ในโลกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทำเลที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ หรือทำเลที่เป็น “ไข่แดง” ย่อมเป็นที่หมายปองของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพราะนั่นหมายถึงแต้มต่อที่จะนำพามาซึ่งชัยขนะทางธุรกิจ และเมื่อกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาสามารถแทรกตัวเข้าไปปักหมุดโครงการ CenTRal cENtrAL(เซ็นทรัล เซ็นทรัล) บนหัวมุมสี่แยกปทุมวันซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของสยามสแควร์ได้สำเร็จ มันไม่ใช่แค่การขยายอาณาจักรหรือการเปิดสาขาใหม่เพิ่มในพอร์ตโฟลิโอเท่านั้น แต่คือการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของเซ็นทรัลพัฒนา เพื่อทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่อนาคต เพราะ CenTRal cENtrAL คือห้างที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้ชิดกับกลุ่มคนรุ่นใหม่มากที่สุดอย่างที่เซ็นทรัลพัฒนาไม่เคยมีมาก่อน

ทำเลสยามสแควร์เปรียบเสมือนศูนย์รวมของแฟชั่น ศิลปะ ดนตรี การศึกษา และวัฒนธรรมสมัยนิยม (Pop Culture) ที่หล่อหลอมรวมกันมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปีจนเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยตัวเลขผู้ใช้บริการในย่านนี้ที่สูงถึงกว่า 50 ล้านคนต่อปี และการเป็นจุดบรรจบของทั้งนักท่องเที่ยว ผู้อยู่อาศัยในย่านใกล้เคียง พนักงานออฟฟิศระดับหรู นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ รวมถึงกลุ่มคนทำงานและสตาร์ทอัพ ทำให้พื้นที่นี้มีศักยภาพที่มหาศาลเกินกว่าจะเป็นเพียงศูนย์การค้าทั่วไป แต่ทำเลนี้กำลังถูกยกระดับให้เป็น “Global Landing Zone” ของเซ็นทรัลพัฒนา ที่พร้อมจะเชื่อมโยงความคิดและวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่จากทั่วโลกเข้าด้วยกัน

“ทุกมหานครระดับโลกต่างมีย่านที่เป็นศูนย์กลางคนรุ่นใหม่และความคิดสร้างสรรค์ สำหรับกรุงเทพฯเราเชื่อว่าสยามสแควร์คือพื้นที่แห่งนั้น ซึ่งตลอดกว่า 6 ทศวรรษได้หล่อหลอมวัฒนธรรมและเป็นพื้นที่ให้ผู้คนหลายรุ่นได้กล้าคิด กล้าแสดงออก วันนี้เรามุ่งมั่นที่จะร่วมยกระดับสยามสแควร์ให้ก้าวเป็นศูนย์กลาง Youth Culture ของโลก เป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่ นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และผู้คนจากทั่วโลกเลือกมาใช้ชีวิต ทำงาน ท่องเที่ยว และเติบโตไปด้วยกัน
สำหรับเรา CenTRal cENtrAL ไม่ใช่เพียงโครงการมิกซ์ยูสทั่วไป แต่คืออนาคตของสยามสแควร์ เราตั้งใจที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของการพัฒนาโครงการ เพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการใช้ชีวิต เป็นแหล่งสร้างแรงบันดาลใจ และวัฒนธรรมใหม่ให้กับเมือง”นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าว
โครงการ CenTRal cENtrAL จะเป็น Next-Gen Mixed-Use บนเนื้อที่ 7 ไร่ บริเวณสี่แยกปทุมวัน มีขนาดพื้นที่ 141,000 ตร.ม.(GBA) ประกอบด้วย ศูนย์การค้าในรูปแบบ Cutting-Edge Retail รองรับได้ประมาณ 300 แบรนด์ เนื้อที่ 40,000 ตารางเมตร จะเปิดในไตรมาสที่ 2 ปี 2570 อาคารสำนักงาน Future-Ready Workplace 12 ชั้น เปิดไตรมาสที่ 4 ปี 2570 และโรงแรม 25hours Hotel 350 ห้อง เปิดในไตรมาสที่ 1 ปี 2572 มูลค่ารวมทั้งโครงการกว่า 11,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเป็นโครงการที่ร่วมลงทุนระหว่างเซ็นทรัลพัฒนา และมิตซูบิชิ เอสเตท หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาเมืองของญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์การพัฒนาย่านต่างๆ ทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก อย่างเช่น ย่านมารุโนะอุจิ (Marunouchi)ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (Prime CBD) มูลค่าสูงสุดในโตเกียว โดยมิตซูบิชิ เอสเตทพัฒนาและดูแลต่อเนื่องมากว่า 100 ปี ย่านโทกิวาบาชิ (Tokiwabashi)ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มอาคารสำนักงานและตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นอย่าง Tokyo Torch Towe รวมถึงย่านในมหานครทั่วโลก เช่น ลอนดอน (72 Upper Ground)ซิดนีย์ (One Circular Quay) เซี่ยงไฮ้ (Crystal Bridge) เป็นต้น
“ตลอดประวัติศาสตร์กว่า 100 ปีของเรา เราเชื่อมาโดยตลอดว่า เมืองที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นจากพื้นที่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน เราเชื่อมั่นว่า กรุงเทพมหานครคือหนึ่งในเมืองที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ขณะที่สยามสแควร์ก็เป็นพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางของพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเมือง ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการในครั้งนี้ เราหวังว่าจะได้นำความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านการพัฒนาเมืองของ มิตซูบิชิ เอสเตท มาร่วมขับเคลื่อนอนาคตของย่านแห่งนี้ พร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับกรุงเทพมหานครและคนรุ่นต่อไป”มร.มิซาโนริ อิวาเซ Senior Executive Officer บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าว

กลยุทธ์สำคัญที่เซ็นทรัลพัฒนาเลือกใช้สำหรับโครงการนี้ คือการประกาศทิศทางใหม่ภายใต้ Brand Positioning ที่ชัดเจนผ่านแนวคิด Young, Bold และ Global ซึ่งสะท้อนตัวตนของโครงการที่ต้องการก้าวข้ามการเป็นศูนย์การค้าแบบดั้งเดิม (Transactional Retail) ไปสู่การเป็น “Incubation Hub” ที่ทำหน้าที่เสมือน Venture Capitalist ที่คอยบ่มเพาะแบรนด์แฟชั่นทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์จากต่างประเทศ การจัดสรรพื้นที่เช่า (Tenant Mix) ที่เปลี่ยนจากการแบ่งตามหมวดหมู่สินค้าทั่วไป มาเป็นการแบ่งตาม Passion และ Interest ของคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิต (Living Ecosystem) ที่รองรับความต้องการที่แท้จริงของ Gen Z ซึ่งเป็น Future Buyers ที่สำคัญที่สุดของทุกธุรกิจในอนาคต
“เราจะเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงด้าน Brand Positioning ของศูนย์การค้าอย่างชัดเจน โดยเรามุ่งเน้นที่แนวคิด Young, Bold และ Global ให้มีสีสันและเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเกิดขึ้นของ CenTRal cENtrAL จึงเป็นการตอกย้ำ Positioning เดิมของสยามสแควร์ แต่เป็นการยกระดับสู่ความเป็น Global และมีความ Bold มากยิ่งขึ้น โดยประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ สำหรับ Gen Z ของโลก CenTRal cENtrAL จึงต้องการเข้ามาส่งเสริมศักยภาพนี้ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น โดยการเป็นพื้นที่ที่รวบรวมกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้ เราได้นำเสนอแนวคิดการสร้างพื้นที่ Social Public Space กว่า 3,400 ตร.ม. เพื่อส่งเสริม Youth Co-Creation สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่และนักศึกษาจากทุกสถาบัน ใช้พื้นที่งานสำหรับ Art, Performance, Fashion, Music, Sport, Food และ Emerging Cultures ใหม่ๆ” ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer เซ็นทรัลพัฒนา กล่าว

ขณะที่นายอิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวเพิ่มเติมว่า สยามสแควร์เป็นจุดกำเนิดของเทรนด์ใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษ เป็นพื้นที่ที่ Local Brands หลายแบรนด์เติบโตสู่การเป็นแบรนด์ระดับประเทศ และเป็นเวทีสำคัญที่ Global Brands เลือกในการสร้างการรับรู้และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคไทย ผู้คนที่มาสยามสแควร์ไม่ได้มองหาเพียงสินค้า แต่กำลังมองหาแรงบันดาลใจ ค้นพบสิ่งใหม่ และสัมผัสเทรนด์ล่าสุดก่อนใคร ด้วยเหตุนี้ สยามสแควร์จึงเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะที่นี่หมายถึงโอกาสในการสร้างอิทธิพลต่อผู้บริโภคและกำหนดทิศทางของตลาดได้
เราจึงจะสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยทำมาก่อนเป็น ‘First Ever’ ให้สยามสแควร์อีกครั้งกับ First Time in Thailand, First Test in Market และ First Concept in Asia ด้วย Cutting-Edge Retail ที่จะเป็น Emerging Brands Platform แห่งแรกของกรุงเทพฯ รวมแบรนด์และประสบการณ์ใหม่ๆ จากทั่วเอเชียและ ทั่วโลกรวมกว่า 300 แบรนด์ เป็นที่ Commerce & Culture Overlap เราต้องการให้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่ รองรับ Pop-Up Culture สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง
“สุดท้ายแล้วเป้าหมายของ CenTRal cENtrAL ก็คือการเป็นศูนย์กลางของคนรุ่นใหม่ (Gen Z) รวมถึงการเป็นศูนย์กลางของเทรนด์ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับโลกที่จะมารวมตัวกันที่นี่” นายอิศเรศกล่าว

ในขณะที่อีกบทบาทหนึ่งของ CenTRal cENtrAL คือการทำหน้าที่เป็น พื้นที่เรียนรู้ขนาดใหญ่ให้กับกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาเจาะ Insight ของคนรุ่นใหม่ได้ในทุกแง่มุม เซ็นทรัลพัฒนาสามารถ Real-time monitor ได้เลยว่า Micro-Trends อะไรที่กำลังจะเกิดในสังคม และความต้องการที่แท้จริงของ Creator-Led Economy เป็นอย่างไร Insight เหล่านี้เปรียบเสมือน “ขุมทรัพย์” ที่เซ็นทรัลพัฒนาสามารถนำไปใช้ในการทรานส์ฟอร์มและยกระดับห้างสาขาอื่นๆ ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกำลังซื้อสำคัญในอนาคตได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายที่น่าสนใจในเชิงการบริหารจัดการ เพราะการเปลี่ยนบทบาทจากการเป็น “Landlord” ที่บริหารพื้นที่ให้มีระเบียบวินัย มาสู่การเป็น “Incubator” ที่ต้องรักษาความสมดุลระหว่าง “ความเป็นอิสระของศิลปินและแบรนด์เล็ก” กับ “ระบบระเบียบของห้างยักษ์ใหญ่” เป็นโจทย์ที่ยากและซับซ้อนอย่างยิ่ง รวมถึงความยั่งยืนของกระแส (Sustaining the Hype) เนื่องจากวัยรุ่นและเทรนด์ในปัจจุบันมักเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โครงการที่ลงทุนมหาศาลและผูกติดกับ Subculture อย่างแน่นหนาเช่นนี้ จึงต้องมีกลยุทธ์ในการรักษาความ “Cool” และความยืดหยุ่น (Flexibility) ของพื้นที่เอาไว้ให้ได้ยาวนานกว่าแค่ช่วงเปิดตัวโครงการ
CenTRal cENtrAL จึงไม่ใช่เพียงแค่โครงการมิกซ์ยูสหรือศูนย์การค้าแห่งใหม่ แต่เป็นตัวแทนของการเดิมพันอนาคตของเซ็นทรัลพัฒนาที่ตั้งอยู่บนทำเลที่สมบูรณ์แบบที่สุด หากเซ็นทรัลสามารถพิสูจน์ได้ว่าพวกเขาสามารถเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ได้อย่างแนบเนียน โครงการนี้ก็จะกลายเป็นพิมพ์เขียวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเซ็นทรัลในอนาคต






