fbpx

หมวดหมู่: ตกแต่ง-ไลฟ์สไตล์

Warapong Pankaew20 กรกฎาคม 2020
Sanctuary-like-Space-2-1280x852.jpg

2min320

“เอสซีจี” จับเทรนด์ Everything at Home พร้อมกับนำเสนอ 5 ไอเดีย ในการปรับพื้นที่บ้านให้ลงตัวกับการอยู่อาศัยแบบ New Normal

“Everything at Home” หรือ ‘เศรษฐกิจติดบ้าน’ อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงในยุคชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) ที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากทุกคนต้องกักตัวเอง และทำทุกกิจกรรมภายในบ้าน ซึ่ง “เอสซีจี” ได้สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงล็อกดาวน์ระหว่างวิกฤติโควิด-19 พบว่า นอกจากการทำงานที่บ้าน (Work from Home) ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังหากิจกรรมยามว่างมาทำแก้เบื่อช่วงกักตัว ไม่ว่าจะเป็น ทำอาหาร ออกกำลังกาย ดูหนัง เล่นเกม หรือจัดสวน ส่งผลให้ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมวิถีใหม่

นอกจากนี้ ยังพบว่าเจ้าของบ้านส่วนใหญ่ต้องการปรับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนขึ้น เพิ่มพื้นที่ในการทำกิจกรรมที่หลากหลาย หาฟังก์ชันที่เพิ่มความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย และช่วยให้บ้านสะอาด ปลอดภัย ดังนั้นในฐานะผู้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างครบวงจร เอสซีจีจึงได้รวบรวม 5 ไอเดียในการปรับพื้นที่บ้านให้ลงตัวกับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยแบบ New Normal

นายเจือ คุปติทัฬหิ Consult and Design Solution Business Lead จากเอสซีจี กล่าวว่า จากพฤติกรรมการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ไลฟ์สไตล์แบบ New normal ทำให้เราพบว่า 5 อันดับพื้นที่บ้านที่มีการใช้งานสูงที่สุดในช่วงล็อกดาวน์ คือ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัวและห้องทานอาหาร ห้องน้ำ และพื้นที่รอบบ้าน เช่นสวน หรือพื้นที่ระเบียงนอกบ้าน เนื่องจากสมาชิกภายในบ้านจะจัดสรรพื้นที่ภายในห้องต่างๆ มาทำกิจกรรมอื่นๆ เอสซีจีจึงได้นำผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค และการใช้พื้นที่ภายในบ้าน มาสร้างเป็น 5 ไอเดียในการปรับบ้าน เพื่อให้ทุกคนสามารถทำทุกกิจกรรมที่ต้องการภายในบ้านหลังเดิมได้อย่างมีความสุข พร้อมแนะนำการเลือกวัสดุก่อสร้างที่จะนำมาใช้ปรับบ้านให้ตอบโจทย์ และยังคงมีดีไซน์ที่สวยงาม ดังนี้

1.บ้าน คือ ออฟฟิศหลังใหม่ (Home as a New Office)
ปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นห้องทำงานที่เหมาะกับการ Work From Home (WFH) โดยสามารถปรับได้ 2 รูปแบบ คือ จัดระเบียบห้องนอนสร้างมุมทำงานภายในห้อง และสร้างมุมทำงานขึ้นมาใหม่ โดยใช้ห้องว่าง หรือพื้นที่ว่างภายในบ้าน โดยแนะนำให้หามุมจัดวางโต๊ะทำงานบริเวณที่มีแสงธรรมชาติเข้าถึง พร้อมติดตั้งระบบระแนงไวนิลหรือไม้ระแนง เอสซีจี บริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยกรองแสง และลดความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวห้อง ควรแบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำงานและพื้นที่ส่วนตัวให้แยกออกจากอย่างชัดเจน

พร้อมเสริมฟังก์ชันให้พื้นที่ด้วยการติดตั้งแผ่นวัสดุ Cylence รุ่น Zoundblock ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันเสียงโดยเฉพาะ ช่วยลดการส่งผ่านของเสียงระหว่างห้อง เพื่อป้องกันเสียงต่างๆ เข้ามารบกวนระหว่างทำงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างประสิทธิภาพ และยังสามารถติดตั้งแผ่นดูดซับเสียง Cylence รุ่น Zandera ซึ่งเป็นแผ่นบุสำเร็จรูปมีคุณสมบัติดูดซับเสียง มีหลากหลายสีสัน น้ำหนักเบาและติดตั้งไม่ยาก ทั้งยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับผนังห้องได้เป็นอย่างดีด้วย นอกจากนี้ควรหาโต๊ะ และเก้าอี้ที่เหมาะสำหรับการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ ด้วย

2.มุมสงบในการพักผ่อน (Sanctuary-Like Space)
สร้างมุมดีๆ ภายในบ้านไว้สำหรับพักสายตาจากการทำงาน และทำกิจกรรมยามว่าง เพื่อคลายความเครียด ช่วยให้การอยู่บ้านไม่น่าเบื่อ และสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิต เช่น มุมจิบกาแฟชิลๆ พร้อมต้นไม้เล็กๆ สร้างเป็นมุมโปรดในบ้าน หรือบริเวณสวนนอกบ้าน จัดเป็นสวนพักผ่อนเล็กๆ โดยใช้บล็อกปูพื้น กระเบื้องปูพื้น หรือไม้สังเคราะห์มาปูและจัดเรียงลวดลายสวยๆ เป็นพื้นที่เล็กๆ ในสวน เสริมด้วยชุดโต๊ะ-เก้าอี้ไว้นั่งพักผ่อน สำหรับมุมออกกำลังกาย หาพื้นที่ว่างภายในบ้าน หรือแบ่งพื้นที่บางส่วนของห้องนั่งเล่นมาใช้เป็นมุมออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ เต้นแอโรบิค หรือออกกำลังกายตามคลิปต่างๆ

3.พื้นที่สีเขียว แหล่งโอเอซิสของบ้าน (Greenery Space: An Oasis at Home)
การปลูกต้นไม้ และตกแต่งสวนกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างช่วงกักตัว ที่ไม่เพียงใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แต่ยังช่วยเติมความสดชื่น มีชีวิตชีวา สร้างบรรยากาศบ้านให้ร่มรื่น และผ่อนคลายยิ่งขึ้น โดยการเติมพื้นที่สีเขียวสามารถทำได้ทั้งภายใน และรอบๆ บ้าน ดังนี้ การตกแต่งสวนภายในบ้านโดยนำกระถางต้นไม้เล็กๆ มาประดับตกแต่งไว้ตามมุมต่างๆ ซึ่งต้นไม้ที่แนะนำให้เน้นไม้ประดับที่ดูแลง่าย ชอบแสงรำไร ช่วยดักผุ่น และฟอกอากาศให้กับบ้าน เช่น ต้นลิ้นมังกร ยางอินเดีย เบญจมาศ พลูด่าง เป็นต้น

ส่วนการตกแต่งสวนรอบบ้าน เจ้าของบ้านสามารถเลือกวัสดุตกแต่งภูมิทัศน์ เช่น กระเบื้องปูพื้น บล็อกปูพื้น กระเบื้องตกแต่งผนัง หรือหญ้าเทียม มาตกแต่งเป็นทางเดิน หรือจุดนั่งพัก พร้อมผสมผสานการปลูกต้นไม้ที่ให้ร่มเงา หรือไม้ประดับที่มีสีสันสวยงาม หรือหากบ้านมีพื้นที่ไม่มากนัก แนะนำให้ติดตั้งระบบสวนแนวตั้ง Modular Green Hive สวนสำเร็จรูปแทน ติดตั้งง่าย ดูแลง่าย พร้อมให้ปรับเป็นสวนผนังบังแดดไม่ให้บ้านร้อนได้อีกด้วย

4.บ้านสะอาด และปลอดเชื้อโรค (Home Hygiene and Sanitization)
ความสะอาด และปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เจ้าของบ้านยุค New Normal ให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้การอยู่อาศัย ซึ่งจากการสำรวจพบว่าเจ้าของบ้านเริ่มหันมาสนใจนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง รวมถึงอุปกรณ์และของใช้ภายในบ้าน ที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย สะดวกสบาย สามารถใช้งานโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส (Touchless) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยสามารถสั่งงานด้วยเสียงหรือระบบเซ็นเซอร์แบบอัตโนมัติ ได้แก่

นวัตกรรมสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำจากคอตโต้ เช่น สุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Integrated Toilet) ที่มีฟังก์ชั่นเปิด-ปิดฝาอัตโนมัติ และมีก้านฉีดชำระสแตนเลสผสมสารป้องกันแบคทีเรีย พร้อมระบบ UV Sterilization (Self-Cleaning) เพิ่มความมั่นใจในความสะอาดทุกครั้งที่ใช้งาน และก๊อกน้ำระบบเซ็นเซอร์ ที่มีระบบ Smart Infrared Beam ให้ความแม่นยำในการตรวจจับวัตถุ ตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำไหลเอง พร้อมให้ความมั่นใจในความปลอดภัยด้วยระบบปิดน้ำอัตโนมัติเมื่อใช้งานเกิน 30 วินาที

นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีวัสดุก่อสร้างที่มีนวัตกรรมป้องกันเชื้อโรค (Germ-resistant materials) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับปกป้องสมาชิกครอบครัวจากเชื้อโรคต่างๆ อย่างกระเบื้อง Hygienic Tiles ที่มีสาร Silver Nano ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ตลอดอายุการใช้งาน

5.พื้นที่ใหม่สำหรับฟังก์ชันการใช้งานใหม่ (New Spaces for New Functions)
เอสซีจี ขอนำเสนอ 2 พื้นที่ ที่สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้ตอบพฤติกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่ ต่อเติมโรงจอดรถ เพราะเมื่อต้อง WFH เจ้าของบ้านต้องจอดรถไว้ที่บ้าน ทำให้รถโดนแดด และฝนตลอดเวลา โรงจอดรถจึงเป็นโซลูชันที่สามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว โดยการติดตั้งสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ ติดตั้งแบบมีโครงสร้างเหล็กรองรับ และติดตั้งแบบระบบกันสาดที่ยื่นต่อมาจากตัวบ้าน ส่วนวัสดุหลังคาสามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบทึบ และแผ่นโปร่งแสง พร้อมแนะนำแบ่งมุมหนึ่งของโรงจอดรถมาติดตั้งชั้นวางของ เพื่อใช้เป็นจุดรับพัสดุจากการช้อปปิ้งออนไลน์ อีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าสนใจ คือ ห้องครัวสำหรับเจ้าของบ้านที่ชอบทำอาหารทานเองที่บ้าน ก็สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ง่ายๆ ด้วยการต่อเติมเคาน์เตอร์ครัว และปูเคาน์เตอร์ท็อปด้วยด้วยกระเบื้อง เพื่อไว้รับประทานอาหาร หรือนั่งชิลยามว่าง ก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้สวยขึ้นได้

“ทั้งนี้ก่อนที่จะปรับพื้นที่บ้านสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ สังเกตรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเอง และทุกคนในครอบครัว เพื่อที่จะได้รู้ ว่าต้องการพื้นที่ หรือฟังก์ชันอะไรเพิ่มเติม เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว สามารถไปขอรับคำปรึกษา หรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงที่อยู่อาศัย เพื่อให้สามารถปรับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม รวดเร็ว และตรงใจ พร้อมกับออกแบบให้เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตของทุกคนและทุกวัยได้อย่างลงตัว ซึ่งเอสซีจี มีบริการเซอร์วิส โซลูชันแบบครบวงจร ที่พร้อมมอบบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา วางแผน บริการออกแบบ ประเมินราคา สำรวจพื้นที่หน้างาน ดำเนินการติดตั้ง และดูแลหลังการขาย ซึ่งทุกขั้นตอนดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ” นายเจือกล่าวเสริม


Warapong Pankaew8 มิถุนายน 2020
-PIRO4D-จาก-Pixabay-.jpg

1min564

ในสังคมยุคดิจิทัล เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ซื้อบ้าน รวมถึงปรับปรุงบ้าน ซึ่งจากสถิติการค้นหาใน Google trends พบว่าในปีพ.ศ. 2563 คำว่า ‘รีโนเวทบ้าน’ มีการค้นหาสูงที่สุดในรอบ 5 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในการรีโนเวทบ้านที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับปัจจุบันเศรษฐกิจที่ยังทรงตัว ทำให้ผู้บริโภคอาจลังเลที่จะซื้อบ้านหลังใหม่ ดังนั้นการรีโนเวทบ้านจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์

ทั้งเรื่องการปรับปรุงพื้นที่ให้มีฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะกับสมาชิกในครอบครัว เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือคนวัยทำงาน การปรับดีไซน์บ้านหลังเก่าให้มีชีวิตชีวามากขึ้น รวมถึงต่อเติม หรือซ่อมแซมบ้านให้มีสภาพที่ดี “เอสซีจี” ในฐานะผู้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างครบวงจร จึงได้รวบรวม 5 ข้อสงสัย ที่เจ้าของบ้านอยากรู้เมื่อต้องการรีโนเวทบ้าน พร้อมแนะนำทริคดีๆ ที่จะทำให้การรีโนเวทบ้านไม่วุ่นวาย ไม่มีปัญหากวนใจภายหลัง และได้บ้านที่ตรงใจมากที่สุด

นายเจือ คุปติทัฬหิ Consult and Design Solution Business Lead จากเอสซีจี กล่าวว่า หลายคนอาจคิดว่า การรีโนเวทบ้านเป็นเรื่องง่าย และใช้งบประมาณน้อยกว่าซื้อบ้านหลังใหม่ แต่จริงๆ แล้ว หากเจ้าของบ้านขาดการวางแผนที่ดี อาจต้องเจอปัญหามากมาย ซึ่งจากประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้ามายาวนาน เอสซีจีได้รวบรวม 5 คำถามที่เจ้าของบ้านที่ต้องการรีโนเวทบ้านนำมาปรึกษามากที่สุด ดังนี้

1. จะรีโนเวทบ้าน ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี
2. หาช่างยาก จะหาอย่างไรให้ได้ช่างที่ดี มีคุณภาพ ไม่ทิ้งงาน
3. มีงบประมาณอย่างจำกัด จะรีโนเวทได้ไหม และจะจัดสรรงบอย่างไร
4. ควรเลือกวัสดุก่อสร้างอย่างไรให้ได้คุณภาพดี
5. วัสดุก่อสร้างควรเลือกมีการรับประกันหรือบริการหลังการขายด้วยไหม

“เอสซีจี” จึงไขข้อสงสัย พร้อมแนะนำทริคที่จะช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถวางแผนในการรีโนเวทบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ต้องมาปวดหัวกับปัญหาเหล่านี้อีกต่อไป

1.จะรีโนเวทบ้าน ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี?
สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านควรคำนึงเสมอเมื่อต้องการรีโนเวทบ้าน คือ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ว่าต้องการจะปรับปรุงบ้านทั้งหลัง จัดสรรพื้นที่บ้านใหม่ หรือซ่อมแซมบ้าน จากนั้นจึงหาข้อมูลเพิ่มเติม และสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพควบคู่ไปด้วย เนื่องจากการปรับพื้นที่บ้านเดิมมีข้อจำกัดมากกว่าการสร้างและต่อเติมใหม่จึงมีรายละเอียดงานที่ต้องคำนึงถึงมากมาย เช่น โครงสร้างเดิมของบ้าน การกำหนดรูปแบบการรีโนเวท การเลือกและหาซื้อวัสดุก่อสร้าง การคำนวณวัสดุที่ต้องใช้เพื่อวางแผนงบประมาณที่เหมาะสม การรื้อถอนวัสดุเดิมและดำเนินการปรับปรุงพื้นที่โดยไม่กระทบกับงานโครงสร้าง หรือพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของบ้าน

โดยปัจจุบันมีบริการให้คำปรึกษาและวางแผนเรื่องบ้านให้เจ้าของบ้านได้ใช้บริการมากมาย ซึ่งเอสซีจี มีบริการให้คำปรึกษาเรื่องบ้านจากทีมผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ วิศวกร และดีไซน์ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ได้แก่ SCG HOME Contact Center เอสซีจี เอ็กซ์พีเรียนซ์ (SCG Experience) เอสซีจี โฮมโซลูชั่น (SCG HOME SOLUTION) รวมถึงเว็บไซต์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ ของเอสซีจี นอกจากนี้ก่อนเข้าไปปรึกษากับเชี่ยวชาญอย่าลืมเตรียมข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ผังพื้นบ้านเดิม รูปถ่ายบ้านและพื้นที่โดยรอบ รวมถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการปรับปรุง เพื่อให้การวางแผนรีโนเวทบ้านมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด

2. หาช่างยาก จะหาอย่างไรให้ได้ช่างที่ดี มีคุณภาพ ไม่ทิ้งงาน?
เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อย และสร้างความกังวลให้เจ้าของบ้านมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น หาช่างไม่ได้ ได้ช่าง หรือผู้รับเหมาที่ทำงานไม่เรียบร้อย ทิ้งงานกลางคัน ทำงานเสร็จไม่ตรงตามกำหนด และอีกมากมาย เอสซีจี จึงอยากแนะนำองค์ประกอบที่ควรพิจารณาเมื่อจะเลือกช่าง หรือผู้รับเหมา ดังนี้ ควรเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ หากเป็นช่างอิสระให้ดูผลงานที่ผ่านมา ราคาสมเหตุสมผล หากเป็นการซ่อมแซม หรือปรับปรุงเฉพาะส่วนควรเลือกใช้ช่างที่มีความชำนาญแต่ละประเภทของงานซ่อม เช่น ช่างหลังคา ช่างปูน ช่างไม้

หรือเรียกใช้บริการช่างแบบครบวงจรจากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่มีบริการติดตั้งให้สำเร็จ อย่างเอสซีจี ซึ่งจะมีข้อดีทั้งเรื่องความชำนาญและมาตรฐาน มีการรับประกันผลงาน ทั้งยังมีเครือข่ายทีมช่างที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้านครอบคลุมทุกประเภทงาน รวมถึงมีทีมงานที่ดูแลแต่ละขั้นตอน การสำรวจหน้างาน การติดตั้งและปรับปรุงการตรวจสอบคุณภาพ และการดูแลหลังการขาย เรียกว่าครบจบในที่เดียว

3. มีงบประมาณอย่างจำกัดจะรีโนเวทได้ไหม และจะจัดสรรงบอย่างไร?
การรีโนเวทบ้านสามารถทำได้ภายในงบประมาณที่จำกัด โดยเลือกรีโนเวทเฉพาะส่วนที่จำเป็นก่อน หากมีงบประมาณเหลือสามารถนำไปทำในส่วนอื่นๆ ที่มีความสำคัญรองลงมาได้ และสิ่งสำคัญ คือ เจ้าของบ้านควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบ เพื่อจัดสรรและควบคุมงบให้เป็นไปตามแผน โดยสิ่งที่ต้องนำมาคำนวณ ได้แก่ 1. ค่าออกแบบของสถาปนิก มัณฑนากร หรือวิศวกร ในกรณีที่ต้องมีการออกแบบพื้นที่ใหม่ 2. ค่าก่อสร้าง หรือรีโนเวท ซึ่งประกอบด้วย ค่าวัสดุก่อสร้างที่คำนวณจากวัสดุที่เลือกและปริมาณที่ต้องใช้ ค่าแรงงาน ค่าดำเนินการของผู้รับเหมา ค่าน้ำ และค่าไฟฟ้า 3. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดจากงบบานปลาย เช่น ค่าเช่าบ้านชั่วคราวขณะต้องปรับปรุงพื้นที่ภายในบ้าน ค่าซ่อมแซมเพิ่มเติมที่เกิดจากอุบัติเหตุในการรื้อถอน การเปลี่ยนวัสดุที่มีราคาสูงขึ้น หรือช่างทิ้งงานกลางคัน เป็นต้น

4. เลือกวัสดุก่อสร้างอย่างไรให้ได้คุณภาพดี?
เจ้าของบ้านควรร่วมกันเลือกวัสดุก่อสร้างกับสถาปนิก หรือผู้เชี่ยวชาญ โดยหัวใจสำคัญในการเลือกวัสดุ คือ คุณภาพและความทนทาน ซึ่งปัจจุบันมีการนำนวัตกรรมต่างๆ มาผสานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น นอกจากนี้เจ้าของบ้านควรเลือกวัสดุให้ตอบปัจจัยด้านต่างๆ เพื่อให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูงสุด อาทิ เหมาะกับงบประมาณที่ตั้งไว้ มีดีไซน์ที่สวยงามถูกใจ มีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้อยู่อาศัย มีฉลากรับรองที่ได้มาตรฐานต่างๆ เช่น มอก. ฉลากประหยัดพลังงาน ฉลากสิ่งแวดล้อม ตามเกณฑ์ ISO ฯลฯ เพราะเมื่อรีโนเวททั้งทีควรให้สามารถอยู่ได้ยาวนาน คุ้มค่าในระยะยาว ดีกว่าต้องมาปวดหัวกับการซ่อมแซมบ้านเพราะเลือกวัสดุไม่ได้คุณภาพ นอกจากนี้เมื่อเลือกวัสดุได้แล้ว เจ้าของบ้านควรระบุรายละเอียดลงไปในแบบบ้านที่จะรีโนเวททั้งชื่อแบรนด์ รุ่น สี และขนาด เพื่อให้ช่างสามารถเลือกซื้อวัสดุได้อย่างถูกต้อง และตรงตามที่เจ้าของบ้านต้องการ

5.วัสดุก่อสร้างควรเลือกแบบมีรับประกัน หรือบริการหลังการขายด้วยไหม?
การรับประกัน และบริการหลังการขาย เป็นสิ่งที่หลายๆ คนมักมองข้าม เนื่องจากคิดว่าซื้อของใหม่จะไม่มีปัญหา แต่อย่าลืมว่าบ้านเป็นสิ่งที่ใช้ในระยะยาว วัสดุก่อสร้างที่ใช้ก็ควรมีอายุการใช้งานที่ยาวนานเช่นกัน รวมถึงงานรีโนเวทบ้าน และสร้างบ้าน อาจมีปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมาได้ทุกเมื่อ การรับประกัน และบริการหลังการขาย จึงเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่เจ้าของบ้านได้มากเลยทีเดียว โดยสิ่งที่ต้องคำนึงเรื่องบริการหลังการขาย คือ เจ้าของแบรนด์ควรมีช่องทางการติดต่อที่สามารถให้คำปรึกษาได้ทันทีและหลากหลายช่องทาง มีทีมตรวจสอบคุณภาพสินค้าหลังการติดตั้ง รวมถึงมีทีมงานที่พร้อมจะลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหาให้เจ้าของบ้านได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการรับประกันสินค้า ควรพิจารณาระยะเวลาในการรับประกัน และการคืนสินค้าเมื่อพบปัญหา

ภาพปกโดย PIRO4D จาก Pixabay


Warapong Pankaew31 พฤษภาคม 2020
IKEA-19-1280x853.jpg

1min117

ต้นสัปดาห์นี้หลายคนเริ่มเตรียมตัว เตรียมความพร้อมกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งหลังจากที่ stay at home เก็บตัวมานาน ข้าวของ เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้นาน และของที่ช็อปปิ้งออนไลน์มาแบบไม่ยั้ง ก็อาจจะล้นตู้ได้ จึงขอนำเสนไอเดียดีๆ เพื่อ DIY ตู้เสื้อผ้าด้วยตนเอง จัดระเบียบข้าวของต่างๆ ให้มีพื้นที่จัดเก็บตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงามและการใช้สอย

เริ่มต้นจากการจัดหมวดหมู่เสื้อผ้าและสิ่งของต่างๆ ที่มีก่อน โดยเสื้อผ้า แบ่งแยกย่อยเป็น เสื้อ กางเกง กระโปรง เดรส ชุดทำงาน ชุดออกงานที่เป็นทางการ ชุดลำลอง ชุดออกกำลังกาย ชุดว่ายน้ำ ชุดนอน และชุดชั้นใน แยกเครื่องประดับและแอคเซสเซอรี่ ผ้าขนหนูและเสื้อคลุมอาบน้ำ ก็ควรจัดแยกให้เป็นระเบียบ จากนั้นประเมินว่าเครื่องแต่งกายแต่ละชนิดมีปริมาณมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ง่ายต่อการแบ่งสัดส่วนพื้นที่จัดเก็บให้เพียงพอ โดยเลือกใช้ตัวช่วยด้านการจัดเก็บในตู้เสื้อผ้าที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ

แต่หากใครต้องการที่จะซื้อตู้เสื้อผ้าใบใหม่เลย ก็ทำได้ด้วยตัวเองเช่นกันด้วย 5 ขั้นตอนง่ายๆ

ขั้นที่ 1 การวัดพื้นที่
วัดขนาดพื้นที่ที่จะนำตู้เสื้อผ้ามาวางว่ามีความกว้าง ความสูง และความลึกเท่าไร ซึ่งความลึกจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจว่าควรเลือกบานตู้เป็นบานเลื่อนหรือบานพับ

ขั้นที่ 2 เลือกโครงตู้
เลือกชุดประกอบของโครงตู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ของห้อง และจำนวนโครงตู้ตามที่ประเมินการจัดเก็บไอเท็มต่าง ๆ ไว้ อย่าลืมเผื่อความสูงให้พอดีกับเพดานห้องด้วย เช่น ถ้าเลือกโครงตู้สูง 236 ซม. เพดานจะต้องสูงไม่น้อยกว่า 250 ซม. จึงจะพอดีเมื่อประกอบเสร็จ

ขั้นที่ 3 เลือกบานตู้
บานตู้แบบพับ เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ให้เปิดตู้ให้กว้างได้ สามารถมองเห็นและหยิบของทุกชิ้นได้อย่างสะดวก

บานตู้แบบเลื่อน มีข้อดี คือ ประหยัดพื้นที่ส่วนด้านหน้าตู้เสื้อผ้า เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก

นอกจากนี้ การเลือกบานตู้ยังช่วยให้ได้ตู้เสื้อผ้าที่มีสไตล์และฟังก์ชั่นที่ต้องการ เช่น บานตู้กระจกเงามีประโยชน์ใช้สอย ช่วยประหยัดพื้นที่ และยังเก็บของให้พ้นสายตาได้อีกด้วย บานตู้แบบปิดทึบเพื่อความมิดชิด หรือแบบกระจกใสเพื่อให้มองเห็นของข้างในได้ง่ายขึ้น หรือจะเลือกแบบไร้บานและตกแต่งเพิ่มเติมด้วยผ้าม่านที่เหมาะมากสำหรับตู้วอล์กอิน

ขั้นที่ 4 เพิ่มอุปกรณ์ยึดติดภายใน
เพิ่มอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เพื่อการจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบและคุ้มค่าในทุกพื้นที่ใช้สอย อาทิ ราวแขวนผ้า ชั้นวาง และลิ้นชัก ไปจนถึงตะกร้า ที่วางรองเท้า และถาดใส่เครื่องประดับ โดยคำนึงถึงของที่จำเป็นต้องใช้ทุกวัน หยิบใช้ได้สะดวก และวิธีที่ดีที่สุดในการเก็บสิ่งของของให้เป็นระเบียบ

ขั้นที่ 5 เพิ่มการตกแต่งขั้นสุดท้าย
เพิ่มกล่องเก็บของ ตะกร้า และอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วทั้งด้านในและด้านบนตู้เสื้อผ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด จัดเก็บทุกอย่างให้อยู่เป็นที่เป็นทาง และยังช่วยรักษาตู้เสื้อผ้าอีกด้วย รวมถึงแถบไฟในตู้เสื้อผ้าที่ช่วยให้หาของได้สะดวกขึ้น หรือจะเลือกติดไฟส่องตู้ไว้บนตู้เสื้อผ้าเพื่อเพิ่มบรรยากาศที่อบอุ่นสบายให้ทั้งห้องก็ได้ และองค์ประกอบสุดท้ายที่ห้ามลืม คือ มือจับหรือปุ่มจับ เพื่อสร้างสรรค์ตู้เสื้อผ้าในสไตล์ที่ใช่

เพียงเท่านี้เมื่อเริ่มสู่่โหมดใช้ชีวิตปรกติก็ไม่วุ่นวายแล้วครับ แต่หากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นออกแบบพื้นที่จัดเก็บอย่างไร อิเกีย มีบริการออกแบบตู้เสื้อผ้าออนไลน์ ฟรี! เพียงส่งอีเมลมาที่ IKEA.TH.planning@ikano.asia ครับ


Warapong Pankaew6 พฤษภาคม 2020
OwenVEVO-จาก-Pixabay--1280x474.png

1min392

Social Distancing ทำให้ไลฟ์สไตล์ของแทบทุกคนเปลี่ยนไป หลายกิจกรรมกลายเป็นเรื่องต้องห้าม รวมถึง “การออกกำลังกาย” พิตเนสทุกแห่งต้องปิดบริการ หลายคนที่เคยออกกำลังกายเป็นประจำคงอึดอัดน่าดู แล้วถ้าเราอยากออกกำลังกายแต่ไม่อยากเสี่ยงโควิด-19 ควรทำอย่างไร?

ผู้เชียวชาญด้านสุขภาพอ้างถึงงานวิจัยจาก KU Leuven และ TU Eindhoven ว่า ควรหลีกเลี่ยงการออกมาเดิน วิ่ง ปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายนอกบ้าน เนื่องจากเชื้อไวรัสที่ออกมาจากผู้ป่วยโควิด-19 ขณะกำลังเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน อาจสามารถแพร่เชื้อไปได้ไกลกว่าการอยู่กับที่แล้วไอ หรือจาม ที่จะมีรัศมีในการแพร่เชื้ออยู่ที่ 1-2 เมตร โดยการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน อาจแพร่เชื้อได้ไกลถึง 20 เมตรเลยทีเดียว

การออกกำลังกายในพื้นที่ส่วนตัว ในบ้าน ในห้อง ลานบ้านส่วนตัว หรือรอบ ๆ บ้านที่มีรั้วกั้นกลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ก่อนและหลังการออกกำลังการต้องทำความสะอาดมือ เครื่องมือและอุปกรณ์ออกกำลังกายเป็นประจำ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กำจัดเชื้อ เช่น น้ำสบู่ แอลกอฮอล์ 70% ควรออกกำลังกายในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ควรเลือกการออกกำลังกายชนิดที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก เช่น การเดินเร็วรอบ ๆ บ้าน กระโดดเชือก การเล่นฮูลาฮูป เต้นแอร์โรบิก โยคะ หรือออกกำลังกายเพื่อฝึกความแข็งแรงแบบบอดี้เวท หรือเลือกใช้สิ่งของทดแทน เช่น การยกน้ำหนัก โดยใช้ขวดน้ำแทน

หากที่บ้านมีอุปกรณ์ออกกำลังกาย อุปกรณ์ที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ไม่แพ้การเข้าฟิตเนส เช่น การปั่นบนจักรยาน การวิ่งบนลู่ออกกำลังกาย การว่ายน้ำในสระว่ายน้ำส่วนตัว แบบนี้สบายเลยเพียงแค่เพิ่มแรงจูงใจในการออกกำลังกายให้เกิดขึ้นได้ที่บ้าน จะ Social Distancing อีกนานแค่ไหนก็สบายๆ

Property mentor มี 5 เคล็ดลับสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายแบบไม่เสี่ยงโควิด-19 และไม่น่าเบื่อ มานำเสนอโดยมาจากการแบ่งปันเคล็ดลับของอดีตนักกีฬาโอลิมปิก Jessica Ennis-Hill และเทรนเนอร์ Luke Zocchi ผ่านเว็บไซต์ The Independent มาฝากกันครับ

1. สร้างพื้นออกกำลังกายในบ้านของคุณ
เพียงแค่จัดพื้นที่ในบ้านของคุณเพื่อใช้สำหรับออกกำลังกาย และเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งการมีพื้นที่เฉพาะไม่เพียงแต่เป็นการเตือนให้คุณออกกำลังกายเป็นประจำเท่านั้น แต่มันยังเป็นแรงจูงใจที่ดีเมื่อรู้ว่าพื้นที่นั้นพร้อมใช้งานและคุณไม่จำเป็นต้องสับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์มุมโน้น มุมนี้เพื่อออกกำลังกายอีกต่อไป

2. จัดสรรเวลาให้พอเหมาะสำหรับคุณ
จริงๆ แล้วการออกกำลังกายที่ดีอยู่ที่ “คุณภาพไม่ใช่ปริมาณ” การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอในเวลาประมาณ 20 นาทีเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว แต่หากคุณกำลังสร้างกล้ามเนื้ออย่างหนัก คุณควรออกกำลังกานในระดับสูงสุดหนึ่งชั่วโมง และการออกกำลังกายตอนเช้าจะเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะจะใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ภาพโดย photochur จาก Pixabay

3. เชิญเพื่อนหรือครอบครัวมาออกกำลังกายกับคุณ
เมื่อเราต้อง Social Distancing แล้วจะทำอย่างไร ง่ายๆ เลยก็คือการ ชวนเพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวมาเล่นวิดีโอแชทอย่าง Zoom, Houseparty และ FaceTime หากคุณไม่ต้องการออกกำลังกายด้วยตัวเองคนเดียว มีเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวของคุณเข้าร่วมด้วย จะช่วยให้คุณมีกำลังใจเพิ่มขึ้น คุณสามารถชวนเพื่อนๆ มาออกกำลังกายเสมือนด้วย FaceTime, Skype โดยตั้งความท้าทายซึ่งกันและกันโดยใช้ตัวจับเวลาเพียงเท่านี้ก็สนุกเพิ่มขึ้นแล้ว

run
run1
zwift

แอพพลิเคชั่นสำหรับการออกกำลังกายเสมือนที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงโควิด

4. เน้นการออกกำลังกายที่ทำให้คุณรู้สึกดี
เพราะหากคุณเลือกอออกกำลังกายเป็นประจำ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือต้องเลือกทำกิจกรรมทางร่างกายที่คุณชอบ หากคุณไม่ชอบวิ่ง ก็อย่าบังคับตัวเองให้ออกไปวิ่ง หากคุณพบสไตล์การออกกำลังกายที่คุณชอบมากที่สุดและเป็นไปได้ ร่างกายของเราจะตอบสนองด้วยดี หรือเกิดความฟิตนั่นเอง

5. ขอคำแนะนำจากผู้รู้ หรือปรึกษาเทรนเนอร์
คำแนะนำสุดท้ายคือ การขอคำแนะนำจากเทรนเนอร์ของตัวเอง หรือจากคลาสออกกำลังกายออนไลน์ที่เปิดสอนในหลากหลายสาขา ตั้งแต่โยคะไปจนถึงการเต้นรำ และคาร์ดิโอ เพราะด้วยเทคโนโลยีสามารฝึกสอนผ่าน Zoom และ YouTube ได้ภายในพื้นที่บ้านของตัวเอง

ทุกคำแนะนำคุณสามารถลองทำเองได้เพียงเท่านี้ก็สร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายแบบไม่เสี่ยงโควิด-19 และไม่น่าเบื่อแล้วครับ

ขอบคุณภาพปกโดย photochur จาก Pixabay


Warapong Pankaew11 เมษายน 2020
-06-e1586619965107-1280x668.jpg

1min1710

ปัญหาด้านอากาศที่คนไทยต้องเจอเป็นประจำคงหนีไม่พ้น ‘อากาศร้อน’ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่มีอุณหภูมิสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แม้ไม่ได้มีผลเสียต่อสุขภาพร้ายแรงแต่ก็ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และอ่อนเพลีย ขณะเดียวกันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนไทยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศยังต้องเจอกับ ‘วิกฤติฝุ่นละอองขนาดเล็ก’ หรือ PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

อันตรายของเจ้าฝุ่น PM 2.5 ไม่เพียงทำลายสุขภาพแบบเฉียบพลัน เช่น เกิดอาการไอ จาม หรือแสบตา แต่สํานักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (International Agency for Research on Cancer, IARC) ยังระบุว่ามลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ได้*

หลายคนอาจคิดว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่ออยู่ภายนอกบ้าน แต่จะปลอดภัยเมื่อเราอยู่ภายใน ‘บ้าน’ แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้ง 2 สิ่งนี้สามารถรุกรานเข้าสู่ภายในบ้านได้เช่นกัน

ในโอกาสนี้ เอสซีจี ในฐานะผู้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างครบวงจร จึงขอแนะนำเทคนิคในการสร้างเกราะกำบังให้บ้าน ด้วยการนำนวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัยมาใช้กับบ้านสร้างใหม่ หรือบ้านที่ต้องการรีโนเวทเพื่อให้บ้านปลอดภัย และอยู่สบายตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายคนต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในบ้าน เพื่อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวมีคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยที่ดีในทุกๆ วัน

นายเจือ คุปติทัฬหิ Consult and Design Solution Business Lead จากเอสซีจี กล่าวว่า จากปัญหามลภาวะทางอากาศ ฝุ่นละออง และสภาพอากาศที่ร้อนที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน ทำให้ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไปทุกวันนี้หลายคนต้องการ ‘บ้าน’ ที่เป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่ต้องเป็นบ้านที่เข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกทุกคนภายในบ้าน มีฟังก์ชันที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์และตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ความสวยงาม ทันสมัย อยู่สบาย ปลอดภัย และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี

เอสซีจี จึงได้รวบรวมนวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัย และวัสดุก่อสร้างที่สามารถนำมาปรับพื้นที่บ้านเก่า หรือใช้สร้างบ้านใหม่ เพื่อช่วยให้บ้านมีคุณภาพอากาศที่ดี ถ่ายเท ปลอดฝุ่น รวมถึงช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน รวมถึงได้ประโยชน์เรื่องการประหยัดไฟเป็นของแถมอีกด้วย

นวัตกรรมเพื่ออากาศที่บริสุทธิ์
ระบบ Active AIRflow™ System เดิมทีเจ้าของบ้านจะถ่ายเทอากาศและความร้อนภายในบ้านด้วยการเปิดหน้าต่างและประตูทิ้งไว้ แต่ปัญหาด้านมลภาวะและฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความร้อน อากาศเสียและฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้เข้ามาภายในตัวบ้านระหว่างที่เปิดประตูและหน้าต่าง หรือเล็ดลอดผ่านกรอบประตูหน้าต่าง รอยผนังที่ไม่มิดชิดได้อีกด้วย แต่เราสามารถเปลี่ยนบ้านให้อยู่สบายและลดฝุ่นได้ด้วยระบบ Active AIRflow™ System

นวัตกรรมเร่งกลไกการถ่ายเทอากาศและระบายความร้อนออกจากตัวบ้าน และโถงหลังคา ซึ่งมีระบบการทำงาน 3 ขั้นตอน ได้แก่

  1. เติมอากาศใหม่เข้าสู่ตัวบ้านผ่านช่องเติมอากาศติดผนัง ซึ่งจะมีแผ่นฟิลเตอร์สำหรับป้องกัน PM 2.5 และแมลง ทำให้บ้านมีอากาศบริสุทธิ์หมุนเวียนตลอดเวลา แม้จะปิดประตูหน้าต่างไว้อย่างมิดชิดทุกบานก็ตาม
  2. มีชุดระบายอากาศและถ่ายเทความร้อนจากภายในบ้านขึ้นไปยังโถงหลังคา
  3. เร่งระบายอากาศและความร้อนจากโถงหลังคาออกนอกตัวบ้านด้วยชุดกระเบื้องระบายความร้อนในโถงหลังคา

ดังนั้นระบบนี้จึงช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 2-5 องศา และ 10 องศาในโถงหลังคา ช่วยประหยัดค่าไฟและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ทำให้บ้านเย็นเร็วขึ้นและลดการใช้พลังงานเครื่องปรับอากาศได้ถึง 16-20% เมื่อเทียบกับบ้านธรรมดา ขณะเดียวกันยังเติมอากาศใหม่เข้าสู่ตัวบ้านอย่างสม่ำเสมอ จึงลดความร้อนสะสม ลดความอับชื้น และลดความเสี่ยงจากการเกิดภูมิแพ้

นอกจากนี้ ยังสามาาถเพิ่มฟังก์ชันให้บ้านประหยัดพลังงานด้วยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ SCG Solar Roof Solutions ตอบโจทย์การใช้พลังงานเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น และหมดกังวลกับปัญหาหลังคารั่วด้วยนวัตกรรม Solar FIX ซึ่งหากผนวกนวัตกรรมทั้ง 2 ตัวเข้าด้วยกัน จะช่วยเรื่องการประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาวได้อย่างเป็นอย่างดี

นวัตกรรมป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน
หลังคา เป็นปราการด่านแรกที่ต้องรับความร้อนถึง 70% ดังนั้นจึงควรเลือกหลังคาที่สามารถสะท้อนความร้อนได้เป็นอย่างดี เคล็ดลับง่ายๆ คือ เลือกหลังคาที่ได้รับ ‘ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง’ จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งในปีที่ผ่านมา หลังคาเอสซีจีได้ฉลากรับรองมากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 16 รุ่น และครอบคลุม 3 วัสดุหลังคาที่คนไทยนิยมใช้ ได้แก่ หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ หลังคาคอนกรีต และหลังคาเซรามิก

หลังคาเอสซีจีที่ได้รับฉลากรับรองดังกล่าวมีค่าการสะท้อนรังสีแสงอาทิตย์ (Solar Radiation Reflectance) ได้มากกว่า หรือเท่ากับร้อยละ 45 (อ้างอิงมาตรฐานวิธีการทดสอบ ASTM E903) จึงสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าหลังคาทั่วไป ทำให้ช่วยประหยัดค่าไฟจากเครื่องปรับอากาศได้มากขึ้นด้วย

ฉนวนกันความร้อน ตัวช่วยสำคัญในการสกัดกั้นความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ฉนวนกันความร้อนสามารถติดตั้งได้บริเวณฝ้าเพดาน ยิ่งความหนามากจะยิ่งช่วยให้มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้ดียิ่งขึ้น สามารถลดความร้อนได้ประมาณ 3-5 องศา และลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้สูงสุด 47% ทั้งนี้ ควรเลือกฉนวนที่ผลิตจากใยแก้ว เพราะเป็นวัสดุที่ไม่ลามไฟ และที่สำคัญไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ระบบฝ้าชายคา การติดตั้งระบบฝ้าชายคาระบายอากาศ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้อากาศเย็นภายนอกไหลผ่านเข้าแทนที่อากาศร้อนภายใต้หลังคา ลดความร้อนภายในตัวบ้านได้ โดยควรเลือกฝ้าที่มีรูหรือช่องทางระบายอากาศและมีตาข่ายเพื่อป้องกันแมลงเข้าสู่ตัวบ้าน แข็งแรง และทนน้ำทนชื้นได้ดี

ปัจจุบัน ฝ้าสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่นโพรเทคชั่น สามารถป้องกันแมลงเพราะติดตาข่ายไฟเบอร์กลาสมาจากโรงงาน ช่วยให้มั่นใจได้ในคุณภาพทั้งแผ่นและตาข่าย อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนในการติดตั้งอีกด้วย รวมทั้ง บ้านเย็นเพราะมีรูระบายอากาศ มีหลากหลายรูปแบบ ทำให้สามารถสร้างแพทเทิร์นลวดลายต่างๆ ตามความชอบของเจ้าของบ้านได้อีกด้วย

นอกจากนวัตกรรมวัสดุและโซลูชันเพื่อที่อยู่อาศัยที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบริเวณบ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีอันแสนง่ายในการดักจับฝุ่น คลายอากาศร้อน และเพิ่มควายสวยงามภายในบ้านได้อีกด้วย โดยแนะนำให้เลือกต้นไม้ที่มีลักษณะใบเล็กแหลมและแน่น หนา ผิวใบหยาบสาก หรือใบมีขน เพื่อให้สามารถดักจับฝุ่นละอองได้ดี อาทิ พลูด่าง หมากเหลือง เศรษฐีเรือนใน อัญชัน วาสนา ต้นไม้เหล่านี้สามารถนำมาจัดสวนแนวตั้งด้วย SCG Modular Green Hive หรือปลูกในกระถางเล็กๆ ตั้งไว้ภายในบ้าน

“ด้วยนวัตกรรมดังกล่าว เจ้าของบ้านสามารถเปลี่ยนปัญหาเรื่องบ้าน ให้กลายเป็นความสุขในการอยู่อาศัยที่เหมาะกับคนยุคใหม่ได้ง่ายๆ ซึ่งเอสซีจี มีบริการครบวงจร ที่พร้อมให้บริการตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้งอย่างมีมาตรฐาน โดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งลูกค้ามั่นใจและเชื่อถือได้ว่าจะได้สินค้าและบริการที่มีมาตรฐานคุ้มค่า แข็งแรงทนทาน และงบไม่บานปลายแน่นอน” นายเจือ กล่าวทิ้งท้าย


Warapong Pankaew5 เมษายน 2020
Social-Ditancing-1280x527.jpg

1min1440

การเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing โดยให้คนอยู่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 จากการเดินทาง และลดความแออัดในพื้นที่สาธารณะ แต่เมื่อการอยู่รวมกันในบ้าน หลายคนที่ยังคงต้องเดินทางออกไปทำงานนอกบ้าน หรือยังไม่ได้รับอนุญาตให้ Work From Home อาจมีความกังวลว่าตัวเองจะเป็นพาหะนำเชื้อกลับเข้าบ้านโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะครอบครัวใหญ่ที่มีผู้สูงอายุและเด็ก ดังนั้นการเพิ่มระยะห่างภายในบ้าน จึงเป็นอีกทางเลือกที่เราสามารถทำได้จากการจัดสรรพื้นที่ สร้างระยะห่างด้วยการกั้นห้องให้เป็นสัดส่วนนั่นเอง

“การกันห้อง” เพื่อเพิ่มความเป็นสัดส่วน ได้ยินแล้วเหมือนต้องรื้อบ้านทำใหม่ยังไงอย่างงั้น แต่จริงๆ แล้ว การกั้นห้องสามารถทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว เสร็จไวกว่าที่คิดด้วยการใช้ระบบผนังเบา หรือระบบผนังยิปซัม และเพื่อความแข็งแรงทนทานควรเลือกใช้แผ่นยิปซัมที่มีความหนา 12 มิลลิเมตรขึ้นไปในการกั้นห้อง ซึ่งการใช้วิธีนี้มั่นใจได้ว่าผนังจะสวยเรียบเนียนไร้รอยต่อและเข้าอยู่ได้ทันที

การกั้นห้องด้วยระบบผนังยิปซัมจะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัยในแต่ละห้องได้ เช่นห้องนอนส่วนตัวของน้องชาย อยากจะเปิดทีวีดูคอนเสิร์ตดังๆ ก็สามารถทำได้เต็มที่โดยที่ไม่ไปรบกวนห้องพี่สาวข้างๆ ที่กำลังประชุมผ่านทางออนไลน์เนื่องจากคุณสมบัติของผนังยิปซัมซึ่งในที่นี้คงต้องยกตัวอย่างว่าเป็นของตราช้าง สามารถกันเสียงรบกวน หรือป้องกันเสียงเล็ดลอดออกจากห้องได้ดี ด้วยค่ากั้นเสียงตั้งแต่ 41-53 เดซิเบล โดยติดตั้งภายใต้เงื่อนไขตามคำแนะนำของเจ้าของผลิตภัณฑ์

 

ท่านใดที่ต้องทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home เราอาจปรับห้องนอนส่วนตัวมาเป็นมุมทำงานในขณะที่ Wi-Fi Router ติดตั้งอยู่ด้านนอกอาจมีความกังวลเรื่องสัญญาณไวไฟว่าจะถูกลดทอนลงหรือไม่ ถ้าไม่พูดถึงความแรงของตัวรับส่งสัญญาณ ผนังกั้นห้องเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกับการส่งผ่านสัญญาณไวไฟ ซึ่งผนังกั้นห้องยิปซัมตราช้างมีคุณสมบัติไม่กันสัญญาณไวไฟ ทำให้การทำงานได้ไม่สะดุด และยังมีค่าการนำความร้อนต่ำ ไม่สะสมความร้อน มีส่วนช่วยให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้านได้อีกทาง

ผนังยิปซัมตราช้าง ย้ำมาตรฐานแผ่นยิปซัมตราช้างทุกรุ่น ได้รับการออกแบบตามหลักการทางวิศวกรรม และมาตรฐานการทดสอบสากล ทำให้ผู้อยู่อาศัยมั่นใจเรื่องความปลอดภัยไร้ฝุ่น และไม่มีแร่ใยหิน อยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยภายในบ้าน สร้างความอุ่นใจในช่วงเวลาแบบนี้ได้เป็นอย่างดีครับ


Warapong Pankaew5 เมษายน 2020
-ไดอิ-แบ่งปัน-บ้าน-3-ส-3-ข้อน่ารู้-รับมือยุคโควิด-พร้อมมอบข้อเสนอ-Super-Deal-เดือนเมษายนนี้.jpg

1min123

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 ภาครัฐขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนให้รักษาระยะห่างทางสังคม เว้นระยะห่างจากผู้อื่น และเลี่ยงการทำกิจกรรมร่วมกัน ทุกองค์กรพร้อมสนับสนุนให้ทุกคนอยู่บ้านเพื่อแก้ปัญหาการแพร่กระจาย และลดความเสี่ยงของเชื้อไวรัส บริษัท เนอวานา ไดอิ จึงขอส่งต่อความห่วงใยให้ทุกคนปลอดภัยจากวิกฤตครั้งนี้ ด้วย 3 ข้อน่ารู้ เพื่อบ้านที่น่าอยู่แลห่างไกลเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

ส. เสริมสร้างสุขอนามัย
ด้วยการทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ ไม่ต้องรอถึง Big Cleaning Day จัดสรรพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสม และมีอากาศถ่ายเทอยู่เสมอ หมั่นทำความสะอาดส่วนต่างๆ ของบ้านด้วยน้ำยาทำความสะอาดบ้านป้องกันเชื้อโรค เช่น ใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% เช็ดบริเวณผิวสัมผัสหรือผิวโลหะ ใช้สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ 500 ppm (0.05%) สำหรับถูพื้นห้อง ใช้สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรด์ 5,000 ppm (0.5%) สำหรับทำความสะอาดพื้นที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ อุจจาระ หรือบริเวณห้องน้ำ ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันไวรัสที่แฝงตัวมากับร่างกายหรือจากภายนอก

ส. บรรยากาศสร้างสรรค์
นอกจากสิ่งแวดล้อมภายในบ้านที่สะอาดและถูกสุขอนามัย สุขภาพใจของสมาชิกภายในบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่าปล่อยให้ความตระหนักกลายเป็นความตระหนกหรือตื่นกลัว การเปิดรับข้อมูลข่าวสารรอบด้านเป็นสิ่งที่ดี ควรเลือกติดตามข้อมูลข่าวสารที่อัปเดต จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ สําหรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการรับมือโรคระบาดของรัฐบาลไทย ให้ไปที่เว็บไซต์หลักของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข ttps://ddc.moph.go.th หรือโทรสายด่วน กรมควบคุมโรค 1422 และที่สำคัญควรเปลี่ยนมุมมอง วิธีการคิดเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้าน ลองใช้โอกาสนี้ทำกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว เช่น การร่วมกันทำอาหารมื้อพิเศษ ปลูกต้นไม้ นั่งสมาธิ หรือแม้กระทั่งหาความรู้ผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ก็น่าสนใจเช่นกัน

ส.ส่งเสริมอนาคต
ส ตัวสุดท้ายคือการนึกถึงอนาคตหรือในวันเวลาข้างหน้า ในยุคที่ฝุ่นเต็มเมือง และเชื้อไวรัสกำลังแพร่ระบาด “บ้าน” กลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย ความสวยงามของตัวบ้านเพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอ สุขอนามัยของการอยู่อาศัย หรือการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อให้การใช้ชีวิตสมบูรณ์แบบ จึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงเมื่อถึงเวลาเลือกบ้านในอนาคต

โครงการจากเนอวานา ไดอิ หรือบ้านเนอวานา ให้ความสำคัญและตอบโจทย์เรื่องการรักษาสุขอนามัย (Well Being Living) กับการอยู่อาศัย ด้วยการใช้ระบบ Air Control System ในการปรับสภาพอากาศภายในบ้านให้สมดุล ลดเรื่องฝุ่นละอองภูมิแพ้ในบ้านและยังดูแลสิ่งของภายในบ้านไม่ให้เสียหายเพราะความชื้น มีการวัดสภาพอากาศภายในบ้านและระบบหมุนเวียนอากาศที่ไม่ดีออกไปนอกตัวบ้าน

มีการจัดสรรพื้นที่ภายในบ้าน ผ่านมุมมองในมิติใหม่ เช่น การเอียง บิดมุมองศาของผนัง การเชื่อมช่องว่าง ทำให้เกิด Conceptual Space เพื่อให้เกิดพื้นที่ส่วนกลาง ที่สามารถเชื่อมต่อความสัมพันธ์ของคนในบ้าน แต่ก็ยังคงมอบความเป็นส่วนตัวได้อย่างลงตัวสำหรับทุกคน โดยผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดขอบบ้านที่ถูกออกแบบโดยใข้หลักการ Air Control System เพิ่มเติมได้ที่ www.nirvanadaii.com


Warapong Pankaew27 มีนาคม 2020
IKEA-Work-From-Home-34-1280x975.jpg

1min1060

จากนี้ไปเราคงต้องปรับเข้าสู่โหมด Work From Home เพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส พื้นที่สำหรับทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่องยากหากเราจะปรับเปลี่ยนให้ทุกอย่างมันลงตัวมากขึ้น อิเกีย รวบรวมไอเดียการจัดพื้นที่ในบ้านให้เป็นมุมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามสไตล์และพื้นที่ในบ้าน เพื่อจะได้ Work From Home กันอย่างมีความสุข

สิ่งที่สำคัญในการทำงานที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพและดีต่อสุขภาพของเราในระยะยาวนั้น เริ่มจากการจัดตำแหน่งและลักษณะท่านั่งในการทำงานที่เหมาะสม จะได้ลดความเสี่ยงการเกิด office syndrome ซึ่งคำแนะนำในการจัดวางโต๊ะทำงานที่ถูกต้องมีดังนี้

  • ตำแหน่งการวางแขนและพนักพิงหลังมีส่วนสำคัญในการรองรับสรีระขณะนั่งทำงาน จึงควรปรับพนักเก้าอี้ทำงานให้ตรง เลือกเก้าอี้ที่นั่งแล้วสบายและรองรับกระดูกสันหลัง โดยให้ที่วางแขนอยู่ในระนาบเดียวกับขอบโต๊ะ หรือใกล้เคียงมากที่สุด เพื่อให้สามารถวางมือและข้อมือลงไปตรงๆ โดยไม่รู้สึกเมื่อยช่วงไหล่
  • เมื่อนั่งลงแล้วต้นขาควรจะขนานกับพื้นและวางเท้าบนพื้นได้พอดี หากความสูงของเก้าอี้ไม่ได้ระดับและเท้าลอย ควรใช้ที่วางเท้ามาช่วยรองรับ
  • หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ห่างจากตัวหนึ่งช่วงแขน ขอบบนของหน้าจอควรอยู่ระดับสายตาพอดีหรือต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย และวางคีย์บอร์ดให้ตรงกับหน้าจอ

เมื่อรู้หลักการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และคอมพิวเตอร์แล้ว มาพบกับไอเดียเนรมิตมุมทำงานในฝันให้มีความสุขกับการทำงานยิ่งขึ้นกว่าเดิม

โทนสี Monochrome เช่น สีขาวและดำ ยังคงเป็นโทนสีคลาสสิกที่ทำให้มุมทำงานมีความเป็นมืออาชีพและให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับที่สำนักงาน และยังเป็นระเบียบสะอาดตาอีกด้วย หรือตกแต่งห้องในโทนสีเย็นๆ สีหม่นที่ให้ความรู้สึกสบายตา จะช่วยให้มีสมาธิในการทำงานยิ่งขึ้น

ห้องทำงานสายไอที สำหรับคนทำงานในสายงานที่ต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่าง เช่น งานสายช่างภาพ นักออกแบบ ควรมีพื้นที่ให้กับอุปกรณ์ต่างๆ และไม่วางของตกแต่งอื่นๆ มาปะปนกัน ลองหาโต๊ะหน้ากว้างเพื่อจัดวางอุปกรณ์หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้เพิ่มเติม และควรจัดมุมเสียบปลั๊กอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นระเบียบ

จัดระเบียบมุมทำงาน สามารถใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้มากขึ้นเมื่อเป็นมุมทำงานในบ้าน ลองเพิ่มความสวยงามพร้อมฟังก์ชั่นการจัดระเบียบ ด้วยกระดาน กล่อง หรือชั้นจัดเก็บสิ่งของแบบติดผนังก็เป็นไอเดียที่ช่วยให้มุมทำงานมีความเรียบร้อย เติมความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่งมุมทำงาน

อิเกีย  Work From Home ตกแต่ง
อิเกีย  Work From Home ตกแต่ง

 

มุมสร้างแรงบันดาลใจ สำหรับสายงานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เป็นพิเศษ ลองนำสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เป็นแรงบันดาลใจ หรือสิ่งที่เห็นแล้วมีความสุขมาใส่กรอบแล้วตกแต่งผนัง อาจเติมโคมไฟเพื่อกระตุ้นความคิด รวมถึงอาจเลือกใช้โต๊ะไม้เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย

เลือกวิวที่เหมาะ จัดโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่างที่เห็นทิวทัศน์ภายนอก โดยให้มั่นใจว่าแสงแดดช่วงเที่ยงและบ่ายจะไม่กระทบสายตาของคุณโดยตรง ควรเลือกมุมที่หันหลังหรือหันข้างให้แสง หรือหากอยู่ในคอนโดฯ ลองเลือกจัดมุมทำงานที่ข้างหน้าต่างหรือใกล้ระเบียงห้อง ให้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่งความคิดแล่นเร็วสามารถทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างได้

มุมทำงานในห้อง สำหรับผู้ที่จัดโต๊ะทำงานแบบเข้ามุมที่ห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น ลองเลือกโต๊ะทำงานที่มีโซลูชั่นการจัดเก็บ เช่น ชั้นวาง ตู้ลิ้นชัก เข้ามาช่วยเสริมเพื่อทำให้มุมสำนักงานเล็กๆ ของคุณเป็นส่วนตัวขึ้นได้ด้วยการแบ่งสรรพื้นที่อย่างเหมาะสม

ใกล้ชิดธรรมชาติด้วยสีเขียว ตกแต่งมุมทำงานด้วยไม้ประดับที่ดูแลง่ายและเป็นเครื่องกรองอากาศแบบธรรมชาติไปในตัว อาทิ ลิ้นมังกร พลูด่าง ว่านหางจระเข้ เดหลี สับปะรดสี กล้วยไม้ จั๋ง และเฟิร์น เป็นต้น ทั้งยังเอาไว้พักสายตามามองสีเขียว เมื่อเริ่มรู้สึกตึงเครียดจากการทำงาน


Warapong Pankaew11 มีนาคม 2020
-เรื่องบ้าน-ให้เป็นเรื่องเล็กแบบเบาๆ.jpg

1min1570

บ้านร้อนอบอ้าว ฝ้าเพดานบวมและขึ้นรา ห้องมีเสียงก้อง เสียงสะท้อน ปัญหาแบบนี้เชื่อว่าหลายบ้านคงเคยเจอ และไม่รู้ว่าต้องจัดการด้วยวิถีไหนได้บ้าง หากจะต้องรื้อ ซ่อมแซมแก้ไข ก็จะกระทบกับการอยู่อาศัย “ยิปซัมตราช้าง” เสนอทางเลือกที่น่าสนใจ

ปัญหาบ้านร้อนอบอ้าว
ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนจึงหลีกเลี่ยงได้ยาก เมื่อความร้อนจากแดดที่ส่องแรง ทำให้ห้องสะสมความร้อนไว้ในเวลากลางวัน โดยเฉพาะห้องนอนที่มักร้อนอบอ้าวแม้ในเวลากลางคืน วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ คือ เปิดหน้าต่างและใช้พัดลมช่วยระบายความร้อนจากห้อง หาม่านบังแดดในเวลากลางวันเพื่อช่วยลดความร้อนจากแสงแดด ถูพื้นด้วยน้ำเปล่าจะช่วยให้พื้นและห้องเย็นลงได้ หรือใช้แผ่นยิปซัมป้องกันความร้อนตราช้างพลัส (HeatBloc Plus) ช่วยสะท้อนความร้อนที่ฝ้าเพดาน หรือผนังที่โดนแดดโดยตรง

ปัญหาฝ้าเพดานบวมและขึ้นรา
มักพบบริเวณหลังคาที่มีรอยรั่วและพื้นที่ที่มีความชื้น เช่น บริเวณที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ผนังห้องน้ำ ขอบหน้าต่าง หรือประตู และฝ้าเพดาน เมื่อมีการสะสมของเชื้อรา จะส่งผลต่อสุขภาพ เพราะเชื้อราสร้างสปอร์ จึงทำให้คัดจมูก น้ำมูกไหล มีผื่นคัน ระคายเคืองตา และหลอดลม หรือ ปวดศีรษะ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างภูมิแพ้หรือหอบหืด อาจเกิดโรคปอดอักเสบอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่เจ้าของบ้านเองมักจะเห็นปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เช่น มีคราบน้ำที่ฝ้าเพดาน มีรอยแตก รอยร้าว หรือฝ้าหลุดร่วง วิธีแก้ไขที่ถูกต้อง ให้เริ่มจากซ่อมแซมส่วนที่เป็นต้นเหตุของการรั่วซึมเสียก่อน จากนั้นจึงเปลี่ยนฝ้าเพดานที่มีคุณสมบัติทนชื้น อย่างแผ่นยิปซัมทนชื้น ก็สามารถช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้

ปัญหาเสียงก้อง เสียงสะท้อน
สาเหตุหลักๆ ของปัญหาเสียงก้อง เกิดจากพื้นผิวของวัสดุภายในห้องเอง เช่น ผนัง ฝ้าเพดาน เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่ง ที่สะท้อนเสียงกลับมา ทางแก้ไขคือ ทำให้วัสดุภายในห้องสามารถดูดซับเสียงได้ดีขึ้น โดยเฉพาะฝ้าเพดาน ซึ่งควรใช้ฝ้าเพดานที่มีคุณสมบัติลดเสียงสะท้อน หรือดูดซับเสียงได้ดี

เพียงเท่านี้ แก้ได้ไม่ยากนะครับ ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากยิปซัมตราช้าง


Warapong Pankaew3 มีนาคม 2020
6.jpg

1min7040

การเคหะแห่งชาติ แจกฟรีแบบบ้านผู้สูงอายุ ที่ไม่ใช่บ้านผู้สูงอายุ ด้วยงบก่อสร้างเริ่มต้น 5 แสนบาท

การเคหะแห่งชาติ ในฐานะผู้ดูแลพัฒนา “ที่อยู่อาศัย” ของคนในประเทศ ตระหนักถึง “สังคมผู้สูงอายุ” ที่กําลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยจึงได้ริเริ่ม โครงการส่งเสริม การพัฒนานวัตกรรมการออกแบบ “บ้านผู้สูงอายุ ที่ไม่ใช่บ้านผู้สูงอายุ” โดยใช้ระยะเวลา กว่า 4 เดือน ในการเฟ้นหาสุดยอดนักออกแบบบ้านผู้สูงอายุรุ่นใหม่ ภายใต้งบประมาณ 500,000 บาท (ไม่รวมที่ดิน) และ 1,500,000 บาท (ไม่รวมที่ดิน)

จากผลงานของนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมทั่วประเทศ กว่า 109 ผลงาน กลั่นกรอง โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผ่านการ Workshop และ Coaching คัดแบบที่ดีที่สุด 6 แบบ เพื่อนํามาพัฒนาต่อยอด และนําไปแจกจ่ายประชาชน โดยแบบที่การเคหะฯ ได้นํามาพัฒนาเพื่อให้พร้อมสร้างได้จริง ทั้งงานโครงสร้าง วัสดุ งานระบบทั้งหมด นอกจากนี้ การเคหะฯ ยังได้เติมความสมบูรณ์ โดยการเซ็นกํากับแบบไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่านําแบบไปแล้วก็สร้างได้เลย

ดาวน์โหลดได้ที่นี่ http://bit.ly/2VCy0Hd

แบบบ้าน งบก่อสร้าง 500,000 บาท (ไม่รวมค่าที่ดิน) 

แบบบ้าน งบก่อสร้าง 1,500,000 บาท (ไม่รวมค่าที่ดิน)

 

 



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME