ตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มขยับเกมใหม่รับกำลังซื้อชะลอ โดยหันมาเจาะกลุ่ม “ข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานคร” ซึ่งยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง แต่ติดข้อจำกัดด้านรายได้ ภาระค่าเช่า และการเข้าถึงสินเชื่อ ล่าสุด 2 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ได้แก่ CMC Group และ SENA Development ประกาศเข้าร่วมโครงการ “BKK Housing Platform” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อเพิ่มโอกาสให้พนักงาน กทม. สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
แนวทางดังกล่าวสะท้อนภาพตลาดอสังหาฯ ในช่วงที่ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสต็อกคงค้าง พร้อมกับหากลุ่มกำลังซื้อใหม่ที่มีรายได้ประจำและมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่ากลุ่มฟรีแลนซ์หรือแรงงานนอกระบบ ขณะเดียวกันภาครัฐเองก็พยายามผลักดันนโยบาย “บ้านคนเมือง” เพื่อแก้ปัญหาค่าเช่าและการเดินทางของบุคลากรในเมืองหลวง
CMC ส่ง 2 คอนโดร่วมแคมเปญ เจาะทำเลใกล้ที่ทำงาน CMC Group นำ 2 โครงการพร้อมอยู่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ชาโตว์ อินทาวน์ ปิ่นเกล้า-ศิริราช และ ซีรอคโค บางนา 36 พร้อมจัดโปรโมชั่นเฉพาะสำหรับข้าราชการและบุคลากร กทม.
โครงการ “ชาโตว์ อินทาวน์ ปิ่นเกล้า-ศิริราช” เป็นคอนโด Low-Rise ย่านฝั่งธนบุรี เจาะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ศิริราช–พระนคร จุดขายสำคัญคือการเดินทางเชื่อมต่อโรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ รวมถึงหน่วยงานราชการสำคัญในเขตพระนคร ส่วน “ซีรอคโค บางนา 36” เจาะกลุ่มพนักงาน กทม. ในโซนกรุงเทพตะวันออก โดยอยู่ใกล้บางนา เส้นทางด่วน และรถไฟฟ้า รองรับกลุ่มที่ทำงานในเขตบางนา พระโขนง และประเวศ ราคาเริ่มต้นระดับต่ำกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งยังถือเป็นช่วงราคาที่ตลาดมีกำลังซื้อจริง

CMC ระบุว่า ปัจจุบันบุคลากร กทม. จำนวนมากยังต้องเช่าที่อยู่อาศัย และเผชิญต้นทุนการเดินทางสูง การมีที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงานจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว และเปลี่ยน “ค่าเช่า” ให้กลายเป็นการสะสมสินทรัพย์แทน
SENA ชูโมเดล “เช่าออมบ้าน” แก้โจทย์คนกู้ไม่ผ่าน ด้าน SENA Development เลือกใช้โมเดล “LivNex เช่าออมบ้าน” เป็นจุดขายหลัก ภายใต้แนวคิด “อยู่ก่อน ค่อยกู้” ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาคนมีรายได้ประจำแต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์สินเชื่อ โมเดลดังกล่าวเปิดให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยก่อน โดยค่าเช่ารายเดือนสามารถสะสมเป็นส่วนลดสำหรับซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคตได้ พร้อมมีทีมที่ปรึกษาทางการเงินช่วยวางแผนเครดิตและเตรียมความพร้อมก่อนยื่นกู้ร่วมกับ ธอส.
เสนายังเปิดสิทธิพิเศษเฉพาะข้าราชการและบุคลากร กทม. ให้สามารถเข้าร่วม LivNex ได้ง่ายขึ้น โดยลดขั้นตอนการคัดกรอง และเลือกยูนิตได้หลากหลายโครงการ ครอบคลุมทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม หนึ่งในสินค้าที่เสนานำมาใช้เจาะตลาดคือแบรนด์ SENA KITH ซึ่งเป็นคอนโดระดับราคาต่ำกว่าล้านบาทถึงล้านต้น ๆ เน้นกลุ่มคนทำงานเมืองและข้าราชการที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าและสถานศึกษา

นอกจากนี้ SENA ยังแบ่งทางเลือกเป็น 3 โมเดล ได้แก่ “ซื้อง่าย” สำหรับผู้พร้อมกู้ “LivNex เช่าออมบ้าน” สำหรับผู้ยังไม่พร้อมสินเชื่อ และ “RentNex เช่าตรง” สำหรับผู้ต้องการเช่าระยะยาวแต่สามารถนำค่าเช่ามาหักเป็นเงินต้นในอนาคตได้
สะท้อนปัญหา “คนทำงานเมือง มีรายได้ แต่ไม่มีบ้าน”
การขยับตัวของทั้ง CMC และ SENA สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปัจจุบัน ที่แม้จะมีสต็อกพร้อมอยู่จำนวนมาก แต่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ข้อมูลจากกรุงเทพมหานครระบุว่า บุคลากรและข้าราชการ กทม. กว่า 44.6% ยังอยู่ในระบบเช่า ขณะที่ค่าครองชีพและค่าเดินทางในเมืองเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การเก็บเงินดาวน์หรือการรักษาสถานะเครดิตทำได้ยากขึ้น ในอีกด้าน ผู้ประกอบการอสังหาฯ เองก็กำลังเผชิญแรงกดดันจากยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะตลาดระดับล่างถึงกลาง ทำให้หลายบริษัทเริ่มปรับจากการ “ขายขาด” ไปสู่โมเดล “เช่าก่อนซื้อ” หรือการร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อช่วยลูกค้าสร้างเครดิต
โครงการ “BKK Housing Platform” จึงถูกมองว่าเป็นอีกความพยายามในการเชื่อมภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อปลดล็อกกำลังซื้อของคนเมืองในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้ในระยะสั้นจะช่วยระบายสต็อกพร้อมอยู่ของผู้ประกอบการ แต่ในระยะยาว โมเดลลักษณะนี้อาจกลายเป็นแนวทางใหม่ของตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานประจำที่มีรายได้มั่นคง แต่ขาดความพร้อมด้านเครดิตและเงินก้อนเริ่มต้น ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครเตรียมจัดงาน BKK Housing Expo วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยมีผู้ประกอบการกว่า 30 ราย นำโครงการรวมกว่า 200 โครงการเข้าร่วม พร้อมบริการยื่นสินเชื่อและทราบผลเบื้องต้นภายในวันเดียว





