fbpx
© thaipropertymentor.com - 2021. All rights reserved.
Home2021ตุลาคม

ตุลาคม 2021

อีกหนึ่งในนวัตกรรมก่อสร้างจาก CPAC Green Solution คือเทคโนโลยี 3D Concrete Printing หรือเทคโนโลยีขึ้นรูปโครงสร้างแบบสามมิติสำหรับการก่อสร้าง เป็นนวัตกรรมการก่อสร้างที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในวงการก่อสร้างและออกแบบช่วงนี้ สาเหตุสำคัญก็เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยนักออกแบบให้ออกจากกรอบจำกัดเดิมๆ ด้วยพื้นผิวที่สวยงามตามแบบฉบับวัสดุคอนกรีต และการก่อสร้างแบบดิจิทัล จากเครื่องพิมพ์สามมิติ ที่สามารถคำนวณการใช้งานวัสดุคอนกรีตได้อย่างแม่นยำ จึงช่วยลดขยะเหลือใช้จากงานก่อสร้างได้ CPAC 3D Printing Solution มีความพิเศษของการขึ้นรูปโครงสร้างด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ คือความสามารถในการก่อสร้างรูปทรงฟรีฟอร์ม หรือ Parametric Design ที่มีจุดเด่นที่รูปฟอร์ม เส้นสายความโค้ง สามารถทำได้อย่างเป็นอิสระ ซึ่งการพิมพ์เช่นนี้ช่วยตอบโจทย์ทั้งเรื่องความรวดเร็ว แม่นยำ ทำให้ได้ผลลัพธ์ของชิ้นงานที่ตรงกับแบบร่างและความต้องการผ่านระบบการทำงานในแบบดิจิทัล การทำงานกับ CPAC 3D Printing Solution สามารถทำได้ทั้งแบบการผลิตสำเร็จจากโรงงานสำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นเล็ก หรือการพิมพ์สามมิติในไซต์งานกรณีอาคารขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มศักยภาพในงานออกแบบและขึ้นรูปทรงสามมิติ ให้กับทั้งเฟอร์นิเจอร์ภายใน เฟอร์นิเจอร์เอาท์ดอร์ งานตกแต่งแลนด์สเคป ไปจนถึงอาคารทั้งหลัง [embed]https://www.youtube.com/watch?v=Xql_phavJWQ[/embed] นอกจากข้อดีของ CPAC 3D Printing Solution ซึ่งได้รูปแบบของชิ้นงานที่สวยงามสมบูรณ์แบบ

การเคหะฯ เปิดจอง อาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย 5 โครงการใน 5 จังหวัด กว่า 800 หน่วย เคาะค่าเช่า 1,400-2,500 บาท/เดือน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะฯ ได้จัดสร้างโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร (กระทุ่มแบน 3) จำนวน 196 หน่วย จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 79 หน่วย จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 138 หน่วย จังหวัดสุรินทร์ (สลักได) จำนวน 163 หน่วย และจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 242 หน่วย รวมทั้งสิ้น

อสังหาฯ 3 จังหวัดอีอีซี สถานการณ์ยังน่าห่วง ครึ่งปีแรกตัวเลขโอนกรรมสิทธิ์ลดวูบ 21.9% ขณะที่แนวโน้มซัพพลายในตลาดปรับตัวลดลงเช่นกัน จับตาจังหวัดชลบุรี ขออนุญาตจัดสรรที่ดิน-ก่อสร้างอาคาร เริ่มขยับ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้รายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ 3 จังหวัด เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในไตรมาสที่ 2 และครึ่งแรกของปี 2564 ซึ่งทั้ง 3 จังหวัดนอกจากจะเป็นพื้นที่พัฒนาพิเศษแล้วยังเป็นกลุ่มจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) มีการควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อกำลังซื้อและความมั่นใจในการซื้อที่อยู่อาศัยของจังหวัดในกลุ่มพื้นที่อีอีซีเป็นอย่างมาก "จากรายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย 3 จังหวัดอีอีซีในครึ่งแรกปี 2564 พบว่า เศรษฐกิจไทยซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถึง 2 ระลอก ส่งผลให้ทั้งอุปทานและอุปสงค์ของตลาดที่อยู่อาศัยหดตัวลง โดยอุปทานจากการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลงทั้งจำนวนโครงการและจำนวนหน่วย ร้อยละ -22.8 และร้อยละ -15.7 ตามลำดับ แต่ด้านการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำมากในช่วงที่ไม่ปกติ" ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูล

ลลิล มั่นใจกำลังซื้อ real demand เริ่มฟื้นตัวหลังรัฐผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ และแบงก์ชาติเปิดทางให้กู้ได้ 100% ล่าสุดส่งทาวน์โฮมพรีเมียมแบรนด์ใหม่ ไลโอ เพรสทีจ ขายฐานลูกค้า real demand ราคา 2.7-3 ล้านบาท นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยว่า ตลาดผู้บริโภคในกลุ่ม real demand จะเริ่มฟื้นตัวเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ เมื่อกำลังซื้อเริ่มค่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติ ก็ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มดำเนินกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งเริ่มเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ต้นไตรมาส 4 ของปี 2564 และจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565 “ในไตรมาส 4 ของปีนี้ บริษัทได้เปิดตัวบ้าน 2

LPP ชูกลยุทธ์การบริหารจัดการชุมชนแนวคิดใหม่ “Cause We CARE” รับ Next Normal ที่มุ่งเน้นให้การดูแลทั้ง 1.) ร่างกาย 2.) จิตใจ และ 3.) ความปลอดภัยของลูกค้าทุกเพศวัย พร้อมวางมาตรการเชิงรุกทั้งระยะสั้น กลาง ยาว ย้ำความเป็นมืออาชีพด้านการบริหารจัดการชุมชน เพื่อสร้างคุณค่าในการอยู่อาศัยร่วมกันอย่างมีความสุข นางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) บริษัทบริหารจัดการชุมชนในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN และโครงการภายนอก หรือ Non-LPN รวมกว่า 200 โครงการ กล่าวว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงและเกิดผลกระทบอย่างรวดเร็วตลอดเวลา

รายงานจาก ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า จากการที่หลายธุรกิจค่อยๆ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากภาครัฐ ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เองก็จะเริ่มมีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นเช่นกัน แต่การกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งนั้น จะมาพร้อมกับการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากรูปแบบการใช้ชีวิตในช่วงหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานเพียงพอสำหรับการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนในระยะยาว เมื่อเปิดต้อนรับลูกค้าหรือผู้เช่าอีกครั้ง เราอาจจะพบกับลูกค้าคนเดิมที่มาพร้อมกับความต้องการใหม่ๆ สำหรับตลาดที่พักอาศัยหลายคนใช้เวลาตลอด 24 ชั่วโมงอยู่ที่บ้านในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้รายละเอียดหลายอย่างในที่พักอาศัย ไม่ว่าจะในคอนโดมิเนียมหรือบ้านกลับมีความสำคัญขึ้นมาก พื้นที่ที่เคยโฆษณาว่าเป็น “พื้นที่เอนกประสงค์” ในบ้านจะไม่ถูกมองเป็นแค่พื้นที่ว่างอีกต่อไป แต่จะถูกให้ความสำคัญมากขึ้นว่าสามารถจะใช้เป็น "โฮมออฟฟิศ" ได้หรือไม่ ซึ่งควรแยกออกจากสิ่งรบกวน พร้อมจัดพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับการทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่พื้นที่ครัวก็จะมีความสำคัญมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากบางคนอาจได้ค้นพบความสามารถในการเป็นเชฟฝีมือเยี่ยมในช่วงล็อกดาวน์ “การออกแบบบ้านยุคต่อไปจะให้ความสำคัญมากขึ้นกับห้องทำงาน ห้องเอนกประสงค์สำหรับครอบครัว ห้องเด็ก ห้องครัว และพื้นที่เก็บของ ขณะที่สัตว์เลี้ยงก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นเดียวกันกับกีฬา โครงการที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงเริ่มเป็นที่ต้องการมากขึ้น และสิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับกีฬา เช่น ห้องออกกำลังกาย เลนจักรยาน ลู่วิ่งจ็อกกิ้ง สระว่ายน้ำ และอื่น ๆ ก็ถูกให้ความสำคัญมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ เมื่อสำนักงานขายเปิดได้เต็มรูปแบบแล้ว พนักงานขายจะต้องพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อรองรับผู้ซื้อที่มีความต้องการที่ซับซ้อนขึ้น”

การเคหะฯ ขยายมาตรการช่วยลดภาระประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัยออกไปถึงสิ้นปี 64 ทั้งซื้อราคาพิเศษเริ่มต้น 2.5 แสน ผ่อนดอกเบี้ย 0% หรือเช่า 999-1,200 บาท/เดือน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การเคหะฯได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเช่าซื้อปัจจุบันและลูกค้าใหม่มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยล่าสุดได้ขยายกรอบมาตรการช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าการเคหะฯออกไปถึง 31 ธันวาคม 2564 เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานในระดับราคาที่สามารถรับภาระได้ และยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.มาตรการดอกเบี้ยเช่าซื้อ 0% สำหรับลูกค้าที่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อธนาคาร จองเริ่มต้น 99 บาท และขยายระยะเวลาเช่าซื้อกรณีผ่อนชำระกับโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เดิมกำหนด 30 ปี ขยายเป็น 40 ปี โดยในปีแรกอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ปีที่ 2-3 ร้อยละ 2.75 ปีที่

เฟรเซอร์ พร็อพเพอร์ตี้ โฮม เดินหน้าโครงการในต่างจังหวัด เตรียมเปิด 2 โครงการใหม่ที่ ขอนแก่น-ชลบุรี มั่นใจปั๊มรายได้ได้ตามเป้า 2,000 ล้าน พร้อมขยับลงทุนเมืองท่องเที่ยวต่อ นายอภิชาติ เฮงวาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานพัฒนาที่อยู่อาศัย (ต่างจังหวัด) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยยังมีการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง และได้เปิดโครงการใหม่ 2 โครงการตามแผนงานที่วางไว้ ได้แก่ โครงการโกลเด้น นีโอ ขอนแก่น-บึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น และโกลเด้น ทาวน์ อ่างศิลา-สุขุมวิท จังหวัดชลบุรี "คาดว่าในปีนี้น่าจะทำยอดขายรวมได้ใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้ แม้ในสถานการณ์จะแบบนี้ถือว่ายังสร้างยอดขายได้ดีอยู่ โดยเฉพาะโครงการโกลเด้น นีโอ ขอนแก่น–บึงแก่นนคร วันเปิดโครงการรอบพิเศษยังสามารถทำยอดขายสูงถึงเกือบ 300 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษทมีโครงการในต่างจังหวัดจำนวน

บิ๊กอสังหาฯไม่รอช้า กระหน่ำแคมเปญรับคลายล็อค LTV เปิดทางให้กู้ได้ 100% และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด เตรียมพร้อมเปิดประเทศ มั่นใจกำลังซื้อฟื้นตัว ล่าสุด LPN ขน 17 คอนโดพร้อมอยู่ ลดสูงสุด 50% ขณะที่พฤกษาลดสูงสุด 2 ล้าน ให้อยู่ฟรี 36 เดือน ด้านศุภาลัย ขายเกลี้ยงคอนโด ศุภาลัย พรีเมียร์ สามเสน-ราชวัตร ปลุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคักขึ้นมาทันตาเห็น หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และประกาศเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ตามด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยปลดล็อคมาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ให้กู้ได้ 100% สำหรับการซื้อบ้านหลังแรกราคาเกินกว่า 10 ล้านบาท และบ้านหลังที่สองขึ้นไปในทุกระดับราคาจากเดิมที่ต้องวางเงินดาวน์ 10-30% เปิดทางคนที่มีความพร้อมทางด้านการเงิน เข้ามาช็อปอสังหาฯในราคาถูกก่อนที่ตลาดจะวาย การผ่อนคลายมารตรการคุมโควิด-19 ก่อนเปิดประเทศ และปลดล็อคมาตรการ LTV

  บทความโดย ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ รักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เมื่อ 21 ตุลาคม 2564 แวดวงอสังหาได้รับข่าวดีจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่านข่าว ธปท. ฉบับที่  75/2564เรื่อง  “ธปท. ผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์” เพื่อช่วยพยุง เศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อมาถึงเกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินหนึ่งที่หลายฝ่ายหวังว่าจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเปราะบางจากความไม่แน่นอนสูงและฐานะการเงินของบางภาคธุรกิจและครัวเรือนและผลระทบภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อุปสงค์มีความอ่อนแอ ดังนั้น ธปท. จึงได้ผ่อนคลายมาตรการ LTVเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20ตุลาคม 2564 จนถึงสิ้นปี 2565 เพื่อเร่งเพิ่มเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ยังมีฐานะการเงินเข้มแข็งหรือรองรับการก่อหนี้เพิ่มได้ โดยการกำหนดสถาบันการเงินของเอกชนและรัฐปล่อยสินเชื่อได้ด้วย LTV ไม่เกิน 100% สำหรับสินเชื่อทุกสัญญาและทุกระดับราคา (แต่เดิม 80%-90%) เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีความสำคัญและมีธุรกิจเกี่ยวเนื่อง คิดเป็นกว่าร้อยละ 9.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ