ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีในรูปแบบ Branded Residences กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของนักลงทุนต่างชาติที่มองหาบ้านพักตากอากาศและสินทรัพย์เพื่อการลงทุนระยะยาว ท่ามกลางดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อระดับพรีเมียมทั่วโลก

ฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Capstone Asset เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Branded Residences ได้รับความนิยม คือ “การรับประกันคุณภาพ” และ “การเชื่อมโยงทางอารมณ์กับแบรนด์” ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะโครงการที่มีแบรนด์โรงแรมระดับโลกอยู่เบื้องหลัง
ทั้งนี้ บริษัทได้พัฒนาโครงการ PEYLAA Phuket, Autograph Collection Residences ในย่านบางเทา จังหวัดภูเก็ต โดยร่วมมือกับ Marriott International ภายใต้แบรนด์ Autograph Collection ซึ่งถือเป็น Autograph Collection Residences แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก โครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด โดยสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 250 ล้านบาทในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และยังได้รับ 2 รางวัลจาก Asia Pacific Property Awards 2026 ในสาขา Apartment/Condominium Development และ Residential Development (20+ Units) ในประเทศไทย

ฐิติวัฒน์กล่าวว่า ในยุคที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ผู้ซื้อมีความรู้และเปรียบเทียบโครงการได้ละเอียดมากขึ้น การมีพันธมิตรระดับโลกจึงช่วยสร้าง “Trust Layer” ให้กับโครงการ ทั้งในด้านมาตรฐานการก่อสร้าง การบริหารจัดการ และบริการหลังการขาย รวมถึงการปล่อยเช่าในระยะยาว “Branded Residences ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นการสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้ซื้อ แบรนด์ที่แข็งแรงสามารถสร้าง Emotional Connection ซึ่งเป็นมูลค่าเพิ่มที่สำคัญเหนือกว่าฟังก์ชันพื้นฐาน” ฐิติวัฒน์กล่าว

สำหรับโครงการ PEYLAA Phuket ถูกออกแบบในแนวคิด Tropical Contemporary ผสานงานศิลปะและหัตถกรรมไทย เน้นความเป็นส่วนตัวและการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ โดยมีห้องพักขนาด 1-3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 45-129 ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง ฟิตเนส ห้องโยคะ ซาวน่า และ Kids Club

นอกจากนี้ โครงการยังเป็นส่วนหนึ่งของมิกซ์ยูสที่เชื่อมต่อกับโรงแรมในเครือ Autograph Collection ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงบริการด้านอาหารและเวลเนสระดับโรงแรมได้โดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพทั้งด้านการอยู่อาศัยและการลงทุนปล่อยเช่า ทั้งนี้ โครงการมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2570 โดยบริษัทมั่นใจว่าจะสามารถดึงดูดทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง จากการตอบรับที่ดีตั้งแต่ช่วงเปิดตัวห้องตัวอย่างในเดือนมกราคมที่ผ่านมา






