เรนวูด กรุ๊ป เดินหน้าแผนพัฒนา เรนวูด ปาร์ค ลำลูกกา ปทุมธานี เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ตอกย้ำวิสัยทัศน์การพัฒนาโครงการลักชัวรี่เมกะโปรเจกต์ระดับโลก บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่สู่เมืองต้นแบบด้านคุณภาพชีวิตที่ครบวงจร ผสานการอยู่อาศัย การศึกษา กีฬา ไลฟ์สไตล์ และสุขภาวะแบบองค์รวม เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทุกเจเนอเรชันด้วยมาตรฐานระดับโลก

นางสาววรพนิต รวยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรนวูด กรุ๊ป ผู้พัฒนาโครงการเรนวูด ปาร์ค สังคมระดับเวิลด์คลาสเพื่อการใช้ชีวิตทุกช่วงวัย หรือ The world-class community for multi- generational living เปิดเผยว่า เส้นทางการเติบโตของเรนวูด กรุ๊ป เริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของ ดร.ชาญชัย รวยรุ่งเรือง ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทและผู้บุกเบิกการลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเริ่มดำเนินธุรกิจครั้งแรกที่ไทยในปี 2527 ก่อนขยายฐานธุรกิจสู่จีนและต่อยอดการลงทุนในหลายประเทศ อาทิ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และจีน จนก้าวสู่แบรนด์ผู้นำในหลายอุตสาหกรรมตลอด 40 ปี โดยล่าสุดได้นำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายระดับโลกที่สั่งสมมา กลับมาพัฒนาการลงทุนในประเทศบ้านเกิด ผ่านการพัฒนาเรนวูด ปาร์ค ให้ก้าวสู่เป็นเมืองต้นแบบที่สะท้อนศักยภาพของไทยในการสร้าง Community ระดับ World-Class ที่ครบถ้วนทุกมิติในแห่งเดียว

ทั้งนี้ เรนวูด ปาร์ค ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์รวมมาตรฐานระดับโลก ครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัยคุณภาพภายใต้ Reignwood Residence Collection, สถาบันการศึกษานานาชาติ KIS International School Reignwood Park ที่ใช้หลักสูตร IB, สนามกอล์ฟ Robinswood Golf Club, CH3 Performance Golf Academy Thailand, Reignwood Park x Topaz Detailing Thailand, Global Elite, ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ PARK11 รวมถึง Sport Complex ที่เตรียมเปิดตัวในปี 2569 ทั้งหมดถูกเชื่อมโยงกันภายใต้แนวคิด Community for Well-Being และหลอมรวมเป็น “Reignwood Life” เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตลักชัวรี่ที่แตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
ในเชิงกลยุทธ์เรนวูด ปาร์ค ขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การลงทุนด้านกีฬาและการศึกษา, การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG และการยกระดับสู่มาตรฐานสู่ระดับโลก โดยเฉพาะบทบาทด้านกีฬาและการพัฒนาเยาวชน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้นักกีฬาไทยก้าวสู่เวทีนานาชาติ หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือการสนับสนุนนักกอล์ฟทีมชาติไทย “ปริม – ปราชญ์นคร” ซึ่งประสบความสำเร็จจากการแข่งขันระดับนานาชาติ และคว้า 2 เหรียญทองจากมหกรรมกีฬาซีเกมส์ล่าสุด สะท้อนศักยภาพของระบบพัฒนากีฬาเชิงโครงสร้างที่เรนวูดได้วางรากฐานไว้ ขณะเดียวกันก็ได้ดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านมูลนิธิเรนวูด (ประเทศไทย) ที่ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมการศึกษา การสร้างงานและรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 40% รวมถึงการสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติร่วมกับองค์กรพันธมิตร เพื่อสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาว

สำหรับปี 2569 เรนวูด ปาร์ค ได้วางกลยุทธ์ขยายแบรนด์สู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ผ่านกลยุทธ์ Global Expansion & Branding Strategy โดยมุ่งสร้างการรับรู้ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ ในตลาดสำคัญ อาทิ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ดูไบ และอังกฤษ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับ High Net Worth Individuals ควบคู่การศึกษาการลงทุนธุรกิจใหม่ในประเทศไทย เช่น Sea Bear ธุรกิจเรือยอชต์ในภูเก็ต และธุรกิจแห่งอนาคตที่กำลังศึกษาความเป็นไปได้ อย่าง Air Taxi นอกจากนี้ เรนวูด กรุ๊ป ยังเดินหน้าผลักดันแบรนด์น้ำดื่มพรีเมียมระดับโลก VOSS ในประเทศไทยอย่างจริงจัง ผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์ กีฬา และอีเวนต์สำคัญของกลุ่มบริษัท รวมถึงกิจกรรมพิเศษในย่าน EM District ในช่วงเทศกาลปลายปี เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ควบคู่ภาพลักษณ์ระดับสากล
เรนวูด ปาร์ค เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง เสริมแกร่งโครงการที่อยู่อาศัย ไลฟ์สไตล์ และกีฬา ตั้งเป้าเติบโต 30% ในปี 2569 เรนวูด ปาร์ค ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 เดินหน้าการลงทุนและพัฒนาโครงการสำคัญ ภายใต้วิสัยทัศน์การสร้าง Superior Living Ecosystem ที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัย สุขภาพ กีฬา ไลฟ์สไตล์ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว และสร้างฐานการเติบโตสู่ปี 2569 ที่ตั้งเป้าอัตราการเติบโตไว้ที่ 30% “ปี 2569 ถือเป็นปีที่สำคัญของโครงการเรนวูด ปาร์ค ในการต่อยอดการพัฒนาโครงการ ทุกการลงทุนถูกออกแบบเพื่อสร้างมูลค่าในระยะยาวให้กับโครงการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด” มร.สจวร์ต เดลี่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เรนวูด โฮลดิ้ง จำกัด กล่าว
ในส่วนของโครงการที่อยู่อาศัย Reignwood Residence Collection ประกอบด้วย Estate, Sereno และ Sonia ยังคงเป็นแกนหลักของการพัฒนาโครงการ โดยมีงบลงทุนประมาณ 6,500 ล้านบาท ด้าน PARK11 โครงการไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ ที่ใช้งบลงทุนรวม 900 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการ PARK11 มูลค่า 840 ล้านบาท และ Get Growing Reignwood Park มูลค่า 28 ล้านบาท บนพื้นที่ค้าปลีกประมาณ 8,600 ตารางเมตร พื้นที่ Get Growing ประมาณ 3,800 ตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2 ไร่ ภายใต้แนวคิด “Under the Sea” พื้นที่การเรียนรู้และการเล่นวิถีธรรมชาติสำหรับเยาวชนและครอบครัว พื้นที่ Shopping Area มีประมาณ 4,800 ตารางเมตร ปัจจุบันมีความคืบหน้าการก่อสร้างกว่า 90% และพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2569 ขณะเดียวกัน โครงการ Sport Complex ที่ใช้งบลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 18,000 ตารางเมตร มีความคืบหน้าการก่อสร้างราว 30% และวางแผนเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 3-4 ของปี 2569 เพื่อเสริมบทบาท เรนวูด ปาร์ค ในฐานะศูนย์กลางกีฬาและไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ

เรนวูด ปาร์ค เดินหน้าขยาย Robinswood Golf Community ผ่านการพัฒนาประสบการณ์สมาชิกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ สิทธิพิเศษที่เชื่อมโยงกับอีเวนต์ระดับโลก อาทิ Reignwood Icons of Football ความร่วมมือกับสนามกอล์ฟชั้นนำระดับสากล เช่น Wentworth Club (สหราชอาณาจักร) และ Pine Valley (จีน) รวมถึงการลงทุนระยะยาวใน CH3 Performance Golf Academy และโครงการทุนสนับสนุนนักกอล์ฟเยาวชน ด้านกิจกรรมไลฟ์สไตล์ Reignwood Run ซึ่งเป็นกิจกรรมสาธารณะที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่3 ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปีล่าสุดมีผู้สมัครมากกว่า 2,000 คน ภายใน 10 วันแรกของการเปิดรับสมัคร ขณะที่ Winter Love Song ยังคงเป็นกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิกของโครงการ สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าประสบการณ์เฉพาะกลุ่ม ในส่วนของ F&B และบริการ โครงการเรนวูด ปาร์ค พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการแบบครบวงจร นอกเหนือจากร้านอาหารหลัก ได้แก่ Champion Restaurant, Jackbar และ Silverskin Café ยังมีบริการจัดอีเวนต์ครบวงจร รวมถึงบริการ Wedding Events และ Banquets สำหรับสมาชิกเรนวูด ปาร์ค โดยเฉพาะ ขณะเดียวกัน ยังเตรียมต่อยอดสู่มิติ Automotive Lifestyle ผ่านโครงการ Topaz และ TP1 Car Detailing Reignwood Park ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาแนวคิด เพื่อนำเสนอบริการดูแลรถยนต์ระดับพรีเมียมและมาตรฐานคุณภาพในแบบเรนวูด

ด้านความยั่งยืน เรนวูด ปาร์ค ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ระบบบำบัดน้ำหมุนเวียนจาก Heart Lake และพื้นที่สีเขียว ซึ่งสามารถบำบัดน้ำได้ประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อนำกลับมาใช้ภายในพื้นที่โครงการ พร้อมติดตั้งเครื่องเติมอากาศในแหล่งน้ำ 14 จุด เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำและสนับสนุนระบบนิเวศของสนามกอล์ฟ โดยโครงการยังมีการปลูกต้นไม้มากกว่า 10,000 ต้นทั่วพื้นที่ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่น และพัฒนาระบบผลิตน้ำดื่มจากบ่อบาดาลภายในโครงการด้วยเทคโนโลยี RO ที่สามารถผลิตน้ำดื่มได้มากกว่า 10,000 แพ็กต่อเดือน พร้อมระบบรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์มากกว่า 80% ขณะที่โครงการที่อยู่อาศัย Sonia ยังผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและน้ำด้วยเช่นกัน
ด้วยวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองที่มองไกลกว่าอสังหาริมทรัพย์ เรนวูด กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อน “เรนวูด ปาร์ค” ให้เติบโตบนรากฐานของคุณภาพชีวิต ความยั่งยืน และมาตรฐานระดับโลก ผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ด้านการอยู่อาศัย การศึกษา กีฬา และไลฟ์สไตล์อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้อยู่อาศัย ชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาโครงการเมืองคุณภาพระดับเวิลด์คลาสบนเวทีนานาชาติ






