บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ประกาศความร่วมมือกับ MONA (Museum of Old and New Art) จากประเทศออสเตรเลีย พัฒนาโครงการ “เคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” ควบคู่กับการจัดตั้ง MONA Bangkok ภายในพื้นที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น โดยบริษัทระบุว่ามีเป้าหมายยกระดับพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรมแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

โครงการเคเบิลคาร์มีมูลค่าลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เชื่อมฝั่งเอเชียทีคกับโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ของ AWC บนถนนเจริญนคร โดยออกแบบเป็นระบบข้ามแม่น้ำที่ไม่มีเสารับกลางแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมใช้ระบบขนส่งไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่บริษัทระบุว่าเป็นมาตรฐานระดับสากล AWC ระบุว่าโครงการดังกล่าวจะเป็น “เคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำภายใต้แนวคิดการเดินทางอย่างยั่งยืนแห่งแรกของโลก” และออกแบบให้การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ด้านศิลปะ ผ่านการใช้แสง สี เสียง และเทคโนโลยีตลอดเส้นทาง
ควบคู่กันนั้น บริษัทได้เปิดตัว MONA Bangkok ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ MONA พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยจากเมืองโฮบาร์ต รัฐแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย โดยจะพัฒนาเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะร่วมสมัยและประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่การจำลองพิพิธภัณฑ์ต้นแบบจากออสเตรเลีย แต่จะพัฒนาเนื้อหาให้สะท้อนบริบททางวัฒนธรรมของไทย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยและศิลปินต่างชาติร่วมสร้างสรรค์ผลงาน
MONA ซึ่งก่อตั้งโดย เดวิด วอลช์ เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงของออสเตรเลีย โดยมีจุดเด่นด้านการผสานศิลปะ เทคโนโลยี และการออกแบบประสบการณ์ผู้เข้าชม รวมถึงการพัฒนาเทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมผ่านหน่วยงาน DarkLab

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเอเชียทีคให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับโลก โดยใช้การผสมผสานระหว่างโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง ศิลปะ และวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

ด้านเดวิด วอลช์ ผู้ก่อตั้ง MONA กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะนำประสบการณ์ด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์และการออกแบบประสบการณ์ผู้ชมมาปรับใช้กับกรุงเทพฯ เพื่อสร้างพื้นที่ศิลปะรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับบริบทของประเทศไทย การประกาศความร่วมมือมีผู้แทนจากภาครัฐและต่างประเทศเข้าร่วม อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มุขมนตรีรัฐแทสเมเนีย และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย






