Botanica modern sea karon

อสังหาฯ ภูเก็ตโซนใต้เดือด! กะรน–ฉลอง–เกาะแก้ว ขึ้นแท่นทำเลใหม่ วิลล่าหรูแห่ปักหมุด

ภูเก็ตใต้กำลังร้อนแรง! จากเดิมที่ตลาดอสังหาฯ ลักชัวรีกระจุกตัวอยู่ในโซนหาดตะวันตกและตอนเหนือ แต่วันนี้สปอตไลท์เริ่มส่องมาที่ “กะรน–ฉลอง–เกาะแก้ว” ซึ่งกำลังกลายเป็น ทำเลดาวรุ่ง ของการลงทุนพูลวิลล่าและบ้านพักหรู

โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า เผยอสังหาฯ ภูเก็ตโซนใต้มาแรง เปิดทำเลดาวรุ่ง

ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวสะสมกว่า 2.4 ล้านคน โดยรวมโต 8% ในปีนี้ (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2568) พร้อมรายได้ด้านการท่องเที่ยวรวม 149,384 ล้านบาท เติบโต 8.66% จากปีก่อน ในขณะเดียวกัน กลุ่มตลาด Long-stay และ Digital Nomad รวมถึงกลุ่ม Ultra-High Net Worth Individuals (UHNWI) ที่ยกให้ภูเก็ตเป็นบ้านหลังที่สอง ก็เติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายงานของ Knight Frank และ C9 Hotelworks ยืนยันตรงกันว่า ปี 2567 เป็นปีที่ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตแข็งแกร่งที่สุดในรอบทศวรรษ โดยเฉพาะเซ็กเมนต์วิลล่า ซึ่งมีจำนวนรวมเพียง 6,896 ยูนิต จาก 219 โครงการ คิดเป็นแค่ 17% ของตลาดรวม แต่กลับสร้างผลตอบแทนการเช่าที่โดดเด่นเฉลี่ยถึง 8% ต่อปี

3 ทำเลใต้ – กะรน ฉลอง เกาะแก้ว – กำลังขึ้นแท่น “ไพร์มโลเคชัน” ใหม่

  • กะรน : ติดหาดทรายยาว น้ำทะเลใส ความต้องการพูลวิลล่าติดวิวทะเลยังแรงต่อเนื่อง ราคาที่ดินเฉลี่ยพุ่งถึง 25 ลบ./ไร่
  • ฉลอง : ศูนย์กลางท่าเรือยอช์ตและไลฟ์สไตล์ของ Expat รายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติ–ร้านอาหาร–คาเฟ่หรู ราคาที่ดินเฉลี่ย 15 ลบ./ไร่
  • เกาะแก้ว : ย่านครอบครัวต่างชาติ ใกล้ British International School และโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ราคาที่ดินเฉลี่ย 12 ลบ./ไร่ กำลังโตต่อเนื่อง

กะรน ถือเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดของภูเก็ต ด้วยหาดทรายขาวทอดยาวและน้ำทะเลใส ทำเลนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวพรีเมียมจากยุโรป รัสเซีย และเอเชียมาอย่างต่อเนื่อง จุดแข็งคือทำเลติดและใกล้ชายหาดที่มีจำนวนจำกัด ทำให้โครงการวิลล่าริมหาดและคอนโดลักชัวรี มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ดีมานด์การเช่าระยะสั้นและพูลวิลล่าสำหรับการอยู่ยาวก็เติบโตแรงเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่าเพื่อสร้างผลตอบแทน การเข้ามาของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตแบรนด์ดัง ก็ยิ่งตอกย้ำตำแหน่งของกะรนในฐานะ “Luxury Beachfront Hub” ของภูเก็ต

Botanica Majestia

ฉลอง นับเป็นฮับการเดินทางสู่ทะเลอันดามัน เพราะย่านนี้คือที่ตั้งของ “ท่าเรือฉลอง” ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของภูเก็ตที่เป็นเกตเวย์สู่กิจกรรมทางทะเลและการล่องเรือยอช์ตสุดหรู ซึ่งรองรับทั้งนักท่องเที่ยวและเจ้าของเรือยอช์ตหรูจากทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ ย่านฉลองจึงเป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้ที่สำคัญของ Expat พื้นที่จึงรายล้อมด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ โรงเรียนนานาชาติ และไลฟ์สไตล์ฮับระดับไฮเอนด์เพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยในย่านนี้ โดยการพัฒนาโครงการวิลล่าหรูหรือบ้านพักอาศัยที่สะดวกใกล้ท่าเรือยังคงเติบโตต่อเนื่อง และเชื่อว่าการพัฒนาท่าเรือและธุรกิจการเช่าเรือยอช์ต จะยิ่งดันฉลองให้กลายเป็น “Luxury Marine Lifestyle Destination” อย่างแน่นอน 

เกาะแก้ว เป็นอีกหนึ่งทำเลที่โดดเด่นในฐานะที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ของครอบครัวต่างชาติที่ใช้ชีวิตอยู่ในไทย ด้วยทำเลใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ อย่าง British International School, Finnway International School และโรงเรียนอีกหลายแห่ง ที่แห่งนี้จึงเป็นคอมมูนิตี้ที่อบอุ่นสำหรับครอบครัว Expat ที่ต้องการความสงบ ความปลอดภัย และการเดินทางที่สะดวก ด้านดีมานด์อสังหาฯ ระดับกลางและบน โดยเฉพาะพูลวิลล่าและบ้านเดี่ยวที่ใกล้โรงเรียนนานาชาติก็เติบโตต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้วันนี้ เกาะแก้วกลายเป็นทำเลที่เหมาะกับการลงทุนโครงการใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัว

นายอรรถสิทธิ์ อินทรชูติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต จำกัด  เราเล็งเห็นศักยภาพของโซนใต้ ที่น่าสนใจและมีดีมานด์สูงไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นกะรน ฉลอง เกาะแก้ว โดยราคาเฉลี่ยของที่ดินในโซนใต้ปัจจุบัน กะรนมีราคาที่ดินเฉลี่ยอยู่ที่ 25 ล้านบาทต่อไร่ ถัดมาฉลองมีราคาที่ดินเฉลี่ยอยู่ที่ 15 ล้านบาทต่อไร่ และเกาะแก้วมีราคาที่ดินเฉลี่ยอยู่ที่ 12 ล้านบาทต่อไร่ ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลักมาจากการขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติ แผนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น การพัฒนารถไฟรางเบาและสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 (สนามบินอันดามัน พังงา) รวมถึงความต้องการวิลล่าจากนักลงทุนรัสเซีย ยุโรป จีน และตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นมากในปี 2567″

Botanica Chalong Bay

โบทานิก้าฯ ตอบโจทย์ตลาดด้วย 3 โครงการพูลวิลล่าหรูเปี่ยมประสิทธิภาพ

Botanica Modern Sea Karon โครงการพูลวิลล่าจำนวน 27 ยูนิต ตั้งอยู่ใจกลางของหาดกะรน ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 1,689 ล้านบาท โดดเด่นด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมสไตล์ Modern Tropical ที่ผสมผสานการออกแบบทันสมัยกับธรรมชาติของทะเลอันดามัน ภายใต้แนวคิด “Modern Tropical Living” ที่เน้นการออกแบบพื้นที่เปิดโล่งเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกอย่างไร้รอยต่อ ใช้หลัก Passive Design ช่วยลดการใช้พลังงานและมอบความเย็นสบายตลอดทั้งปี วิลล่าทุกหลังออกแบบให้สามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบพาโนรามา ให้ผู้อยู่อาศัยได้อยู่ท่ามกลางความงามของหาด
กะรนที่ขึ้นชื่อในเรื่องวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ราคาเริ่มต้นที่ 47.8 ล้าน ไปจนถึง 88 ล้านบาท

Botanica Chalong Bay ตั้งอยู่ในย่านฉลองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งยังใกล้สถานที่สำคัญ เช่น ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตและท่าเรือฉลอง โครงการมีเพียง 28 หลังเท่านั้น เน้นดีไซน์ในสไตล์ Modern Luxury ที่ผสมผสานความทันสมัยและฟังก์ชันการใช้งานจริงอย่างลงตัว รายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติ เช่น Ruamrudee International School (เดินทาง 9 นาที) และ Berda Claude International School (เดินทาง 18 นาที) เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการบ้านคุณภาพ ใกล้สถาบันการศึกษาชั้นนำ มูลค่าโครงการ 1,246 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นที่ 29.5 ล้าน ไปจนถึง 77.7 ล้านบาท

Botanica Majestia ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ บริเวณเกาะแก้ว ใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำอย่าง British International School Phuket โครงการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Luxury Meets Purpose” ด้วยดีไซน์ที่เน้นการผสานความหรูหราเข้ากับฟังก์ชันที่สะดวกสบาย เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวสมัยใหม่ ที่นี่มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยในคอมมูนิตี้ส่วนตัว ด้วยจำนวนเพียง 33 หลัง บนพื้นที่โครงการแบบ Low Density Estate เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด ขณะเดียวกันยังสะดวกต่อการใช้ชีวิตเมือง เพียง 19 นาทีถึง Central Phuket เชื่อมโยงความเป็นเมืองและธรรมชาติได้อย่างลงตัว และยังใกล้จุดเชื่อมต่อการเดินทางสำคัญ สามารถเข้าสู่ถนนสายหลักของภูเก็ตได้หลากหลายเส้นทาง โครงการมีมูลค่า 1,569 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท ไปจนถึง 81.9 ล้านบาท

ปัจจัยหนุน ไม่ได้มีแค่ความงามของทะเล แต่รวมถึง นโยบายภาครัฐ เช่น LTR Visa, DTV Visa สำหรับ Digital Nomad, รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ อย่างสนามบินอันดามัน (พังงา), รถไฟรางเบา, และ Boat Taxi ที่จะเชื่อมฝั่งสนามบิน–หาดสำคัญในเวลาเพียง 40 นาที ซึ่งทั้งหมดกำลังดัน “ภูเก็ตโซนใต้” ให้เป็นฮับการอยู่อาศัยและลงทุนระยะยาว สัญญาณชัด : ภูเก็ตใต้กำลังขึ้นแท่นไพร์มโลเคชันใหม่ ทั้งความต้องการซื้ออยู่จริงจากกลุ่มยุโรป–รัสเซีย–ตะวันออกกลาง และนักลงทุนเอเชียที่มองหาผลตอบแทนปล่อยเช่า ทำให้ตลาดวิลล่าหรูโซนใต้ยังมีโอกาสโตต่อเนื่องใน 3–5 ปีข้างหน้า