fbpx
© thaipropertymentor.com - 2021. All rights reserved.

“โฮมโปร” รับมือกับภาวะวิกฤติ COVID-19 หลังผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าเรื่องบ้านมากขึ้น ส่งผลยอดขายในสโตร์ และออนไลน์โตต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่ตอบสนองเรื่องความสะอาดภายในบ้านครบวงจร ที่สามารถชอปได้ ที่โฮมโปร ทุกสาขาทั่วไทย พร้อมส่งฟรีทั่วประเทศในวันเดียว นางสาวศิริวรรณ เปี่ยมเศรษฐสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" เผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ( COVID-19 ) ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย โฮมโปร ได้เห็นความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งบริษัทได้วางแผนตั้งรับสถานการณ์ดังกล่าวเอาไว้แล้ว มีการเพิ่มความถี่ในการเติมสินค้า กลุ่ม Mass Demand เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าเตรียมสินค้า เพื่อให้มีเพียงพอ ประกอบกับ ความกังวลเรื่องการแพร่ระบาด ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ไม่ออกนอกบ้าน เลือกซื้อสินค้าในร้านค้าใกล้บ้าน คนทำงานก็ทะยอยทำงานที่บ้านมากขึ้น บริษัทจึงคัดสรรสินค้าที่สนองตอบไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป สามารถช็อปเรื่องบ้าน

ศุภาลัย ออกมาตรการพักชำระค่างวดผ่อนดาวน์ 3 เดือน ช่วยลูกค้าลดภาระในการผ่อนงวดดาวน์ สำหรับลูกค้าในสายอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้- 31 พฤษภาคม 2563 นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ทางบริษัทจึงมีนโยบายด้านลูกค้าสัมพันธ์เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบวิกฤตการณ์ดังกล่าว อีกทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามั่นใจกับสินค้าและบริการของบริษัท ล่าสุด บริษัท จึงเร่งออกมาตรการพักชำระค่างวดผ่อนดาวน์ 3 เดือน (3 งวด) สำหรับลูกค้าศุภาลัยในสายอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) อาทิ ลูกค้าที่มีอาชีพในกลุ่มสายการบิน โรงแรม ฯลฯ โดยลูกค้าได้รับสิทธิ์จะต้องอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระเงินดาวน์กับบริษัท ทั้งโครงการบ้าน และคอนโดมิเนียม ในโครงการศุภาลัยทั่วประเทศ โดยจำนวนเงินที่เว้นระยะเวลาการพักชำระค่างวดผ่อนดาวน์ 3 เดือนนี้จะนำไปรวมชำระในวันที่โอนกรรมสิทธิ์ สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์จะรับสิทธิ์พักชำระค่างวดดังกล่าวนี้ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ -31 พฤษภาคม 2563

ในช่วงที่เชื้อไวรัสดควิด-19 ระบาดอย่างรวดเร็วไปในหลายพื้นที่จนไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า พื้นที่ไหนจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี การมีมาตรการรองรับที่ดี ถือเป็นแนวทางที่จะช่วยระงับไม่ให้การติดเชื้อแพร่กระจายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ หรืออย่างน้อยก็ลดการแพร่กระจายของเชื้อให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่ง ณ เวลานี้ เชื้อโควิดก็ได้ลุกลามเข้าสู่ภาคอสังหาฯกันบ้างแล้ว แต่ละบริษัทก็พยายามหาแนวทางทั้งป้องกัน รวมทั้งแผนรับมือเมื่อพบผู้ติดเชื้ออยู่ในโครงการ LPP เปิดแผนปฏิบัติการต้านเชื้อโควิด-19 ล่าสุด บริษัท ลุมพีนี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด หรือ LPP บริษัทบริหารจัดการชุมชนในเครือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงแผนปฏิบัติการฉุกเฉินหลังได้พบเจ้าหน้าที่นิติบุคคลอาคารชุดโครงการลุมพีนี พาร์ค พระราม 9-รัชดา ติดเชื้อโควิด-19 นางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ LPP กล่าวว่า หลังแพทย์ได้ยืนยันผลการตรวจว่าพนักงานคนดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทได้ดำเนินการตามแผนฉุกเฉินที่ได้มีการวางไว้ก่อนหน้าทันที โดยให้พนักงานเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล พร้อมกับได้แจ้งเรื่องตามกระบวนการถึงกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบสวนหาสาเหตุของการติดเชื้อของพนักงานตามเส้นทางย้อนหลัง 7 วัน ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ในขณะเดียวกันบริษัทได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน โดยแจ้งเรื่องให้กับคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดและเจ้าของร่วมของโครงการทราบข้อมูลที่เกิดขึ้น

พีดีเฮ้าส์ เดินหน้าปลุกตลาดรับสร้างบ้านสู้โควิด มั่นใจดีมานด์สร้างบ้านยังมี 2 เดือนแรกมียอดจองแล้วเกือบ 200 ล้าน ลุยจัดงาน "รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์แฟร์ ครั้งที่1" ทั่วประเทศ พร้อมวางมาตรการเพื่อความปลอดภัยลูกค้า ตั้งเป้ายอดขาย 150 ล้าน นายพิศาล ธรรมวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป จำกัด ภายใต้แบรนด์ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ของไวรัสโควิด -19 จะส่งผลกระทบต่อหลายธุรกิจเป็นวงกว้าง หลายธุรกิจเกิดการชะงักงันหรือหนักสุดอาจถึงขั้นหยุดดำเนินการ แต่ในส่วนของธุรกิจรับสร้างบ้านเอง แม้ภาพรวมอาจได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากลูกค้ามีการวางแผนปลูกสร้างบ้านไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่หากสถานการณ์ของไวรัสโควิด -19 ยืดเยื้อก็คงไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบรุนแรงครั้งนี้อย่างแน่นอน “สำหรับพีดีเฮ้าส์เอง ในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.พ.) ยอดขายรวมถือว่าสวนกระแสปัจจัยลบรอบด้าน เพราะมียอดจองแล้วเกือบ 200 ล้านบาท หรือนับเป็นจำนวนเกือบ 50 หน่วย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกค้ามีการวางแผนออมเงินสำหรับปลูกสร้างบ้านไว้แล้ว

ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เผยว่า นักลงทุนไทยให้ความสนใจอสังหาริมทรัพย์ในกรุงลอนดอนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ความต้องการที่พักอาศัยยังมีอยู่อย่างมาก ด้านค่าเงินปอนด์ก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำเป็นปีที่ห้าติดต่อกัน ทำให้ปี 2563 เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่นักลงทุนจะเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงลอนดอน นางสาวพรพิมล พึ่งเขื่อนขันธ์ ผู้อำนวยการและหัวหน้าแผนกซื้อขายที่พักอาศัยรายย่อย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า "ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงลอนดอนกำลังกลายเป็นทางเลือกในการลงทุนที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชาวไทยที่มีกำลังซื้อสูง โดยทำเลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดอยู่ที่โซน 1 และโซน 2 ของกรุงลอนดอน" "นักลงทุนกลุ่มแรกที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในกรุงลอนดอน คือ ครอบครัวที่มีฐานะที่มีบุตรหลานกำลังศึกษาต่ออยู่ในกรุงลอนดอน ผู้ซื้อกลุ่มนี้ต้องการหาที่พักอาศัยเพื่อมอบความสะดวกสบายแก่บุตรหลาน โดยจะซื้อที่พักอาศัยที่มีระยะห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินประมาณ 500–800 เมตร เพื่อให้บุตรหลานเดินทางไปกลับมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวกสบาย ในขณะที่นักลงทุนกลุ่มที่สองจะลงทุนเพื่อต้องการสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า "ด้วยเครือข่ายของระบบขนส่งมวลชนในกรุงลอนดอนที่ได้รับการพัฒนาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วเมืองหลวง จึงทำให้การเดินทางไปใจกลางกรุงลอนดอนจากโซน 3 และโซน 4 ทำได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งที่ดินในทั้งสองโซนนี้ยังมีราคาต่ำกว่าโซน 1 และโซน 2 เป็นอย่างมาก จึงนับได้ว่าการซื้อที่พักอาศัยในโซน 3 และโซน 4 เป็นการลงทุนที่ดีและคุ้มค่าในการซื้อเพื่อนำมาปล่อยเช่าสำหรับนักลงทุนไทย โดยสามารถซื้อที่พักอาศัยขนาด 1

​ 4 กลุ่มบริษัทเอกชนรวมพลังคนไทยได้แก่ สโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด มูลนิธิวิชัยศรีวัฒนประภา กลุ่มบริษัท ช. การช่าง และบริษัทพลังงานบริสุทธิ์จำกัด (มหาชน) หรือ Energy Absolute ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 ทำประกันไวรัสโคโรนา (โควิด-19) จากบริษัทเมืองไทยประกันภัยจำกัด (มหาชน) ให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 50,000 กรมธรรม์ ทุนประกันรวม 26,000,000,000 บาท โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รับมอบที่ทำเนียบรัฐบาล สำหรับรายละเอียดของประกันไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในกรณีที่บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะได้รับเงินสดทันที 20,000 บาท ถ้าผู้ป่วยมีอาการโคม่าจะมอบเงินเพิ่มเติม 500,000 บาท ในกรณีพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) จะได้รับเงินชดเชยรายได้ 500 บาทต่อวัน (สูงสุด 7,500 บาท)

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) โดยนายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คว้า 2 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวที Thailand’s Most Admired Brand 2020 ได้แก่ ‘รางวัลสุดยอดแบรนด์ขวัญใจมหาชน’ กลุ่มบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2) และ ‘รางวัลสุดยอดแบรนด์ที่มีความโดดเด่นในด้านนวัตกรรม’ จากผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand และ Why We Buy? โดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิจัยแบรนด์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ การันตีความเป็นแบรนด์คุณภาพของเอพีผ่านเสียงตอบรับจากผู้บริโภค ทั้งในแง่ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ตอกย้ำพันธกิจใหญ่ “EMPOWER LIVING” ในการเป็นองค์กรที่พร้อมสนับสนุนให้ทุกคนในสังคมสามารถเติมเต็มทุกเป้าหมายชีวิตได้ตามที่ปรารถนา ด้วยนวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีคุณค่าและมีความหมายต่อชีวิต

เอสซีจี ตอกย้ำการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่โมเดลเซอร์วิสโซลูชัน (Service Solution) เดินหน้าแผนธุรกิจปี 2563 เล็งเจาะตลาดรีโนเวท ตอบโจทย์เทรนด์ความต้องการผู้บริโภคที่เน้นปรับปรุงบ้านมากกว่าสร้างใหม่ พร้อมเปิดรายการพลิกโฉมบ้าน “สุขสร้างได้” by เอสซีจี สร้างการรับรู้ ตั้งเป้าช่วยขยายฐานกลุ่มเป้าหมาย และสร้างการจดจำรูปแบบธุรกิจใหม่ของเอสซีจี นางสาวปรวรรณ มหัทธนะสุข Customer and Brand Management Director กลุ่มธุรกิจซีเมนต์ และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้างในปีนี้จะค่อนข้างทรงตัว อย่างไรก็ตามยังเล็งเห็นปัจจัยบวกของตลาดรีโนเวทที่คาดว่าจะยังคงเติบโต เนื่องจากผู้บริโภคหันมาปรับปรุงบ้านแทนการสร้าง หรือซื้อบ้านใหม่กันมากขึ้น โดยภาพรวมตลาดบ้านเก่าทั่วประเทศที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป มีมากกว่า 23.4 ล้านหลังคาเรือน หรือมูลค่ากว่า 234,000 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละประมาณ 400,000 หลัง ขณะเดียวกันเอสซีจียังทำการสำรวจกลุ่มผู้บริโภคพบปัญหา 3 ข้อหลัก ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้สึกกังวลในการทำบ้าน ได้แก่ 1)

การแพร่ระบาดของไวรัสร้ายโควิด-19 ทำให้แนวรบในตลาดอสังหาริมทรัพย์เปลี่ยนแปลงจากแผนเดิมที่วางไว้เมื่อต้องปรับใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ หลังจากอีเวนต์ต่างๆ จำเป็นต้องเลื่อนออกไป คนออกจากบ้านน้อยลง แผนการใช้งบจากอีเวนต์ต่างๆ ก็คงเทมาลงที่ออนไลน์กันมากขึ้น พร้อมทั้งโปรโมชั่นอันร้อนแรง เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย ด้วยความเชื่อที่ว่าเรียลดีมานด์ยังไม่ได้หายไปไหน ถ้าของดี โปรโดน ยอดขายก็ยังมา ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือ การปรับกลยุทธ์มาใช้ Telesales ของ แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ เข้ามาช่วยดันยอดขายโครงการ “ลุมพีนี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์” ในช่วงเปิดตัวโครงการได้กว่า 700 ล้านบาท หรือ “โปรลื่นปรื้ด” ของ แสนสิริ ที่โกยยอดขายทะลุเป้า 4,200 ล้านบาท พร้อมกับ Sold out ไปถึง 7 โครงการ สำหรับคนซื้อบ้าน เวลานี้อาจเป็นเวลาที่ดีที่สุดเมื่อทุกโครงการโหมโปรโมชั่นกันแบบมันมือ เพื่อระบายทั้งสต๊อกเก่าและสต๊อกใหม่ ด้วยการลด แลก แจก

WDC ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้ากระเบื้องปูพื้น และผนัง ในตลาดพรีเมี่ยม มากว่า 16 ปี เตรียมจะรุกตลาดครั้งใหญ่ หลังจากยื่นขอเข้าจดทะเบียนในตลาด MAI และคาดว่าจะเริ่มเทรดได้ในไตรมาสที่ 3 นี้ โดยตั้งเป้าเติบโตปีละ 8-10% แม้าภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ตาม นายบัณฑิต หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ WDC กล่าวว่า เราเป็นสินค้าอุปโภค จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่อาจจะมีปัญหากับแหล่งผลิตในบางประเทศบ้าง ซึ่งเราก็มีสต๊อกรองรับอยู่แล้ว และได้มีการจัดทีมพิเศษเข้ามาบริหารจัดการสต๊อก เพราะเป็นส่วนสำคัญต่อการบริหารต้นทุน ขณะที่ตลาดผนัง และพื้นสำเร็จรูป มูลค่าประมาณ 3-3.5 หมื่นล้านบาท ปกติจะเติบโตอยู่ปีละ 3-5% แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาตลาดชะลอตัวลงจากภาวะเศรษฐกิจ โดยคาดว่าในปีนี้ตลาดจะทรงตัว แต่บริษัทยังคงเดินหน้าขยายโอกาสการลงทุน