ดร รักษ์ วรกิจโภคาทร ขนาดใหญ่

BAM เปิดตัว “ทรัพย์มหาชน พลัส”

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดตัวโครงการใหม่ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ต่อยอดจากโครงการเดิม มุ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ผ่านการขยายเพดานราคา ทำเล และกลุ่มผู้ซื้อ

นางทองอุไร ลิ้มปิติ และ ดร รักษ์ วรกิจโภคาทร ขนาดใหญ่

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ BAM ระบุว่า ตลอดกว่า 27 ปี บริษัททำหน้าที่บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ โดยมุ่งนำทรัพย์กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้ประชาชนเริ่มต้นทางการเงินใหม่ ก่อนหน้านี้ โครงการ “ทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต” ได้ช่วยให้ประชาชนเป็นเจ้าของบ้านแล้วกว่า 1,500 รายการ ในช่วงราคาประมาณ 100,000 – 3 ล้านบาท โดยเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย อาชีพอิสระ หรือผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อได้ยาก

ขยาย 3 มิติ เพิ่มโอกาสเข้าถึงบ้าน

ด้าน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM เปิดเผยว่า โครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” พัฒนาภายใต้แนวคิด “3 พลัส” ได้แก่

  • พลัสด้านราคา: ขยายเพดานราคาทรัพย์จากไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท
  • พลัสด้านทำเล: เพิ่มทรัพย์ในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
  • พลัสด้านกลุ่มผู้ซื้อ: ครอบคลุมคนไทยทุกอาชีพ

ส่งผลให้มีทรัพย์เข้าร่วมโครงการมากกว่า 21,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 32,000 ล้านบาท

เงื่อนไขผ่อนผ่อนต่ำ เริ่มต้น 500 บาท/เดือน

โครงการเปิดให้เข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 ธันวาคม 2569 ครอบคลุมทรัพย์หลายประเภท ได้แก่
บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า

ดร รักษ์ วรกิจโภคาทรขนาดใหญ่

จุดเด่นสำคัญ ได้แก่

  • เงินจองเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท
  • ดอกเบี้ยปีที่ 1 = 0%
  • ปีที่ 2–3 = 3%
  • ปีที่ 4 เป็นต้นไป อิง MRR ของ BAM
  • ผ่อนนานสูงสุด 20 ปี
  • ค่างวดเริ่มต้นเพียง 500 บาท/เดือน

ผู้ซื้อสามารถเลือกผ่อนกับ BAM โดยตรง หรือขอสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินพันธมิตรได้

โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ BAM ในการเร่งระบายสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ควบคู่กับการกระตุ้นดีมานด์ในตลาดที่อยู่อาศัยระดับล่าง-กลาง ซึ่งยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเข้าถึงสินเชื่อ การขยายเพดานราคาสู่ 5 ล้านบาท ถือเป็นการ “ขยับฐานลูกค้า” ไปสู่กลุ่มกำลังซื้อระดับกลางมากขึ้น ขณะที่เงื่อนไขผ่อนปรนยังคงออกแบบมาเพื่อรองรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังอยู่ที่ความสามารถในการผ่อนระยะยาวของผู้ซื้อ รวมถึงคุณภาพทรัพย์และทำเล ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจในภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่