Behind Dusit Ajara Commitment in Action ขนาดใหญ่

“ดุสิต อจารา หัวหิน” ชูโมเดล Sustainable Well-Being

บริษัท ดุสิต เอสเตท จำกัด ในเครือ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดรายละเอียดโครงการ “ดุสิต อจารา หัวหิน” บนที่ดินราว 20 ไร่ ในพื้นที่เดียวกับ Dusit Thani Hua Hin โดยพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยแบบ Low Rise, Low Density จำนวน 96 ยูนิต วางจุดขายด้านแนวคิด “Sustainable Well-Being” และการอยู่อาศัยหลายช่วงวัย (Multi-generational Living) ควบคู่แนวคิด Pet Friendly

โครงการดังกล่าวถูกนำเสนอผ่านการวิเคราะห์ 7 มิติ โดยความร่วมมือจากองค์กรภายนอก อาทิ SCG ด้านความยั่งยืน, CBRE Thailand ด้านตลาดและการลงทุน, A49 และ P Landscape ด้านสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ รวมถึง Arkitektura ผู้ออกแบบตกแต่งภายใน

ตลาดหัวหิน: ซัพพลายชะลอ แต่ Branded Residences ยังเดินหน้า

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรีไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ ส่งผลให้ภาวะซัพพลายโดยรวมอยู่ในจุดสมดุลมากขึ้น ขณะที่ตลาด Branded Residences ในไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง และประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC)

CBRE ประเมินว่า Branded Residences ในหัวหินมีซัพพลายจำกัดเมื่อเทียบกับดีมานด์ โดยเฉพาะกลุ่มบ้านพักตากอากาศและบ้านหลังที่สอง ทั้งจากผู้ซื้อกรุงเทพฯ และต่างชาติบางส่วน อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Gross Yield) ในพื้นที่อยู่ที่ราว 7–9% ขึ้นอยู่กับทำเลและรูปแบบการบริหารจัดการ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า Yield ดังกล่าวเป็นตัวเลขก่อนหักค่าใช้จ่าย และยังขึ้นกับประสิทธิภาพการบริหารการเช่า ฤดูกาลท่องเที่ยว และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศและต้นทุนทางการเงิน

Ms La ead Kovavisaruch Managing Director Dusit Estate Company Limited ขนาดใหญ่

ชู Fitwel – Green Materials รับเทรนด์สุขภาวะ

ในมิติความยั่งยืน SCG ระบุว่าโครงการนี้นำมาตรฐาน Fitwel ซึ่งพัฒนาโดย Centers for Disease Control and Prevention (CDC) สหรัฐอเมริกา มาใช้กับโครงการ Low Rise Residential เป็นครั้งแรกในเอเชีย พร้อมเลือกใช้วัสดุภายใต้ฉลาก SCG Green Choice เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระยะยาว

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการผสาน Climate Resilience, Circular Economy และ Well-being เข้าด้วยกัน ขณะที่ฝ่ายออกแบบระบุว่าการวางผังอาคารให้รับลมธรรมชาติ ลดความร้อนสะสม และเพิ่มพื้นที่สีเขียวกว่า 60% ของโครงการ เป็นกลไกสำคัญในการควบคุมสภาพแวดล้อมโดยไม่พึ่งพาระบบพลังงานสูงเกินจำเป็น

Hospitality สู่ Residential: จุดแข็งหรือความคาดหวังที่สูงขึ้น

โครงการพัฒนาบนพื้นที่เดิมของ Dusit Resort & Polo Club โดยอาศัยแบรนด์และการบริหารจัดการจาก Dusit Thani Hua Hin เข้ามาเสริมประสบการณ์อยู่อาศัย พร้อมบริการและระบบบริหารการปล่อยเช่า

นักพัฒนาอสังหาฯ หลายรายมองว่า Branded Residences ได้เปรียบในด้านความเชื่อมั่นแบรนด์และมาตรฐานบริการ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ต้นทุนพัฒนาและค่าบริหารจัดการที่สูงกว่าโครงการทั่วไป อาจเป็นแรงกดดันต่อกำลังซื้อ โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดลักชัวรี่ต้องแข่งขันด้านความแตกต่างมากขึ้น

โครงสร้างพื้นฐานหนุน แต่ยังต้องจับตาความต่อเนื่อง

หัวหินได้รับแรงหนุนจากแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การพัฒนาสนามบินหัวหิน และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่ช่วยลดระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าเชิงปฏิบัติและไทม์ไลน์การลงทุนภาครัฐยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจของนักลงทุนระยะยาว

แผนก่อสร้างและไทม์ไลน์

ปัจจุบันโครงการได้รับอนุมัติรายงาน EIA แล้ว และเริ่มดำเนินการก่อสร้าง โดยตั้งเป้าส่งมอบในปี 2571 จำนวนยูนิตรวม 96 ยูนิต บนที่ดินกว่า 20 ไร่ ภายใต้รูปแบบ Low Density

ในภาพรวม “ดุสิต อจารา หัวหิน” สะท้อนความพยายามของกลุ่มดุสิตในการต่อยอดจากธุรกิจโรงแรมสู่ที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ พร้อมวางตำแหน่งโครงการในตลาด Branded Residences ที่ซัพพลายยังจำกัดในหัวหิน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังซื้อยังเปราะบาง การพิสูจน์ดีมานด์จริง และความสามารถรักษาระดับ Yield ตามที่ประเมินไว้ จะเป็นบททดสอบสำคัญของโครงการในระยะต่อไป