fbpx
FPIT and Mitsui Fudosan Asia Thailand celebrate the start of the first warehouse construction at Bang Na 2 Logistics Park 2

เฟรเซอร์ จับมือ มิตซุย เดินหน้า โลจิสติกส์ พาร์ค เฟสแรก

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล จับมือ มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย เดินหน้าโครงการโลจิสติกส์ พาร์คแห่งใหม่ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ EEC

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมสมัยใหม่ และกลุ่มบริษัทมิตซุย ฟุโดซัง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทที่ใหญ่ที่สุดจากประเทศญี่ปุ่น ได้ร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาอาคารคลังสินค้าเฟสแรก ในโครงการ บางนา 2 โลจิสติกส์ พาร์ค ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่างทั้งสองบริษัท โดยโครงการในเฟสแรกนี้ได้รับการออกแบบเพื่อตอบรับแนวโน้มความต้องการใช้อาคารคลังสินค้าที่กำลังเปลี่ยนไป ทั้งในรูปแบบของพื้นที่คลังสินค้าในเขตทั่วไป (General Zone) และ เขตปลอดอากร (Free zone) หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โครงการ บางนา 2 โลจิสติกส์ พาร์ค เป็นโครงการโลจิสติกส์ พาร์ค รูปแบบใหม่ ที่สนับสนุนการดำเนินงานด้วยระบบอัจฉริยะและรองรับการบริหารจัดการตามกรอบความยั่งยืน ถือเป็น Smart & Sustainable Logistics Park แห่งแรกในประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์บนถนนบางนา-ตราด กม. 46 ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขต EEC อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่รวมกว่า 187 ไร่ เมื่อพัฒนาครบทุกเฟสแล้วจะมีพื้นที่อาคารให้เช่ารวมกว่า 160,000 ตารางเมตร ภายในพื้นที่ครบครันด้วยสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล จึงสามารถรองรับความต้องการใช้พื้นที่ของลูกค้าทุกกลุ่มได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ โครงการ บางนา 2 โลจิสติกส์ พาร์ค ยังรองรับการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Sustainability) ทุกรูปแบบ ภายในโครงการมีคลังสินค้าคุณภาพสูงแบบพร้อมใช้ หรือ Ready-Built Warehouse และแบบสร้างตามความต้องการของลูกค้า หรือ Built-to-Suit รูปแบบใหม่ ที่สามารถรองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมทันสมัย ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของลูกค้า เช่น ระบบออโตเมชั่น และระบบควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ เป็นต้น

สำหรับ คลังสินค้าอาคารแรกของโครงการตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 23 ไร่ ในเขตทั่วไป (General Zone) โดยจะมีพื้นที่สำหรับเช่ารวมทั้งสิ้น 21,954 ตารางเมตร ภายในอาคารจะจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ยูนิตย่อย จึงมีความยืดหยุ่นในการรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ ยังออกแบบให้คลังสินค้ามีความสูงถึง 12 เมตร และสามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 5 ตันต่อตารางเมตร (floor loading capacity)

อีกทั้ง จัดให้มีพื้นที่สำหรับขนถ่ายสินค้า 2 ด้าน (cross docking operation) พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ปรับระดับพื้น (dock leveler) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการขนถ่ายสินค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ภายในอาคารยังมีการติดตั้งไฟแสงสว่างประเภทประหยัดพลังงาน (LED Light) และสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ เพื่อส่งเสริมด้านการประหยัดการใช้ทรัพยากร ปัจจุบัน อาคารคลังสินค้าแห่งนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2564