fbpx

ลลิล เปิดเกมรุกบ้านแนวราบ เจาะ Real Demand

ลลิล เปิดแผนรุกตลาดครึ่งปีหลัง เปิดโครงการใหม่อีก 5 โครงการ 3,500 ล้าน เจาะ Real Demand ปังธงแหล่งงาน-ชุมชน ขยายตลาด EEC

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยแผนการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลัง 2562 ว่า บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลัก เน้นเจาะไปยังตลาด Real Demand โดยเน้นทำเลที่มีการพัฒนาเครือข่ายคมนาคม แหล่งงาน และ ชุมชนเป็นหลัก เพราะมั่นใจว่าจะมีการเติบโตจากปัจจุบันสู่อนาคต ซึ่งบริษัทได้วางแผนพัฒนาโครงการใหม่ 5 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท ปัจจุบันเริ่มดำเนินการขายไปแล้ว 4 โครงการ ประกอบด้วย

  • โครงการ Lalin Town อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ
  • โครงการ Lalin Town รังสิต-คลอง 2
  • โครงการ Lio Bliss รังสิต-คลอง 4
  • โครงการ Lio Bliss เพชรเกษม 81/2

ทั้ง 4 โครงการบริษัทได้เริ่มเปิดการขายช่วงไตรมาส 3 พร้อมกัน ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับที่ดี สามารถปิดการขายในเฟสแรกได้เฉลี่ย 100 ล้านบาทต่อเฟสต่อโครงการ และอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเปิดขายในเฟสที่สองต่อ

ส่วนอีก 1 โครงการจะเปิดตัวในครึ่งปีหลังนี้เช่นกัน ได้แก่ โครงการ Lio Bliss ปลวกแดง-มาบยางพร มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท แบรนด์ Lio Bliss เนื้อที่ 41 ไร่ จำนวน 400 กว่ายูนิต ราคาล้านกลางๆถึง 2 ล้านบาท เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าคนไทยที่ทำงานในโรงงานที่นักธุรกิจจากประเทศเข้ามาลงทุนได้ปีกว่า จึงมีกำลังซื้อในกลุ่มของคนไทยเกิดขึ้นในโซนอีอีซี เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวจะเติบโตสู่การเป็นย่านเศรษฐกิจในอนาคต

สำหรับกลยุทธ์การตลาดที่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จะนำมาใช้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งยังคงสานต่อจากปีที่ผ่านมาโดยมุ่งเน้นตลาดแบบ Real Demand โดยมุ่งเน้นตลาดเชิงรุก และ ใช้ Insight Customer ทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์มาร์เก็ตติ้ง ตลอดจนการทำ CRM อย่างต่อเนื่อง โดยผนึกกำลังกับแบรนด์ชั้นนำเพื่อมอบสิทธิประโยชน์พิเศษแก่ลูกบ้านของลลิล เพื่อเพิ่มความสะดวกในทุกการใช้ชีวิตและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยนำการออกแบบ แบบ Eco Living มาประยุกต์ใช้ นับเป็นอีกหนึ่งในค่านิยมหลัก (Core value) ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของเครือข่ายและพันธมิตรในการสร้างความสำเร็จของธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้านอย่างยั่งยืน

“จากการเปิดโครงการใหม่ตั้งแต่ต้นช่วงต้นไตรมาส 2 ของปี 2562 ทำให้เห็นชัดว่า ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เดินมาถูกทาง ดังนั้น เราจะเดินหน้าพัฒนาโครงการแนวราบในย่านที่มี Blue print ของความเป็นเมืองหรือชุมชนศักยภาพที่พร้อมจะเติบโตสู่การเป็นย่านเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งทำเลหลักยังเป็นเขตรอบของกรุงเทพฯ ทั้งโซนทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออกเป็นหลัก รวมถึงพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ครอบคลุม 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง”

นายชูรัชฏ์ กล่าวอีกว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยในปี 2562 คาดว่ายังคงมีทิศทางที่เป็นบวกในครึ่งปีหลัง แต่อัตราการปรับตัวอาจอยู่ในกรอบที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีอุปทานคงเหลือในหลายพื้นที่ โดยการเติบโตจะเห็นชัดเจนในพื้นที่ที่ประชาชนมีกำลังซื้อ เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดเขตเศรษฐกิจและเริ่มขยายไปยังจังหวัดรองที่สำคัญ ส่วนใหญ่ที่อยู่อาศัยจะกระจายตัวออกไปจากอุปทานของที่ดินที่ยังมีอยู่จำนวนมาก และมุ่งเน้นเจาะไปที่กลุ่ม Real demand เป็นสำคัญ เพื่อปลดล็อคปัญหา LTV โดยการพัฒนาโครงการส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจะอาศัยแรงบวกจากนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนคือ การลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่เฉพาะเช่นพื้นที่ EEC ที่กำลังเติบโตอย่างน่าจับตา

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทมียอดขาย 3,100 ล้านบาท หรือคิดเป็น 58% ของเป้าหมายยอดขายในปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 5,300 ล้านบาท เป้าหมายรับรู้รายได้ 4,650 ล้านบาท เติบโต 15% มีกำไรสุทธิ 149.79 ล้านบาท มีรายได้ 864.93 ล้านบาท ส่วนรายได้ในช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ 2,179 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.69% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้อยู่ที่ 2,081 ล้านบาท

ด้านนายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวถึงการผ่อนปรนมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ในส่วนของผู้กู้ร่วมที่ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ จะไม่ถือเป็นผู้กู้ด้วยนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นการปลดล็อกผู้กู้ร่วม จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อเพิ่มขึ้นประมาณ 10% แต่ทั้งนี้ ในส่วนของผู้กู้ร่วมที่มีชื่อในโฉนดที่ดินแล้วนั้น หากจะช่วยเหลือก็ควรที่จะปลดชื่อผู้กู้ร่วมออก โดยพิจารณาผู้กู้หลักที่มีความสามารถชำระหนี้ที่ดีและต่อเนื่อง และระดับหนี้ลดลง และหนี้คุ้มหลักประกันแล้ว ก็ให้ปลดผู้กู้ร่วมออกไปจากสัญญาดังกล่าว มิฉะนั้นชื่อผู้กู้ร่วมจะต้องผูกมัดในสัญญาเรื่องเงินกู้ยาวไปถึง 20 ปี ก็อยากฝากเรื่องนี้ไปยังธนาคารด้วย ไม่ใช่ฝากไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เพียงอย่างเดียว

เพิ่มเพื่อน

Warapong Pankaew

เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania



About us

สื่อออนไลน์เพื่อคนซื้อบ้านและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบการณ์กว่า 25 ปี กับวิชาชีพสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania


CONTACT US

CALL US ANYTIME