ปิ่นเกล้าบรมราชชนนีNewUrba

ปิ่นเกล้าเด่นจากโครงสร้างเมือง-คมนาคมใหม่ดีมานด์ยังเดินหน้า

ทำเลปิ่นเกล้ากำลังถูกจับตาอีกครั้ง จากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการยกระดับศูนย์การค้าหลัก ส่งผลให้ดีมานด์ที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมใกล้ระบบรางและแหล่งไลฟ์สไตล์ ยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ซัพพลายในตลาดมีอยู่จำกัด

ข้อมูลสำรวจของแอล ดับเบิลยู เอสฯ ระบุว่า ปัจจุบันย่านปิ่นเกล้ามีคอนโดมิเนียมเปิดขายเพียง 5 โครงการ รวม 2,342 หน่วย มียอดขายแล้วกว่า 64% หรือเฉลี่ยขายได้ราว 6–7 หน่วยต่อเดือนต่อโครงการ ทำให้เหลือหน่วยขายในตลาดเพียงประมาณ 830 หน่วยเท่านั้น โดยตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีโครงการคอนโดใหม่ที่ตั้งอยู่ติดถนนบรมราชชนนี ซึ่งเป็นถนนสายหลักของพื้นที่ สะท้อนข้อจำกัดด้านที่ดินและการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของทำเลมาจากการเปลี่ยนโครงสร้างเมืองและระบบคมนาคม โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี ซึ่งจะเชื่อมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน พร้อมต่อเชื่อมระบบรางสายหลักหลายเส้น ทำให้ปิ่นเกล้าขยับบทบาทจากย่านพักอาศัยและทางผ่าน ไปสู่จุดยุทธศาสตร์ด้านการเดินทางมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การลงทุนยกระดับศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ด้วยงบกว่า 1,700 ล้านบาท นับเป็นการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบเกือบ 30 ปี ไม่ใช่เพียงการรีโนเวตอาคาร แต่เป็นการปรับบทบาทสู่ศูนย์กลางการค้าและไลฟ์สไตล์ระดับเขต (District Leader) ของกรุงเทพฝั่งตะวันตก ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตและความหนาแน่นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่โดยรอบอย่างมีนัยสำคัญ

Central Pinklao ขนาดใหญ่

ในด้านราคา คอนโดมิเนียมในย่านปิ่นเกล้ามีราคาขายเฉลี่ยประมาณ 79,000–110,000 บาทต่อตารางเมตร หรือราว 1.97–3.10 ล้านบาท สำหรับห้องขนาดเริ่มต้น 23–24 ตารางเมตร ซึ่งยังต่ำกว่าหลายทำเลชั้นในที่มีองค์ประกอบด้านไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน ค่าเช่าเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือนสำหรับสตูดิโอ และ 13,000–15,000 บาทต่อเดือนสำหรับห้อง 1 ห้องนอน ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยราว 6% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของปิ่นเกล้ายังขึ้นอยู่กับความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าและจังหวะการเปิดซัพพลายใหม่ในอนาคต หากมีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่พร้อมกัน อาจกดดันการแข่งขันด้านราคาได้ในระยะถัดไป ในภาพรวม ปิ่นเกล้ากำลังเปลี่ยนผ่านจากย่านพักอาศัยดั้งเดิม สู่พื้นที่แบบผสมผสาน (Mixed-use District) ที่รองรับผู้อยู่อาศัยหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่บุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา ไปจนถึงคนทำงานฝั่งธนบุรี–พระนคร และกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน New Urban Node ของกรุงเทพฝั่งตะวันตก แต่การเติบโตระยะยาวยังต้องจับตาปัจจัยคมนาคมและจังหวะตลาดอย่างใกล้ชิด