว่า บริษัทได้ออกแบบและพัฒนาสินค้าภายใต้บ้านแนวคิดใหม่ Flexible Home เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการอยู่อาศัยภายใต้สังคมสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นปกติแบบใหม่ (New Normal) ทั้งในแง่การใช้ชีวิตประจำวันที่บ้าน การใช้เทคโนโลยี การทำงานจากที่บ้านมากขึ้น (Work From Home) และการใส่ใจด้านสุขภาพมากขึ้น

จากสภาวะที่ต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ทาง เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง ได้เตรียมโปรดักส์ บ้าน 2 สไตล์ ใน 2 ทำเล ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นพื้นที่เพิ่มความสุข Living Hub พื้นที่ส่วนกลางแบบ Multi Function เชื่อมโยงพื้นที่บ้าน ห้องพักผ่อน,ห้องทานอาหาร และพื้นที่รองรับการทำงาน ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ในปัจจุบัน อย่างลงตัว

พร้อมกับวัตกรรม Smart Home Automation มาสู่บ้านยุคใหม่ เอื้อต่อผู้อยู่อาศัยยุคดิจิทัล เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน สั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น อาทิ การเปิด-ปิด สั่งงาน เครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และยังสามารถเข้าดูกล้องวงจรปิด แบบ Real Time ได้ทุกที่ทุกเวลา ภายในบ้าน ให้กับผู้อยู่อาศัยของครอบครัวคนรุ่นใหม่ยุค 4.0

เอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่ง

นายสมนึก กล่าวต่ออีกว่า บ้าน Flexible Home รูปลักษณ์ใหม่ 2 ทำเล 2 โครงการ จะสอดคล้องกับตลาดกลุ่มใหญ่และเป็น Real Demand ในปัจจุบัน ประกอบด้วย

  • โครงการ NC On Green PALM PARK โครงการใหม่ล่าสุดทำเลโซนเหนือ สไตล์ Modern Tropical ให้อารมณ์เสมือนบ้านเดี่ยว ขนาดพื้นที่ใช้สอย 140 ตรม. 40 ตรว. 3 ห้องนอน 3ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคา 3.79 ล้านบาท (จำนวนจำกัด)
  • โครงการบ้านฟ้ากรีนเนอรี่ ทิวา ปิ่นเกล้า สาย 5 ในฌซนตะวันตก ด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยร่วมสมัย Thai Art Deco Style ชูเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมที่เรียบหรูดูภูมิฐาน ในราคา 4.23 ล้านบาท

สำหรับสิทธิพิเศษจองซื้อบ้านช่วงเดือนนี้ ฟรี ค่าใช้จ่ายวันโอน* ฟรี ค่าส่วนกลางนาน 2 ปี* ฟรี แอร์*

นายสมนึก ปิดท้ายว่า  บริษัทยังคงเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุก และเร่งทำยอดขายปี 2563 ให้ได้ตามเป้าหมาย 2,700 ล้านบาท

อ่านประกอบ: บ้าน New Normal พร้อมลุยตลาดไตรมาส 2

ติดตามช่อง Property Mentor Chanel ทาง YouTube



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME